ทะลุไปเป็นนางเอกสู้ชีวิตในนิยาย (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 52 ต้องจับตาดู

            “โอ๊ะ! นี่ไม่ใช่ลูกชายสุดที่รักของหัวหน้าหมู่บ้านหรอกหรือ ไปยังไงมายังไงถึงได้เดินมาถึงที่นี่ได้เล่า แล้วสีหน้าแบบนั้นมันคืออะไร ข้าช่วยเจ้าได้หรือเปล่า” หม่าหลงยิ้มถามหยุนเปียว 

            หยุนเปียวที่ถูกบิดาสั่งห้ามไม่ให้เข้าเมืองเพราะกลัวว่าเขาจะไปก่อเรื่องและสร้างหนี้สินกลับมาอีก ทำให้วันๆ หยุนเปียวเอาแต่เดินไปรอบหมู่บ้านอย่างไม่มีอะไรทำ

            “เอาหน้าอัปลักษณ์ของเจ้าไปไกลๆ ข้าเลย” หยุนเปียวทำสีหน้ารังเกียจ ทั้งยังพูดจากับหม่าหลงอย่างไม่รักษาน้ำใจ 

            หม่าหลงได้ยินอย่างนั้นก็ไม่แปลกใจ เพราะนิสัยที่แท้จริงของหยุนเปียวเป็นอย่างไรนางรู้ดี “แหม...แต่คนอัปลักษณ์อย่างข้าไม่ใช่หรือที่สอนให้เจ้าเป็นชายชาตรีได้อย่างทุกวันนี้”

            “หยุดพูดไร้สาระสักที ถึงไม่มีเจ้า ข้าก็ไปหาคนอื่นมาทำด้วยได้อยู่ดี ไม่ใช่มีแค่เจ้าที่ทำเรื่องพวกนี้เป็น”

            “เหอะ...คนที่ไม่มีเงินติดตัวสักอีแปะอย่างเจ้าน่ะหรือจะมีปัญญาไปหาผู้หญิงคนไหน” หม่าหลงเดินเข้าไปลูบแผงอกของหยุนเปียวเหมือนอย่างที่เคยทำ “ผ่านไปหลายปี แต่รูปร่างของเจ้ายังดีเหมือนเดิมเลยนะ มาสนุกกันสักหน่อยไหมเล่า ข้าพร้อมสำหรับเจ้าทุกเวลา”

            หยุนเปียวตื่นตัวขึ้นทันทีที่ถูกกระตุ้น เขาก้มลงมองหม่าหลงอีกครั้ง ยังดีใบหน้าที่มีแต่ตุ่มหนองของนางรักษาหายแล้ว เหลือไว้เพียงรอยแผลเป็นเท่านั้น นางจึงผัดหน้าด้วยแป้งหนาเตอะ แม้จะขาวจนดูตลก แต่ก็ยังดีกว่ามองเห็นรอยแผลเป็นอยู่หลายเท่า

            “ไม่อยากรื้อฟื้นความหลังกันหน่อยหรือ” หม่าหลงไม่เห็นอีกฝ่ายปัดป้อง นางเริ่มลูบแผงอกลงไปจนถึงหน้าท้อง

            “เจ้า...เจ้าหยุดก่อน” ถึงปากจะห้ามแต่หยุนเปียวก็ไม่ได้ขยับตัวหนี

            หม่าหลงที่เวลานี้ถูกผู้เฒ่าหม่าฝึกปรือมาอย่างดีทุกวัน รวมถึงความชอบที่จะลองอะไรใหม่ของตนเอง นางฉุดมือหยุนเปียวเข้าไปในพงหญ้าข้างทาง ดีที่บริเวณนั้นไร้ผู้คนสัญจร หม่าหลงกับหยุนเปียวจึงไม่ปฏิเสธความต้องการของร่างกายอีกต่อไป

            “เรี่ยวแรงของเจ้าดีกว่าแต่ก่อนมาก” หม่าหลงยังลูบไปบนท้องแบนราบของหยุนเปียวอย่างพึงพอใจ สัมผัสนั้นมันต่างจากร่างกายผ่ายผอมของหยุนไป๋ ซึ่งนางไม่ได้สัมผัสกับร่างกายของสามีมานานแล้ว และร่างกายของหยุนเปียวยังเหนือกว่าตาเฒ่าหม่าที่ถึงแม้จะมีร่างกายกำยำ แต่ก็ไม่ได้อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเช่นนี้

            “เจ้าก็เก่งขึ้นมาก อาไป๋ก็เก่งเหมือนกันนะที่สอนเจ้าได้ดีเพียงนี้ การตอบสนองของเจ้าดีกว่าเมื่อก่อนมากทีเดียว” หยุนเปียวที่เวลานี้รู้สึกสบายตัวเป็นอย่างมาก จึงปล่อยให้หม่าหลงลูบคลำตัวเองได้อย่างสบายใจ

