น้ำมนต์ไม่กล้าเงยหน้า ขาทั้งสองข้างของเขาสั่น ไร้เรี่ยวแรงจนไม่อาจวิ่งหนีได้ คุณใสเคยบอกว่าอย่าทำตัวให้พวกผีรู้ว่าเรามองเห็น มองข้ามได้ก็มองข้าม ทำเหมือนพวกมันเป็ธาตุอากาศที่มีรูปร่าง ยิ่งเราให้ค่ากับมัน สิ่งนั้นจะยิ่งมีพลังและเข้าหาเรามากขึ้น ดังนั้นจงเมินสับปะรดพวกนั้นซะ!! (น้ำมนต์เกลียดสับปะรดที่สุด)
แค่พูดก็ง่ายสิ...กว่าสิบปีที่น้ำมนต์พยายามไม่สนใจพวกมัน แล้วดูสภาพเขาตอนนี้สิ แค่ดูก็รู้ว่าคำแนะนำของคุณใสใช้ไม่ได้ผล
ร่างไร้ใบหน้าหยุดลงห่างจากน้ำมนต์ไปเพียงหนึ่ง่แขน มันย่อตัวลง จ้องมองเด็กหนุ่มที่กำลังสั่นกลัว หูของน้ำมนต์ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากลำคอที่ทะลุเป็รู ผีตนนั้นเอื้อมมือออกมาเพื่อััใบหน้าของน้ำมนต์
ก่อนที่อะไรจะแย่ไปมากกว่านั้น คุณใสก็เดินเข้ามาขวางตรงกลางระหว่างน้ำมนต์กับิญญาไร้หน้า เขาทำเป็มองไม่เห็นิญญาตนนั้น ฉุดดึงน้ำมนต์ให้ลุกขึ้น
ร่างของน้ำมนต์เปลี่ยนสถานะเป็ของเหลว ไหลไปตามแรงดึงของคุณใส
"โอ๊ย หิวแล้วๆ ขอโทษที่ช้านะเ้าเด็กน้อย"
คุณใสช้อนร่างของน้ำมนต์ขึ้น โดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้างที่กำลังเพ่งมองอย่างสนอกสนใจ
ในตอนนี้ แทนที่จะรู้สึกกลัว น้ำมนต์กลับรู้สึกร้อนไปทั้งตัว เขาไม่มีแรงจะดิ้นหนี จึงมุดหน้าลงกับอกของคุณใสแทน
หลินซีที่เห็นเหตุการณ์เดินเข้ามาด้วยสีหน้าราบเรียบ
"นายจะไปห้องพยาบาลอยู่ไหม?"
คุณใสจ้องมองเธอด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"เธอเป็ใครฮะ?!"
"เพื่อนของน้ำมนต์ คนที่นายอุ้มอยู่นั่นน่ะ" หลินซีเอียงคอมองน้ำมนต์อย่างเป็ห่วง "ให้ช่วยไหม?"
"ไม่ต้อง!" คุณใสสวนกลับทันที "ฉันจัดการได้!"
น้ำมนต์พยายามจะอธิบาย แต่คุณใสก็หอบเอาร่างผอมบางเดินผ่านตัวหลินซีไปอย่างไม่ไยดี
ปกติคุณใสชอบทำตัวหยาบคายใส่ทุกคน ถึงเขาจะปากไม่ดี และชอบกลั่นแกล้งคนอื่นอยู่บ้าง แต่เขาไม่ใช่คนไม่ดี น้ำมนต์ไม่อยากให้เพื่อนใหม่เข้าใจพวกเขาทั้งสองผิดไปจึงพยายามจะขอโทษ
หลินซีพยักหน้าเข้าใจ เธอเหมือนจะไม่ถือสาคำพูดของคุณใส แม้เธอจะทำหน้านิ่งเฉยอยู่ตลอดเวลา แต่เธอก็มีการตัดสินใจที่เฉียบขาด มีเหตุผล และดูเป็ผู้ใหญ่อย่างน่าเหลือเชื่อ
"ห้องพยาบาลอยู่ใต้ตึกบริหารติดกับโรงอาหารนะ เผื่อนายอยากรู้" หลินซีพูดทิ้งท้ายและโบกมือลา
คุณใสทำเสียงจิ๊จ๊ะเดินกระทืบเท้าไม่พอใจ แต่ก็ยังมุ่งตรงไปห้องพยาบาลตามทางที่หลินซีบอก
เ้าหน้าที่ดูแลห้องพยาบาลเหมือนจะไปเข้าห้องน้ำ คุณใสเลยพาน้ำมนต์เข้าไปนั่งบนเตียงผู้ป่วยโดยพลการ
"ยัยคนนั้นเป็ใคร?" เมื่อประตูปิดลงคุณใสก็ยิงคำถามใส่น้ำมนต์ทันที
"อย่าว่าเพื่อนสิ" น้ำมนต์ติ แต่นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าไม่พอใจ
"นี่นายนอกใจฉันงั้นเหรอ? จะบอกว่าแค่วันเดียว ไม่สิ แค่ไม่กี่นาทีก็เป็เพื่อนกันแล้ว งั้นฉันที่ตามแกล้งนายมาั้แ่เจ็ดขวบล่ะ เป็อะไร?"
