บทที่ 3 ถุงเครื่องรางคุ้มภัย...แลกกัน?
หลังใช้น้องสาวเป็ข้ออ้างพาตัวเองหลบออกจากโถงที่สามหลินหลงอู่ก็มุ่งหน้ามายังลานฝึกด้านหลังวัดโดยแอบได้ยินมาว่าเหล่าศิษย์วัดต้าิฝึกวิชาป้องกันตัว ใช้ทักษะการร่ายรำไม้พลองเป็อาวุธในการต่อสู้
กระบวนท่ายังพิสดารยิ่งสิบปรมาจารย์ยังยกย่อง เจอมารปราบมาร เจอเทพกำราบเทพแค่ได้ฟังเพียงครั้งเดียวมีผู้ใดไม่ตะลึงงันกระทั่งเขาที่หลงใหลในทักษะการต่อสู้ยังทนไม่ไหว ต้องแอบมาสอดแนมหาทำเลดีๆดูการฝึกซ้อม
...เล่าย้อนไปก่อนหน้านั้นสักหน่อยหลินหลงอู่บังเอิญเจอเสี่ยวจิง ใช้คำว่าบังเอิญ? จึงให้นางไปอยู่เป็เพื่อนหลินหลานหรูป่านนี้น้องเล็กของเขาคงไปอาละวาดอยู่ที่ไหนสักแห่ง กับคำที่ว่าให้อยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นของนาง คงลากยาวไปจนทั่วทั้งวัดแล้วกระมัง
ทว่าเสี่ยวจิงกลับไม่ชำนาญทางยิ่งคนเยอะนางยิ่งตาลาย จับทิศจับทางยังงงที่พึ่งเดียวอย่างดวงอาทิตย์ยังถูกเมฆหนาบดบัง แล้วนางจะเดินไปทางไหนเล่า
ยามนั้นหลินหลงอู่ถึงกับหาที่นั่งดึงกิ่งไม้จากต้นมาแล้ววาดเป็เส้นทางให้นางดู ไม่นานเสี่ยวจิงก็หลุดปากถาม 'คุณชายเหตุใดจึงวาดไส้เดือนหลายตัวเช่นนี้เ้าคะ บนพื้นวาดตัวเดียวบ่าวก็เข้าใจแล้ว'กิ่งไม้ในมือหลินหลงอู่หักดังเป๊าะแบ่งเป็สองท่อนเท่ากันเลยเทียวรู้สึกชิงชังสัตว์เลื้อยคลานขึ้นมาตงิดๆจากนั้นก็ปล่อยเสี่ยวจิงไปตามยถากรรมเสียเลย
กลับมาๆ...หลินหลงอู่ลบภาพไส้เดือนในหัวทิ้งไป มองเงาร่างด้านหลังของคนสองผู้ที่ปรากฏแก่สายตาเวลานี้ไม่ได้มีแค่เขาหรอกหรือที่สนใจกระบวนท่าป้องกันตัวของวัดต้าิ
ความจริงแล้วกระบวนท่าที่หลินหลงอู่จินตนาการความร้ายกาจเอาไว้เสียสูงส่งแค่สองคน...ย้ำว่าแค่สองคนมาแอบดู ยังน้อยเกินไปไหม
ซอกเล็กๆระหว่างโขดหิน สองนายบ่าวคู่หนึ่งกำลังยืนมองอย่างสง่าผ่าเผยด้านหน้าพวกเขาคงเป็บรรดาศิษย์วัดในชุดฝึกซ้อมตวัดไม้พลองยาวตามจังหวะพลางส่งเสียงหนึ่งสองสามแล้วโจมตี ฮ้ะ! ฟังน่าเร้าใจยิ่ง
หลินหลงอู่เดินขึ้นหน้ามือหนึ่งเท้าเอว สะกิดไหล่เด็กหนุ่มคนหลังสุด ซึ่งอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขาหากดูจากการแต่งกายคงไม่พ้นเป็บ่าวติดตามคุณชายน้อยด้านหน้า
สะกิดไปแล้วหนึ่งครั้งครั้งที่สองตามมา กระทั่งครั้งที่สาม อีกฝ่ายแค่ปัดๆ ไหล่ยกมือกระชับเสื้อผ้าให้ตรงแล้วไม่ใส่ใจสิ่งใดนอกจากการฝึกซ้อมตรงหน้าอีก
หลินหลงอู่ย่นหัวคิดปัดไรเห็บรึ เขาค้านจะสนบ่าวผู้นี้ด้วยตัวเองสูงกว่าเล็กน้อยจึงโผล่หน้าออกไปดูบ้าง
"...ฉางิ เ้าดูไว้ ก่อนหวดไม้พลองลงมาต้องสะบัดข้อมือเบาๆแล้วส่งแรงเหวี่ยงจากด้านหลังไปด้านหน้า เช่นนี้แม้รอบการเคลื่อนไหวจะกว้างจนกระบวนท่าออกตัวเชื่องช้าเกินไป แต่แรงที่ส่งไปยังไม้กระทั่งปะทะคู่ต่อสู้มากมหาศาลนัก"
ฉางิพยักหน้าคิดตามสิ่งที่คุณชายพูดอย่างละเอียด ต่อให้งงก็ยังตอบว่า"เข้าใจแล้วขอรับ"
"เ้าดูหลวงจีนผู้นั้น..."ฉางิมองตามอย่างจดจ่อ เขาไม่เคยจริงจังอะไรขนาดนี้มาก่อน
หลินหลงอู่เองก็มองตามเมื่อครู่ที่ฟังก็งงแปดทิศมืดไปแปดด้านเช่นกัน จึงเอ่ยถาม "ก็แค่หวดไม้พลองมีอะไรให้ต้องวิเคราะห์นักหนา จับๆ ตีๆ ก็จบเื่แล้วไม่ใช่หรือ"
"ผู้ใด!"
อึ้ก
ฟิ้วววว
ตึง!
"เกิดอะไรขึ้น"
คนลงมือทำตาปริบๆ ชัดว่าเมื่อครู่ฉางิตวัดแขนส่งฝ่ามือกลับหลังอย่างว่องไวปะทะเข้าหน้าอกหลินหลงอู่ด้วยกำลังภายใน...ทั้งหมด?
เสียงวัตถุหนักๆเคลื่อนลอยถอยหลังแล้วกระทบพื้นในเวลาต่อมานับเวลาดูแล้วคงเพิ่งมือแตะถ้วยน้ำชากระมัง รวดเร็วยิ่งกว่าเสียงเสียอีก
หลินหลงอู่เพิ่งจะอ้าปากก็พบว่าตัวเองนอนนับไส้เดือนบนพื้นเสียแล้วในใจคิด บิดามัน! เหตุใดพวกเ้าลงมือรุนแรงเยี่ยงนี้
"พวกเ้าลงมือหนักเช่นนี้กับทุกคนเลยรึ"นี่คือเสียงของคนนอนหมดสภาพบนพื้นไกลออกไปหลายจั้ง
เื่นี้จะโทษหลินหลงอู่ไม่ได้เมื่อครู่แม้เสียงที่เอ่ยไม่เบาจนทำสองนายบ่าวใไม่ว่ากันแต่ตอนที่เดินเข้ามาเขาก็ไม่ได้เข้ามาเงียบๆ เลยสักนิดยังสะกิดบ่าวรับใช้มือหนักผู้นี้ไปตั้งสามครั้ง สามครั้งเชียวนะ!
เสวี่ยเฟิ่งโผล่ศีรษะจากด้านหลังฉางิเห็นคุณชายผู้หนึ่งลุกขึ้นยืนอย่างซวนเซพลางเอามือปัดฝุ่นตามร่างกายจากนั้นก็ลูบอกตัวเองป้อยๆ มองจ้องมาทางพวกเขาด้วยสายตาพิลึกยิ่งมองสีหน้ายิ่งเปลี่ยน ดูพิลึกพิลั่นเข้าไปอีก มีคนแบบนี้อยู่บนโลกด้วยหรือเสวี่ยเฟิ่งนึกทึ่งเขายังลุกขึ้นมาได้ด้วย ช่างไม่ธรรมดา...ไม่ธรรมดาจริงๆ
สีหน้าพิลึกของหลินหลงอู่ใช่ว่าไม่มีสาเหตุเกิดมาเพิ่งเคยเห็นบ่าวรับใช้กำลังภายในล้ำลึกถึงเพียงนี้ นี่แค่บ่าวแล้วนายจะขนาดไหน แค่คิดก็ขยาด "พวกเ้า เ้า.."เ้าอยู่สิบคำ "...เห็นข้าเป็ศัตรูหรือไง"
เสวี่ยเฟิ่งหรี่ตามองอีกฝ่ายนิ่งดูไปแล้วโครงหน้าคล้ายคนที่เขาเคยรู้จักอยู่หกส่วนจะอย่างไรผูกมิตรไว้เป็สหายย่อมดีกว่า ดังนั้นจึงแตะไหล่ฉางิเบาๆให้ลดท่าทางยกหมัดขึงตาเช่นนั้นลง แต่ฉางิดันไม่ยอม เฮ่ย! ๆ
แน่นอนว่าฉางิประหลาดใจคุณชายท่านนี้รับฝ่ามือจากเขาได้แต่ไม่ได้จะชื่นชมเขากลับคิดว่านี่ฝีมือตูข้าตกหรือ สู้เฝ้าฝึกมาสิบปี น่าผิดหวังกลับไปเห็นทีต้องยกถังน้ำแปดถังวิ่งบนหลังคาเรือนแล้ว
"เอาน่าข้าจัดการเอง" เสวี่ยเฟิ่งเอ่ยเสียงเบา ฉางิจึงยอมลดท่าทางขึงขังลงต่อจากนั้นเสวี่ยเฟิ่งจึงเผยยิ้มเป็ยิ้มที่หลินหลงอู่เห็นแล้วรู้สึกคุ้นตาเหมือนกัน "ขออภัยพี่ชายบ่าวรับใช้ของข้าไม่ทันระวัง เผลอลงมือกับท่านหนักไปหน่อย ท่านไม่เป็ไรใช่หรือไม่"
เผลอ?! เผลอยังลอยมาไกลขนาดนี้หากตั้งใจลงมือตูไม่กระอักเืตายหรือ หากบอกไม่เป็ไรก็เหลือเชื่ออยู่แต่พอเห็นฉางิลดมือลงสีหน้าที่พิลึกก็เปลี่ยนเป็ยิ้ม ยืดอกเดินขึ้นหน้าอยากแสดงความเป็พี่ใหญ่ข่มผู้อื่นเสียหน่อย อยู่แต่ในจวนโดนน้องสาวข่มมานานวันนี้ขอจอมยุทธ์หลงอู่โชว์กระบวนท่าปราบมารกำราบเทพสักกระบวนหน่อยเถอะ
"ไม่เป็ไรเป็ข้าที่เขามาไม่ให้สุ้มให้เสียงจนพวกเ้าใหวังว่าครั้งหน้าจะไม่ลงมือหนักเช่นนี้อีก" พูดจบก็ตบไหล่ฉางิไปหนึ่งแปะแต่ถูกสวนกลับด้วยสายตาข่มขู่ ที่คิดจะตบอีกรอบจึงยกมือค้างกลางอากาศดึงกลับมาลูบศีรษะตนสองสามที ส่งยิ้มสร้างมิตรไมตรีต่อไป
หัวคิ้วฉางิขมวดมุ่นในใจคงฉงน คนผู้นี้เป็ใครกันช่างเปลี่ยนท่าทีได้เร็วยิ่ง
เสวี่ยเฟิ่งยิ้มรับ"ครั้งหน้าข้าจะสั่งสอนบ่าวของข้าให้เบามือหน่อย เอาแค่ลอยจั้งเดียวก็พอแต่หากผู้มาไม่ให้สุ้มเสียง ก็อาจจะลอยไปไกลกว่าเมื่อครู่"
คำพูดประโยคนี้ฟังอย่างไรก็ให้รู้สึกทะแม่งๆพลันหลินหลงอู่นึกถึงไส้เดือนที่สาวใช้ข้างกายน้องสาวพูดความอับอายนี้ไม่อาจแสดงออกมาเป็ครั้งที่สอง
สุดท้ายแล้วคุณชายน้อยตรงหน้าจะสั่งสอนบ่าวรับใช้ของตัวเองหรือไม่หลินหลงอู่ไม่อยากหาข้อสรุป จึงปล่อยผ่านไป พยักหน้าอย่างเห็นด้วยเสียเลย"ตามใจเ้าเถิด ข้าเองก็อยู่ดีมีสุข ออกจะรู้สึกว่าเืลมไหลเวียนดีขึ้นไม่แน่ว่าฝ่ามือเมื่อครู่ของบ่าวเ้าช่วยทะลวงจุดลมปราณให้ข้าไปหลายจุดแล้วกระมัง"
ไม่ขนาดนั้นมั้งเสวี่ยเฟิ่งยืนมองหลินหลงอู่โคจรพลังทว่ามองอย่างไรก็เหมือนเด็กหนุ่มร่างผอมคิดอวดความกำยำทั้งที่ความกำยำเลิกผ้าหายังไม่เจอ สงสัยจะกลัวฝ่ามือฉางิจนหาที่ซ่อนแล้วพอเหลือบมองฉางิ เ้านี่ก็กำลังกลั้นขำ เอากันเข้าไป
"เอ่อ..."เสวี่ยเฟิ่งหาทางยุติ หากปล่อยต่อไป เกรงว่าหลินหลงอู่จะหันมาหาความกำยำจากพวกเขาแทน"พี่ชาย ท่านก็มาดูหลวงจีนเหล่านี้ฝึกไม้พลองตีสุนัขหรือ"
หือ? หลินหลงอู่ชะงักอะไรคือไม้พลองตีสุนัขเหตุใดเขาจึงรู้สึกว่าความเลื่อมใสที่มีต่อวิชาป้องกันตัววัดต้าิพลันหายไปพร้อมสุนัขตัวเมื่อครู่นี้แล้วเลยกวาดสายตามองหลวงจีนบนลานฝึกดูบ้าง ทว่าพอมองแล้วก็ยิ่งรู้สึกแคลงใจ"น้องชาย เ้าจะไม่ดูิ่วิชาศิษย์วัดต้าิเกินไปหรือข้าได้ยินมาว่าร้ายกาจนัก เจอมารปราบมาร เจอเทพกำราบเทพ"
มีเื่เช่นนั้นด้วยรึ"ไม่ใช่ว่าเจอมารสาดน้ำมนต์เจอเทพโขกศีรษะหรือ พี่ชาย ท่านดู ยกไม้เช่นนั้นแม้แต่เด็กยังไม่กลัว หากตีลงไปอย่าว่าแต่คนเลย ขนาดสุนัขยังไม่ร้องเจ็บไม่แน่มันอาจหันหน้ามากัดท่านแทน"
"ไม่ถูกกระมัง"
ไม่ถูกอะไร
ทั้งสองยืนข้างกันเอ่ยเรียกพี่ชายน้องชายมองเหล่าศิษย์วัดต้าิยกไม้พลองตวัดไปมา หากมองจากมุมหลวงจีนโขดหินใหญ่ทางทิศตะวันออกของลาน ปรากฏหัวเล็กๆ ดำๆ สองหัวขยับขึ้นลงส่วนอีกหัวด้านหลังมองอย่างไรก็รู้ว่าถูกทิ้ง
ฉางิเห็นพวกเขาเข้ากันได้ดีจึงอดทำหน้าพิลึกพิลั่นตามหลินหลงอู่ไม่ได้เหตุใดคุณชายถึงให้คนผู้นี้เข้าประชิดตัว นิสัยเฉกเช่น 'ทุกคนบนโลกคือศัตรูข้า' เก็บซ่อนที่ใดแล้วแต่ท่าทางเช่นนี้ของคุณชายเหมือนกำลังล่อให้ศัตรูตายใจ ฮ้ะ! ต้องแย่แน่ๆ...คุณชายเขานี่แหละจะแย่
"ท่านดู"เสวี่ยเฟิ่งชี้มือไปที่หลวงจีนด้านหลังสุดของแถว "หลวงจีนผู้นั้นพอหวดไม้ตวัดตีได้สามกระบวนท่า จะลงมือตีหัวหลวงจีนอีกผู้จากนั้นก็ทะเลาะกันจนถูกตำหนิ ท่านว่าโง่ใช่หรือไม่"
เสวี่ยเฟิ่งสรรหาคำหลอกล่อพอเห็นหลินหลงอู่หัวเราะจึงเอ่ยถาม "พี่ชาย เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่เล่าทั้งยังไม่มีผู้ติดตาม ท่านแอบผู้ใดหนีมาหรือ"
"น้องชายข้าไปมาเปิดเผย" ยกมือทุบอกตนประกอบ"การแอบผู้อื่นหนีเป็การกระทำของเด็ก ผู้ใหญ่เช่นข้าองอาจห้าวหาญเยี่ยงนักรบ"
"อ้อ...เช่นนี้เอง...เช่นนี้เองข้ามองท่านผิดไป ขออภัยๆ" เสวี่ยเฟิ่งจนคำพูด แม้แต่ฉางิยังกุมขมับ
"เ้ายังเด็กไม่เป็ไรๆ" ไม่พูดเปล่า มือยังแตะไหล่ผู้อื่นอีก
เสวี่ยเฟิ่งขยับไหล่พลางแกะมือหลินหลงอู่ออกอย่างไม่เสียมารยาทถึงเนื้อถึงตัวเกิดไปไหมพี่ชาย "พี่ชาย เรียนถามท่านเป็คุณชายสกุลใดรึข้าเห็นท่านแล้วรู้สึกถูกชะตานัก วันหน้าข้านับท่านเป็พี่น้องได้หรือไม่"
