ตึก ตึก ตึก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันดูเร่งร้อนจนน่าประหลาด เปรี้ยวชะงัก “ใครคะ? พี่โอ๊ตเหรอคะ?”
“เปรี้ยว... เปิดประตูเร็วๆ พี่ไกรเอง!” เสียงต่ำห้าวที่คุ้นหูดังมาจากด้านนอก จนเธอสะดุ้งสุดตัว
เปรี้ยวตัวแข็งทื่อ มือไม้สั่นไปหมด แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเดินไปเปิดประตูออกช้าๆ ไกรยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าซีดเผือด หายใจถี่เหมือนเพิ่งวิ่งมาอย่างหนัก ผมเผ้ายุ่งเหยิงและมีเหงื่อซึมเต็มหน้าผาก
เขาไม่รอให้เธอได้อ้าปากถาม รีบผลักประตูเข้ามาในห้องแล้วล็อกกลอนเสียงดัง กริ๊ก ทันที
“ออกไปเดี๋ยวนี้เลยเปรี้ยว!” เสียงเขาห้าวต่ำแต่สั่นเครือด้วยอารมณ์ที่ปนกันทั้งโมโหและหวาดกลัว “ไอ้โอ๊ตมันหลอกมึง มันไม่ใช่คนดี มันจีบผู้หญิงหลายคนพร้อมกัน มันพูดคำหวานๆ แบบนี้กับทุกคน มันแค่อยากเปิดซิงมึงแล้วทิ้ง!”
เปรี้ยวถอยกรูด มองหน้าเขาด้วยความใปนสับสน “พี่... พี่มาทำอะไรที่นี่? แล้วพี่รู้ได้ยังไง—”
ไกรกำหมัดแน่น ดวงตาของเขาแดงก่ำ “พี่ตามมึงมา... พี่เห็นมึงขึ้นรถไปกับมัน พี่เลยขับตามมาที่นี่ พี่ยืนรออยู่ข้างล่าง พอเห็นมันลงไป พี่เลยรีบขึ้นมา เปรี้ยว... เชื่อพี่เถอะ มันไม่ได้รักมึงจริง มันแค่อยากได้มึง แล้วทิ้งมึงเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมา!”
เปรี้ยวตัวสั่นเทิ้ม น้ำตาเริ่มไหลรินออกมาอีกครั้ง “แต่... แต่พี่โอ๊ตบอกว่าเขาไม่เคย—”
ไกรก้าวพรวดเข้าไปใกล้ เขาจับที่ไหล่เธอเบาๆ แต่ััได้ถึงความแน่นหนัก “มึงเคยเชื่อคำพูดหวานๆ ของมันมาก่อนแล้วใช่ไหม? มันพูดแบบเดียวกันนี้กับพลอย กับผู้หญิงอีกหลายคน พี่ได้ยินมากับหู! มันบอกว่ามึงคือเ้าหญิงของมัน... คำเดียวกันเป๊ะที่มันใช้หลอกคนอื่น!”
เปรี้ยวทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นห้อง น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม "หนูโง่จริงๆ ... หนูยอมเชื่อมันอีกแล้ว...”
ไกรคุกเข่าลงข้างๆ เธอ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำและสั่นพร่าไปด้วยความเ็ป
“พี่รู้ว่าพี่เคยทำร้ายมึง พี่เคยเป็คนเลว... แต่พี่ไม่เคยหลอกมึงแบบนี้ พี่เคยบอกมึงตรงๆ ว่าพี่อยากได้มึง แต่พี่ไม่เคยเล่นกับความรู้สึกมึง พี่ขอโทษที่เคยทำรุนแรง... แต่ครั้งนี้พี่แค่อยากปกป้องมึง อยากให้มึงรู้ความจริงก่อนที่มึงจะต้องมาเสียใจไปตลอดชีวิต”
เปรี้ยวเงยหน้ามองเขาผ่านม่านน้ำตา “แล้ว... แล้วพี่ทำไมถึงยังช่วยหนูอยู่อีก? หลังจากที่หนูด่า ที่หนูตีพี่ไล่ส่งไปแบบนั้น”
ไกรยิ้มออกมาด้วยความเศร้า เขามองสบตาเธออย่างจริงใจ “เพราะพี่รักมึงจริงๆไงเปรี้ยว... แม้พี่จะไม่ได้สมหวัง แต่พี่ก็ไม่อยากเห็นมึงต้องมาเ็ป”
เขาลุกขึ้นยืนและยื่นมือใหญ่มาตรงหน้าเธอ “ออกไปกับพี่เดี๋ยวนี้เลย ก่อนที่มันจะกลับขึ้นมา ถ้ามึงยังเชื่อพี่... ออกไปด้วยกัน พี่จะพามึงกลับหออย่างปลอดภัย”
เปรี้ยวมองไปที่มือใหญ่คู่นั้น... มือที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างรอยช้ำให้เธอ แต่ในตอนนี้มันกลับสั่นเทาด้วยความห่วงใย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยกมือขึ้นคว้ามือของเขาไว้แน่น
“...ค่ะพี่”
ไกรไม่รอช้า เขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเปรี้ยวแล้วกระชากให้ลุกขึ้นทันที เปรี้ยวรีบตะครุบคอเสื้อตัวเองที่หลุดลุ่ยไว้แน่น ความรู้สึกขยะแขยงในััของพี่โอ๊ตเมื่อครู่ยังติดอยู่ที่ผิวเนื้อจนเธออยากจะร้องไห้ซ้ำออกมา
“อย่าไปทางลิฟต์ มันเสี่ยงเกินไป!” ไกรกระซิบสั่งเสียงต่ำห้าว สายตาคมกวาดมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง เขาไม่พาเธอเดินตรงไปที่โถงลิฟต์หลัก แต่กลับพาเลี้ยวพรวดเข้าสู่ประตูเหล็กหนักอึ้งของ "บันไดหนีไฟ" ด้านข้างทันที
ปัง! เสียงประตูเหล็กปิดลงเบาๆ แต่ก้องกังวาลในความเงียบ
ไกรพาเปรี้ยววิ่งลงบันไดทีละขั้นอย่างเร่งร้อน เสียงฝีเท้าของทั้งคู่ดังก้องไปตามโถงคอนกรีตที่อับชื้น ไกรหายใจหอบถี่ หัวใจเต้นรัวกระแทกอก แต่เขาไม่เคยปล่อยมือเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“อดทนหน่อยนะเปรี้ยว อีกนิดเดียวจะถึงชั้นล่างแล้ว” เขากระซิบปลุกใจพลางโอบเอวเธอไว้หลวมๆ พยุงไม่ให้เธอสะดุดล้มเพราะขาที่อ่อนแรง
แต่ทว่า... พอลงมาถึงชั้นล่างสุดและผลักประตูออกสู่ลานจอดรถ!
“เฮ้ย! นั่นใครวะ!” เสียงะโคุ้นหูดังลั่นมาจากฝั่งตรงข้าม
เป็พี่โอ๊ต! เขากำลังเดินกึ่งวิ่งกลับมาจากทางล็อบบี้ด้วยสีหน้าหงุดหงิดจัด และสายตาเ้ากรรมดันเหลือบมาเห็นไกรที่กำลังกึ่งจูงกึ่งอุ้มเปรี้ยวออกมาจากประตูหนีไฟพอดี
“ไอ้ไกร! มึงพาเปรี้ยวไปไหนวะ! หยุดเดี๋ยวนี้!” พี่โอ๊ตะโสุดเสียงพลางสับเท้าพุ่งตรงมาทางทั้งคู่ทันที
