“ท่านแม่ ถ้าจะพูดถึงความร่ำรวย สกุลลี้ก็มิได้ด้อยกว่าสกุลกู้นะขอรับ คหบดีลี้รู้กันว่าร่ำรวยที่สุดในเมืองหรงเฉิน ส่วนสกุลตงก็มีบารมีต่อขุนนางทั่วทั้งเมืองนี้ ข้าดูๆ ไป สตรีสองคนแรกที่หวางเฟยถูกใจก็น่าจะเป็คุณหนูตงกับคุณหนูลี้ ข้าชักสงสัยเสียแล้วว่าเหตุใดท่านพี่จึงได้สนใจคุณหนูใหญ่กู้?”
“แม่เองก็คิดเหมือนเ้า เสี่ยวคุน เื่นี้ต้องมีเื้ัที่เรายังไม่รู้”
“ขอรับ ข้าจะสืบให้สิ้นสงสัย”
“ป่านนี้ หวางเฟยคงจะวางแผนจัดงานเลี้ยงแล้ว ไม่รู้ว่าซื่อจื่อจะหารือกับหวางเฟยเื่คุณหนูกู้หรือไม่?”
“ถ้าพูดตามนิสัยของท่านพี่ ต้องบอกขอรับ ในเมื่อท่านพี่เล็งคุณหนูกู้เอาไว้แล้ว ย่อมต้องแจ้งเหตุผลสำคัญให้หวางเฟยได้ทราบ หากหวางเฟยไม่ยินยอมคงยากที่คุณหนูใหญ่ผู้นั้นจะเข้าจวนเรามาได้”
“จริงของเ้า ถ้าเช่นนั้น แม่จะทำทีไปเรือนฟานหรงเสียหน่อยดีกว่า” ชายาเอกม่านกล่าวจบก็ลุกขึ้น “เ้าไปสืบเื่สกุลกู้ให้ละเอียดที”
“ขอรับ ท่านแม่”
สองแม่ลูกแยกย้ายกันไปคนละทาง ชายาเอกม่านตรงไปยังเรือน ฟานหรงซึ่งเป็ที่พำนักของหวางเฟย พอนางไปถึงเหยาอันสาวใช้อุ่นเตียงของ หลิงเจาเหว่ยที่นั่งอยู่ม้าหินนั่งเล่นหน้าเรือนก็รีบเข้ามายอบกายต้อนรับ
“ไปเรียนหวางเฟยว่าข้ามาขอพบ”
เหยาอันรับคำ นิสัยของนางก็คล้ายกับหวางเฟย ต่อหน้าผู้อื่นดูอ่อนน้อมและไร้พิษสง นางรีบเข้าไปรายงานให้กับหวางเฟยได้ทราบ
“ไปเชิญนางเข้ามา เื่งานเลี้ยงอย่างไรก็ต้องหาคนช่วยเพิ่มอยู่แล้ว ดีเหมือนกันที่ไม่ต้องไปตาม เ้าแจ้งชายาเอกม่านแล้วก็ไปเชิญชายารองสองคนมาด้วย”
“เ้าค่ะ หวางเฟย” เหยาอันเหลือบมองซื่อจื่อเล็กน้อย หลายคืนมานี้นางยังไม่ได้ปรนนิบัติเขาเลย ได้ยินองครักษ์ฝานเล่าว่าซื่อจื่อกำลังคร่ำเคร่งกับเื่สำคัญอยู่
หลิงเจาเหว่ยนั่งคุยกับมารดาและชายาเอกม่านอยู่จนกระทั่งชายารองอีกสองคนของหลิงอ๋องเข้ามา ชายหนุ่มจึงได้ขอตัวออกไป ปล่อยให้สตรีคนสำคัญทั้งสี่ปรึกษาหารือการจัดงานเลี้ยงกันตามสะดวก
จวนอ๋องจัดงานเลี้ยงอยู่บ่อยครั้ง หวางเฟยและชายาทั้งสามล้วนชำนาญในการเตรียมงาน พ่อบ้านใหญ่นำบัณฑิตมานั่งเขียนเทียบเชิญแขกถึงสิบคน ไม่นานนักเทียบเชิญก็ถูกเขียนออกมาจากงดงามเรียบร้อย
“เสร็จแล้วก็ส่งไปในเย็นนี้ให้ครบทุกบ้าน ส่วนอาหารการกินก็จัดให้เหมาะสมกับที่เป็งานต้อนรับบรรดาคุณหนูเล่า งานนี้ข้า้าให้หนุ่มสาวจากแต่ละตระกูลมาพบปะกัน เพื่อให้ซื่อจื่อได้เห็นหน้าคุณหนูทุกนาง เอาไว้เลือกซื่อจื่อเฟยได้แล้ว บางทีอาจจะได้เล็งสตรีคนต่อไปให้ซื่อจื่อในคราวเดียว” หวางเฟยหันไปทางชายาเอกม่าน “ฝากเ้าดูแลรายการอาหารให้เหมาะสมด้วยก็แล้วกันนะ”
“ไม่ต้องห่วงเ้าค่ะ หวางเฟย ข้าจะดูแลมิให้ขาดตกบกพร่อง”
ชายารองสองคนคือเหรินฮุยกับิ่เวยทำหน้าที่ดูแลการจัดสถานที่และอบรมสาวใช้เพื่อให้ดูแลแขกอย่างเหมาะสม ในใจของชายารองทั้งสองก็มาดหมายว่าจะให้บุตรสาวของตนเองแต่งกายให้งดงามที่สุดเพื่อจะได้เป็ที่สนใจของคุณชายสกุลใหญ่ หลิงซวงน้องสาวของหลิงคุนนั้นปีนี้อายุสิบเจ็ด ส่วนหลิงเยียนบุตรสาวเพียงคนเดียวของชายารองิ่เพิ่งผ่านพิธีปักปิ่นไปได้ครึ่งปี ยามนี้ก็สามารถจะหมั้นหมายได้
หวางเฟยกวาดตามองชายาทั้งสามแล้วก็ยิ้มน้อยๆ “งานนี้ข้าจะให้ผ้าพวกเ้าไปคนละพับเพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่ งานนี้คืองานที่จวนอ๋องจะต้องทำให้แขกทุกคนในงานกล่าวขวัญถึงไปตลอดปี ดังนั้นข้าจะแบ่งผ้าพระราชทานให้เ้า”
“จริงหรือเ้าคะ?” ชายารองิ่ทำตาโตด้วยความตื่นเต้น
“จริงสิ ข้าจะให้ซวงเอ๋อร์กับเยียนเอ๋อร์ด้วย” หวางเฟยเอ่ยถึงบุตรสาวของชายาเอกม่านกับชายารองิ่
“เป็ความเมตตาอย่างยิ่งของหวางเฟยเ้าค่ะ” ชายารองิ่ลุกขึ้นยอบกายอย่างนอบน้อม นางเป็บุตรสาวของขุนนางขั้นห้าที่มีความงดงามแต่ขี้ขลาด ั้แ่แต่งเข้ามาในจวนอ๋องก็ประจบหวางเฟยมาโดยตลอด หวางเฟยเห็นว่าสกุลิ่ของนางไม่มีพิษสงจึงได้ปล่อยให้นางคลอดบุตรออกมา และเคราะห์ดีที่เป็บุตรสาว หลิงเยียนจึงได้รับความเมตตาจากหวางเฟย
“มาเถอะ รีบไปเลือกผ้า เดี๋ยวข้าจะให้เหยาอันไปตามช่างตัดเย็บมา” หวางเฟยบอกกล่าวสตรีทั้งสามแล้วก็หันไปหาเหยาอัน “เ้าไปตามช่างตัดเย็บประจำของพวกเรามา บอกว่า้าตัดชุดใหม่ทุกคนนะ”
“เ้าค่ะ” เหยาอันยอบกายรับคำสั่ง ในใจนางรู้สึกเศร้าเพราะรู้แล้วว่างานเลี้ยงครั้งนี้เป็การเลือกซื่อจื่อเฟยให้กับบุรุษของนาง แม้หวางเฟยจะเมตตานางมากแต่นางก็เป็ได้แค่สาวใช้อุ่นเตียงของหลิงเจาเหว่ย ต้องรอจนกว่าเขาจะแต่งซื่อจื่อเฟยเรียบร้อย นางจึงได้รับการเลื่อนให้เป็ชายารองตามที่หวางเฟยรับปากเอาไว้
ชายาทั้งสามสีหน้าเบิกบานลุกขึ้นเดินตามหลังหวางเฟยไปยังห้องเก็บผ้าของนางที่อยู่ถัดไปจากห้องโถงเรือนฟานหรง ทุกคราที่มีผ้าพระราชทานจากวังหลวงมายังจวนหลิงอ๋อง หวางเฟยจะเก็บเอาไว้ก่อน ส่วนผ้าที่แบ่งปันให้พวกนางมักจะเป็ผ้าที่หวางเฟยซื้อมาแล้วไม่ถูกใจ คราวนี้พอได้ยินว่าจะได้ผ้าจากในวัง ชายาแต่ละคนล้วนแต่เก็บอาการยินดีเอาไว้ไม่มิด
ผ้าที่ได้รับพระราชทานจะถูกปิดคลุมเอาไว้บนโต๊ะอีกมุมหนึ่ง ชายาทั้งสามไม่เคยเห็นมาก่อน หวางเฟยโบกมือให้สาวใช้เปิดผ้าที่คลุมเอาไว้ออก
“บนโต๊ะนี่ พวกเ้าสามารถเลือกไปได้คนละพับ และส่วนของเด็กสองคนอีกคนละพับ”
ชายาเอกม่านเดินเข้าไปเป็คนแรก นางมองเห็นผ้าไหมสีน้ำเงินก็ถูกใจ
“ข้าเอาพับนี้นะเ้าคะ หวางเฟย”
หวางเฟยยิ้มน้อยๆ พยักหน้า “อืม เ้าเลือกได้ดีจริง นี่เป็ผ้าไหมบรรณาการจากแดนใต้”
ชายาเอกม่านเลือกผ้าไหมสีชมพูอ่อนให้กับหลิงซวงผู้เป็บุตรสาว ชายารองทั้งสองมิได้ชอบผ้าสีเข้มเหมือนชายาเอกม่าน พวกนางจึงมิได้สนใจผ้าที่ถูกเลือกไปแล้ว สายตาของสตรีทั้งสองจับจ้องที่ผ้าปักลายดอกไม้สีหวานที่เหลืออยู่
“ชายารองเหริน เ้าเลือกก่อนเถอะ”
แม้ว่าจะตำแหน่งเท่ากัน แต่ชายารองิ่ก็รู้ว่าตนเองมาทีหลัง นางจึงผายมือให้เหรินฮุยได้เลือกผ้าก่อน
“ขอบใจนะ ข้ารู้ว่าเ้าชอบผ้าสีฟ้า ข้าไม่แย่งเ้ากับหลิงเยียนหรอก ผ้าสีส้มผืนนั้นคล้ายกับชุดของเสี่ยวอี้เฉิงพอดี ข้ากับลูกจะได้ใส่สีเหมือนกัน”
ชายารองิ่ยิ้มกว้าง กล่าวขอบคุณเหรินฮุย ในใจก็นึกดีใจที่ตนมีลูกสาว หากนางมีลูกชายไม่รู้ว่าจะถูกหวางเฟยกับชายาทั้งสองเขม่นสักเพียงใด
***************