ตอนที่ 25
กฎเกณฑ์เดินหมาก
“เ้าเด็กคนนี้ เจรจาความร้ายกาจไม่เบา” หลิวเหวินหงแม้ยินดีที่ถูกยกยอแต่นั่นกลับมิใช่เหตุผล ที่ตนเองแสดงออกว่าชอบอกชอบใจการกระทำในครั้งนี้ของหยางอี้ยิ่งนักเพราะสิ่งที่ทำให้ผู้เฒ่ายินดีนั้น คือการได้เห็นความสามารถในการเจรจาของหลานชาย ว่ามีส่วนคล้ายผู้เป็พ่อของมันอยู่หลายส่วน“ตกลง !!! ตาของเ้ารับปากเล่นพนันกับเ้าด้วย”หลิวเหวินหงเมื่อเอ่ยรับปาก ก็หันไปมองหน้าหลิวซีอิ๋งบุตรี
“ตกลง แม่ก็รับปากเ้าเช่นกัน” เมื่อหลิวซีอิ๋งตกลง ก็หันไปมองหน้าหยางเฉิงต่อทันที
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตกลง ตกลง เ้าตัวแสบร้ายกาจนัก วิธีการนี้ของเ้านับว่าไม่เบาแต่สัญญาก็เป็สัญญาหากเ้าพ่ายแพ้หมดรูป ก็อย่าได้เรียกหามารดาเ้ามาช่วยเหลือละ”หยางเฉิงตอบคำพลางหยอกเย้าภรรยาตนเอง ซึ่งดูจะชอบอกชอบใจคำกล่าวของหยางอี้เป็อย่างยิ่ง
“ไม่ต้องให้ท่านแม่ช่วยหรอกขอรับ เพราะแข่งขันเช่นนี้ ล้วนต้องยุติธรรมเท่าเทียมแถมอีกเดี๋ยวท่านแม่ก็ต้องมาประลองกับข้าด้วยเช่นกัน”ครานี้เด็กน้อยยิ้มกว้าง
“ดีหากเ้าเอาชนะท่านพ่อของเ้าได้ แม่จะเป็ผู้สั่งสอนเ้าเอง ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า”หลิวซีอิ๋งเห็นบรรยากาศกลายเป็สนุกสนานจึงเอ่ยอวดโอ่ แถมหยอกผู้เป็สามีดูบ้างเมื่อนั้นทั้งห้องจึงอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ และความสนุกสนาน ยิ่งสนทนาความตึงเครียดของสถานการณ์คับขันของตระกูลหลิวยิ่งหลีกห่างออกจากพื้นที่ห้องหนังสือแห่งนี้ แม้ผู้ชายทั้งสองจะไม่รับรู้แต่หลิวซีอิ๋งผู้เป็แม่ได้แต่อมยิ้มชื่นมื่น ส่งแววตาชมเชยบุตรชายตัวน้อยของตนเองอย่างเงียบๆ เพราะนางรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในอารมณ์ที่ผ่อนคลายของสามีและบิดาตนเองดี
...หยางอี้หลังจากฟื้นขึ้นมาครั้งนี้ เ้าช่างเป็บุตรที่วิเศษยิ่งนักหากเื่ร้ายที่กระหน่ำคุกคามครอบครัวของพวกเราหมดสิ้นไปในเร็ววัน ก็คงจะดีมิใช่น้อย
เมื่อคิดถึงเื่ร้าย รอยยิ้มของหลิวซีอิ๋งก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนและกำลังจะเจือด้วยคราบน้ำตา แต่ก็ยังไม่ทันจะเกิดขึ้นเพราะทันทีที่มันใกล้จะเอ่อซึมหยางอี้ก็สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนในห้องหนังสืออีกครั้ง
“ท่านพ่อกระดานที่ท่านต่อนี่มันสำหรับเด็กหัดเดินหรืออย่างไร”
คำกล่าวของหยางอี้ทำให้ทั้งสามหันมองหน้ากันเลิกลั่ก แม้รู้ว่าการเดินหมากกระดานหนึ่งเขตแดนนั้นสามารถจัดวางด้วยหมากหกสิบสี่ตา ซึ่งถือเป็ขอบขั้นต่ำสุดของหมากกลศึก แต่การจะเดินหมากมากกว่าหนึ่งเขตแดนนั้นการคิดคำนวณจะยิ่งซับซ้อนแม้แวบแรกจะมองว่าหยางอี้เพียงเอ่ยสนุกสนานขึ้นมา แต่เด็กน้อยกลับไม่มีทีท่าลดละยังคงจริงจังตามคำกล่าว ยิ่งทำให้ทั้งสามแปลกใจ เพราะการเดินหมากกลศึกนั้นมิใช่สิ่งที่เด็กในวัยนี้จะเข้าใจ ด้วยหมากชนิดนี้เป็ถึงอุปกรณ์ฝึกฝน ในการเรียนวิชาวางแผนการศึกาชนิดหนึ่งต่อให้เป็ผู้ฝึกตนก็มิใช่ว่าทุกคนจะเชี่ยวชาญการเดินหมากชนิดนี้
“ลูกอี้้ากระดานแบบไหน เ้าก็จัดการตามที่้าได้เลย”หยางเฉิงผลักหีบไม้ไปวางตรงหน้าของหยางอี้
“ถ้าเช่นนั้นลูกก็ไม่เกรงใจละนะขอรับ”หยางอี้ดึงหีบไม้มาอยู่ใกล้ก่อนจะใช้สองมือยกคว่ำลง เทอุปกรณ์ทั้งหมดลงบนโต๊ะในคราเดียว
หยางเฉิงเห็นแผ่นกระดานเขตแดนทั้งเก้าแผ่นเทลงบนโต๊ะก็นึกขำในใจว่าเด็กน้อยคงกระทำแค่เล่นสนุก จึงเอ่ยถาม “ลูกอี้แน่ใจรึว่าจะไม่ดูพ่อของเ้ากับท่านตาประลองกันให้ดูก่อน สักหนึ่งรอบ”
“ใช่แล้วหลานตา ลองเป็ผู้ชมดูก่อนไหม”
“ไม่เป็ไรขอรับท่านตา หลานแค่ต้องให้ท่านตาหรือท่านแม่ช่วยถ่ายลมปราณเคลื่อนคำสั่งตัวหมากแทนข้าก็พอ”
หลิวเหวินหงพยักหน้า “ตกลง รอบแรกตาจะช่วยเ้าเคลื่อนตัวหมากเอง”เอ่ยจบผู้เป็ตาก็ลากเก้าอี้เข้าไปนั่งชิดหลานชายด้วยความเอ็นดู
“ท่านแม่ช่วยประกอบกระดานเขตแดนเก้าแผ่นนั้นเชื่อมต่อให้ข้าหน่อยนะขอรับ”หลิวซีอิ๋งแย้มยิ้มตอบรับ
หยางเฉิงฟังคำของบุตรชาย เื่หมากกลชนิดนี้มิใช่หมากของเล่นที่ใช้มือเคลื่อนขยับแต่เป็การใช้ลมปราณถ่ายทอดคำสั่งจึงค่อยฉุกใจคิดว่าหยางอี้ยังมิสามารถควบคุมลมปราณก้าวสู่ข้นพื้นฐานด้วยซ้ำ จึงไม่น่าจะเคยเล่นหมากกลศึกมาก่อน“ลูกอี้ในเมื่อเ้าเดินหมากเองไม่ได้ เช่นนั้นเ้าก็น่าจะไม่เคยประลองเดินหมากมาก่อนถ้าให้พ่อเดา เ้าน่าจะรู้จักหมากกลศึกจากในตำราเท่านั้นแต่การประลองจริงมันไม่ง่ายดายเช่นนั้นหรอกนะ...”
หยางเฉิงเอ่ยไม่ทันจบ หยางอี้กลับเสียมารยามเอ่ยแทรก “ท่านพ่อต้องทดสอบดูเองขอรับว่าเ้าตัวเล็กของท่าน เดินหมากเป็หรือไม่” หยางอี้ไม่พูดเปล่า หยิบตัวหมากกองทัพที่ใช้เดินในหีบทั้งหมดขึ้นมานับ“ตัวหมากในหีบมีทั้งหมดสามสิบสองตัว ข้าจะใช้ทั้งหมดเลย”หยางอี้เอ่ยพร้อมกับแยกตัวหมากออกเป็สองกองเท่าๆ กัน “เช่นนั้นข้ากับท่านพ่อก็แบ่งกองทัพตัวหมากเหมือน ๆ กันนะขอรับ”ที่หยางอี้ต้องเอ่ยคำแบ่งเท่ากัน เพราะการเดินหมากกลศึก ยังมีแนวทางอื่นในการวางหมากเช่นการจัดรูปแบบเพื่อแก้ไขสถานการณ์ ใช้แต้มเพื่อเลือกชนิดตัวหมากสำหรับผสมจัดทัพที่สองฝั่งแตกต่างหรือแม้แต่การใช้แต้มต่อโดยที่สองฝั่งเท่าเทียม
เดิมทีหยางเฉิงคิดมอบแต้มต่อให้บุตรชาย แต่เมื่ออีกฝ่าย ยื่นเงื่อนไขด้วยมั่นใจเช่นนี้จึงตอบคำ “ตกลง”
หมากกลศึกแบ่งชัยภูมิหลักออกเป็ 6 ชนิด ได้แก่ ที่ราบ ป่าโปร่งป่ารกชัฏ เนินเขา ูเาสูง แม่น้ำ แต่ละชนิดมีลักษณะแตกต่างเหมาะกับตัวหมากทหารแต่ละแบบไม่เหมือนกันแถมพื้นที่ต่างชนิดยังมีกลศึกซ่อนแฝงไม่เหมือนกัน หากผสานกับตัวหมากทหารอย่างเหมาะเจาะยังสามารถโจมตีหรือป้องกันรุนแรงกว่าปกติหลายเท่าตัว ส่วนพื้นที่ราบสองฝั่งตรงข้ามกันถือเป็จุดตั้งตัวหมากแม่ทัพและค่ายเสบียง และเริ่มกระดานผู้เล่นจะสามารถวางตัวหมากในตำแหน่งใดก็ได้ในเขตนั้น
ตัวหมากกองทัพเกือบทุกชนิดมีแต้มชีวิตสิบแต้ม แต้มโจมตีปกติหนึ่งแต้ม ยกเว้นทัพเรือที่มีแต้มชีวิตห้าแต้มและแม่ทัพที่มีแต้มชีวิตแค่หนึ่งเท่านั้น ตัวหมากทุกตัวหากถูกตีจนแต้มชีวิตหมดก็เท่ากับตายเมื่อตายตัวหมากจะถูกนำออกจากกระดาน ระยะมองของตัวหมากเท่าเทียมที่ไกลสามช่องและเพิ่มลดตามระดับพื้นที่สูงต่ำ ตัวหมากกองทัพทั้งห้าแบบ ได้แก่ พลเดินเท้า พลหอกพลธนู ทหารม้า ทัพเรือ ในหนึ่งชุดของหมากกลศึกจะมีจำนวนเท่ากันคือสามตัว รวมทั้งหมดเป็สิบห้าตัวส่วนตัวหมากพิเศษคือหมากแม่ทัพที่มีเพียงฝั่งละตัว
อธิบายตัวหมากจบลงก็มากล่าวถึงกฎของการปะทะ หากคู่ปะทะเป็ชนิดเดียวกันจู่โจมป้องกันล้วนเท่าเทียมหากเป็ชนิดที่แก้ทางกัน ตัวหมากชนะจะทำลายสองเท่าต้านทานลดครึ่งเดียวแต่ต่ำสุดที่หนึ่ง โดยพลหอกชนะม้า พลธนูแพ้การโจมตีระยะประชิดทั้งหมดแต่พิเศษที่โจมตีระยะไกลสามช่อง ซึ่งระยะสามารถเพิ่มลดได้ตามระดับพื้นที่พลม้าแม้ไม่ชนะเจาะจงผู้ใด แต่เดินได้ไกลกว่าหมากชนิดอื่นสามเท่า ส่วนกองเรือจู่โจมยิงธนูไกลหนึ่งช่องเดินไกลทางน้ำสามช่อง ขนกองทหารร่วมทางได้สองกองต่อกองเรือหนึ่งลำ สุดท้ายพลเดินเท้าเป็เพียงชนิดเดียวที่เดินได้ทุกพื้นที่ยกเว้นทางน้ำต้องอาศัยกองเรือ ตัวหมากกองทัพและพื้นที่ทุกชนิดล้วนมีกลศึกให้ใช้ออกตามเงื่อนไขซึ่งความพิสดารและหลากหลายของหมากกลศึกนั้นอยู่ที่ส่วนหลังนี่เอง
ส่วนสุดท้ายเป็กฎการนับผลแพ้ชนะของการประลอง อย่างแรกวิธีการเอาชนะกันโดยที่ไม่ต้องนับแต้มชีวิตที่เหลือมีทั้งสิ้นสามประการ หนึ่ง...ตัวหมากทหารในมือหมดสิ้น สอง...ค่ายเสบียงถูกทำลายจะทำให้เหลือตาเดินอีกสิบสองตาหากฝ่ายทำลายค่ายเสบียงยื้อได้จนครบ ฝ่ายที่ถูกโจมตีเสบียงก่อนก็มีอันพ่ายแพ้ส่วนวิธีสุดท้ายโจมตีทำลายตัวขุนพลหรือที่เรียกว่าสังหารแม่ทัพใหญ่แต่การสังหารมิใช่ง่าย แม้ว่าตัวหมากแม่ทัพถูกจู่โจมคราเดียวก็ถือว่าพ่ายแพ้ แถมตัวหมากแม่ทัพไม่สามารถจู่โจมได้เองแต่ตัวหมากแม่ทัพใหญ่นั้นมีความสามารถอื่นติดตัว ประการแรก...ฝั่งตรงข้ามจะมองไม่เห็นตัวหมากแม่ทัพจนกว่าจะเข้าประชิดตัวหนึ่งช่อง ประการที่สอง...ตัวหมากที่วางเอาไว้รอบตัวหมากแม่ทัพนับห่างออกสองช่องจะถือว่ามีความสามารถเพิ่มขึ้นสามเท่าของพื้นที่ปกติดังนั้นการจะโจมตีสังหารซึ่งหน้าจำต้องใช้ตัวหมากที่จู่โจมมากกว่าฝั่งป้องกันมากโขยิ่งไปกว่านั้นตัวหมากแม่ทัพยังสามารถเคลื่อนที่ได้หนึ่งช่อง ทำให้หมากแม่ทัพมิใช่เป้านิ่งซึ่งแตกต่างจากจุดวางค่ายเสบียงที่มิอาจหลบเลี่ยงศัตรูเพียงแต่การทำลายเสบียงจำเป็ต้องตีถึงสามครั้ง แต่ตัวหมากแม่ทัพใหญ่เพียงจู่โจมถูกคราเดียวก็เป็อันพ่ายแพ้ทั้งกระดานทันที