หลินหลงอู่ยิ้มอย่างภาคภูมินี่คือคำชมใช่หรือไม่ เดิมทีในใจหลินหลงอู่ก็ไม่ได้โกรธเคืองที่ฉางิลงมือกับเขาอยู่แล้วอีกทั้งคุณชายน้อยผู้นี้ยังพูดจาให้ความเคารพเขา มองอย่างไรก็อ่อนน้อมถ่อมตัวไม่เหมือนน้องเล็กที่จวนของเขา ดังนั้นย่อมมีความรู้สึกถูกชะตาด้วยอยู่แล้ว
เพียงแต่รอยยิ้มชวนคนหลงใหลหรือจะเรียกว่าน่าขนลุกดีเช่นนี้ช่างเหมือนน้องเล็กของเขาไม่มีผิด แววตากร้านโลกราวกับ 'ทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนอยู่ในมือข้า'ทำนองนั้น คงมีแต่รอยยิ้มกับแววตานี่แหละที่ชวนสยอง
หลินหลงอู่ตัดสินใจได้จึงกล่าวเสียงดังหนักแน่น "ดี! ข้าก็ถูกชะตาเ้าเช่นกัน ข้าสกุลหลินชื่อหลงอู่ เ้าเล่า?"
"ข้าสกุลเย่าชื่อเสวี่ยเฟิ่ง พี่หลงอู่ ข้าเรียกท่านเช่นนี้ได้หรือไม่"
"ย่อมได้น้องเฟิ่ง" หลินหลงอู่ยินดียิ่ง ยกมือตบไหล่เสวี่ยเฟิ่งหนักๆ
เสวี่ยเฟิ่งตาเหลือกยิ้มแห้งๆ ให้หลินหลงอู่ "พะ...พี่หลงอู่ ท่านเบามือหน่อยก็ได้"อีกนิดได้หัวทิ่มกันพอดี คุณชายหลินช่างมือหนัก เห็นได้ชัดว่าร่างกายผ่ายผอมแต่กำลังมากเกินตัว เห็นทีท่วงท่าอวดความกำยำก่อนหน้าจะไม่ใช่เื่ล้อเล่นตบทีหนึ่งเครื่องในแทบพัง
คงผูกใจเจ็บเื่ฝ่ามือพิฆาตมารของฉางิเมื่อลงมือกับบ่าวไม่ได้เลยเล่นงานนายแทน
"เช่นนั้นรึขออภัยน้องเฟิ่ง" ถึงอย่างนั้นก็ยังตบอีกสองสามทีเป็การปิดท้าย
ฉางิแอบยกหมัดด้านหลังแต่ถูกสายตาคุณชายห้ามไว้ หากเ้าลงมือ ครั้งนี้คงได้แบกไปหาท่านเ้าอาวาสช่วยตามหาคนสกุลหลินมารับศพ
หนักขั้นนั้นเทียว
เสวี่ยเฟิ่งย่อมรู้ความสามารถของฉางิดีไม่เช่นนั้นคงไม่ถูกส่งมาอยู่กับเขา และเฝ้าฝึกอย่างเข้มงวดตามคำสั่งมารดาของเขาพูดถึงหญิงผู้นี้แล้ว อีกไม่นานคงได้พบหน้า
สองคุณชายเดินคุยกันถูกคอพลางเดินออกจากลานฝึกตรงมายังโถงหน้าวัดซึ่งหากเดินลงไปอีกสักหน่อยก็จะเจอโถงสำหรับจุดธูปขอพรรับเครื่องรางคุ้มภัยด้านหลังยังมีฉางิเดินตามมาติดๆทุกความเคลื่อนไหวของคุณชายหลินแปลกหน้าล้วนอยู่ในขอบเขตสายตาฉางิทั้งสิ้น...ก็มันไม่ไว้ใจ
"พี่หลงอู่ท่านก็ฝึกทักษะการต่อสู้เช่นกันหรือเห็นท่านป้องกันฝ่ามือบ่าวรับใช้ข้าได้ไวยิ่ง"
"ไม่มากๆข้าไม่สันทัดกระบวนท่าต่อสู้ระยะประชิดด้วยมือเปล่า" ดูได้จากความล้มเหลวในการฝึกท่าหมัดมวยกับไป๋เซี่ย"ข้าถนัดจับกระบี่ซะมากกว่า เมื่อครู่แสดงความอ่อนหัดให้น้องเฟิ่งเห็นแล้วเอ๊ะ... เ้าเองก็ฝึกไม่ใช่หรือ"
"พอจับกระบี่ไม่หลุดมือ"โกหก!! รอยยิ้มเช่นนั้นโกหกชัดๆ เสวี่ยเฟิ่งยิ้มกล่าวความเท็จต่อ"ข้าี้เีเลยให้ฉางิฝึกแทน"
แบบนี้ก็ได้?
"อ้อดูร่างกายเ้าก็เหมือนไม่ค่อยมีแรง คงจะจริง"
"ถูกต้องๆข้าร่างกายอ่อนแอ ไม่เหมือนท่านน้อยคนนักที่ฉางิซัดฝ่ามือใส่แล้วยังลุกขึ้นมาได้"
หลินหลงอู่หันหลังขวับคนหรือเซียน จ้องฉางิราวกับจะมองให้ทะลุข้างใน กินอะไรลงไปถึงฝึกวรยุทธ์ได้เร็วเพียงนั้นไม่ใช่ใช้วิชาลับหรือ เขาเองเคยเกลี้ยกล่อมน้องเล็ก ให้นางอนุญาตเฉิงอิ้นสอนแต่ได้รับคำปฏิเสธกลับมาทุกครา 'โลกนี้อย่าหวังผู้ใดจะได้เคล็ดวิชาจากเฉิงอิ้น' นั่นคือประกาศิตจากปากนาง
"เด็กหญิงผู้นั้น..."เสวี่ยเฟิ่งมองตาไม่กะพริบ ด้วยรู้สึกตกตะลึง ทว่าเวลาต่อมาสีหน้ากลับเปลี่ยนเป็ความดำมืด
หลินหลงอู่มองตามพลันสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด"น้องเล็ก!"
ไล่ย้อนไปก่อนหน้าหลังหลินหลานหรูผละจากเจินชิ่วอีมาแล้ว นางพร้อมเสี่ยวจิงเดินเลียบไปตามทางหลบหลีกผู้คนออกมายังส่วนหน้าของวัด
ยามนั้นเสียงระฆังดังขึ้นเป็่ผู้คนจากที่หนาตาก็เบาบางลง หลินหลานหรูค่อยรู้สึกหายใจหายคอโล่งขึ้นหน่อยทว่านั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ...
...นางเจอคู่ปรับเก่าเป็คุณหนูเจินคนน้อง เจินชิ่วอิง คุณหนูเล็กแห่งสกุลเจิน
"เหตุใดเป็เ้าอีกแล้ว!"คุณหนูชิ่วอิงตะเบ็งเสียงผงะ ถอยหลังไปสามก้าวตามสัญชาตญาณนางลอบเหงื่อตกเมื่อเห็นหลินหลานหรูในเสื้อคลุมสีฟ้าสดใสทั้งอีกฝ่ายยังส่งยิ้มชวนคนหวาดระแวงมาให้
"เป็ข้าแล้วทำไม"หลินหลานหรูหักกิ่งไม้ใกล้ๆ มือเสียงดังเป๊าะดุจเสียงกัมปนาทในหัวเจินชิ่วอิงจนสะดุ้งโหยงะโถอยหลังไปอีกสามอะไรจะกลัวขนาดนั้น นางไม่ได้จะกินหัวคุณหนูเจินเสียหน่อย "หึๆ คุณหนูชิ่วอิงไม่ได้เจอกันนาน หน้าเ้าหายดีแล้ว?"
"เ้า!ข้าจะฟ้องท่านพ่อ"
แท้จริงแล้วเจินชิ่วอิงเป็เด็กดีคนหนึ่งรักสัตว์ เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ ทั้งยังมีความสามารถ...พอใช้ได้
หลินหลานหรูแกว่งกิ่งไม้ในมือเล่นพลางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า กล่าวด้วยอารมณ์สบายๆ"จะฟ้องด้วยเื่อะไร คราวนี้ข้าทำอะไรเ้า ข่วนหน้าเ้าอีกรึ ครั้งนั้นหกล้มถูกเศษกระเบื้องข่วนก็หาใช่ข้าผลักยืนไม่มั่นคงยังคิดแสดงความสามารถเอาชนะข้า โทษผู้ใดได้"
คุณหนูชิ่วอิงนึกถึงวันเก่ามือข้างหนึ่งพลันยกปิดแก้มซ้ายด้วยกลัวหลินหลานหรูจะลงมือซ้ำในใจคิดเป็เพราะหลินหลานหรูยื่นเท้าขัดขาบ่าวรับใช้ สกุลเจินครานั้นเสียหน้าอับอายเหล่าสกุลใหญ่ทุกสกุล ความเจ็บแค้นนี้เกิดง่ายแต่ลืมยากนับสกุลหลินเป็ศัตรูที่พบหน้าไม่อาจสนทนาแม้แต่คำเดียว
"เหอะๆคุณหนูชิ่วอิง เ้าเหมือนเต่ากลัวหัวหด ขดหลบอยู่แต่ในกระดองสักวันข้าจะเอาค้อนมาทุบกระดองเ้า!"
"เ้า!เ้า! เ้ามันปีศาจชัดๆ ข้าจะฟ้องท่านพ่อ"
คุณหนูเจินชิ่วอิงกลัวหลินหลานหรูเป็ที่สุดด้วยว่านางมักจะกลั่นแกล้งเจินชิ่วอิงทุกครั้งที่มีโอกาสทว่าเจินชิ่วอิงก็ใช่ว่าจะยอมง่ายๆ เช่นกัน ทั้งสองจึงเหมือนไม้เบื่อไม้เมาแอบแข่งขันกันตลอด ไม่ว่าเื่ใดล้วนมีผลแพ้ชนะ
แต่โชคแห่งชนะไม่เคยเข้าข้างเจินชิ่วอิงสักครั้งนั่นจึงเป็เหตุผลที่คุณหนูชิ่วอิงทั้งโกรธทั้งกลัวหลินหลานหรูยิ่งผู้ใหญ่สองตระกูลยังเห็นเป็จริงเป็จังอวดความสามารถของบุตรสาวเพื่อยกระดับหน้าตาตระกูลในใจเจินชิ่วอิงแล้ว...คุณหนูหลินผู้นี้ต้องใช้วิชามารเป็แน่ ต้องใช่แน่ๆ
"เ้ามีแต่จะฟ้องท่านพ่ออย่างเดียวไหนเล่า เขาอยู่ที่ใด รีบฟ้องเข้าสิ" หลินหลานหรูยังระบายยิ้มเต็มดวงหน้านางถือครองตำแหน่งผู้ชนะหลายปีซ้อนสีหน้าคุณหนูชิ่วอิงยามนี้ห่างไกลคำว่างดงามยิ่ง หากเป็ชาติก่อนนางแพ้เช่นนี้คงถูกตำหนิถึงขั้นถูกขังในห้องให้ฝึกซ้อมจนกว่าจะมั่นใจว่าเหนือกว่าผู้อื่นคุณหนูชิ่วอิงสุขสบายมาตลอด จะเข้าใจความกดดันนี้หรือ ก็แค่เด็กน้อยเล่นสนุกไปวันๆ
เจินชิ่วอิงกระทืบเท้าเร่าๆสีหน้าไม่พอใจอย่างที่สุด สองมือยังกำเป็หมัดข้างกระโปรงกัดฟันกรอดเอ่ยชื่อคู่อริทีละคำ "หลิน-หลาน-หรู!"