            “อยากลองอีกสักรอบไหมล่ะ”

            “เดี๋ยว!” หยุนเปียวจับมือที่อยู่ไม่สุขของหม่าหลงไว้ “ข้าขอถามหน่อย พักนี้หนิงเอ๋อมีอะไรแปลกไปไหม ทำไมนางไม่ค่อยไปที่บ้านของข้า”

            “ชิ...เจ้ายังกลัวว่านางจะถูกคนรังแกอีกหรือ เป็นข้ามากกว่าที่ถูกคนในบ้านนั้นรังแก พวกเขายังกล้าขู่ว่าจะให้อาไป๋หย่ากับข้าด้วยซ้ำ แล้วยิ่งวันนี้มีเถ้าแก่เนี้ยจากร้านขายผ้าในเมืองนั่งรถม้ามาหา นังหยุนหนิงเอ๋อตัวดีแทบจะถูกพ่อสามีกับแม่สามีของข้ายกขึ้นไปอยู่บนหิ้งแล้ว”

            หยุนเปียวได้ยินก็อยากจะลุกขึ้นนั่ง แต่ติดที่ร่างกายอวบอ้วนของหม่าหลงนอนทับเขาไว้เสียครึ่งตัว เขาจึงได้แต่นอนอยู่ในท่าเดิม “เถ้าแก่เนี้ยที่เจ้าว่าชื่ออะไร ใช่แม่นางหูซูเจี๋ยหรือเปล่า”

            “เจ้ารู้จักนางด้วยหรือ อ้อ...ก็เจ้าไปค้าขายอยู่ในเมืองนี่นะ คงเคยเจอเถ้าแก่เนี้ยหม้ายคนนี้มาแล้วล่ะสิ ยังไง...ถูกใจนางหรือ แต่นางร่ำรวยเพียงนั้นคงไม่มาสนใจชาวบ้านธรรมดาอย่างเจ้าหรอกกระมัง”

            “นั่นมันเรื่องของข้า เจ้ารีบบอกมาดีกว่าว่าแม่นางซูเจี๋ยมาหาหนิงเอ๋อทำไม”

            “มาทำไมน่ะหรือ?” หม่าหลงเลื่อนมือเข้าไปในกางเกงของหยุนเปียว “จะให้ข้าบอกก็ได้ แต่เจ้าควรรู้ว่าต้องทำอะไรให้ข้าเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนบ้าง”

            “หากเจ้าช่วยข้าจับตามองหนิงเอ๋อ จากนี้ทุกสามวันข้าจะมาหาเจ้าที่นี่”

            “ไม่ใช่แค่เจ้าที่ต้องมาหาข้า แต่เจ้าต้องเอาเงินมาให้ข้าด้วยครั้งละหนึ่งตำลึง อย่าคิดปฏิเสธข้าเชียว เพราะนิสัยอย่างเจ้าคงไม่ได้ต้องการจับตาดูหยุนหนิงเอ๋อกับเถ้าแก่เนี้ยหม้ายคนนั้นเฉยๆ แน่ ผลประโยชน์ในอนาคตที่เจ้าจะได้รับคงมากโขเลยทีเดียว ข้าขอแค่นี้คงไม่มากไปหรอกนะ”

            หยุนเปียวถูกกระตุ้นหนักเข้าก็แทบจะคิดอะไรไม่ออกแล้ว แต่ก็ยังฝืนพูดตอบไป “ได้ ทุกสามวันข้าจะมาหาเจ้าพร้อมกับเงินหนึ่งตำลึง แต่เจ้าต้องจับตาดูหนิงเอ๋อให้ข้า ไม่ว่านางมีความเคลื่อนไหวอะไรก็ต้องมาบอกข้าทันที”

            หม่าหลงทั้งบีบจุดอ่อนไหวของหยุนเปียวแทนคำตอบ จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มสงครามกันอีกครั้ง คราวนี้หยุนเปียวไม่คิดที่จะออมแรงเลยแม้แต่น้อย และหม่าหลงก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

     

            “คนที่เรากำลังจะไปพบคือใครหรือเจ้าคะ ถึงขนาดให้ท่านนั่งรถม้ามารับข้าด้วยตัวเอง” หยุนหนิงเอ๋อถาม

            “นางเป็นแม่ใหญ่ของอดีตสามีข้าเอง”

            “หืม...ผู้หญิงปากร้ายที่เคยมาด่าท่านน่ะหรือเจ้าคะ เช่นนั้นข้าไม่ไปพบนางดีกว่า แค่ได้ฟังพี่เจี้ยนจงเล่าถึงความปากร้ายของนาง ข้ากลัวว่าพอได้พบหน้ากันจริงๆ ข้าคงทำใจเย็นเหมือนท่านไม่ได้ คงได้ตบนางด้วยความโมโหแน่”

            “ข้ายังไม่เคยบอกเจ้าใช่ไหมว่าสามีข้าเป็นบุตรชายที่เกิดจากอนุของนายท่านเหลียง เจ้าของร้านขายแพรพรรณที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอของเรา ที่เจี้ยนจงเห็นวันนั้นก็คือมารดาแท้ๆ ของเขา ส่วนคนที่เราจะไปพบวันนี้คือเหลียงฮูหยิน แต่เจ้าไม่ต้องกลัวไปหรอก เพราะแม่ใหญ่เป็นคนดีมาก และนางก็ดีกับข้ามากด้วย”

            “คนดีหรือเจ้าคะ? ก่อนที่ข้าจะมาทำการค้ากับท่าน ข้าเคยจะไปขายงานที่ร้านขายแพรพรรณสกุลเหลียงมาก่อน พวกเขาเคยปฏิเสธที่จะรับงานปักของข้า หากคนดูแลร้านนั้นคือเหลียงฮูหยิน เช่นนั้นพี่ซูเจี๋ย...ข้าขอปฏิบัติความร่วมมือกับนางได้ไหมเจ้าคะ”

            “คนที่เจ้าเจอคงเป็นซินเอ๋อมากกว่า ความจริงข้าก็ปฏิเสธความร่วมมือนี้แทนเจ้าแล้ว แต่คำสั่งซื้อชุดเครื่องนอนครั้งนี้มาจากเมืองหลวง แม่ใหญ่จึงอยากมาเจรจากับเจ้าด้วยตัวเอง” หูซูเจี๋ยอธิบาย

            “คำสั่งซื้อจากเมืองหลวงหรือเจ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อทำท่าคิด หากสินค้าของนางถูกส่งไปขายที่เมืองหลวง นางก็จะทำเงินได้อีกไม่น้อย และเมื่อนางเปิดโรงทอผ้าและโรงตัดเย็บของตนเองเสร็จ นางก็ไม่ต้องเสียเวลาโฆษณาสินค้าของตนเองอีก แต่ถึงอย่างไรการทำการค้าร่วมกับตระกูลใหญ่ก็ยังต้องระวัง “เช่นนั้นข้าขอพบเหลียงฮูหยินก่อน ส่วนความร่วมมือจะเป็นยังไง อันนี้ข้ายังบอกไม่ได้นะเจ้าคะ”

            “เรื่องนี้อยู่ที่เจ้าตัดสินใจ” หูซูเจี๋ยจับมือหยุนหนิงเอ๋อไว้ “เจ้าไม่ต้องกังวล แม่ใหญ่เป็นคนมีเหตุผล หากเจ้ายินดีทำการค้ากับนางเจ้าก็ตอบตกลง แต่ถ้าเจ้าไม่อยากทำ เจ้าก็แค่ปฏิเสธไป”

            “แล้วมันจะมีผลกับร้านขายผ้าของท่านไหมเจ้าคะ” 

            “มันต้องมีอยู่แล้ว แต่ข้าไม่สนใจหรอก เพราะที่ข้าเปิดร้านขายผ้าขึ้นมาก็เพราะข้ากับท่านพี่ไม่มีความรู้ด้านอื่น ข้าเคยช่วยงานท่านปู่ที่โรงน้ำชาเท่านั้น แต่เมื่อข้าแต่งกับท่านพี่แล้วจะให้ท่านพี่เข้าไปช่วยงานที่โรงน้ำชา ข้าก็กลัวท่านพี่จะอึดอัดและไม่อยากให้คนมองว่าท่านพี่มาเกาะครอบครัวเรากิน เราก็เลยเปิดร้านขายผ้าเล็กๆ ขึ้นมา อย่างไรท่านพี่ก็มีความรู้ด้านนี้มาก่อน”

            “พี่ซูเจี๋ย หากท่านตัดสินใจแต่งงานอีกครั้ง ท่านอยากกลับไปเปิดโรงน้ำชาเหมือนเดิมหรือท่านมีงานไหนที่ท่านสนใจเป็นพิเศษไหมเจ้าคะ”

            “บอกเจ้าตามตรง ข้าไม่ชอบพบปะหรือพูดคุยกับคนแปลกหน้ามากนัก หากจะให้ข้าเลือก ข้าอยากทำงานเหมือนกับเจ้ามากกว่า แค่ทำงานอยู่ที่บ้านแล้วเอามาวางขาย จากนั้นก็คอยนับเงินแล้วใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบกับครอบครัว ข้าฝันที่จะทำอย่างนั้น”

