“โอว...คุณชายรองเย่ คุณเจินเจิน ว่าที่เ้าบ่าวเ้าสาวของเรานี่เอง เชิญเข้ามานั่งข้างในก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะไปยกอาหารโปรดของพวกคุณมาให้”
“ขอบคุณค่ะเถ้าแก่มู่” ซูเจินรับคำเพื่อนรักอย่างสนุก
“พอทุกคนรู้ว่าวันนี้แกสองคนจะมา พวกนั้นรีบโทรมาสั่งอาหารฉันใหญ่เลย ส่วนใหญ่เป็อาหารโปรดของแกทั้งนั้น แกกินไข่ม้วนนี่รอไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวสักพักทุกคนคงมาถึงกันแล้วล่ะ” มู่วั่งเจี๋ยยกจานไข่ม้วนมาวาง
“ผมรู้ว่าคุณชอบกินไข่ม้วนมาก พอจะบอกเหตุผลให้ผมฟังบ้างได้ไหม” เย่ชิงเฉินถาม
“เมื่อก่อนแม่ ฉัน และน้องชาย เช่าบ้านอยู่แถวชานเมืองค่ะ แม่ฉันเป็คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว และฉันก็ไม่รู้ว่าพ่อฉันเป็ใครด้วย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของบ้านเราหรอกนะคะ พวกเราสามคนมีความสุขกันดี แต่เพราะแม่เป็คนหาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว และฉันกับน้องชายก็ยังเด็กกันมาก อาหารที่ดีที่สุดที่แม่จะหาให้พวกเรากินได้ก็คือไข่นี่ล่ะค่ะ แม่จะทำซุปไข่ให้พวกเรากินบ่อยมากเพราะมันจะใช้ไข่แค่ไม่กี่ฟองเท่านั้น แต่ถ้าแม่ทำไข่ม้วนพวกเราก็จะได้กินไข่กันอย่างเต็มคำเลยยังไงล่ะคะ ฉันกับน้องชายก็เลยชอบไข่ม้วนกันเป็พิเศษ”
“เจินเจิน” เย่ชิงเฉินนึกเสียใจที่ตัวเองถามเื่นี้ขึ้นมา
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะชิงเฉิน นี่ถือเป็ความทรงจำดีๆ ของครอบครัวฉันเลยนะคะ ฉันไม่ได้เศร้าใจเลยสักนิดที่นึกถึงเื่นี้ คุณเชื่อไหมคะแค่อาหารง่ายๆ อย่างเดียวมันกลับทำให้ครอบครัวเรามีความสุขกันมาก แม่ดีใจที่เห็นพวกฉันกินไข่ได้อย่างเอร็ดอร่อยและไม่มีทีท่าว่าจะเบื่อเลย ส่วนฉันกับน้องก็ดีใจที่เมนูง่ายๆ ที่เราชอบ จะไม่ทำให้แม่ต้องทำงานเหนื่อยจนเกินไป”
“ต่อไปผมก็คือครอบครัวของคุณ”
“ครอบครัวของเรายังมีคุณพ่อ พี่ใหญ่ แล้วก็พี่สะใภ้ด้วยค่ะ”
“ต่อไปก็จะมีเด็กๆ ที่เกิดจากครอบครัวของแกแล้วก็ครอบครัวของพี่ใหญ่ด้วย” มู่วั่งเจี๋ยพูดเสริม
“ทำมาเป็รู้ดี แล้วแกล่ะ เมื่อไหร่จะมีแฟนกับเขาสักที จื่อรั่วอีกคน ฉันล่ะเป็ห่วงพวกแกจริงๆ” ซูเจินเปลี่ยนมาให้ความสนใจกับเพื่อนแทน
“พวกแกแซงหน้าฉันไปก่อนได้เลย ฉันไม่รีบ” มู่วั่งเจี๋ยโบกมือทำท่าประกอบ
“จื่อรั่วก็ไม่มีวี่แววว่าจะคบกับใครเหมือนกันเหรอ” ซูเจินยังถามเพื่อนต่อ
“แกก็รู้ว่าอาชีพอย่างจื่อรั่วน่ะมันยุ่งขนาดไหน ถ้าไม่ชอบหมอด้วยกัน ก็คงต้องชอบกับคนไข้แล้วล่ะ” มู่วั่งเจี๋ยพูดติดตลก
“เฮ้อ...ฉันเป็ห่วงอนาคตของฉันจริงๆ” ซูเจินถอนหายใจ
“ทำไม แกยังมีเื่อะไรให้กลุ้มใจอีก” มู่วั่งเจี๋ยสงสัย
“ชิงเฉินคะ ต่อไปเราคงต้องให้ลูกๆ มาคอยดูแลคุณลุงวั่งเจี๋ยกับคุณป้าจื่อรั่วด้วยแล้วล่ะค่ะ" ซูเจินทำท่าคิดหนัก
“นี่! พวกแกสองคนจะมากไปแล้ว วันนี้ฉันยังไม่มีแฟนก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตฉันจะไม่มีนะโว้ย ฉันไปทำอาหารต่อดีกว่า อยู่ใกล้พวกแกแล้วฉันหงุดหงิดมาก” มู่วั่งเจี๋ยเดินหายเข้าไปในครัวทันที
ซูเจินหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างพอใจ เย่ชิงเฉินได้แต่อมยิ้มส่ายหน้าให้กับความขี้เล่นของหวานใจ ไม่นานเพื่อนๆ ก็เข้ามากันครบ แม้แต่เย่เซี่ยเฉิงยังขอตามหลิวฟางซินมากินอาหารมื้อนี้ด้วยอีกคน
อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่หลินจิงจือและกัวจิ้งหยวนกลับจากสนามบิน ทั้งคู่ก็รีบไปที่บริษัทเพื่อพบกับคุณย่าหลินที่เรียกตัวพวกเขากลับมาจากทริปท่องเที่ยวที่ต่างประเทศ
“มากันแล้วเหรอ” ย่าหลินพูดเสียงเรียบ ทำให้บรรยากาศในห้องเริ่มอึดอัดขึ้นมา
“คุณย่าเรียกพวกเรากลับมาด่วน มีเื่อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ” หลินจิงจือถามอย่างระวัง
“จิงจือ โครงการออกแบบเสื้อผ้าฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง เื่ไปถึงไหนแล้ว” ย่าหลินพูดเข้าประเด็น
“หนูให้ทีมสำรวจติดต่อไปทางโรงทอผ้า T เพื่อติดต่อขอซื้อผ้าตัวใหม่ที่เขาเพิ่งผลิตออกมาค่ะ ได้ยินว่าผ้าตัวนี้เหมาะมากที่จะเอามาตัดเป็ชุดวอร์มสำหรับฤดูหนาว”
“เธอส่งทีมสำรวจออกไปทำงานั้แ่เมื่อไหร่ ใครรับผิดชอบทีมนี้ งบประมาณที่ใช้ล่ะเธอดูแลยังไง” ย่าหลินถามต่อ
“หนูมอบหมายงานนี้ให้หัวหน้าเฉิงดูแลค่ะ หนูสั่งไว้ั้แ่ก่อนที่หนูจะไปเมืองนอก แล้วก็หนูให้การ์ดของบริษัทกับเขาไป เพื่อความสะดวกในการเบิกใช้เงินน่ะค่ะ หลังจากนั้นค่อยให้เขาเอาเอกสารมาเคลียร์งบประมาณทีหลัง” หลินจิงจือตอบคำถาม เธอคิดว่างานที่เธอสั่งไว้รัดกุมมากแล้ว จึงไม่นึกสงสัยว่าเหตุใดคุณย่าหลินถึงเรียกตัวเธอกลับมาด่วนเพื่อมาถามเื่นี้
ส่วนกัวจิ้งหยวนเริ่มเห็นเค้าลางของความยุ่งยากตามมาแล้ว อันที่จริงก่อนเดินทางไปเที่ยว เขาเสนอให้หลินจิงจือเอาโครงการนี้มาปรึกษากับคุณย่าหลินก่อนแล้ว ส่วนเื่งบประมาณเขาก็ไม่ได้เห็นด้วยั้แ่แรกที่จะให้หัวหน้าเฉิงถือการ์ดของบริษัท เพราะใครๆ ก็รู้ว่าชีวิตส่วนตัวของหัวหน้าเฉิงนั้นวุ่นวายขนาดไหน บ้านเล็กบ้านน้อยที่เลี้ยงไว้ก็มีมากมาย และบ่อยครั้งที่บรรดาบ้านเล็กเ่าั้มักจะมาอาละวาดกับหัวหน้าเฉิงเื่ที่เขาให้เงินพวกเธอไม่พอใช้ ยังมีข่าวลืออีกว่าหัวหน้าเฉิงมักจะรับเงินใต้โต๊ะจากโรงทอผ้าหลายแห่งอีกด้วย
“โรงทอผ้า T ทำหนังสือมาแจ้งว่าจะไม่ขอร่วมงานกับบริษัทเราไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม ในอนาคตเขาก็จะไม่ทำงานกับเรา เพราะอะไรรู้ไหม เพราะหัวหน้าทีมของเธอไปขอค่าน้ำชาจากโรงทอผ้า T แถมยังไปกดราคาผ้าที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาใหม่นี้ด้วยนะ ช่างเป็หัวหน้าทีมที่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของบริษัทจริงๆ” ย่าหลินพูดด้วยน้ำเสียงประชดและไม่พอใจ
“ต้องเป็เื่เข้าใจผิดแน่ๆ ค่ะคุณย่า”
“เธอต้องรู้เอาไว้ด้วยว่าเ้าของโรงทอผ้า T คือ ‘เยี่ยหนานฉวน’ เ้าของโรงงานทอผ้าที่ดีที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของประเทศเรา ฉันจำเป็ต้องบอกกับเธออีกไหมว่าบริษัทเราพลาดโอกาสใหญ่อะไรไปกับการมอบหมายงานที่ผิดพลาดของเธอในคราวนี้ อ้อ...อีกเื่หนึ่งที่ฉันลืมบอกแกไป การ์ดของบริษัทใบนั้น หัวหน้าทีมของแกก็เอาไปเลี้ยงดูลูกเมียของเขาอย่างสบายใจไปเลยล่ะ อาทิตย์เดียวเขาใช้เงินไปเป็ล้าน ยอดเงินนี้ฉันจะให้ฝ่ายบัญชีตัดจากรายได้ของแกเป็การชดเชย ส่วนเื่ที่เหลือแกไปจัดการต่อให้ดีๆ อย่าลืมว่าฉันเคยพูดกับแกไว้ว่ายังไง คนไม่มีประโยชน์สำหรับตระกูล ฉันพร้อมที่จะตัดทิ้งได้เสมอ”
“หนูจะจัดการเื่นี้ให้ดีที่สุดค่ะคุณย่า ส่วนเื่โรงงานทอผ้า T หนูจะรีบแก้ไขโดยด่วนเลยนะคะ คุณย่าให้โอกาสหนูแก้ตัวอีกสักครั้งนะคะ” หลินจิงจือพูดอย่างร้อนรน เธอรู้ว่าคุณย่าหลินเป็คนพูดจริงทำจริง ดูอย่างพี่ชายของเธอ ั้แ่เขากลับมาจากต่างประเทศ เขาก็ยังไม่ได้รับความไว้วางใจให้มารับตำแหน่งใดๆ ในบริษัทเลย เท่าที่เธอรู้มาเหตุผลเพียงเพราะพี่ชายของเธออยากจะไปขอโทษกับเหตุการณ์ที่เขาขับรถชนเด็กผู้ชายคนหนึ่งเสียชีวิตเท่านั้น แต่หลินจิงจือสืบเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้เลยว่าเด็กผู้ชายที่ถูกพี่ชายเธอขับรถชนคนนั้นเป็ใคร
หลังจากหลินจิงจือออกจากห้องทำงานคุณย่าหลิน เธอก็แจ้งต่อฝ่ายกฎหมายของบริษัทให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อการทุจริตของหัวหน้าเฉิงทันทีและยังกำชับอีกว่าจะต้องให้เขาได้รับโทษหนักที่สุด และเธอยังสั่งให้เลขาส่วนตัวรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรงทอผ้า T และเยี่ยหนานฉวนมาให้ได้มากที่สุดอีกด้วย