บทที่ 13 ท่านพ่อรู้จักแต่หมั่นโถว
เยี่ยจิ่นหานมองดูเยี่ยถวนถวนที่นั่งอย่างว่าง่ายโดยวางมือทั้งสองข้างไว้บนตัก
“ยังไม่เคยมีผู้ใดกล้าฝ่าฝืนคำสั่งของข้าเช่นนี้มาก่อน”
เขาบอกไม่ให้นางออกมา แต่นางยังแอบหนีออกมา ช่างกล้าหาญเสียจริง!
ดูเหมือนว่าปกติเขาคงตามใจนางมากเกินไป
เยี่ยถวนถวนกลอกตาไปมาอย่างรวดเร็ว “ถวนถวนไม่ได้อยากออกมาเล่นสักหน่อย ถวนถวนเป็ห่วงท่านพ่อต่างหาก”
ว่าแล้วเยี่ยถวนถวนก็เปิดห่อผ้าเล็ก ๆ ของตนเองออก “ถวนถวนกลัวท่านพ่อจะหิว เลยแอบเอาขนมมาด้วย”
เยี่ยจิ่นหานมองขนมนานาชนิดสีสันสดใสที่นางนำออกมาวางเรียงรายอยู่ตรงหน้า
โอ้! เป็เช่นนั้นหรือ เหตุใดของที่นำออกมาจึงล้วนเป็สิ่งที่นางชอบทานทั้งสิ้นเล่า
เยี่ยถวนถวนเห็นว่าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนไปใช้อีกวิธีหนึ่ง “ท่านพ่อไม่ต้องโกรธนะเ้าคะ ถวนถวนจะเล่านิทานให้ท่านฟัง”
เยี่ยจิ่นหานมองดูทิวทัศน์อันน่าเบื่อนอกหน้าต่าง ตัดสินใจให้โอกาสเ้าตัวน้อยโง่เขลานี้สักครั้ง
“นิทานอะไร?”
“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีถวนถวนตัวน้อยผู้หนึ่ง นางออกเดินทางไปกับท่านพ่อ…”
เยี่ยจิ่นหาน “...” ยังจะบอกว่าไม่ได้ออกมาเที่ยวอีก!
แม้ว่าเื่ราวที่เยี่ยถวนถวนแต่งขึ้นมาจะน่าเบื่อมาก แต่เมื่อเทียบกับทิวทัศน์ป่าไม้ภายนอกที่ไม่เปลี่ยนแปลง เยี่ยจิ่นหานรู้สึกว่ายังพอน่าสนใจอยู่
ขณะที่เยี่ยถวนถวนกำลังเล่าเื่อย่างออกรสออกชาติ พร้อมท่าทางประกอบ รถม้าก็บังเอิญทับก้อนหินใหญ่พอดี
ภายใต้การสั่นะเือย่างรุนแรงของรถ ร่างเล็ก ๆ ของเยี่ยถวนถวนลอยละลิ่วขึ้นไปกลางอากาศ
องครักษ์เงาที่อยู่รอบข้างกระโจนเข้าไปรับไว้ได้ทัน เกือบไปแล้ว…
องครักษ์เงากำลังจะปลอบจวิ้นจู่น้อย
เห็นเพียงแค่ดวงตาคู่สวยของเยี่ยถวนถวนเปล่งประกาย! เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงลอยขึ้นไปกะทันหันเช่นนั้น
โอ้โห! เยี่ยมมาก!
“เมื่อครู่นี้สนุกจัง บินได้ด้วย! เล่นอีก ๆ!”
ไป๋จีที่เดินนำหน้า หันกลับมามอง “จวิ้นจู่น้อยช่างไร้เดียงสาจริง ๆ ถูกท่านอ๋องโยนออกมาแล้วยังไม่รู้ตัว เ้าคนไร้เดียงสาได้พบกับบิดาเช่นนี้ ช่างน่าสลดใจสำหรับผู้ที่ได้ยินได้ฟัง”
องครักษ์เงากำลังจะพาจวิ้นจู่น้อยขึ้นรถม้า แต่ในขณะนั้น ลมเย็นพัดผ่านพาอย่างฉับพลัน
ทิศทางลมนี้ไม่ถูกต้อง
องครักษ์เงาของจวนอ๋องล้วนเป็ยอดฝีมือที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แม้ไป๋จีจะไม่พูดอะไร ทุกคนก็รู้ว่ามีการซุ่มโจมตีอยู่รอบ ๆ
ยกเว้นองครักษ์เงาที่อุ้มเยี่ยถวนถวนยืนข้างรถม้า องครักษ์เงาคนอื่น ๆ ต่างแฝงตัวเข้าไปในป่า กองทหารม้ากระจายตัวเพื่อเตรียมการต่อสู้ทันที
ไป๋จีก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “ผู้มาเยือนคือผู้ใด กล้าขวางทางรถม้าของท่านอ๋องเก้า ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ!”
เมื่อเสียงพูดจบลง เสียงซู่ซ่าก็ดังขึ้นจากในป่าลึก
ชายสวมหน้ากากสิบกว่าคนถือดาบบุกเข้ามา
กองทหารพันม้าเผชิญหน้าต่อสู้ เสียงคมดาบปะทะกันดังไม่ขาดสาย
องครักษ์เงาปิดตาเยี่ยถวนถวน ภาพการฟันคนแบบนี้จะให้จวิ้นจู่น้อยผู้แสนดีได้เห็นได้อย่างไร ถ้าใขึ้นมาจะทำอย่างไร
“จวิ้นจู่น้อยไม่ต้องกลัว” องครักษ์เงามัวแต่ปลอบเยี่ยถวนถวน ไม่ทันสังเกตเห็นคนสวมหน้ากากหลายคนที่อยู่ด้านหลัง
ในตอนนั้นเอง คนสวมหน้ากากห้าคนก็พร้อมใจกันบุกเข้ามา
ชายห้าคนล้อมโจมตีองครักษ์เงาคนเดียว เป้าหมายชัดเจนคือ เยี่ยถวนถวนที่องครักษ์เงาอุ้มอยู่
แม้ว่าองครักษ์เงาจะเป็มือฉมังทั้งหมด แต่สถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนจะเกินกำลังที่จะรับมือได้
หลังจากต่อสู้กันไม่กี่ยก องครักษ์เงาก็ถอยหลังอย่างรีบร้อน เมื่อเห็นว่าคมดาบของฝ่ายตรงข้ามกำลังจะแทงเข้าหาจวิ้นจู่น้อย องครักษ์เงาแทบไม่ต้องคิดก็หันหลังให้ ตั้งใจจะใช้ร่างของตนรับดาบแทน
ใน่เวลาคับขันนั้น เสียงแหลมดังขึ้น “ฟิ้ว!” กระบี่เงินวาววับพุ่งออกมาจากรถม้า
“ฉึก! ฉึก! ฉึก!” เสียงดังติดต่อกันเร็วดุจสายฟ้า มือสังหารสวมหน้ากากสามคนถูกแทงทะลุ
ภาพนี้ดูราวกับเสียบเนื้อย่าง
ทางที่กระบี่เงินผ่านไป อุณหภูมิลดลงไปหลายส่วน
“กระบี่หานซวงออกจากฝัก สามฤดูร้อนกลายเป็หิมะ” คำเล่าลือนั้นไม่ผิดเลย
ไม่ผิดแน่ กระบี่เงินเล่มนี้คือกระบี่หานซวงของท่านอ๋องเก้า เป็กระบี่วิเศษที่ตามคำเล่าลือ นอกจากท่านอ๋องเก้าแล้ว ไม่มีใครสามารถชักออกมาได้
พวกองครักษ์เงาต่างตกตะลึง ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่ปีแล้วที่ไม่ได้เห็นท่านอ๋องลงมือเอง วันนี้พวกเขาได้เห็นกระบี่หานซวงเสียแล้ว
เมื่อคืนนี้เ้าคนหน้าโง่คนไหนบอกว่าท่านอ๋องไม่รักจวิ้นจู่น้อยกัน นี่ถึงกับชักกระบี่หานซวงออกมาปกป้องแล้ว ยังจะเรียกว่าไม่รักอีกหรือ
เมื่อกระบี่หานซวงถูกชักออกมา ขุนนางทั้งเก้าของจวนอ๋องก็ขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในชั่วพริบตาก็จัดการพวกมือสังหารจนหมดสิ้น เหลือไว้แค่สองคนที่ยังมีชีวิต ถูกพวกองครักษ์เงาลากไปสอบสวนในป่า
ไป๋จีชักกระบี่หานซวงออกมา เช็ดคราบเืบนกระบี่ให้สะอาด แล้วยื่นส่งเข้าไปในรถม้าด้วยสองมือ “ท่านอ๋อง กระบี่ของท่านขอรับ”
เยี่ยถวนถวนดวงตากลอกไปมา เวลานี้นางเพิ่งรู้สึกตัวและตอบสนอง “โอ้โห เมื่อครู่นี้เป็กระบี่ของท่านพ่อหรือ?” ช่างสง่างามจริง ๆ
กระบี่ของท่านพ่อเฉียบคมมากเลย นางพูดพลางยื่นมือไปััเบา ๆ
“จวิ้นจู่น้อยระวัง–”
คำพูดของไป๋จียังไม่ทันจบ เยี่ยถวนถวนเพิ่งแตะที่ด้ามกระบี่ ความเย็นะเืจนสั่นสะท้านก็แผ่ซ่านจากคมกระบี่มาถึงมือของนาง
นางรีบชักมือกลับ ถอยหลังด้วยความกลัวสองก้าว
ในรถม้ามีเสียงแค่นหัวเราะเบา ๆ “เ้าเด็กโง่”
เยี่ยถวนถวนถูกอุ้มเข้าไปในรถม้า
นางยกมือน้อย ๆ ขึ้น “มือของท่านพ่อเย็นเหลือเกิน”
เยี่ยจิ่นหานไม่ว่างคุยกับนาง เขากำลังฟังไป๋จีรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับมือสังหาร
เยี่ยถวนถวนซุกมือน้อย ๆ ของนางใส่ในแขนเสื้อของบิดา จึงค่อย ๆ อุ่นขึ้นมา
ยังไม่ทันที่เยี่ยจิ่นหานจะสั่งนางไม่ให้ไปแตะต้องกระบี่ของเขา เยี่ยถวนถวนก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “ท่านพ่อ เหตุใดจึงมีคนมากมาย้าสังหารท่านเช่นนี้”
ไป๋จีที่กำลังรายงานอยู่ “!!!!!”
จวิ้นจู่น้อยช่างกล้าหาญเหลือเกิน ทำไมถึงกล้าพูดกล้าถามทุกอย่างเช่นนี้
เยี่ยจิ่นหานหน้าบึ้งตึง “เ้าแน่ใจหรือว่าพวกเขามาเพื่อสังหารข้า?”
ในกลุ่มมือสังหารชุดนี้ ผู้ที่มีพลังการต่อสู้สูงสุดคือห้าคนที่รวมตัวกันมาเพื่อสังหารเยี่ยถวนถวน
ไป๋จีกลายเป็กระบอกเสียงให้กับท่านอ๋องเก้าทันที “จวิ้นจู่น้อย ดูเหมือนว่าคราวนี้พวกเขามาเพื่อท่านโดยเฉพาะนะขอรับ…”
เยี่ยถวนถวน “!!!!”
อะไรนะ!
พวกเขามาเพื่อสังหารนาง??