            “ท่านเหมาะที่จะเป็นแม่บ้านและเป็นภรรยาที่ดีมากเจ้าค่ะ โชคดีของพี่เจี้ยนจงจริงๆ”

            “เจ้าพูดอะไร” หูซูเจี๋ยยิ้มเขิน “ข้ากับเขายังไม่ได้ตกลงอะไรกันเลย เจ้าอย่าได้พูดเรื่องนี้ออกไปเชียว“

     

            “คารวะแม่ใหญ่เจ้าค่ะ” หูซูเจี๋ยย่อกายให้เหลียงฮูหยิน 

            “พวกเจ้ามานั่งดื่มชากันก่อน” เหลียงฮูหยินยิ้มให้หูซูเจี๋ย “ไม่ได้เจอกันเสียนาน เจ้าสบายดีใช่ไหมซูเจี๋ย แล้วท่านผู้เฒ่าหูเล่าเป็นอย่างไร แต่มีหลานสาวอย่างเจ้าคอยดูแล ท่านผู้เฒ่าคงแข็งแรงดีกระมัง ส่วนแม่นางน้อยผู้นี้คือ...”

            “นี่คือน้องหนิงเอ๋อ เป็นคนที่ทำชุดเครื่องนอนซาตินออกมาขายเจ้าค่ะ”

            “อายุน้อยเพียงนี้กลับทอผ้าที่แม้แต่อาจารย์ทอผ้าหลายๆ คนยังทำไม่ได้ ความสามารถของเจ้าไม่ธรรมดาจริงๆ” เหลียงฮูหยินหันไปยิ้มให้หยุนหนิงเอ๋อ

            “ฮูหยินกล่าวชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าแค่โชคดีที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้อันล้ำค่ามาจากอาจารย์เท่านั้น”

            “ช่างเป็นแม่นางน้อยที่ถ่อมตัวจริงๆ” เหลียงฮูหยินยิ้มมองหยุนหนิงเอ๋ออย่างพอใจ “หากข้ามีลูกสะใภ้เช่นเจ้า ชีวิตนี้ข้าคงหมดห่วงแล้ว”

            หยุนหนิงเอ๋อกับหูซูเจี๋ยหันไปสบตากัน ก่อนที่หูซูเจี๋ยจะยิ้มให้เหลียงฮูหยิน “จนป่านนี้คุณชายเหวินยังไม่ออกเรือนอีกหรือเจ้าคะ”

            “อย่าไปพูดถึงเจ้าลูกน่าโมโหคนนั้นอีกเลย วันๆ เอาแต่คิดจะคุมกองคาราวานออกเดินทางไปทั่ว” เหลียงฮูหยินเริ่มบ่น แม้นางจะไม่ชอบอนุหรานกับเหลียงซิน แต่กับคู่แฝดเหลียงเซ่อและเหลียงเหวินนั้นนางกลับรักไม่ต่างจากลูกชายแท้ๆ เป็นเพราะเหลียงซินนั้นได้นิสัยที่ไม่ดีมาจากอนุหราน ผิดกับคู่แฝดชายที่เป็นเด็กดีและรู้ความมาก “แม่หนูหนิงเอ๋อ เจ้ามีคู่หมายแล้วหรือยัง”

            หยุนหนิงเอ๋อไม่ได้ตกใจ แต่กลับชอบกับความตรงไปตรงมาของเหลียงฮูหยิน “มีแล้วเจ้าค่ะ”

            “ข้าก็คิดไว้อยู่แล้ว เด็กสาวที่ทั้งหน้าตาสวย ทั้งยังเก่งเพียงนี้จะไม่มีคนหมายปองได้ยังไง” เหลียงฮูหยินถอนหายใจ “ไม่พูดเรื่องเจ้าลูกคนนั้นแล้ว แม่นางหนิงเอ๋อ...ที่ข้าให้ซูเจี๋ยเชิญเจ้ามาในวันนี้เพราะข้าอยากมาตกลงกันค้ากับเจ้า”

            “พี่ซูเจี๋ยบอกกับข้าไว้คร่าวๆ แล้วเจ้าค่ะว่าท่านได้รับคำสั่งซื้อมาจากเมืองหลวงเป็นจำนวนมาก” หยุนหนิงเอ๋อตอบ

            “ใช่ เป็นคำสั่งซื้อมาจากจวนแม่ทัพมู่หรง”

            “ท่านว่าคำสั่งซื้อมาจากไหนนะเจ้าคะ!”

    คล้ายกับเรื่องทะลุไปเป็นนางเอกสู้ชีวิตในนิยาย (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน