ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 84 ทหารคุ้มกันเมืองหลวงคอยอารักขา

            ตอนที่ซูโม่ลงรถม้าที่หน้าประตูจวน เสี่ยวอวี่ก็รีบวิ่งไปคุกเข่าตรงหน้าเขา“ใต้เท้าสกุลซู คุณหนูถูกคนใส่ร้ายเจ้าค่ะ นางไม่ได้ทำเรื่องพวกนั้นท่านจะต้องช่วยนางนะเจ้าคะ”

            ซูโม่ก้มหน้ามองคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นทีหนึ่ง สีหน้าแทบจะเรียกว่าเย็นชาไร้อารมณ์“เจ้าเป็นแค่บ่าวคนหนึ่ง ไม่ควรจะยุ่งเรื่องที่ไม่ควรยุ่ง”

            “แต่ว่าใต้เท้า คุณหนูเป็นบุตรสาวของท่านนะเจ้าคะ นางถูกใส่ร้ายจริง ได้โปรดช่วยนางเถิดนะเจ้าคะ”

            เสี่ยวอวี่จ้องซูโม่อย่างขอร้องพลางร้องไห้น้ำตานองหน้าซูโม่คือเจ้าสกุลซู ขอแค่ซูโม่ออกหน้า เรื่องจะต้องผ่านไปได้อย่างง่ายดาย

            ซูโม่ขมวดคิ้วรำคาญพร้อมกับสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง “มีพยานมายืนยันหลักฐานก็มี ถึงแม้นางจะเป็นบุตรสาวของข้า ข้าก็ไม่อาจปกป้องได้”

            “แต่ว่าคุณหนูถูกใส่ร้ายจริงๆ นะเจ้าคะ เป็นองค์ชายห้า จะต้องเป็นองค์ชายห้าที่ใส่ร้ายคุณหนูเจ้าค่ะ”

            “เจ้ารู้หรือไม่ว่าการกล่าวหาใส่ร้ายราชวงศ์นั้นมีความผิดอะไรบ้างประหารเก้าชั่วโคตร” สีหน้าของซูโม่ทะมึนขึ้นมา “เรื่องของเจ้านาย คนใช้ไม่ต้องยื่นมือเข้ามายุ่งหากเจ้าเชื่อฟัง ข้าจะให้เจ้าอยู่ในจวนสกุลซูต่อไป หากเจ้าไม่เชื่อฟังก็ออกจากจวนไป”

            ซูโม่พูดจบก็ร้องเหอะออกมา จากนั้นก็เดินเข้าไปโดยไม่หันกลับมา

            เสี่ยวอวี่คุกเข่าอยู่ที่พื้น นางมองแผ่นหลังเด็ดขาดของซูโม่ด้วยใจที่รู้สึกสิ้นหวัง

            แม้แต่ใต้เท้าสกุลซูก็ไม่เชื่อคุณหนู นางจะทำอย่างไรดี นางจะทำอย่างไรดี

            เสี่ยวอวี่ลุกขึ้นแล้ววิ่งไปที่เรือนหลังหนิงหยวนกำลังฝึกวิชาการต่อสู้อยู่ในเรือน พอเห็นเสี่ยวอวี่ร้องไห้น้ำตานองหน้าวิ่งเข้ามาหาหัวใจก็กระตุกวูบ

            “เสี่ยวอวี่ คุณหนูล่ะ?”

            หนิงหยวนมองไปด้านหลังของเสี่ยวอวี่ แต่ไม่เห็นร่างของซูหมิงเยว่ในใจก็รู้สึกร้อนรนอย่างประหลาด

            เสี่ยวอวี่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ตาบวมเป่ง “เกิด...เกิดเรื่องกับคุณหนู”

            สีหน้าของหนิงหยวนขาวซีดทันที เขาแทบจะตะโกนออกมา“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคุณหนู คุณหนูล่ะ?”

            เสี่ยวอวี่เล่าเรื่องคร่าวๆ ให้หนิงหยวนฟัง “ตอนนี้จะทำอย่างไรดี? คุณหนูถูกขังอยู่ในคุกจะต้องลำบากแน่”

            หนิงหยวนฝืนตัวเองให้ใจเย็นลง ยิ่งในเวลาแบบนี้เขาจะยิ่งหวั่นไหวไม่ได้“เช่นนั้นใต้เท้าสกุลซูล่ะ เขาเองก็ไม่เชื่อคุณหนูหรือ?”

            เสี่ยวอวี่ส่ายหน้า “ข้าได้ขอร้องใต้เท้าสกุลซูแล้ว แต่ในเมื่อตอนนี้มีทั้งพยานยืนยันและหลักฐานใต้เท้าเองก็เชื่อว่าคุณหนูเป็นคนทำเรื่องนี้”

            หนิงหยวนเงียบไปครู่หนึ่ง จู่ๆก็หยิบกระบี่ขึ้นมาแล้วเดินออกไปด้านนอกโดยไม่พูดอะไรด้วยสีหน้าทะมึน

            “เสี่ยวหยวน เจ้าจะทำอะไร?” เสี่ยวอวี่รีบร้อน

            หนิงหยวนตอบโดยไม่ได้หันกลับมา “ข้าจะไปหานักพรตคนนั้น แล้วให้เขาคืนความยุติธรรมให้คุณหนู”

            เสี่ยวอวี่รีบดึงหนิงหยวนเอาไว้แล้วส่ายหน้าอย่างสุดความสามารถ “เจ้าจะไปตอนนี้ไม่ได้นักพรตคนนั้นจะต้องเป็นคนขององค์ชายห้าแน่นอน ถึงจะหาไปก็ไม่มีประโยชน์พวกเราสู้องค์ชายห้าไม่ได้”

            “เช่นนั้นจะทำอย่างไร?” หนิงหยวนตะคอกออกมา ขอบตาแดงเหมือนสัตว์ร้ายที่จมอยู่ในการต่อสู้“ให้พวกเรามองคุณหนูถูกใส่ร้ายแล้วถูกฮ่องเต้ประหารไปอย่างนั้นหรือ?”

            เสี่ยวอวี่ถูกตะคอกจนชะงักและลืมร้องไห้ไป นางไม่เคยเห็นหนิงหยวนแสดงสีหน้าน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน

            หนิงหยวนหายใจแรง “ข้าจะไปหานักพรตคนนั้น ถึงแม้จะต้องตายข้าก็จะให้เขาพูดความจริงออกมาให้ได้”

            “เจ้าจะไปไม่ได้” เสี่ยวอวี่ส่ายหน้าทั้งที่ขอบตาแดงจู่ๆ นางก็คิดอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาพลันสว่างขึ้น

            “พวกเราไปหาองค์ชายสามกันก่อนเถิด ท่านอ๋องจะต้องคิดหาวิธีช่วยคุณหนูได้แน่วันนี้ที่งานเลี้ยงก็มีแค่ท่านอ๋องคนเดียวที่ออกมาช่วยพูดให้คุณหนูอีกทั้งเขายังคบกับคุณหนูด้วยไม่ใช่หรือ เขาจะต้องช่วยคุณหนูแน่นอน”

            หนิงหยวนหลับตาลงแล้วหอบหายใจแรงอยู่หลายที ถึงได้ใจเย็นลง “ก็ได้เช่นนั้นพวกเราไปหาเขาตอนนี้เลย”

            ทั้งสองคนออกจากทางประตูหลังจวนสกุลซูแล้วมุ่งหน้าไปที่จิ่นชางเก๋อ เพราะครั้งที่แล้วจี๋โม่หานเคยพูดไว้ว่าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับซูหมิงเยว่ก็ให้ไปหาเขาที่จิ่นชางเก๋อตอนนั้นพวกเขาก็อยู่ที่นั่นจึงจำได้ดี

            ทั้งสองคนยังไม่ถึงจิ่นชางเก๋อก็เจอกับหลิงชวนเสียก่อน หลิงชวนเองก็กำลังทำตามคำสั่งของจี๋โม่หานให้มาหาพวกเขา

            เสี่ยวอวี่เห็นหลิงชวนก็ตื้นตัน “มีข่าวของคุณหนูแล้วหรือยัง?”

            หลิงชวนส่ายหน้าพร้อมพูดปลอบใจ “พวกเจ้าอย่าเพิ่งร้อนใจไปแล้วตามข้ามา”

            หลิงชวนพาพวกเขามาถึงที่จิ่นชางเก๋อก่อนจะพาเข้าไปในห้องพวกจิ่งฉือเองก็มาถึงแล้ว ทุกคนต่างยืนหน้าเคร่งขรึมไม่พูดอะไร

            จี๋โม่หานนั่งอยู่ที่เก้าอี้ บนตัวแผ่ไอเย็นออกมาราวกับรูปปั้นน้ำแข็งแกะสลักที่ปราศจากความโกรธ

            “ท่านอ๋อง” เสี่ยวอวี่เดินเข้าไปคุกเข่าแล้วพูดเสียงสั่น “คุณหนูของหม่อมฉันเชื่อใจท่านที่สุดตอนนี้มีแค่ท่านที่ช่วยนางได้ ท่านอ๋องได้โปรดช่วยคุณหนูด้วยเพคะ”

            หนิงหยวนเองก็เดินเข้าไปคุกเข่าข้างเดียวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “ขอแค่ท่านช่วยคุณหนูได้ชีวิตของกระหม่อม หากท่านต้องการ กระหม่อมก็จะมอบให้พ่ะย่ะค่ะ”

            ในที่สุดจี๋โม่หานก็เคลื่อนไหว มือที่วางอยู่บนที่วางแขนกำเข้าหากันน้อยๆ ก่อนจะพูดเสียงเย็น“เปิ่นหวังอยากจะช่วยนางยิ่งกว่าผู้ใด ลุกขึ้นมาก่อนเถิด”

            ทั้งสองยืนขึ้นแล้วขยับไปด้านข้าง

            จี๋โม่หานถามอีกครั้ง “คุณหนูของเจ้าได้บอกอะไรกับพวกเจ้าหรือไม่?”

            เสี่ยวอวี่ส่ายหน้าแล้วพูดตามความจริง “เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นกะทันหันคุณหนูจึงไม่ได้บอกอะไรไว้เลยเพคะ”

            จิ่งฉือเป็นคนนิสัยใจร้อนและอารมณ์ร้อน เขาจึงเป็นคนที่ทนไม่ได้มากที่สุด“ท่านอ๋อง ให้กระหม่อมไปเถิด ครั้งที่แล้วองค์ชายห้าลอบฆ่าคุณหนูซูไม่สำเร็จตอนนี้ถึงได้ใส่ร้ายนาง กระหม่อมไม่เชื่อว่าเขาจะไม่ทิ้งเบาะแสมัดตัวอะไรไว้เลย”

            “ไม่มีประโยชน์” หลิงชวนถอนหายใจพลางส่ายหน้า “ครั้งที่แล้วที่องค์ชายห้าใส่ร้ายท่านอ๋องนั้นหลักฐานมัดตัวชัดเจนแต่ฮ่องเต้ก็ยังปกป้องเขา ดังนั้นเรื่องนี้ถึงแม้จะหาหลักฐานมัดตัวองค์ชายห้าได้สำหรับเขาแล้วก็แค่บาดแผลที่ไม่เจ็บไม่คันอะไรขอแค่ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของฮ่องเต้ ฝ่าบาทก็ไม่มีทางกำจัดองค์ชายห้าแน่นอนตอนนี้พวกเราจะต้องหาหลักฐานที่เขาใส่ร้ายคุณหนูซูให้ได้”

            “คนคนนั้นจะต้องเป็นคนที่องค์ชายห้าซื้อเอาไว้แน่นักพรตคนนั้นจะต้องเป็นคนขององค์ชายห้า พวกเราจับเขามาสอบปากคำก็พอแล้ว”

            “หากมันง่ายเช่นนั้นก็ดีน่ะสิ” จื๋อหลันมองจิ่งฉืออย่างเอือมระอา“องค์ชายห้าทำเช่นนี้ได้ ไม่มีทางให้พวกเราจับผิดเขาได้หรอก”

            “เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี?”

            จิ่งฉือกำหมัดแน่น “ดูเขาสิ ยโสโอหังขนาดนี้ใส่ร้ายคุณหนูแล้วก็มาใส่ร้ายองค์ชายสามไปด้วย”

            หลิงชวนส่งสายตาไปให้เขาเพื่อบอกให้เงียบทางด้านจี๋โม่หานก็ได้แต่ขมวดคิ้วเข้าหากัน

            จากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบบรรยากาศตึงเครียด ทั้งๆ ที่ตอนนี้เป็นเดือนหก แต่ทุกคนต่างรู้สึกเหมือนอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง

            จี๋โม่หานเองก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ผ่านไปเนิ่นนานถึงได้เอ่ยปากออกคำสั่ง“จิ่งฉือ จื๋อหลัน พวกเจ้าไปหานักพรตคนนั้นมาต่อให้ต้องขุดหลุมหาก็ต้องหามาให้เปิ่นหวังให้ได้”

            “พ่ะย่ะค่ะ”

            จื๋อหลันกับจิ่งฉือรับคำสั่งแล้วออกไป

            “หมิงจิ่ว”

            หมิงจิ่วเดินมาด้านหน้า “ท่านอ๋องมีอะไรจะรับสั่งเพคะ?”

            “เจ้าจับตาดูสถานการณ์ในวังหลวงกับในคุกเอาไว้ตลอดเวลาคุกนั้นมีทหารคุ้มกันเมืองหลวงคอยอารักขาอยู่ หากมีข่าวอะไรให้รีบบอกเปิ่นหวังทันที”

     


    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน