ยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว]

    ตอนที่ 53 เผชิญหน้ากับแผนการร้าย

    “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ อาเล่อ”“...”“ตอนแรกฉันยังคิดอยู่เลยว่าพวกเขาคงจำผิด นึกไม่ถึงว่าพอมานี่แล้วจะได้เจอนายจริง ๆ”เหอเหวยปังโบกมือครั้งหนึ่งเป็นสัญญาณให้คนที่เหลือสลายตัวไป จากนั้นก็พาลูกน้องอีกสองคนเดินเข้ามาในห้อง สำหรับเหอเหวยปังแล้ว การได้พบกับเฉินอันหลานก็เสมือนกับการได้พบเจอกับเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ ดังนั้นบนใบหน้าของเถ้าแก่เหอในเวลานี้จึงมีรอยยิ้มน้อย ๆ ประดับไว้อยู่“นายจากไปนานหลายปีเลยนะ นี่กลับมาไม่คิดจะแวะไปทักทายกันบ้างเลยหรือไง? ทำแบบนี้ฉันเสียใจแย่เลยนะรู้ไหม”เฉินอันหลานเหลือบมองคนมาใหม่แวบหนึ่ง ชายคนนี้คือคนที่เขาเคยรู้จักตอนทำคดีลักลอบขนอาวุธปืนล็อตใหญ่เมื่อหลายปีก่อน เหอเหวยปังในตอนนั้นนับเป็นพี่น้องคนสนิทของพี่ใหญ่หวังเฉิง แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะดูเหมือนคนอายุไม่เกิน 30 ปี แต่เขาคนนี้กลับเป็นตัวตนที่ค่อนข้างโหดเหี้ยมบนเส้นทางสายนี้พอสมควร ในคดีใหญ่ครั้งนั้นหวังเฉิงเป็นคนลงมือแต่เพียงผู้เดียวเพราะตั้งแต่เริ่มติดต่อค้าขายไปจนกระทั่งถูกจำกุมในการส่งของครั้งสุดท้าย เฉินอันหลานไม่เห็นเหอเหวยปังและพวกเข้ามามีส่วนร่วมด้วยเลยสักครั้ง ดังนั้นแม้แต่ในตอนที่ตำรวจบุกเข้าถล่มโกดังจึงไม่พบตัวเขาแม้แต่เงาและไม่มีใครรู้ด้วยว่าเหอเหวยปังมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่  หวังเฉิงไม่เคยเอ่ยถึงเหอเหวยปังเลยสักครั้งตั้งแต่ถูกจับกุมจวบจนวาระสุดท้ายมาถึงในการประหารชีวิต ดังนั้นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีลักลอบค้าอาวุธครั้งใหญ่ในคราวนั้นคงมีแค่ตัวเหอเหวยปังคนเดียวเท่านั้นที่รู้….และเขายังเป็นหนึ่งในกลุ่มคนจำนวนเพียงหยิบมือที่รู้ว่าเฉินอันหลานยังคงมีชีวิตอยู่“พวกเราไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี แต่นายยังอารมณ์ร้อนไม่เปลี่ยนเลยนะ”เหอเหวยปังเผยรอยยิ้มบนใบหน้าและเดินมานั่งที่โซฟาข้าง ๆ เฉินอันหลาน เขาปรายตามองชายสองคนที่โดนซ้อมจนน่วมพร้อมกับเอ่ยขึ้น “ว่าไง ไอ้สองตัวนี้ไปขัดแข้งขัดขาอะไรนายเข้างั้นเหรอ?”เฉินอันหลานกระชากศีรษะของชายร่างอ้วนขึ้นมาจากพื้นแล้วกระแทกมันลงบนโต๊ะกระจกที่อยู่ตรงหน้า เลือดสด ๆ สีแดงเข้มหลั่งรินออกมาจากมุมปากที่บวมช้ำนั้นอย่างช้า ๆ ลูกน้องทั้งสองคนของเหอเหวยปังทำท่าจะปรี่เข้าไปทันทีที่เห็นภาพนั้น แต่ถูกผู้เป็นนายยกมือขวางเอาไว้เสียก่อน เฉินอันหลานเหลือบมองพวกเขาแวบเดียวคล้ายไม่ใส่ใจก่อนจะกระชากศีรษะนั้นขึ้นมาอีกครั้งแล้วทุ่มกลับลงไปที่พื้นดังเดิมชายร่างอ้วนในตอนนี้นอนหมดสภาพอยู่ที่พื้น ร่างนั้นกระตุกอยู่สองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป ไร้เรี่ยวแรงจะลุกขึ้นมาต่อกรได้อีกเฉินอันหลานก้มลงไปเก็บกล่องทิชชู่ที่หล่นอยู่ข้างปลายเท้าขึ้นมาจากพื้น ดึงกระดาษสองแผ่นออกมาเช็ดคราบเลือดที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนอยู่บริเวณนิ้วมือ ก่อนจะหันไปหยิบแก้วไวน์ที่ดูสะอาดที่สุดสองใบจากรถเข็นด้านข้างขึ้นมา รินของเหลวสีเข้มลงไปแล้วยื่นแก้วหนึ่งไปตรงหน้าเหอเหวยปังเถ้าแก่เหอเงยหน้าขึ้นมองเฉินอันหลานก่อนจะยื่นมือออกไปรับแก้วไวน์มาไว้ในมือเฉินอันหลายกระดกของเหลวที่อยู่ในนั้นจนหมดเกลี้ยง เขาคว่ำแก้วใบนั้นลงเพื่อแสดงว่าภายในไม่เหลือสิ่งใดไว้แม้แต่หยดเดียวเหอเหวยปังจ้องมองการกระทำนั้นนิ่ง รอยยิ้มละไมยังคงเจืออยู่บนใบหน้า ทว่าภายในแววตากลับว่างเปล่า รูม่านตาทั้งสองข้างหดลงเล็กน้อย นัยน์ตาคู่นั้นค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นและคมกริบ…การดื่มในลักษณะนี้เป็นวิธีการเดียวกับที่หวังเฉิงเคยทำในตอนที่รับเฉินอันหลานเข้ามาใหม่ ๆ พี่ใหญ่เชิญชวนชายหนุ่มคนนี้ให้มาร่วมรับประทานมื้อค่ำด้วยกัน และบอกกับเขาว่าหากต้องการเข้าร่วมเป็นพี่น้องกันให้ดื่มเหล้า 3 แก้วจนหมดไม่ให้เหลือแม้แต่หยดเดียวตามวิถีลูกผู้ชาย ตราบเท่าที่เหล้าทั้งสามแก้วไม่ถูกเททิ้งแม้แต่หยดเดียว เมื่อนั้นเฉินอันหลานก็จะผ่านการทดสอบ แต่ในเวลานี้ชายหนุ่มตรงหน้าเขากลับดื่มมันไปแค่แก้วเดียว นั่นบ่งบอกว่าเขาไม่คิดจะนับเหอเหวยปังเป็นพี่น้องด้วย กระนั้นคนคนนี้กลับยังคงใช้วิธีการเหมือนกับที่หวังเฉิงเคยทำ นั่นทำให้เถ้าแก่เหอไม่อาจคาดเดาได้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของเขานี้กำลังคิดอะไรอยู่“เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นเป็นฝีมือผมเอง ผมเป็นสายให้กรมตำรวจ” เฉินอันหลายวางแก้วที่ว่างเปล่าในมือลง เขาจ้องตรงไปที่เหอเหวยปังพร้อมกับเอ่ยขึ้น“และตอนนี้สถานะของผมก็เปลี่ยนไปแล้ว จากสายสืบกลายเป็นตำรวจจริง ๆ วันนี้เป็นภารกิจแรกของผมในฐานะเจ้าหน้าที่ของกรม…อย่างเป็นทางการ”นัยน์ตาของเหอเหวยปังแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง เขาจ้องมองใบหน้าของเฉินอันหลานอยู่พักหนึ่งก่อนเสียงหัวเราะจะถูกเปล่งออกมาจากคนที่นั่งอยู่“ฉันดีใจจริง ๆ ที่นายกลับมา แต่ถ้ามาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตำรวจ…เกรงว่าจะไม่ได้”เฉินอันหลานนิ่งเงียบอยู่นาน ผ่านไปครู่ใหญ่รอยยิ้มจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามนั้น เขาปลดบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานและปืนพกทิ้งลงบนโซฟา เหอเหวยปังจ้องมองการกระทำนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ ดวงตาของเขาหรี่แคบลง และเป็นอีกครั้งที่เขายังคงไม่อาจทำความเข้าใจกับความคิดของคนตรงหน้าได้“งั้นแบบนี้ได้ไหมครับ?”“ตกลงนายมีเรื่องอะไรกับสองคนนั้น?”“พวกมันฆ่าคนของผม”“แล้วนายคิดจะทำยังไงกับพวกมัน?”“เลือดก็ต้องล้างด้วยเลือด” เหอเหวยปังจ้องมองเฉินอันหลานนิ่ง ไม่คิดจะต่อบทสนทนานั้นอีกเฉินอันหลานขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น “เถ้าแก่จะยื่นมือเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ไหม?”“มันก็ไม่ได้ร้ายแรงมากนี่นะ” เหอเหวยปังลุกขึ้นยืนพลางส่งแก้วไวน์ที่ไม่ถูกแตะต้องไปให้ลูกน้องถือไว้ เขาเดินเข้าไปประชิดตัวเฉินอันหลานมากขึ้นก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบเสียงเบาที่ข้างใบหูนั้น“นี่พวกมันแค่ฆ่าคนของนาย นายยังอยากจะคิดบัญชีกับพวกมันขนาดนี้ แล้วกับคนที่มันมีส่วนทำให้พี่ใหญ่ต้องตาย นายว่าฉันในฐานะน้องของเขาควรจะทำยังไงดีล่ะ?”เฉินอันหลานหันไปมองเหอเหวยปังที่อยู่ด้านข้าง“เรื่องนี้ก็ส่วนเรื่องนี้ เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น รอผมจัดการกับไอ้สองคนนี้ให้เรียบร้อย แล้วหลังจากนั้นเถ้าแก่จะสะสางเรื่องอะไรกับผมก็เชิญ”รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเถ้าแก่เหอ เขาค่อย ๆ ยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของเฉินอันหลานอย่างแผ่วเบา ลูบไล้ไปมาก่อนจะออกแรงบีบปลายคางนั้นแน่น“ตอนนั้นที่พี่ใหญ่เฉิงพานายมาเจอฉันครั้งแรก รู้ไหมว่าฉันถูกใจนายมากเลยนะ แต่พี่ใหญ่บอกว่านายจะมาเป็นมือขวาของเขา ตอนนั้นฉันเลยไม่ได้แตะต้องนาย แต่ตอนนี้…เอาล่ะ ฉันจะรอจนกว่าธุระของนายจะเสร็จ และหลังจากนั้นนายจะต้องกลายเป็นของฉัน ใช้ร่างกายของนายปรนเปรอให้ฉันมีความสุข”“ผมแค่บอกให้เถ้าแก่คิดบัญชีกับผมยังไงก็ได้แต่ไม่ได้บอกว่าจะขึ้นเตียงด้วย” เฉินอันหลานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ“ฉันมีวิธีทำให้นายยอมตกลงได้ก็แล้วกัน” ปลายนิ้วของเถ้าแก่เหอยังคงวนเวียนลูบไล้ไปมาอยู่ที่ริมฝีปากของเฉินอันหลาน“แต่ขอเตือนอะไรสักอย่างด้วยความหวังดีนะ ไอ้สองคนนี้เป็นคนของหรงอันชิ่ง ถ้านายฆ่าพวกมัน ฉันมั่นใจว่าเขาจะต้องไม่ปล่อยนายไว้แน่”เฉินอันหลานแกะมือของเหอเหวยปังออก แล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ชั่วชีวิตนี้ผมไม่เคยกลัวใคร”เหอเหวยปังไล้ปลายนิ้วไปมาบริเวณริมฝีปากของเฉินอันหลานอีกครั้งก่อนจะยอมลดมือลงอย่างแสนเสียดาย เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ดังออกมาจากลำคอก่อนเจ้าของเสียงนั้นจะหมุนตัวเดินกลับไปนั่งที่โซฟาตามเดิม เป็นสัญญาณว่าเขาจะไม่ใส่ใจสิ่งใดก็ตามที่กำลังจะเกิดในห้อง VIP แห่งนี้เมื่อไร้คนขัดขวางแล้ว เฉินอันหลานก็หันไปลากร่างสะบักสะบอมของชายสองคนมาทิ้งไว้กลางห้อง เขาย่อตัวลงข้าง ๆ ชายร่างอ้วนพร้อมกับดึงสร้อยเส้นหนึ่งออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นมันไปตรงหน้าคนที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น“จำสร้อยเส้นนี้ได้ไหม?”ชายร่างอ้วนฝืนยกศีรษะอ่อนแรงของตนขึ้นมาจากพื้น พยายามเปิดปรือเปลือกตาที่บวมช้ำและเต็มไปด้วยเลือดสีเข้มขึ้นมามองของในมือเฉินอันหลาน ไม่นานชายคนนั้นก็แสยะยิ้มออกมาก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนบนพื้นตามเดิม หอบหายใจอย่างรุนแรงแล้วกล่าว “ก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็ตามมาแก้แค้นให้ไอ้เด็กหน้าขาวนั่นนี่เอง”“จำได้แล้วสินะ?” เฉินอันหลานเอ่ยถามอีกครั้งชายร่างอ้วนไม่ตอบคำ แต่กลับเป็นชายร่างผอมที่นอนอยู่ด้านข้างเป็นคนตอบแทน ชายคนนั้นหอบหายใจอยู่สองสามครั้ง คลี่ยิ้มยียวนอย่างไม่สำนึกทั้งที่ความตายกำลังจะมาเยือนในไม่ช้าพลางกล่าว“จำได้สิ เด็กผู้ชายตัวบาง ๆ ที่ถูกเลือกจากสถานีรถไฟเมื่อสองวันก่อน…ตัวขาว ๆ แถมผิวยังเรียบลื่น นุ่มมือสุด ๆ แต่น่าเสียดายที่ไม่ค่อยเชื่องเท่าไหร่ ถ้าอยู่นิ่ง ๆ ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแล้วแท้ ๆ”กล่าวจบ ชายร่างผอมก็แย้มรอยยิ้มออกมาดวงตาของเฉินอันหลานแดงก่ำด้วยความกรุ่นโกรธ เขากระชากคอเสื้อของชายร่างผอมขึ้นมาแล้วกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง หันไปคว้าเศษกระจกที่แตกกระจายตามพื้นขึ้นมาหนีบไว้ตามนิ้วมือ ใบหน้าโชกเลือดของชายผอมยังคงปรากฏรอยยิ้มอ่อนแรงราวกับคนเสียสติ เฉินอันหลานรัวหมัดพร้อมเศษกระจกแตกใส่ใบหน้านั้นอย่างไม่ยั้งมือ ชายร่างผอมใบหน้าแตกยับไปครึ่งหนึ่งจนดูไม่ได้ ฟันหลายซี่ที่อยู่ในปากกระเด็นหลุดออกมาจนเห็นรากฟันหลังจากถูกซัดไปหลายหมัด ชายร่างผอมก็ไม่สามารถยกยิ้มได้อีก ใบหน้านั้นอาบย้อมไปด้วยเลือดจนหาจุดที่สภาพดีไม่ได้อีกแล้ว ร่างนั้นทำได้แค่นอนหงายหายใจพะงาบ ๆ อยู่กับพื้นราวกับคนใกล้ตายหลังจากหมดธุระกับชายผอมแล้ว เฉินอันหลานก็หันไปกระชากคอเสื้อชายอ้วนขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ“อะไรคือถูกเลือก?”ชายร่างอ้วนที่เห็นเพื่อนถูกซ้อมจนสภาพดูไม่ได้ ความยโสโอหังที่เคยมีในตอนแรกก็มลายหายไป เขาถ่มน้ำลายที่เต็มไปด้วยเลือดลงพื้น จ้องมองไปยังเฉินอันหลาน หอบเอาอากาศเข้าปากครั้งหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น“ความหมายของมันก็คือเด็กคนนั้นถูกเลือกให้เป็นเป้าหมายของเรา…แต่เอาตามตรง ถ้าเด็กนั่นว่านอนสอนง่ายสักหน่อย เราก็ไม่ได้อยากฆ่าเขาหรอก”เฉินอันหลานกำหมัดแน่น ซัดเข้าที่ใบหน้าของชายอ้วนไปสองทีแล้วกระชากคอเสื้อขึ้นมาถามต่อ“ใครเป็นคนเลือก?”ชายร่างอ้วนกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง เขามองเฉินอันหลานอีกครั้งก่อนจะหันไปมองเหอเหวยปังที่นั่งอยู่บนโซฟาก่อนจะยิ้มออกมาและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง“วันนี้มันเป็นวันสานสัมพันธ์พี่น้องหรือไงกัน ไม่ยักรู้ว่าแกรู้จักกับเถ้าแก่เหอด้วย จะฆ่าก็รีบฆ่าเถอะ อย่ามัวแต่พูดจาไร้สาระอยู่เลย”“หรงอันชิ่งใช่ไหม?”“…”ชายร่างอ้วนไม่พูดสิ่งใดอีก และเฉินอันหลานก็มีคำตอบในใจเรียบร้อยแล้วในตอนนั้นเองที่เหอเหวยปังลุกขึ้นมาจากโซฟา เขาโบกมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องลากชายทั้งสองออกจากห้องไป ส่วนตัวเองก็หันมารินไวน์ใส่แก้วแล้วยื่นให้เฉินอันหลาน“ฉันก็พอจะได้ยินเรื่องพวกนี้มาบ้างเหมือนกัน เล่นกันถึงตายก็มี คนบางคนชอบหาเรื่องตื่นเต้นเร้าใจให้ตัวเอง พวกเขาจะสุ่มเลือกโอเมก้าขึ้นมาคนหนึ่งและแข่งขันกัน ใครได้คนนั้นไปก็ถือว่าชนะ แต่เรื่องที่ฉันคาดไม่ถึงก็คือการที่หรงอันชิ่งให้ลูกน้องของตัวเองลงเล่นในเกมนี้ด้วย”ได้ยินดังนั้น เฉินอันหลานก็ยิ่งกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นเหอเหวยปังมองมือของเฉินอันหลานที่เต็มไปด้วยเลือดแวบหนึ่ง เขาหันไปชูแก้วไวน์ไปตรงหน้าเฉินอันหลานพลางแกว่งมันเบา ๆ“ดื่มสักหน่อยให้สมองโล่ง”เฉินอันหลานปรายตามองไปทางเหอเหวยปัง สายตาคู่นั้นเย็นเยียบและคมกริบเสียจนน่าขนลุกเหอเหวยปังยิ้มพร้อมกับชูแก้วไวน์ในมือขึ้นอีกครั้งเฉินอันหลานยอมละสายตาออกจากคนตรงหน้าและยื่นมือไปรับแก้วมากระดกดื่มรวดเดียวจนหมด เหอเหวยปังจ้องมองการกระทำนั้นอย่างเงียบงัน รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าค่อย ๆ ลามขึ้นไปถึงในดวงตา“ติ้ด ติ้ด…”พอไวน์หมดแก้ว เสียงสัญญาณจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่บนนาฬิกาข้อมือก็ดังขึ้นพอดีเฉินอันหลานควานหาหูฟังขึ้นมาสวมใส่ และในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างออกมานั้นเอง ภาพตรงหน้าของเขาก็เริ่มพร่ามัว เพดานห้องหมุนวนจนคนที่ยืนอยู่ไม่อาจทรงตัวไว้ได้อีก ในตอนนั้นเองที่เหอเหวยปังถึงตัวเฉินอันหลานและประคองร่างนั้นไว้ในอ้อมกอดได้อย่างพอดิบพอดีเฉินอันหลานที่ไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวพยายามจะเอื้อมมือไปดันเหอเหวยปังออก ทว่าเขากลับพบว่าแขนของตนไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะทำแบบนั้นได้“เถ้าแก่ใส่อะไรลงไปในแก้ว?”เฉินอันหลานรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ดวงตาพร่ามัว แม้แต่ภาพใบหน้าของเหอเหวยปังที่ยืนอยู่ด้านข้างก็กลายเป็นภาพซ้อน ๆ กันจนไม่อาจโฟกัสได้อีก โลกทั้งใบราวกับกำลังหมุนคว้างในความรู้สึกของเฉินอันหลานเหอเหวยปังกระชับอ้อมกอดที่มีเฉินอันหลานอยู่ให้แน่นขึ้น เขายกยิ้มอย่างสมใจ ขยับใบหน้าเข้าไปชิดใบหูอีกฝ่ายและกระซิบเสียงแผ่ว“M3 ของใหม่น่ะ”เฉินอันหลานอยากจะซัดหน้าคนคนนี้สักทีสองที ทว่าหลังจากโดนยาเข้าไป แขนขาของเขาก็อ่อนปวกเปียกไปหมด เหอเหวยปังรวบแขนไร้เรี่ยวแรงที่พยายามจะทำร้ายร่างกายเขาไว้ได้พอดี แย้มรอยยิ้มบางพร้อมกับสูดดมกลิ่นกายจากข้างแก้มของเฉินอันหลานไปทีหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากกับคนในอ้อมกอด“อย่ากังวลไปเลย แค่ครั้งเดียวไม่ติดหรอก พรุ่งนี้นายก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว พ่อตำรวจคนเก่ง”“ปล่อย ปล่อยผม”“อาเล่อ ตัวนายหอมมาก หอมไปหมดทั้งตัว แม้แต่เส้นผมก็ยังหอม”“ออกไป!”เหอเหวยปังกอดเฉินอันหลานไว้และเชยคางเขาขึ้นก่อนพูด“เด็กดี คืนนี้นายต้องเป็นของฉัน ฉันจะทำให้นายมีความสุขจนต้องเรียกชื่อฉันไม่ขาดปากเชียวล่ะ ตอนนี้ก็ทำตัวเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่ายไปก่อนนะรู้ไหม”เฉินอันหลานถลึงตาใส่เหอเหวยปัง นึกเกลียดตัวเองเสียเหลือเกินที่ประเมินอีกฝ่ายต่ำเกินไป แต่มาสำนึกได้เอาตอนนี้มันก็สายไปเสียแล้ว เฉินอันหลานไม่อยากจะคิดเลยว่าตัวเองจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ไม่อยากคิดเลยว่าเหอเหวยปังจะทรมานเขายังไง…

    คล้ายกับเรื่องยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808