นางเลิกคิ้วสูงให้คุณหนูเจิน"ข้าทำไมหรือ" ตอนนี้หลินหลานหรูอยู่ห่างจากเจินชิ่วอิงราวสอง่ตัว
"ฮึ!เ้าอย่าได้ใจนัก อย่าคิดว่าจะรังแกผู้อื่นอยู่ฝ่ายเดียวได้สักวันข้านี่แหละจะข่วนหน้าเ้า"
"ข้าจะรอเ้าค่ะ"นางเอ่ย ทั้งก้มศีรษะให้น้อยๆ
คิดวัดความอดทนกันหรือ
เดือดแล้ว!เจินชิ่วอิงโตกว่าหลินหลานหรูถึงสามปี คิดอยากจับหลินหลานหรูเขย่าๆให้หยุดยิ้มเยาะเช่นนั้นเสียทีดังนั้นสองมือของเจินชิ่วอิงหมายจะเอื้อมให้ถึงหลินหลานหรู หากแต่เท้าสะดุดก้อนหินล้มพับตรงหน้าหลินหลานหรูทั้งอย่างนั้น ได้แผลมาเต็มสองฝ่ามืออีกจนได้
หลินหลานหรูหัวเราะคิกคักคุณหนูชิ่วอิงทำตัวเองทั้งนั้น ช่างโชคร้ายกระทั่งสาวใช้แปดขวบข้างกายนางก็เอาแต่ก้าวขยับๆ เดี๋ยวถอยเดี๋ยวหยุดไม่ไปไหนมาไหนสักทีด้วยกลัวหลินหลานหรูไม่ต่างกันจึงยืนมองคุณหนูของตนถูกผู้อื่นรังแกช่างเป็บ่าวที่ดียิ่ง
่เวลาที่ทั้งโกรธทั้งอยากร้องไห้เช่นนี้เจินชิ่วอิงเหลือบเห็นหนอนน้อยกำลังคืบคลานอยู่ตรงหน้าพอดี พลันรู้ทันหลินหลานหรูเอี้ยวตัวตะครุบตัวหนอนแต่กลับได้เท้าของคุณหนูหลินแทน
นางเหยียบเรียบร้อย
"เ้า!!"จะรังแกกันเกินไปแล้ว เจินชิ่วอิงกรีดร้องด้วยทนไม่ไหว สุดขีดแล้วจริงๆ
"โฮ?เ้าอยากฆ่าข้าหรือ ดูนี่สิ"หลินหลานหรูยังยกเท้าที่เมื่อครู่เหยียบบดขยี้เ้าสิ่งประหลาดจนแหลกละเอียดทั้งนึกอยากยั่วอารมณ์เจินชิ่วอิงอีก "งดงามใช่หรือไม่"
งามปานภาพวาดฝีพู่กันทิวเขายามวสันตฤดูเลยละ
"เ้า!"เจินชิ่วอิงสั่นเทิ้ม หนอนน้อยถูกบดขยี้ต่อหน้า ช่างเหยียบย่ำจิตใจคนรักสัตว์"โเี้! เ้ามันอำมหิต!"
แววตาหลินหลานหรูเข้มขึ้นรอยยิ้มค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับคำว่าอำมหิตเมื่อครู่ นี่ไม่เรียกว่าอำมหิตสักนิดนางในยามนี้...เคยเห็นแววตาฆาตกรต่อเนื่องหลังถูกด่าว่าลงมือโเี้หรือไม่เป็เช่นนั้นแหละ
เฮอะหาว่านางโเี้หรือ แค่นี้ยังเรียกว่าน้อย "เ้าเห็นหรือไม่หนอนไร้ค่าตัวนี้ก็คือเ้าอย่างไรเล่า"
"เ้ายังกล้า?หลินหลานหรูข้าจะให้เ้าอับอาย"ในหัวเจินชิ่วอิงมีแต่คิดจะเอาคืนมารชั่วตนนี้ให้สาสม ผลักแรงๆให้หัวกระแทกพื้นตายๆ ไปซะ เหตุใดต้องเกิดมาเป็ผีสางให้ผู้อื่นชิงชังถึงเพียงนี้ทั้งนางยังสู้หลินหลานหรูไม่ได้สักอย่าง ความอัดอั้นตันใจนี้ ผู้ใดจะช่วยนางบรรเทา
นอกจากทุบอกตัวเองตุบๆก็ทำสิ่งใดไม่ได้ พอเห็นว่าคุณชายน้อยผู้หนึ่งยืนมองอยู่สีหน้าตกตะลึงของเขาต้องเห็นว่านางถูกกระทำเป็แน่ จึงแสร้งแหกปากร้องไห้เสียงดังพอได้ร้องแล้วน้ำตาก็ร่วงเผาะๆ
เฮ่ยๆมาทั้งเสียงทั้งน้ำตา เหตุใดแหกปากร้องน่าเกลียดเพียงนี้ จริตเยี่ยงสตรีหายไปที่ใด"เ้าหยุด!" ไม่หยุด? หลินหลานหรูมืดแปดด้านยกมือปิดปากเจินชิ่วอิงซะเลยอีกฝ่ายส่งเสียงอู้อี้ปัดมือหลินหลานหรูออกมั่วไปหมด
พริบตาต่อมาหลินหลานหรูพลันััได้ถึงเรี่ยวแรงมหาศาลดึงนางเหวี่ยงไปด้านหลังพร้อมกันนั้นนางยังได้ยินเสียงพี่ใหญ่ะโจากที่ไกลๆ
"น้องเล็ก!"