ผมลากเก้าอี้หน้ากระจกมาตั้งไว้ที่ปลายเตียง จากนั้นก็นั่งลงแล้วอ้าขาออกเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความยั่วยวนให้กับจ๋าที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียง รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏบนใบหน้าผม
“มัวแต่จ้องผมอยู่แบบนั้น” ผมทวงถาม “แล้วตอนไหนผมจะได้เห็นพี่ใช้ของเล่นพวกนั้นล่ะครับ”
จ๋ายิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกไปทีละชิ้นจนร่างเปลือยเปล่า เธอขยับถอยหลังไปนั่งพิงที่หัวเตียง แล้วอ้าขาออกช้า ๆ ในมือของเธอมีเครื่องสั่นสีเข้มอยู่
“พี่ทำแบบนี้แหละ”
จ๋าเปิดเครื่องสั่น เสียงครางเบา ๆ ของมอเตอร์ก็ดังขึ้น จากนั้นเธอก็เลื่อนมันไปจ่อที่กลีบกุหลาบสีแดงอมชมพูของเธอทันที
มืออีกข้างของเธอก็ไม่ได้ปล่อยให้ว่าง กุมเข้าที่เต้าเนื้อพลางบีบยอดอกสีชมพูอ่อน ตอนนี้เธอทั้งเซ็กซี่และน่าหลงใหลจนผมอยากจะเข้าไปขย้ำเธอแทบจะทันที
จ๋าสั่นสะท้านเล็กน้อยขณะที่เครื่องสั่นจ่ออยู่ตรงเม็ดเสียว มีเสียงครางแผ่วเบาดังออกมาจากลำคอเป็นระยะ ๆ
ผมมองดูภาพตรงหน้าด้วยอาการเกือบจะลืมหายใจ การแสดงออกของจ๋าทำให้ผมรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว ผมอ้าขาออกกว้างขึ้นอีกเล็กน้อย ขณะที่จ้องมองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างไม่วางตา
จ๋าหลับตาลงแน่น มือที่บีบยอดอกอยู่เริ่มออกแรงมากขึ้น เสียงครางในลำคอแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหอบถี่ ๆ และแรงขึ้น เมื่อเธอเข้าใกล้จุดที่ต้องการ ร่างกายของจ๋าก็โค้งเกร็ง เล็กน้อย
“อื้อ... อ๊า...”
เสียงหวานครางออกมา ก่อนที่เธอจะหยุดการกระทำ ใบหน้าเหงื่อซึมแต่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ เธอมองมาที่ผม ดวงตาหวานเยิ้มไปด้วยอารมณ์
ระหว่างที่ผมกำลังเพลิดเพลินกับภาพตรงหน้า จู่ ๆ จ๋าก็เอ่ยขึ้นว่า “นั่งอยู่ตรงนั้นนะ” พลางฉีกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“ถ้าผมไม่ทำตามล่ะครับ” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและท้าทาย
“พี่สั่งก็ทำ ๆ เถอะน่า” เธอออกคำสั่งเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย
ประโยคสุดท้ายของจ๋าทำเอาผมเงียบไปทันที เธอดูใจร้ายกับผมจัง ในจังหวะที่ผมกำลังคิดหาทางตอบโต้อยู่นั้น จ๋าก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ช่วยตัวเองให้พี่ดูหน่อยสิ” เธอสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่ยิ้มแม้แต่น้อย
ผมไม่ขัดใจเธอ แล้วเคลื่อนมือไปกุมน้องชายของตัวเองที่ตั้งชันอยู่หว่างขา ก่อนจะรูดขึ้นลงเบา ๆ
ปลายยอดของมันแฉะไปหมดแล้ว เพราะภาพตรงหน้าของผมมันช่างเป็นอะไรที่ยั่วยวนใจเหลือเกิน
สักพักผ่านไป จู่ ๆ จ๋าก็กระตุกเกร็ง พร้อมกับมีเสียงครางเบา ๆ หลุดออกมาจากลำคอ
จากนั้นเธอก็ใช้นิ้วมือทั้งสามถูวนที่ร่องกลีบ เสียงแฉะที่เกิดขึ้นกระตุ้นอารมณ์ของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมา แล้วดูดเลียนิ้วมือของตัวเอง เพื่อยั่วยวนผมโดยเฉพาะ
