“เพราะว่าข้าเคยพบท่านแม่ทัพที่ชายแดน ข้าเห็นกับตาว่าเขาได้ทำการช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกหลอกไปขายที่หอคณิกา แม่เล้าพยายามติดสินบนด้วยการมอบอัฐหรือให้สาวโฉมงามไปปรนนิบัติเขา เขาไม่เพียงแต่ไม่รับสินบน ยังจับแม่เล้าและพรรคพวกส่งทางการอีกด้วย ส่วนหญิงสาวไร้เดียงสาก็ถูกส่งคืนครอบครัวของพวกนางอย่างปลอดภัย” เหวยลู่ชื่นชมในวีรกรรมของท่านแม่ทัพหุ่ยซา
“ท่านไปทำอะไรที่ชายแดนเ้าคะ” เหมยซูสงสัย
“ข้าเดินทางข้ามไปยังแคว้นเหลียวเพื่อไปติดต่อซื้อโสมพันปีน่ะสิ” เหวยลู่ยอมบอก
“แสดงว่าโสมในกล่องหมายเลข 7 ก็ไม่ใช่โสมของท่านอำมาตย์งั้นหรือเ้าคะ” เหมยซูกล่าว
“ข้าขายโสมนั่นไปั้แ่ตอนที่ผู้ชายคนนั้นทรยศข้าไปแต่งงานใหม่แล้ว ข้าจะเก็บไว้เป็หนามตำใจข้าทำไมกัน” เหวยลู่ยังคงแค้นใจ
“ตอนนี้โสมพันปีได้อยู่กับท่านแม่ทัพหุ่ยซาแล้ว ยังไงองค์หญิงเจียงผิงก็ทรงต้องรักษาสัจจะยอมอภิเษกกับท่านแม่ทัพ ท่านสบายใจได้นะเ้าคะ” เหมยซูกล่าว
“มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นน่ะสิ” เหวยลู่กังวล
“เพราะอะไรเ้าคะ” เหมยซูสงสัย
“มีคนทูลแต่งเื่ใส่ร้ายท่านแม่ทัพให้องค์หญิงฟังน่ะสิ และคนคนนั้นก็ไม่พ้นนางกำนัลที่เป็สายให้กับท่านอำมาตย์ ดังนั้นองค์หญิงจึงทรงมีอคติต่อท่านแม่ทัพ” เหวยลู่มีสายลับในวังหลวงเพื่อคอยสืบเื่ราวขององค์หญิงเจียงผิงหรือบุตรสาวแท้ๆ ของนาง
“คงต้องให้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์เท่านั้นเ้าค่ะ” เหมยซูคิดว่าการที่จะเปลี่ยนพระดำริขององค์หญิงได้ จะต้องให้พระองค์ทรงััด้วยพระองค์เองว่าโดยแท้จริงแล้วท่านแม่ทัพเป็คนเช่นไร
********************************************
ณ ที่ประทับของฝ่าา
“ได้โปรดเมตตาหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ โปรดอย่าให้หม่อมฉันอภิเษกกับท่านแม่ทัพเลย” องค์หญิงเจียงผิงทรงกลัวท่านแม่ทัพเป็อย่างมาก
“เ้าลั่นวาจาไปแล้วว่าจะยอมอภิเษกกับคนที่มีโสมพันปี ก็ในเมื่อท่านแม่ทัพได้ถวายโสมให้องค์ไทเฮาไปแล้ว และพระองค์ก็ทรงเสวยไปแล้วด้วย เ้าจะคืนคำได้อย่างไร” ฝ่าาตรัส
“แต่ว่า…..” องค์หญิงทรงมิอาจแย้งได้
“อีกเจ็ดวัน เตรียมตัวเถิด พ่อจะจัดพิธีอภิเษกให้เ้าอย่างสมเกียรติเอง” ฝ่าาตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ” องค์หญิงตรัสเสียงอ่อน พระองค์ทรงไม่อยากแต่งงานกับท่านแม่ทัพที่พระองค์ทรงเข้าพระทัยว่าเป็คนอำมหิตจิตใจหยาบช้า เข่นฆ่าผู้คนเป็ว่าเล่น ในเมื่อพระองค์ทรงขัดรับสั่งไม่ได้ พระนางทรงจำต้องยินยอมเข้าพิธีอภิเษกแต่โดยดี จนกระทั่งวันถัดมา
********************************************
ณ ที่ประทับขององค์หญิงเจียงผิง
“เ้าว่าไงนะ! ท่านอำมาตย์บอกว่ามีวิธีที่จะทำให้เราไม่ต้องเข้าพิธีอภิเษกอย่างนั้นหรือ” องค์หญิงทรงดีพระทัย
“ใช่แล้วเพคะ แต่พระองค์ทรงจะต้องไปฟังแผนการที่จวนท่านอำมาตย์เท่านั้น” นางกำนัลซึ่งเป็คนของท่านอำมาตย์ทูล
“ขอแค่มีวิธีที่จะช่วยไม่ให้ข้าได้แต่งงานกับคนโหดร้ายทารุณเช่นนั้น เรายอมทั้งนั้น งั้น เรารีบไปที่จวนท่านอำมาตย์ดีกว่า” องค์หญิงทรงร้อนพระทัยอยากฟังแผนการ
ดังนั้นองค์หญิงเจียงผิงจึงทรงตัดสินพระทัยรีบเสด็จไปที่จวนท่านอำมาตย์ทันที
ณ จวนท่านอำมาตย์
“ถวายบังคมเพคะองค์หญิง” ฮูหยินท่านอำมาตย์ออกมาต้อนรับ เพราะสามีไม่อยู่
“ท่านอำมาตย์ไม่อยู่อย่างนั้นหรือ” องค์หญิงทรงสงสัย
