เช้าวันต่อมา ลี่อินได้ไปช่วยงานที่แปลงชาร่วมกับซินอี๋และซินหยางตามคำชวนของซินหยางที่มาพร้อมรอยยิ้มอารมณ์ดีแบบทุกวัน
“ไหนๆ ก็อยู่บ้านเราสักพัก มาลองจับใบชาเองเลยดีกว่า เดี๋ยวข้าสอน!” ซินหยางพูดพลางโยนตะกร้าใส่ใบชาให้
ลี่อินหัวเราะรับ ก่อนจะเดินตามสองพี่น้องไปยังแปลงชา งานไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ต้องใช้ความละเอียดและอดทนอยู่ไม่น้อย เพราะใบชาที่จะเก็บได้ต้องเป็ยอดอ่อนเท่านั้น
ในระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังง่วนอยู่กับการเก็บยอดชา ความเงียบก็คล้ายจะเปิดช่องให้ลี่อินแกล้งถามบางอย่างด้วยท่าทีเนียน ๆ
“เอ่อ…ซินเฟยนี่ ท่านพี่สาวของพวกเ้า…เคยมีคนรักไหม?” เธอถามเสียงเรียบ แต่แอบเหล่ตามองปฏิกิริยา
ซินหยางหันมาทันที “หา? เ้าไปได้ยินอะไรมาเนี่ย?”
ซินอี๋หัวเราะเบา ๆ “ข้าอยู่บ้านนี้มาั้แ่จำความได้ ไม่เคยเห็นพี่ใหญ่มีคนรักเลย…เห็นมีแต่ ‘ความรักในไร่ชา’”
“จริงงงง” ซินหยางเสริมทันควัน “พี่ข้าอ่ะ เห็นใครเข้าใกล้เราสองคนปุ๊บ แม่ทัพโผล่มาทันที! กันสาวชาวบ้านนะยังไม่พอ ขนาดสาวในเมืองยังไม่รอดเลย!”
ลี่อินขำพรืด “ขนาดนั้นเลย?”
“ขนาดนั้นเลย!” ซินหยางทำเสียงจริงจัง “พี่ข้าชอบจัดตารางชีวิตคนอื่นมากกว่าจัดหัวใจตัวเอง ข้าสงสัยนะว่าถ้ามีคนจีบพี่ข้า พี่ข้าอาจจะสัมภาษณ์ก่อนให้คะแนนเหมือนคัดคนทำงาน”
ซินอี๋ยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาแค่ส่ายหน้าน้อย ๆ พลางตั้งหน้าตั้งตาเก็บใบชาอย่างสงบ
“แล้ว…อี้ล่ะ?” ลี่อินลองหยั่งเชิงต่อ “เขาดู…สนิทกับพี่สาวของพวกเ้านะ”
ซินหยางยักไหล่ “อี้สนิทกับทุกคนแหละ นั่นมันนิสัยเขาไง ขี้เล่น เป็กันเอง ขนาดนกยังชอบบินมาเกาะไหล่มัน”
“ใช่” ซินอี๋พยักหน้า “อี้ไม่มีพิษภัยอะไร คนในไร่ก็รักเขา ไม่เคยมีใครพูดว่าเขา...จะไปสนิทแบบพิเศษกับใคร”
ลี่อินแกล้งยิ้ม “แค่สงสัยเฉยๆ น่ะค่ะ ไม่มีอะไรเลย”
ซินหยางยิ้มขำ “เ้าช่างขี้สงสัยเหมือนสาวช่างเมาท์ในตลาดเลยล่ะ ฮะๆ”
ลี่อินหัวเราะกลบเกลื่อน แต่ในใจกลับรู้ว่า — ถ้าสองคนนี้ยังไม่รู้เื่ของซินเฟยกับอี้จริง ๆ ล่ะก็…บางที ความลับนี้อาจจะใหญ่กว่าที่เธอคิด