ครึ่งชั่วยามผ่านไปหลังจากบรรดาศิษย์อันธพาลพากันวิ่งหนีหายไปพร้อมน้ำตาแห่งความปิติ
ณ มุมอับของซากโรงครัว เงาสีดำขนาดเท่าลูกเมล่อนค่อยๆ ย่องเข้ามาอย่างเงียบเชียบ เยี่ยนอู๋อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น คาบก้อนหยกสีเขียวมรกตที่แผ่กลิ่นอายบริสุทธิ์จางๆ เอาไว้ในปาก 'หยกชำระปราณ' ของวิเศษล้ำค่าที่อสูราเพิ่งแอบไปขโมยมาจากคลังสมบัติของสำนัก
ดวงตาสีแดงฉานของลูกหมาดำจ้องมองแผ่นหลังของหลินเฉาที่กำลังนั่งขัดสมาธินับเหรียญเงินอยู่บนพื้นอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เยี่ยนอู๋แค่นเสียงหยันในลำคอ ก่อนจะใช้เท้าเขี่ยขี้เถ้าใต้เตาไฟที่พังไปครึ่งแถบ แล้วซุกซ่อนหยกชำระปราณลงไปอย่างแเี
*คอยดูเถอะเ้าขยะ คราวนี้ยอดฝีมือที่ตามกลิ่นหยกมา จะต้องสับเ้าเป็หมื่นชิ้นแน่!* เยี่ยนอู๋คิดในใจพลางถอยกลับไปซ่อนตัวในกองฟืน
คล้อยหลังเพียงไม่กี่อึดใจ บรรยากาศรอบโรงครัวที่เคยเงียบสงบก็พลันเย็นเยียบลงอย่างไร้สาเหตุ
หลินเฉาที่กำลังยิ้มกริ่มชะงักมือที่กำลังเก็บเหรียญเงิน เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งยืนสงบอยู่ตรงช่องว่างที่เคยเป็ประตู
ผู้มาเยือนเป็ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีขาวขลิบน้ำเงิน บ่งบอกถึงฐานะศิษย์สายในอันสูงส่ง ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเป็มิตร แต่ดวงตาที่หรี่โค้งราวกับพระจันทร์เสี้ยวนั้นกลับแฝงความเ็าจนน่าขนลุก
"สวัสดีศิษย์น้อง ไม่ทราบว่าเกิดเื่อันใดขึ้นที่นี่หรือ?" ศิษย์พี่หน้ายิ้มเอ่ยถาม น้ำเสียงนุ่มนวลราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ
หลินเฉาสะดุ้งโหยง รีบซ่อนถุงเงินไว้ด้านหลัง เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมเต็มแผ่นหลัง *แย่แล้ว! ศิษย์สายในมาตรวจตราความเรียบร้อย ขืนบอกว่าข้าฟาดตะหลิวจนกำแพงพัง มีหวังโดนจับเข้าคุกค่ายกลแน่!*
"เอ่อ... ขะ... ข้าน้อยทำพลาดตอนจุดไฟขอรับ เตาไฟจึง... ะเิตู้ม!" หลินเฉากล่าวเท็จหน้าตายพร้อมกับทำมือประกอบจังหวะะเิ
ศิษย์พี่หน้ายิ้มหัวเราะเบาๆ รอยยิ้มบนใบหน้าไม่จางหายไปแม้แต่น้อย "โอ้ ช่างอันตรายยิ่งนัก หากศิษย์น้องไม่ว่าอะไร ข้าขออนุญาตเดินตรวจตราเสียหน่อย จะได้แน่ใจว่าไม่มีจุดใดเสี่ยงต่อการพังทลายลงมาอีก"
ชายหนุ่มในชุดขาวก้าวเดินเข้ามาในซากโรงครัวอย่างเชื่องช้า ทว่าในแขนเสื้อของเขานั้นซุกซ่อนเข็มทิศปราณขนาดจิ๋วที่กำลังสั่นระริก ศิษย์พี่หน้ายิ้มเดินวนรอบโรงครัว ก่อนจะมาหยุดยืนอยู่หน้าเตาไฟที่เหลือแต่ซาก
รอยยิ้มของเขาฉีกกว้างขึ้นไปอีก เขาััได้ชัดเจนว่า 'หยกชำระปราณ' ถูกซ่อนอยู่ใต้ขี้เถ้าในเตาไฟนี้!
*ที่แท้ก็เป็หัวขโมยที่แกล้งทำตัวเป็คนครัวชั้นต่ำเพื่อตบตา... ฝีมือซ่อนเร้นปราณช่างยอดเยี่ยมนัก แต่คิดจะตบตาข้าผู้นี้ คงต้องไปฝึกมาใหม่อีกร้อยปี* ศิษย์พี่คิดในใจอย่างเยือกเย็น
แทนที่จะชักกระบี่ออกมากระซวกหลินเฉา ศิษย์พี่หน้ายิ้มกลับหันมาพยักหน้าให้ "เตาไฟของเ้าน่าจะเก่าเกินไปจริงๆ นั่นแหละ เพื่อความปลอดภัย ข้าจะช่วยร่ายอาคมป้องกันไว้ให้คราวหน้าจะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุอีก"
ศิษย์พี่เดินเข้าไปใกล้เตาไฟ แกล้งทำเป็สำรวจรอยแตก ก่อนจะวาด 'อาคมะเิปราณ' ลงบนพื้นอิฐอย่างเงียบกริบ ซ่อนอักขระสั่งตายไว้อย่างแเี อาคมนี้ถูกตั้งเงื่อนไขไว้แล้ว ขอเพียงมีเปลวไฟลุกขึ้นที่เตานี้เมื่อใด อาคมจะะเิพลังทำลายล้างที่รุนแรงพอจะลบโรงครัวทั้งหลังให้หายไปในพริบตา!
*เด็กครัวอย่างเ้า ไม่ช้าก็ต้องก่อไฟทำกับข้าว และในวินาทีที่เปลวไฟแรกลุกโชน เ้าก็จะแหลกเป็ผุยผงไปพร้อมเตา โดยไม่มีผู้ใดโยงมาถึงข้าได้แม้แต่น้อย แล้วข้าค่อยกลับมาเก็บหยกท่ามกลางซากปรักหักพังทีหลัง*
"เรียบร้อยแล้ว... อ้อ จริงสิ ข้าได้ยินกิตติศัพท์มาว่าฝีมือบะหมี่ของศิษย์น้องเลื่องลือนัก" ศิษย์พี่หน้ายิ้มหรี่ตายิ้ม "รบกวนเตรียมไว้ให้ข้าสักชามได้หรือไม่ เดี๋ยวขากลับข้าจะแวะมารับ ถือเสียว่าเป็ไมตรีต่อกัน" สิ้นเสียงก็ประสานมือบอกลาอย่างมีมารยาท ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากโรงครัวไปอย่างสง่างาม
หลินเฉาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก *โชคดีจริงๆ ที่เจอศิษย์พี่ใจดี ไม่เอาเื่แถมยังช่วยซ่อมเตาให้อีก! สำนักกระบี่เมฆาคล้อยนี่คือดินแดนแห่งคนดีชัดๆ!*
ขณะเดียวกัน ณ ลานซักล้างด้านนอก ศิษย์พี่หน้ายิ้มที่กำลังเดินทางกลับไปยังยอดเขา บังเอิญสวนกับศิษย์สำนักนอกคนหนึ่งแบกฟืนเข้ามา ใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้นละม้ายคล้ายคลึงกับเคนหนีที่เพิ่งตายไปก่อนหน้าราวกับฝาแฝด
"คารวะศิษย์พี่สายใน!" เคนหนีคนที่หกหยุดเดินและก้มศีรษะทำความเคารพอย่างกระตือรือร้น
ศิษย์พี่หน้ายิ้มหยุดฝีเท้า แล้วมองใบหน้าของเด็กแบกฟืนด้วยสายตาเรียบเฉย
"ขยันขันแข็งดีมาก ศิษย์น้อง"
ศิษย์พี่ฉีกยิ้มอบอุ่น ก่อนจะยกมือขึ้น "ตบไหล่" เคนหนีคนที่หกเบาๆ สองครั้ง
"ขอบคุณศิษย์พี่ที่ชี้แนะ!" เคนหนีคนที่หกยิ้มร่า เขารีบแบกฟืนเดินตรงเข้าไปในโรงครัวอย่างอารมณ์ดี
"ศิษย์น้องหลิน! ข้าเอาฟืนมาส่ง..."
เคนหนีคนที่หกก้าวเท้าพ้นธรณีประตูโรงครัว ทว่าคำพูดของเขายังไม่ทันจบประโยค ปราณสังหารที่ศิษย์พี่หน้ายิ้มลอบฝังไว้ผ่านการตบไหล่เมื่อครู่ ก็ปะทุขึ้นตามกำหนดเวลา!
หัวใจของเขาถูกบีบอัดจนแหลกสลายดุจถูกมือที่มองไม่เห็นขยี้ ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกโพลง มัดฟืนร่วงหล่นกระจัดกระจาย ก่อนที่ร่างนั้นจะล้มหน้าทิ่มกระแทกพื้น สิ้นใจตายขาดหน้าหลินเฉาในพริบตา!
"์เถอะ! เคนหนีมาตายในครัวข้าอีกแล้ว!" หลินเฉาแผดเสียงร้องลั่นด้วยความขวัญผวา เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง
ทว่านั่งหอบอยู่เพียงครู่ ความตื่นตระหนกก็ค่อยจางลง ด้วยว่าตลอดหลายวันมานี้เ้าเคนหนีตายให้เห็นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกหนก็ดันโผล่หน้ากลับมาใหม่ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
*ช่างเถอะๆ เ้าเคนหนีนี่แปลกประหลาดนัก ตายกี่ทีก็ฟื้นกลับมาใหม่ทุกที คราวนี้ก็คงเหมือนเดิมแหละมั้ง อย่าเพิ่งใไปเลย* หลินเฉาปลอบใจตัวเองพลางลูบหน้าอก
พอตั้งสติได้ เขาก็นึกถึงคำสั่งของศิษย์พี่สายในใจดีที่ฝากให้ต้มบะหมี่รอไว้สักชาม จะขัดใจรุ่นพี่ที่อุตส่าห์ไม่เอาเื่เตาพังก็ใช่ที่ หลินเฉาจึงถอนหายใจเฮือก ค่อยๆ เก็บมัดฟืนที่เคนหนีหอบมาส่งก่อนสิ้นใจ มาก่อกองลงในเตา แล้วง้างหินเหล็กไฟขึ้นจุด
ไกลออกไป เงาชุดขาวของศิษย์พี่หน้ายิ้มได้ลับหายไปตามทางขึ้นยอดเขาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
และในวินาทีที่ประกายไฟแรกวาบขึ้นเลียกองฟืน อักขระสั่งตายที่ซ่อนอยู่ใต้เตาก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นตามเงื่อนไข อาคมะเิปราณทอแสงสีแดงฉานวาบขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ นับถอยหลังสู่ความพินาศ!