“ไม่อยู่เพคะ เขาออกว่าราชการอยู่เพคะ เอ่อ ทูลองค์หญิง หากพระองค์ทรงอยากฟังแผนการ ทรงจำเป็ต้องฟังในห้องลับเพคะ เนื่องจากกำแพงมีหูประตูมีช่อง” ฮูหยินกระซิบ
“งั้นรีบไปสิ” องค์หญิงทรงไม่ถือ
“พระองค์เสด็จมาเหนื่อยๆ ทรงเสวยน้ำชาจากแคว้นเปอร์เซียสักหน่อยนะเพคะ” ฮูหยินพยักหน้าให้สาวใช้ยกถ้วยน้ำชาร้อนๆ มาให้
“มันต่างจากน้ำชาแคว้นฉินยังไงงั้นหรือ” องค์หญิงทรงไม่เคยเสวยมาก่อนจึงอยากรู้
ฮูหยินท่านอำมาตย์ยิ้มมุมปาก นางก็เลยว่า “ทรงชิมดูสิเพคะ ชาแคว้นเปอร์เซียหอมกว่ามาก ไม่เชื่อก็ลองดูสิเพคะ”
องค์หญิงทรงสูดดมและตรัสว่า “หอมมากจริงๆ” ดังนั้นองค์หญิงจึงทรงเสวยจนหมดถ้วย
“เชิญทางนี้เพคะ”
องค์หญิงจึงเสด็จไปที่ห้องห้องหนึ่ง แต่ทว่าพอเปิดประตูเข้าไป ก็พบว่าห้องนั้นเป็ห้องนอน
“ทำไมถึงพาเรามาที่ห้องนอนล่ะ” แต่พอองค์หญิงทรงหันกลับไปก็พบว่าประตูได้ปิดและล็อคกุญแจจากด้านนอกเสียแล้ว “นี่มันหมายความว่ายังไง พวกเ้าขังเราไว้ทำไม”
“หากพระองค์ทรงเป็ทองแผ่นเดียวกับบุตรชายของหม่อมฉัน พระองค์ก็ทรงไม่จำเป็ต้องอภิเษกกับท่านแม่ทัพไงเพคะ” ฮูหยินบอกแผนการตรงๆ
“นี่เ้า! กล้าดียังไงถึงทำกับเราเช่นนี้” องค์หญิงทรงทุบประตูด้วยความกริ้ว
องค์หญิงทรงมัวแต่ทุบประตู ทำให้พระองค์ทรงถูกสวมกอดจากทางด้านหลังได้อย่างง่ายดาย
“ปล่อยเราเดี๋ยวนี้นะ อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ เ้าข่มเหงรังแกเราเช่นนี้ ฝ่าาทรงไม่ยอมปล่อยพวกเ้าไว้แน่” องค์หญิงตรัสขู่
“ทรงเข้ามาให้ห้องนอนของกระหม่อมเองนะพะย่ะค่ะ ใครจะไปเชื่อว่าพระองค์ทรงถูกบังคับล่ะพะย่ะค่ะ ใครๆ ก็มองว่าพระองค์ทรงสมยอมทั้งนั้น” ต้าซ่งกล่าวเสียงพร่า
“นี่เ้า” สักพักองค์หญิงก็ทรงรู้สึกหน้ามืด ผ่านไปไม่นานพระองค์ก็ทรงสลบไปโดยมีต้าซ่งหรือบุตรชายของท่านอำมาตย์ประคองไว้
ต้าซ่งรีบอุ้มหญิงสาวสูงศักดิ์ไปไว้บนเตียง จากนั้นเขาก็ลูบแก้มของพระนางอย่างใจเย็น
“พระองค์ทรงมีสิริโฉมงดงามเช่นนี้ ใครจะอดใจไหว” ต้าซ่งหลงในความงามขององค์หญิง
ต้าซ่งกำลังจะถอดฉลองพระองค์ขององค์หญิง เขานั้นช่างไม่รู้เลยว่าความจริงแล้วผู้หญิงตรงหน้าคือพี่สาวต่างมารดาของตัวเอง
แต่ทว่า ยังไม่ทันได้ถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ เขาเองก็สลบไปเช่นกัน
คนชุดดำรีบเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของต้าซ่ง พร้อมกับลองสะกิดดูว่าต้าซ่งสลบไปจริงๆ หรือไม่
“ควันสลบของท่านได้ผลจริงๆ เ้าค่ะ” หวนเจินที่ปิดจมูกอยู่กล่าว
“รีบพาตัวองค์หญิงไปที่จวนท่านแม่ทัพกันเถอะ ท่านป้าเหวยลู่รออยู่” เหมยซูกล่าว
“เ้าค่ะ” หวนเจินรีบเดินเข้าไปช่วยเหมยซูประคององค์หญิงกลับจวนท่านแม่ทัพ
เนื่องจากเหมยซูได้เป่าควันยาสลบ ทำให้คนทั้งจวนท่านอำมาตย์พากันสลบไสลไม่ได้สติ ดังนั้นสองสาวจึงสามารถพาตัวองค์หญิงหนีออกมาจากจวนท่านอำมาตย์ได้อย่างง่ายดาย
********************************************
ณ จวนท่านแม่ทัพ
เหวยลู่อาสาเป็คนดูแลองค์หญิงอย่างใกล้ชิด ทำให้ตอนนี้นางอยู่ในห้องกับองค์หญิงตามลำพัง
“ปลอดภัยแล้วนะลูก แม่จะปกป้องเ้าเองนะ” เหวยลู่ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดพระพักตร์ให้กับองค์หญิง
“เสด็จแม่ช่วยลูกด้วยเพคะ บุตรชายท่านอำมาตย์จะรังแกลูก” องค์หญิงตรัสเพ้ออย่างคนไร้สติ
เหวยลู่ลูบหัวลูกสาวและกอดนางด้วยความคิดถึง “แม่ไม่ได้มีเจตนาทอดทิ้งลูก แต่แม่รู้ดีว่าหากลูกยังอยู่กับแม่ คงมีสักวันที่ต้าหยวน ไม่ใช่สิ ท่านอำมาตย์จะต้องส่งคนมาฆ่าลูกกับแม่เพื่อปิดปากเป็แน่ แม่ไม่อยากให้เ้าใช้ชีวิตหลบหนีนักฆ่าไปทั้งชีวิตเหมือนแม่ หวังว่าลูกจะเข้าใจนะ”
“เสด็จแม่ เสด็จแม่เพคะ” องค์หญิงทรงยังคงตรัสเพ้ออยู่อย่างนั้น
สักพักก็มีคนเคาะประตู
เหวยลู่จึงต้องรีบคลายอ้อมกอดและทำตัวให้เป็ปกติมากที่สุด
“เ้าออกไปก่อนเถิด” ท่านแม่ทัพกล่าว
“เอ่อ ท่านแม่ทัพจะทำอะไรหรือเ้าคะ” เหวยลู่เป็ห่วงลูกสาว นางคิดว่าหญิงชายไม่ควรอยู่ด้วยกันสองต่อสอง
“องค์หญิงทรงใกล้รู้สึกพระองค์แล้ว หากพระนางทรงกริ้ว พระนางจะได้มาลงที่ข้าเพียงคนเดียว เ้าออกไปเถิด ข้าไม่ทำอะไรพระนางหรอก” ท่านแม่ทัพกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เหวยลู่มองไปที่องค์หญิงด้วยความเป็ห่วง แต่เพราะนางเป็เพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา จึงไม่มีอำนาจใดๆ ดังนั้นนางจึงยอมออกไปแต่โดยดี
ผ่านไปไม่นาน องค์หญิงก็ทรงรู้สึกพระองค์จริงๆ
“อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นเราฟ้องเสด็จพ่อจริงๆ ด้วย” องค์หญิงทรงสะดุ้งตื่น และรีบกระถดตัวหนีโดยที่ยังไม่ทอดพระเนตรว่าคนตรงหน้าเป็ใคร
“ทรงปลอดภัยแล้วพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ท่านแม่ทัพ! เราอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” องค์หญิงทรงตกพระทัยอย่างมาก
“เพื่อหาวิธีล้มเลิกงานอภิเษกแล้ว ทรงลงทุนถึงขนาดนี้เลยหรือพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพแอบเสียใจ
“เ้าเองก็รู้ว่าเราไม่เต็มใจ ดังนั้นเ้าทูลล้มเลิกงานแต่งให้เราสิ” องค์หญิงทรงขอร้อง
“กระหม่อมลงทุนไปเสาะหาโสมพันปีมา แล้วเื่อะไรที่กระหม่อมจะล้มเลิกงานแต่งงานด้วยล่ะพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพไม่ยอม
“เราเป็เพียงองค์หญิงที่ซนไปวันๆ ไม่ใช่คนเก่งมีความสามารถ เราไม่เหมาะสมกับท่านแม่ทัพผู้เก่งกล้าสามารถอย่างเ้าหรอก” องค์หญิงตรัส
“แต่กระหม่อมชอบพระองค์พะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพกล่าวตรงๆ
“เราไม่เชื่อ! พวกเราแทบจะไม่เคยเห็นหน้ากันเลยด้วยซ้ำ เ้าจะมาชอบเราตอนไหน” องค์หญิงทรงแปลกพระทัย
“ในฝันกระมังพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพไม่อยากเล่าก็เลยตอบไปเช่นนั้นเอง
“นี่เ้ากล้าเล่นลิ้นกับเราอย่างนั้นหรือ” องค์หญิงทรงกริ้ว
“ทรงอย่าตรัสอะไรมากเลย กระหม่อมจะพาพระองค์เสด็จกลับวังพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“เอ่อ เมื่อสักครู่ใครกันที่ดูแลเรา” องค์หญิงทรงอยากรู้
“ทรงถามทำไมพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพสงสัย
“ก็แค่อยากรู้” องค์หญิงทรงรู้สึกเหมือนว่ามีหญิงวัยกลางคนกอดนาง และนางก็รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
“สาวใช้ในจวนกระหม่อมเองพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพจำเป็ต้องปกปิดเพราะท่านเหวยลู่ขอเอาไว้
“รีบไปกันได้แล้ว พวกเราอยู่ด้วยกันแบบนี้มันไม่เหมาะสม” องค์หญิงตรัส
“กระหม่อมเตรียมเกี้ยวไว้รอแล้ว งั้นเชิญทางนี้พะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพผายมือ
องค์หญิงเจียงผิงจึงเสด็จกลับวังอย่างปลอดภัย
********************************************
ณ จวนท่านอำมาตย์
“เ้าไม่ควรทำเช่นนี้ หากองค์หญิงทรงทูลฟ้องฝ่าาล่ะจะว่ายังไง” ท่านอำมาตย์ต่อว่าฮูหยิน
“พระนางไม่กล้าหรอกท่านพี่ เพราะยังไงเราก็มีศักดิ์เป็อาของพระนาง” ฮูหยินกล่าวเพราะตนมีศักดิ์เป็ถึงพระขนิษฐาของฝ่าา
“ในเมื่อเื่มันเกิดขึ้นแล้ว ข้าคงต้องเข้าเฝ้าฝ่าาเพื่อดูเชิงก่อน” ท่านอำมาตย์กล่าวแผน
“ท่านพี่ควรจะสืบด้วยว่าใครกันที่ช่วยองค์หญิงไป” ฮูหยินนึกเจ็บใจ
“ได้! ข้าจะรีบดำเนินการเดี๋ยวนี้” ท่านอำมาตย์จำเป็ต้องยอมทำตามฮูหยิน เพราะด้วยความที่ฮูหยินเคยเป็องค์หญิงมาก่อนทำให้นางเคยชินกับการออกคำสั่ง
********************************************
ณ ที่ประทับของฝ่าา
“มีอะไรหรือเปล่า เหตุใดถึงเข้าเฝ้าเราั้แ่เช้า” ฝ่าาทรงสงสัย
“เอ่อ คือว่า….” อำมาตย์ไม่รู้ว่าจะกล่าวอย่างไรดี
“องค์หญิงเจียงผิงเล่าให้เราฟังหมดแล้ว” ฝ่าาตรัส
“พระนางเล่า เอ่อ เื่อะไรให้พระองค์ฟังหรือพะย่ะค่ะ” อำมาตย์อยากรู้
“นางเล่าว่านางไปสังสรรค์ในจวนท่านและเผลอดื่มสุรา ดังนั้นต่อไปเราจะไม่ให้นางออกนอกวังอีก ไม่เช่นนั้นคงจะสำมะเลเทเมา ดีไม่ดีอาจถึงขั้นถูกข่มเหงรังแกได้ หวังว่าเ้าจะเข้าใจนะ” ฝ่าาตรัส
“กระหม่อมเข้าใจดีพะย่ะค่ะ” อำมาตย์รู้สึกโล่งอก
“เราจะอ่านฎีกาต่อแล้ว” ฝ่าาตรัสตัดบท
“กระหม่อมขอทูลลาพะย่ะค่ะ” อำมาตย์ทำท่าคารวะและเดินออกจากที่ประทับไป
ท่านอำมาตย์ถึงกับโล่งอกที่องค์หญิงทรงยังไม่ได้ตรัสเล่าเื่ที่ฮูหยินของตนวางยาและหมายให้ลูกชายขืนใจพระนางเพื่อบีบบังคับให้พระนางยอมอภิเษกกับลูกชายแทนท่านแม่ทัพ
********************************************
องค์หญิงทรงยังไม่ล้มเลิกพระดำริที่จะล้มเลิกพิธีอภิเษก ดังนั้นพระนางจึงทรงวางแผนให้องค์ชายแปดทรงช่วยหาคนมาปลอมเป็คนร้ายลอบลักพาตัวพระนางไป เป็การจัดฉากการลักพาตัวองค์หญิงนั่นเอง
ในคืนก่อนวันอภิเษก
ชายชุดดำลอบเข้ามาในห้องบรรทมขององค์หญิง
“เ้าเป็คนขององค์ชายแปดใช่หรือไม่” องค์หญิงทรงลองถาม
“กระหม่อมเอง เสด็จพี่” องค์ชายแปดตรัส
“องค์ชายแปด! ทำไมถึงมาเองเลยล่ะ” องค์หญิงทรงตกพระทัยที่เห็นชายที่เปิดผ้าคลุมหน้าออกคือองค์ชายแปด
“กระหม่อมอยากเล่นสนุก เลยปลอมเป็คนลักพาตัวเสียเอง” องค์ชายแปดตรัส
“มันใช่เวลาเล่นมั้ย แล้วแบบนี้พี่จะหนีการแต่งงานได้ยังไง” องค์หญิงทรงโมโห
“พวกเรารีบไปกันเถอะเสด็จพี่” องค์ชายแปดตรัส
“แย่แล้ว! มีทหารกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เ้ารีบไปซ่อนตัวก่อน ตอนนี้คงหนีไม่ทันแล้ว” องค์หญิงทรงทอดพระเนตรไปที่หน้าต่างที่เปิดออก เลยเห็นทหารเข้าพอดี
องค์ชายแปดจึงรีบไปซ่อนตัวอยู่หลังฉาก
สักพักท่านแม่ทัพก็พังประตูเข้ามา
“ท่านกล้าดียังไงถึงพังประตูห้องนอนของเรา” องค์หญิงทรงตกพระทัยอย่างมาก
“มีสายรายงานว่าจะมีการลักพาตัวในวันนี้นี่พะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพกล่าวอ้าง
“ท่านได้ข่าวมั่วแล้ว มีที่ไหนกัน” องค์หญิงทรงรีบแก้ตัว
“กระหม่อมขออนุญาตค้นห้องนะพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ไม่ได้!” องค์หญิงทรงรีบปฏิเสธทันควัน
“ทรงซ่อนอะไรไว้หรือพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพสงสัย
“เราไม่ชอบให้ผู้ชายค้นดูห้องส่วนตัวของเรา” องค์หญิงตรัสอ้าง
“ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ” ท่านแม่ทัพมองเห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่หลังฉาก และกำลังจะเดินไปยังตรงจุดนั้น
องค์หญิงเจียงผิงทรง้าปกป้องพระอนุชา ดังนั้นพระองค์จึงทรงทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน นั่นคือ พระนางทรงพุ่งตัวเข้าไปกอดคอและหลับหูหลับตาจุมพิตฝ่ายชายแบบไม่ทันตั้งตัว
ในระหว่างนี้องค์ชายแปดก็ทรงรีบเสด็จหนีออกไปทางด้านหลังด้วยความช่วยเหลือจากนางกำนัลขององค์หญิง
ฝ่าาทรงเสด็จเข้ามาเห็นคนทั้งคู่กำลังยืนกอดจูบกันภายในห้อง
“นี่มันอะไรกันน่ะ” ฝ่าาทรงตกพระทัย
องค์หญิงทรงรีบผละออกมาทันทีด้วยพระทัยเต้นแรง
“ไหนว่าเ้าไม่อยากแต่งงานไงล่ะ เหตุใดถึงทำเช่นนี้” ฝ่าาทรงทอดพระเนตรเห็นว่าองค์หญิงทรงเป็ฝ่ายล่วงเกินฝ่ายชาย
“เอ่อ หม่อมฉันลืมตัวเพคะ” องค์หญิงทรงไม่รู้ว่าจะแก้ตัวอย่างไรดี
“กระหม่อมจะรับผิดชอบชื่อเสียงขององค์หญิงเองพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“เอาเถอะ! ไหนๆ ทั้งสองก็ต้องแต่งงานในวันพรุ่งนี้อยู่แล้ว เ้าไปเตรียมตัวเถิดท่านแม่ทัพ” ฝ่าาตรัส
“พะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพคารวะแล้วรีบออกไปจากห้องบรรทมขององค์หญิงทันที
ตอนนี้ฝ่าาทรงประทับอยู่กับองค์หญิงตามลำพังแล้ว
“เ้า้าปกป้ององค์ชายแปดใช่หรือไม่” ฝ่าาตรัส
“เปล่าเพคะ” องค์หญิงทรงรีบปฏิเสธ
“พ่อรู้แผนการของพวกเ้าทั้งหมดแล้ว พ่ออุตส่าห์เกณฑ์ทหารองครักษ์ไปทำงานอย่างอื่นชั่วคราวแล้ว แต่องค์ชายแปดก็ยังดึงดันปลอมตัวเป็คนร้ายลักพาตัวเสียเองอีก”
“ทรงอย่าลงโทษองค์ชายแปดเลยเพคะ ทุกอย่างเป็แผนการของหม่อมฉันเอง” องค์หญิงทรงยอมรับผิดทุกอย่าง
“พ่อนับถือคนที่รักษาสัจจะนะลูก เมื่อเราลั่นวาจาไปแล้ว เราก็ควรทำตามสัจจะจริงมั้ย” ฝ่าาตรัสสอน
“ลูกสำนึกผิดแล้วเพคะ” องค์หญิงตรัส
“เตรียมตัวเข้าพิธีอภิเษกเถิด ที่ผ่านมาพ่อจะไม่เอาความก็แล้วกัน” ฝ่าาตรัสอภัยโทษ
“ขอบพระทัยเพคะ” องค์หญิงทรงโล่งพระทัย
********************************************
และแล้วองค์หญิงเจียงผิงและท่านแม่ทัพก็เข้าพิธีอภิเษกอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางความยินดีของเหล่าขุนนางและพระบรมวงศานุวงศ์ งานมงคลสมรสสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจนกระทั่งถึงคืนส่งตัวเข้าหอ ในระหว่างที่องค์หญิงทรงรอเ้าบ่าวกำลังต้อนรับแเื่อยู่ อยู่ดีๆ ก็มีหญิงชุดดำสองคนบุกรุกเข้ามาในห้องหอ
“พวกเ้า้าอะไร เข้ามาในห้องหอได้อย่างไรกัน” องค์หญิงทรงตกพระทัยเมื่อเห็นคนร้ายชุดดำสองคน
“ไปกับหม่อมฉันเดี๋ยวนี้เพคะ ถ้าไม่อยากตาย” หญิงชุดดำคนหนึ่งกล่าวและใช้กระบี่จ่อไปที่พระศอ
องค์หญิงทรงจำต้องไปกับหญิงชุดดำทั้งสองแต่โดยดี
พอเ้าบ่าวเข้ามาให้ห้องไม่เห็นองค์หญิงก็ใ และคิดในใจว่า “พระองค์ทรงรังเกียจกระหม่อมมากถึงขนาดนั้นเลยหรือพะย่ะค่ะ” แต่ถึงกระนั้นท่านแม่ทัพก็รีบส่งคนออกตามหาฮูหยินทันทีเพราะยังไงตอนนี้องค์หญิงก็ทรงได้ผ่านพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกับเขาแล้ว
ณ ถ้ำแห่งหนึ่ง
“เ้า้าอะไรไม่ทราบ” องค์หญิงตรัสถาม
“กำจัดพระองค์ไงเพคะ” หญิงชุดดำคนหนึ่งกล่าวห้วนๆ
“ใครบงการพวกเ้าให้กำจัดเรา และเราไปทำอะไรให้” องค์หญิงทรงไม่เคยมีศัตรูที่ไหน
“ท่านแม่ทัพเพคะ!” หญิงอีกคนกล่าว
“อะไรนะ! แต่เขาเป็สามีของเรานะ เขาจะกำจัดเราทำไมกัน” องค์หญิงทรงไม่เข้าพระทัย
“ความจริงเขาก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับพระองค์หรอกเพคะ แต่เขาปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ดังนั้นเขาก็เลยเลือกที่จะกำจัดพระองค์แบบนี้” หญิงชุดดำจงใจกล่าวหาท่านแม่ทัพ
องค์หญิงทรงแอบกำผงแป้งหอมที่พกติดตัวไว้ พอสองสาวชุดดำเผลอ พระองค์ก็ทรงถือโอกาสเป่าแป้งเข้าตาศัตรูทันที
คนร้ายปล่อยกระบี่แล้วเอามือขยี้ตาของตัวเอง
องค์หญิงทรงถือโอกาสรีบหลบหนีในตอนนี้
แต่ทว่าพอออกจากถ้ำก็เห็นหญิงชุดดำอีกสิบคนกำลังเฝ้าหน้าถ้ำอยู่ “จะทำอย่างไรดี เราจะหนีได้อย่างไร”
“ทางนี้เพคะ” หญิงวัยกลางคนรีบจูงพระหัตถ์เพื่อพาหนีอีกทาง
“ท่านป้า ท่านเป็ใครกัน” ในระหว่างที่เดินไปพร้อมกับท่านป้า องค์หญิงก็ทรงสงสัย
“อย่าเพิ่งถามเลยเพคะ รีบหนีก่อน” ท่านป้าไม่มีเวลาแนะนำตัว
สักพักองค์หญิงจึงทรงเปลี่ยนเป็วิ่งหนีไปพร้อมกับท่านป้าปริศนา พอลับตาคน ทั้งสองจึงนั่งพักให้หายเหนื่อย
“เ้าเป็ใครกันแน่” องค์หญิงตรัสถามอีก
“หม่อมฉันชื่อเหวยลู่เพคะ” ท่านป้ายอมบอก
“ขอบคุณที่ช่วยเรา ไม่เช่นนั้นเราคงถูกคนของสามีฆ่าตายไปแล้ว” องค์หญิงทรงแค้นพระทัย
“คนชุดดำเหล่านี้ไม่ใช่คนของแม่ทัพหรอกเพคะ” ท่านป้าเหวยลู่กล่าว
“พวกนางบอกเราเองว่าเป็คนของท่านแม่ทัพ” องค์หญิงทรงได้ยินอย่างชัดเจน
“ไม่มีคนร้ายที่ไหนยอมบอกตัวผู้บงการหรอกนะเพคะ นอกจากเขา้าปรักปรำมากกว่า” ท่านป้าเตือน
“แล้วนักฆ่าคนนั้นจะปรักปรำท่านแม่ทัพทำไมกัน” องค์หญิงทรงไม่เข้าพระทัย
“เพื่อขัดขวางไม่ให้พระองค์กับท่านแม่ทัพลงเอยกันไงเพคะ” ท่านป้ากล่าว
“ยังไงเราก็ไม่เชื่ออยู่ดี” องค์หญิงตรัสเพราะทรงมีอคติต่อท่านแม่ทัพมาั้แ่แรกแล้ว
“ดูนั่นสิเพคะ ตัวการตัวจริงปรากฏตัวแล้ว” ระหว่างที่ซุ่มตัวอยู่หลังพุ่มไม้ ท่านป้าก็ชี้ให้ดู
องค์หญิงจึงทรงทอดพระเนตรเห็นชายชุดดำเดินเข้าไปตบหน้าหญิงชุดดำทั้งสองที่เผลอปล่อยให้องค์หญิงหนีไปได้
“เ้าทำงานพลาดนะ” ชายชุดดำกล่าวอย่างโมโห
“ได้โปรดให้โอกาสพวกข้าด้วยเถิด ข้าจะรีบตามหาองค์หญิงให้เจอและสังหารพระนางทันทีเ้าค่ะ” หญิงชุดดำอ้อนวอน
“แล้วอย่าพลาดอีกล่ะ” ชายชุดดำยอมให้โอกาสอีกครั้ง
“เ้าค่ะ” จอมยุทธ์หญิงทั้งสองจึงรีบวิ่งออกตามหาองค์หญิงทันที
สักพักชายชุดอีกคนก็ปรากฏตัว
“ถ้าองค์หญิงทรงหนีรอดไปได้ จะว่าอย่างไรล่ะ ท่านกู่เหวิน” ชายชุดดำคนที่มาใหม่กล่าว
“อย่าห่วงเลย ถึงพระนางรอดไปได้ พระนางก็ทรงเข้าพระทัยผิดคิดว่าเป็ฝีมือของแม่ทัพหุ่ยซาอยู่ดี” ท่านองครักษ์กู่เหวินกล่าว
“จะให้แม่ทัพเป็พระราชบุตรเขยไม่ได้เด็ดขาด ต่อไปเขาอาจมีอำนาจเหนือฝ่ายเรา” ชายชุดดำเตือน
“อย่าห่วงเลย แม้เขาจะได้เป็พระราชบุตรเขยไปแล้ว ยังไงข้าก็มีแผนขั้นต่อไป” กู่เหวินไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่
“ระวังตัวด้วย ข้าไปล่ะ” ชายชุดดำรีบจากไปทันที
องค์หญิงทรงสดับฟังแล้วจึงดำริว่า “ที่แท้ท่านแม่ทัพก็ถูกใส่ร้าย”
“พวกเรารีบหนีกันเถิดเพคะ” ท่านป้ากลัวว่าจะมีคนมาเจอพวกนาง
“เจอตัวแล้ว อยู่นี่เอง” หญิงชุดดำกล่าว
“หากเราหนีไปได้ ฝ่าาทรงไม่ยอมปล่อยพวกเ้าไว้แน่” องค์หญิงตรัสขู่
“ดังนั้นหม่อมฉันก็ทำให้พระองค์ทรงหนีไม่ได้ไงเพคะ” หญิงชุดดำกล่าวเสียงเย็น
“ระวังเพคะองค์หญิง” เหวยลู่้าปกป้องลูกสาวยิ่งชีวิต ดังนั้นนางจึงรีบหันไปกอดและใช้หลังรับกระบี่แทนองค์หญิง ทำให้ท่านป้าทุกแทงกลางหลัง
“ช่างแส่หาเื่จริงๆ เลยนะ แก่แล้วยังไม่เจียมตัวอีก” หญิงชุดดำเจ็บใจที่ตนพลาด
“ท่านป้าเหวยลู่ทำใจดีๆ ไว้นะ” องค์หญิงทรงตกพระทัยและทรงกรรแสง
“งั้นก็ตายกันทั้งคู่ก็แล้วกัน” หญิงชุดดำจะแทงซ้ำอีกเป็ครั้งที่สอง แต่หวนเจินที่สวมชุดดำเหมือนกันรีบเข้าโจมตีคนร้ายทันที ทำให้นางเข้าปะทะกับหญิงชุดดำคนที่ถือกระบี่เปื้อนเื
“ฮือฮือ ท่านป้าเหวยลู่ทำใจดีๆ ไว้นะ” องค์หญิงทรงกอดท่านป้าทั้งน้ำตา
“หม่อมฉันขอตรวจอาการของนางก่อนนะเพคะ” เหมยซูที่สวมชุดดำรีบเข้าไปดูอาการท่านป้าเหวยลู่
เหมยซูรีบทำแผลห้ามเืและใส่ผงยา ก่อนที่จะพันาแให้ หลังจากนั้นไม่นานกองทัพทหารก็มุ่งหน้ามาทางนี้
ท่านแม่ทัพเข้ามาช่วยหวนเจินปะทะกับหญิงชุดดำ ทำให้หญิงสาวทั้งสองถูกจับอย่างง่ายดาย
“จับพวกนางมัดไว้ ข้าจะทำการสอบสวนพวกนางโดยละเอียด” ท่านแม่ทัพที่สวมชุดเ้าบ่าวสั่งการ
หวนเจินเห็นว่าท่านป้าเหวยลู่และองค์หญิงทรงปลอดภัยดีแล้ว นางจึงรีบพาตัวเหมยซูหลบหนีทันที
ท่านแม่ทัพเห็นว่าหญิงชุดดำอีกฝ่ายเป็คนช่วยเหลือองค์หญิง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ทำการจับกุมทั้งสองและยอมปล่อยให้ทั้งสองหนีจากไปแต่โดยดี
“ท่านป้าเหวยลู่สลบไปแล้ว” องค์หญิงตรัส
“กระหม่อมจะให้ลูกน้องใช้เปลสนามแบกนางไปรักษาตัวนะพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ขอบคุณมาก” องค์หญิงทรงโล่งพระทัยที่ตอนนี้มีคนช่วยเหลือพระนางและท่านป้าแล้ว
“กลับจวนกระหม่อมเถิดพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“โอ๊ย! เท้าเราแพลง” องค์หญิงทรงเจ็บข้อพระบาท
“ให้กระหม่อมดูหน่อยนะพะย่ะค่ะ” หลังจากที่ท่านแม่ทัพเห็นว่าข้อพระบาทขององค์หญิงบวมช้ำ ดังนั้นเขาจึงนำผ้ามาพันเพื่อป้องกันข้อเท้าเคลื่อน จากนั้นก็อุ้มองค์หญิงกลับจวน
“เอ่อ คือว่า” องค์หญิงทรงรู้สึกแปลกๆ
“พระองค์ทรงเป็ฮูหยินของกระหม่อมแล้วนะพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพเตือน
องค์หญิงจึงทรงยอมให้พระสวามีอุ้มพระนางอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งถึงจวนท่านแม่ทัพ
หลังจากที่ท่านแม่ทัพวางฮูหยินลงบนเตียง ลูกน้องก็เข้ามารายงาน
“แย่แล้วขอรับ หญิงสาวทั้งคู่ได้กินยาฆ่าตัวตายไปแล้ว” ทหารเข้ามารายงาน
“เจ็บใจนัก จะสาวไปถึงตัวผู้บงการได้แล้วเชียว” ท่านแม่ทัพเจ็บใจ
“เอ่อ ขอเราไปเฝ้าอาการของท่านป้าเหวยลู่จะได้มั้ย” องค์หญิงตรัส
“ให้หมอตรวจอาการของพระองค์ก่อน แล้วกระหม่อมจะอุ้มไปส่งถึงที่ห้องพักแขกเลยนะพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพเป็ห่วงพระอาการ
หลังจากท่านหมอใส่ยาและพันข้อพระบาทให้กับองค์หญิงแล้ว ท่านแม่ทัพก็เข้ามาดูอาการของฮูหยิน
“ดีขึ้นมั้ยพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“รีบไปที่ห้องพักแขกกันเถอะ” องค์หญิงทรงร้อนพระทัย
ท่านแม่ทัพนั่งลงและเข้าไปจุมพิตฮูหยินเสียดื้อๆ พระนางทรงกำลังขัดขืนสุดฤทธิ์ ผ่านไปไม่นานก็เคลิบเคลิ้มด้วยแรงพิศวาส และแล้วทั้งคู่ก็ได้เข้าหอกันเสียที
องค์หญิงทรงอยู่ภายใต้อ้อมกอดของพระสวามี ตอนนี้พระนางทรงตกเป็ของเขาโดยสมบูรณ์
“ทำแบบนี้ทำไม” องค์หญิงทรงบรรทมหนุนแขนฝ่ายชาย
“กระหม่อมรักพระองค์มากนะพะย่ะค่ะ รักมาั้แ่ที่พระองค์ทรงแจกอาหารให้ผู้ยากไร้ในโรงทานนั่นแล้ว” ท่านแม่ทัพเคยพบองค์หญิงมาก่อน
“หรือว่าเ้าคือชายยาจกคนนั้น” องค์หญิงทรงสงสัยเพราะท่านแม่ทัพนั้นหน้าคุ้นๆ
“ทรงจำกระหม่อมได้ด้วยหรือพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพดีใจ
“ใบหน้าท่านไม่ได้เปลี่ยนไปนี่” องค์หญิงตรัสและฟังจากคำพูดนั่นหมายความว่าพระนางทรงจำไม่ผิด
“ใช่แล้วพะย่ะค่ะ ชายคนนั้นคือกระหม่อมเอง กระหม่อมตั้งใจว่าจะไปสืบหาสายลับแคว้นเหลียว แต่ไม่คิดว่าหญิงสูงศักดิ์ผู้มีจิตเมตตาจะยื่นอาหารส่วนของพระองค์ให้กระหม่อม เพราะกระหม่อมไปรับอาหารในขณะที่อาหารสำหรับแจกได้หมดไปแล้ว” ท่านแม่ทัพแอบหลงรักองค์หญิงมาั้แ่บัดนั้น
“เวลานี้ไม่ใช่เวลามานอนคุยกับแบบนี้ เราอยากไปดูอาการผู้มีคุณ ท่านป้าเหวยลู่รับกระบี่แทนเรานะ” องค์หญิงทรงเป็ห่วงผู้มีพระคุณที่รับกระบี่แทนพระนาง
“กระหม่อมมีข้อแม้ กระหม่อมจะยอมพาพระองค์ไปก็ต่อเมื่อพระองค์ทรงยอมเรียกกระหม่อมว่าท่านพี่ และยอมให้กระหม่อมเรียกพระองค์ว่าฮูหยิน โดยที่ไม่ต้องใช้คำาาศัพท์จะได้มั้ยพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพต่อรอง
“แล้วแต่ท่านพี่สิเ้าคะ” องค์หญิงทรงยอมตรัส
ท่านแม่ทัพดีใจที่ตอนนี้องค์หญิงทรงยอมรับเขาเป็พระสวามีแล้ว ดังนั้นเขาจึงจูบหน้าผากของฮูหยิน และปล่อยให้นางอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนจะพานางไปเยี่ยมอาการของท่านป้า
********************************************
ณ ห้องพักของแขก ในจวนท่านแม่ทัพ
องค์หญิงทรงจับมือของท่านป้าเหวยลู่ไว้ หลังจากที่ท่านป้าพ้นขีดอันตรายแล้ว ทำให้ตอนนี้พระนางทรงฟุบหลับข้างเตียง
ท่านป้าเหวยลู่ตื่นมาในเวลาใกล้รุ่งเช้า เมื่อมองเห็นบุตรสาวนอนเฝ้าอาการของนาง นางก็รู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก ดังนั้นเหวยลู่จึงลูบหัวของหญิงสาวอย่างเอ็นดู นางคิดในใจว่า “ลูกสาวของแม่เติบโตจนมีสิริโฉมงดงามเช่นนี้ ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็ฝั่งเป็ฝาได้เป็ถึงฮูหยินของท่านแม่ทัพหุ่ยซาแบบนี้ แค่นี้แม่ก็นอนตายตาหลับแล้ว”
“ใครน่ะ” ท่านป้าไหวตัว นางรู้ว่ามีคนเข้ามาในห้อง
“ข้าเองเ้าค่ะ” เหมยซูกล่าว
“เ้าไม่กลัวลูกสาวของข้าจะตื่นอย่างนั้นหรือ” เหวยลู่กังวลกลัวองค์หญิงทรงตื่นจากบรรทม
“ข้าโปะยาสลบให้นางไปแล้ว นางยังคงต้องนอนต่อไปจนถึงเช้านั่นแหละเ้าค่ะ” หวนเจินกล่าว
“เ้า้าอะไรก็ว่ามา” เหวยลู่ไม่อยากมากความ
“กุญแจของเก่าหมายเลข 8 เ้าค่ะ” เหมยซูทวงเพราะกลัวว่าท่านป้านั้นจะเก็บกุญแจไว้ในบ้าน และอาจไหม้ไปพร้อมกับกองไฟ
“นี่ไงล่ะ” เหวยลู่ควักให้ดู
“โล่งอกไปทีเ้าค่ะ ข้านึกว่ามันถูกเผาไปพร้อมกับบ้านของท่านแล้ว” หวนเจินกล่าว
“ข้ารอบคอบพอ รับไปและรีบไปได้แล้ว” เหวยลู่รีบไล่
“องค์หญิงทรงสวยเหมือนท่านเลยนะเ้าคะ” เหมยซูเริ่มเปรียบเทียบแม่ลูก
“ใช่สิ! ตอนสาวๆ ข้าสวยมากเลยนี่ แต่นั่นก็เป็เหตุทำให้ดึงดูดคนชั่วเข้าหาข้าและหลอกลวงข้าแบบนี้ไง” เหวยลู่แอบปวดใจในชะตาชีวิตของตัวเอง
“แต่ท่านก็ยังได้ลูกสาวที่ดีไม่ใช่หรือเ้าค่ะ” เหมยซูกล่าว
“มันก็จริง เ้ารีบไปเถอะ เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้า” เหวยลู่ี้เีแก้ตัว
“เ้าค่ะ” เหมยซูและหวนเจินยอมจากไปแต่โดยดี
สักพักท่านแม่ทัพก็เข้ามา ทำให้หวนเจินต้องรีบพาตัวเหมยซูไปหลบอยู่หลังฉากเสียก่อน
“ข้าขอพาตัวฮูหยินไปนอนดีๆ ก่อนนะ เ้าไม่ได้เป็อะไรมากใช่มั้ย” ท่านแม่ทัพเป็ห่วงฮูหยิน
“เ้าค่ะ ข้าค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว” ท่านป้าดีขึ้นเพราะได้กำลังใจดี
เหวยลู่ทำได้เพียงมองดูลูกเขยอุ้มลูกสาวของนางอย่างทะนุถนอมไปที่ห้องหอ นางคิดในใจว่า “ได้โปรดช่วยดูแลลูกสาวของข้าแทนข้าด้วยนะเ้าคะ ท่านแม่ทัพหุ่ยซา”