ผมต้องกลืนน้ำลายครั้งแล้วครั้งเล่า น้องชายของผมปวดตุบ ๆ ราวกับจะระเบิดออกมาในวินาทีนั้น
“ในเมื่อคุณเล่นของพวกนั้นเสร็จแล้ว ผมขึ้นไปหาคุณได้รึยัง” ผมถามเสียงเรียบ แววตาเต็มไปด้วยความต้องการ
“ไหนว่าอยากเห็นพี่ใช้ของเล่น นั่งดูไปก่อนสิคะ” เสียงเรียบนิ่งดังจากปากเธอ ตอนนี้มือเธอหยิบดิลโด้ยางขึ้นมา เธอยัดมันเข้าปาก แล้วดันเข้าออกช้า ๆ เสียงน้ำลายกับเสียงดูดยิ่งกระตุ้นอารมณ์ผมขึ้นไปอีก
ตอนนี้ภาพตรงหน้าทำให้ผมเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองลำบากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ใช่เพราะอะไร…แต่เพราะความขี้เล่นของจ๋าตอนที่เธอเมา นี่มันเกินรับไหวจริง ๆ
“ระบบ… ใช้สกิลปั่นป่วนกับสกิลหัวใจสิงห์ทีสิ” ผมเอ่ยในใจขอให้ระบบช่วยด้วยความร้อนใจ
[รับทราบ สกิลทั้งสองทำงาน ใช้งานได้อีกครั้งวันพรุ่งนี้เวลา 23.45 น.]
และไม่กี่วินาทีต่อมา จ๋าก็สูดลมหายใจเข้าลึก พลางเลียริมฝีปากตัวเอง ร่างกายของเธอเห่อร้อนขึ้นมาทันที ท่าทีของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่ต่างจากผมตอนนี้ความกล้าเข้าครอบงำผมแล้ว ผมไม่รอช้าลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วขึ้นเตียงไป
ผมคลานไปจนถึงตัวเธอ แล้วยืนเข่าต่อหน้า พร้อมกับคว้าจับแขนทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น “เลิกเล่นได้แล้วครับ” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวราวกับกำลังดุเธอ
“สั่งพี่งั้นเหรอ” จ๋าตอบกลับพลางยิ้มมุมปาก แล้วเลียริมฝีปากอย่างยั่วยวนไม่ลดละ
ผมไม่พูดอะไรต่ออีก ปล่อยมือจากแขนของเธอ แต่กลับใช้มือข้างหนึ่งเลื่อนไปจับใบหน้าของจ๋าไว้ แล้วกดนิ้วหัวแม่มือลงไปที่ริมฝีปากล่างที่เธอเพิ่งเลียเมื่อครู่
“ผมจะทำให้คุณเลิกเล่นเอง” ผมกระซิบเสียงต่ำ พลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนลมหายใจของเราปะทะกัน
จากนั้นผมก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ประกบปากจูบเธออย่างรุนแรงและเร่าร้อน จ๋าตอบรับจูบนั้นด้วยความกระหายทันที เสียงครางอื้ออึงถูกกลืนหายไปในลำคอ
มือของผมละจากใบหน้า เลื่อนลงไปกอบกุมเต้าเนื้อนุ่มนิ่มของเธอ แล้วบีบเคล้นตามอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน
ขณะที่ผมจูบกับจ๋าอย่างดูดดื่ม ในหัวผมก็คิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาแล้วผมก็เอ่ยในใจว่า “ระบบยกเลิกการใช้งานสกิลทั้งหมด”
ที่ผมเลิกใช้ สกิล ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เป็นเพราะผมอยากสนุกกับความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติเหมือนตอนแรกที่เราอยู่กันบนโซฟาเท่านั้นเอง การที่เธอ เล่นตลกและออกคำสั่งก่อนหน้านี้มันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด จนผมเผลอใช้สกิลเพื่อเข้าถึงตัวเธอให้ได้
แต่บางครั้งผมก็นึกตลกตัวเองอยู่เหมือนกัน ผมไม่จำเป็นต้องใช้สกิลเพื่อเข้าถึงตัวเธอเลยก็ได้ ผมแค่ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินขึ้นไปหาเธอเลย มันก็คงไม่ผิดอะไร เพราะผมกับเธอก็เริ่มเรื่องนี้กันมาแล้ว
ถึงอย่างไรก็ตาม ในอนาคตผมต้องกล้าหาญมากกว่านี้ บางทีสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพราะความเกรงใจที่ผมมีต่อเธออยู่ลึก ๆ ก็เป็นได้
เมื่อไม่มี สกิลช่วยเหลือแล้ว การเคลื่อนไหวของผมกับเธอก็เริ่มช้าลง ต่างจากช่วงก่อนหน้าที่ร้อนแรงราวกับไฟลุกโชน ผมผละจูบออก แล้วสบตาเธออีกครั้ง พร้อมเอ่ยเบา ๆ ว่า “ผมทนไม่ไหวแล้วครับ”
จ๋านิ่งงันไปครู่หนึ่ง มองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งปรารถนา ความหวัง และความหวาดกลัว
“ค่ะ...” เธอเอ่ยเบา ๆ “เมื่อกี้พี่แค่กลัว... เพราะว่าพี่ไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายจริง ๆ มาก่อน”
ผมถอนหายใจออกเล็กน้อย “ทำเอาผมหงุดหงิดเลยนะครับ แต่คุณไม่ต้องกลัว ปล่อยไปตามอารมณ์ที่ใจอยากทำเลยครับ” ผมเอ่ย “คุณไม่จำเป็นต้องคิดมาก เพราะเรามาถึงขั้นนี้แล้ว”
ผมพูดจบก็ก้มลงไปเลียเต้าเนื้อนุ่มนิ่มของเธอทันที
“ถ้าอย่างนั้น วันนี้พี่ขอได้ไหม…ทำเหมือนกับว่าเราเป็นแฟนกัน” จ๋าเอ่ยเสียงแผ่ว พลางใช้สองมือประคองใบหน้าผมขึ้นมา สบตาอย่างจริงจัง
ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นทันที ไม่คิดว่าเธอจะขออะไรแบบนี้ “ได้สิครับ” ผมตอบเบา ๆ
แววตาของเธอพลันเปลี่ยนไปทันที จากความพร่าเลือนของคนเมา กลับมีประกายอบอุ่นและจริงใจอยู่ในนั้น ราวกับคำพูดเมื่อครู่เป็นสิ่งที่เธออยากจะเอ่ยมานานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสพูดออกมา
“เรียกพี่ว่าที่รักหน่อยสิ” จ๋าเอ่ยเสียงเบา แต่แฝงด้วยความคาดหวังในแววตา
ผมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนถามกลับอย่างไม่แน่ใจ “จะ…ดีเหรอครับแบบนั้น”
เธอจ้องตาผมตรง ๆ ดวงตาวาวน้ำสะท้อนแสงไฟในห้อง ราวกับกำลังรอคำตอบที่สำคัญ “พี่ขอมากเกินไปเหรอ” เธอพูดเสียงสั่นเล็กน้อย
ผมเห็นแบบนั้นก็อดสงสารไม่ได้ เธอเมาแล้วกลายเป็นคนหลายอารมณ์มาก ในที่สุดผมก็ทำตามที่เธอบอก “ที่รักครับ” ผมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเขิน ๆ เพราะไม่เคยพูดอะไรหวาน ๆ แบบนี้มาก่อน
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกไป จ๋าก็ฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาของเธอเปล่งประกายเหมือนเด็กที่ได้รับของขวัญที่รอคอยมานาน เธอโถมตัวเข้ามากอดผมแน่นจนร่างของผมล้มลงไปนอนราบกับเตียง
ผมสัมผัสได้ถึงร่างบางที่นุ่มนิ่มของเธออย่างเต็มที่ เต้าเนื้อทั้งสองบดเบียดเข้ากับหน้าอกของผมอย่างจัง
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเธอยังดังอยู่ใกล้หู ราวกับกำลังบอกว่า นี่แหละสิ่งที่เธออยากได้จริง ๆ
ผมยิ้มตอบรับคำเรียกขานนั้นทันที พร้อมกับสลัดความเขินอายทั้งหมดทิ้งไป “ครับที่รัก” ผมตอบรับเสียงต่ำ
ผมพลิกตัวขึ้นคร่อมเธออย่างรวดเร็ว จัดการจับต้นขาเรียวของจ๋าให้แยกออกกว้างขึ้น จากนั้นก็เริ่มประทับจูบซ้ำ ๆ ที่ยอดอกของเธอ พลางใช้มืออีกข้างลูบไล้ไปทั่วบริเวณหน้าท้องจนถึงเนินเนื้อที่อ่อนนุ่มเป็นกลีบ