ใบหน้าของน้ำมนต์กลายเป็สีแดง
"แล้วต้องนานแค่ไหนถึงจะเป็เพื่อนได้เล่า อีกอย่างฉันไม่ได้...ไม่ได้..."
"ไม่ได้อะไร?"
ไม่ได้นอกใจเฟ้ย! (น้ำมนต์ไม่ได้กล่าวอีกเช่นเคย)
"ไม่รู้ๆ!"
คนตัวเล็กมุดเข้าไปใต้ผ้าห่ม เพื่อหลบซ่อนความเขินอายบนใบหน้า

คุณใสฉีกยิ้มกว้างอย่างพอใจ เด็กที่ถูกเขาแกล้งในวันนั้น บัดนี้ก็ยังคงถูกแกล้งอยู่เช่นเดิม ความเคยชินที่คุณใสหมั่นสั่งสมเ่าั้ได้ฝังรากลึกลงในตัวน้ำมนต์เป็ที่เรียบร้อยแล้ว ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูนั่น ทำให้คุณใสอดไม่ได้ที่จะโผเข้าไปกอด มุดหาใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างสนุกสนาน
ร่างเล็กพยายามดึงผ้าหนี แต่คุณใสก็รุดเข้ามาอย่างไม่ลดละ
หนีได้ก็หนีไป คุณใสไม่เคยเหนื่อยที่จะตามแกล้งนายตัวเล็กคนนี้อยู่แล้ว
คุณใสเลียริมฝีปาก มองเ้าก้อนกลมกระเถิบหนีเหมือนซาลาเปาลูกโต มันทั้งดูนุ่มนิ่มและน่ากินเป็ที่สุด
ที่ผ่านมาเพราะนิสัยขี้กลัวของน้ำมนต์ ทำให้ไม่ว่าใครก็รุมรังแกเขาได้ ไม่เว้นแม้แต่พวกคนที่ตายไปแล้ว ผิดกับคุณใสที่ไม่เคยกลัวสิ่งใด พร้อมมีเื่ไม่ว่ากับคนหรือผี ปากแซ่บที่สุดในซอย ใครก็ตามที่มาหาเื่น้ำมนต์ คุณใสก็พร้อมใส่เดี่ยวด้วยหมด
ด้วยศักยภาพนั้นคุณใสจึงตั้งตนเป็ผู้ปกป้องน้ำมนต์ และยังคงปฏิบัติหน้าที่นั้นตราบจนถึงทุกวันนี้
แต่แล้ว พอมองเ้าก้อนผ้าห่มตรงหน้าพยายามขัดขืน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนเพิ่งออกตัวช่วยเหลือเอาไว้ ไม่เพียงไม่ได้รับคำขอบคุณ ยังโดนหลบหน้าเช่นนี้อีก นี่มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
คุณใสกระเถิบเข้าใกล้เ้าก้อนผ้าห่ม เริ่มเปิดฉากการแสดงระดับที่ซูเปอร์สตาร์ยังต้องอาย
"ใช่สินะ ฉันมันทำอะไรก็ไม่เคยดี...คงเป็ได้แค่คนร้ายในสายตานายเสมอสินะ น่าน้อยใจชะมัด"
คุณใสหันหนี แสร้งทำหน้าเศร้าและเสียงสะอื้น
มันได้ผล คนในผ้าห่มค่อยๆ ชะเง้อมองร่างใหญ่ที่หันหลังให้อย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นว่าคนขี้แกล้งเงียบไปนานเกิน 3 นาที น้ำมนต์ก็เริ่มใจอ่อน ในที่สุดก็ติดกับความเ้าเล่ห์ของคุณใสเข้าจนได้
"ฉันไม่ได้มองว่านายเป็คนไม่ดีนะ" น้ำมนต์พยายามดึงแขนเสื้อของคุณใส
"อุตส่าห์ช่วย ก็เอาแต่ดุกันตลอด..." คุณใสตัดพ้อ
"ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะ"
"ทำดีกับฉันบ้างไม่ได้หรือไง?"
"รู้แล้วๆ ฉันจะทำดีด้วย...เลิกงอนได้แล้ว"
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนหน้าหนาๆ ของคุณใส
"ต้องไปกินข้าวกับฉันก่อน"
"ฉันกินข้าวกับนายประจำอยู่แล้วนี่" น้ำมนต์เอียงคอ
"งั้นป้อนข้าวด้วย" คุณใสยังไม่ยอมแพ้
"นายเป็เด็กหรือไง?"
"นั่นไง!...ดุอีกแล้ว!" คุณใสโพล่งขึ้น หันไปทำหน้าง้องอนอีกครั้ง "หนหน้าจะปล่อยให้ผีพวกนั้นหิ้วไปซะเลย!"
"ไม่ๆ ไม่เอานะ!!" น้ำมนต์รีบดึงแขนของคุณใสเอาไว้ พลางส่ายศีรษะรัว ๆ "ถ้านายไม่ช่วย ฉันคงใช้ชีวิตแบบคนปกติไม่ได้แน่..."
"นี่มันเกินไปหรือเปล่า?" คุณใสกอดอกทำกระฟัดกระเฟียด "ใช้ฉันเป็เครื่องไล่ผี เกาะติดจนแทบไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบ แล้วยังชอบดุฉันอีก ไม่คิดว่ามันเห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือไง?"
น้ำมนต์เถียงไม่ออก เขารู้ดีว่าสิ่งที่ตนเรียกร้องออกจะเป็อะไรที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัว อีกทั้งยังเป็ภาระให้คนอื่น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกว่าเื่ที่คุณใสกล่าวหาว่าเขาเกาะติดคุณใสนั่นมันไม่ถูกต้อง เพราะในความเป็จริง คนที่ไม่ยอมให้น้ำมนต์ได้อยู่คนเดียวคือคุณใสต่างหาก ขนาดน้ำมนต์คุยกับหลินซี คุณใสยังพาลใส่เธอเลย...คิดดูสิ!
แม้อยากเถียงใจจะขาด แต่ส่วนหนึ่งที่คุณใสพูดมันก็เป็ความจริง ถ้าไม่มีคุณใสอยู่ น้ำมนต์คงถูกรบกวนจากคนตายจนไม่เป็อันใช้ชีวิตกันพอดี
เมื่อคุณใสเห็นว่าอีกฝ่ายไม่โต้เถียง และเริ่มแสดงสีหน้ารู้สึกผิด เขาจึงถือโอกาสขอในสิ่งที่ไม่มีวันเป็ไปได้
"แบบนี้ฉันต้องเรียกร้องรางวัลในการทำหน้าที่เครื่องรางบ้างแล้วมั้ย?"
"จะให้ฉันทำอะไรก็ได้ นายอยากให้ฉันทำอะไร จะทำให้หมดเลย" น้ำมนต์พูดอย่างจริงจัง
คุณใสแสร้งทำเป็คิดมาก
"มันออกจะยากอยู่นะ นายจะทำได้จริงหรือ?"
"ได้สิ ฉันทำได้!" น้ำมนต์พยักหน้ารัวๆ
ดูสิ ไม่ระวังตัวอีกแล้ว...คุณใสหงุดหงิดเล็กน้อยที่คนตัวเล็กยอมรับคำขอของผู้อื่นง่ายๆ โดยไม่ถามรายละเอียดให้ชัดเจน เพราะแบบนี้ถึงได้ถูกเอาเปรียบอยู่เสมอ แต่ก็ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งคุณใสเองก็รู้สึกพอใจที่ตนไม่ถูกปฏิเสธ...เป็ไปตามแผนเป๊ะ!
"งั้นหลับตาสิ" คุณใสเอ่ย
"ทะ ทำไมต้องหลับตาด้วย?" น้ำมนต์ถามอย่างระมัดระวัง
หลายต่อหลายครั้งที่คุณใสชอบสั่งให้น้ำมนต์หลับตา หลังจากนั้นคนตัวเล็กก็มักจะถูกแกล้งด้วยวิธีแผลงๆ นั่นทำให้น้ำมนต์ลังเลที่จะทำตาม
"แน่ะ! ไหนว่าทำได้ทุกอย่างไง แค่หลับตานายยัง...!"
"รู้แล้วๆ แค่หลับตาใช่มั้ยล่ะ!"
น้ำมนต์หลับตาลงอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
ปลายนิ้วของเขารู้สึกวูบวาบเมื่อต้องอยู่ในความมืด ยากจะควบคุมความคิด ได้แต่ต้องมโนเอาเองว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรในขณะที่มองไม่เห็น
คุณใสมองคิ้วของคนตรงหน้าขมวดเข้าหากันอย่างขบขัน แม้ร่างเล็กจะทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจ ทว่าในสายตาคุณใส มันกลับยิ่งทำให้คนตัวเล็กดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า
"นายจะทำอะไร...อึ้ก!"
คำถามของน้ำมนต์ถูกกลืนหายกลับเข้าไปในลำคอ เมื่อคุณใสโน้มตัวเข้ามาประทับริมฝีปากของเขาเข้ากับน้ำมนต์
ัันุ่มนวลที่ริมฝีปากชัดเจนจนร่างเล็กถึงกับชาไปทั้งตัว
ดวงตาของน้ำมนต์เบิกกว้าง หัวสมองยุ่งเหยิงราวกับก้อนไหมพรม ใบหน้าของคุณใสอยู่ใกล้มากจนกลายเป็ภาพเบลอ น้ำมนต์ลืมที่จะขัดขืน ลืมแม้กระทั่งวิธีหายใจ จนอีกฝ่ายผละออกช้าๆ
คุณใสยิ้มมุมปากอย่างพอใจเมื่อเห็นว่าร่างเล็กไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธ
"จากนี้ไป ถ้าอยากให้ช่วย นายก็ต้องจุ๊บฉันก่อน เข้าใจ๊?"
"หา...?"
และนั่นก็เป็จุดเริ่มต้นของพฤติกรรมประหลาดๆ ของพวกเขาทั้งสองคนในรั้วมหาวิทยาลัย