แต่ว่า แต่ว่า แต่ว่า...
“ทำไมกันเล่า ถวนถวนไม่ได้กินข้าวของพวกเขาสักหน่อย”
เ้าตัวน้อยถวนถวนกลอกตาไปมา คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าตนมีอะไรที่น่าฆ่านัก
โอ้! ใช่แล้ว นางรู้แล้ว
เยี่ยถวนถวนเลียนแบบท่าทางผู้ใหญ่ เอามือเท้าสะเอว ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “คงเป็เพราะข้าเป็บุตรสาวของท่านพ่อ จึงอยากฆ่าข้าใช่หรือไม่? ไม่เป็ไร ถวนถวนไม่ถือสาที่ท่านพ่อทำให้ถวนถวนเดือดร้อนหรอก”
ไป๋จี “!!!” เป็อีกครั้งที่เขาถูกจวิ้นจู่น้อยทำให้ตะลึง
คราวนี้เมื่อเยี่ยจิ่นหานได้ยินคำพูดของบุตรสาวอกตัญญูเช่นนี้ เขาไม่เพียงไม่โกรธ แต่กลับรู้สึกสนใจขึ้นมา
“เ้าไม่กลัวหรือ?” ความตายอยู่ต่อหน้านางเชียวนะ
เยี่ยถวนถวนส่ายหัว “ไม่กลัวหรอกเ้าค่ะ ถวนถวนมีท่านพ่อคอยปกป้อง ถวนถวนไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เมื่อถวนถวนโตขึ้นก็จะปกป้องท่านพ่อเช่นกัน!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ไป๋จีรู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังจะละลาย จวิ้นจู่น้อยช่างน่ารักเหลือเกิน
เยี่ยจิ่นหานก้มมองเ้าตัวน้อยโง่เขลาที่กำลังกอดแขนเสื้อเพื่อให้ความอบอุ่น หัวใจของเขาก็พลันอ่อนยวบอย่างประหลาด
…
หนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงครวญครางดังก้องไปทั่วป่าเล็ก
องครักษ์เงานำตัวคนร้ายที่จับกุมได้มารายงาน
“รายงานท่านอ๋อง คนพวกนี้คือกองหน้าของโจรม้าขอรับ”
เป็ที่ประจักษ์ชัดว่า พวกโจรม้าตงหยางได้ล่วงรู้เื่ที่จวนอ๋องจะส่งกองทัพออกไปปราบปรามพวกเขาแล้ว ดังนั้นจึงส่งคนมาล่วงหน้าเพื่อหมายจะลักพาตัวเยี่ยถวนถวนไปเป็ตัวประกัน
เมื่อพวกโจรม้าได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว สถานการณ์ในตอนนี้ก็คือ ศัตรูอยู่ที่ลับ ส่วนพวกเขาอยู่ที่แจ้ง
เยี่ยจิ่นหานพิจารณาสถานการณ์อย่างถี่ถ้วนแล้ว ก่อนจะตัดสินใจแยกกำลังพลออกเป็สองส่วน
“พรุ่งนี้เราจะหยุดพักที่อำเภอเฟิงซาน” จากนั้นให้องครักษ์เงาออกปฏิบัติการก่อน แล้วค่อยให้กองทหารม้าตามมาโจมตีประกบ
การโจมตีพร้อมกันสองทาง การกวาดล้างพวกโจรม้าให้หมดสิ้นก็ไม่ใช่เื่ยาก
แน่นอนว่าเยี่ยถวนถวนไม่เข้าใจเื่กลยุทธ์ทางทหารของบิดาแม้แต่น้อย สิ่งที่นางสนใจคือการได้ออกไปเที่ยวเล่นต่างหาก
“ท่านพ่อ อำเภอเฟิงซานมีของกินอะไรอร่อยบ้างหรือเ้าคะ?”
เยี่ยจิ่นหานมองบุตรสาวตัวน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “หมั่นโถว”