ถึงแม้พ่อเฒ่าอันจะไม่ได้อยากนั่งเกี้ยวแต่ชอบที่จะเดินทอดน่องชมวิวไปเรื่อยๆ มากกว่า อันซิ่วเอ๋อร์จึงไม่ได้ฝืนใจเพียงแค่เดินช้าๆ เคียงข้างท่าน ก้าวเท้าให้ช้าลงตามจังหวะของบิดา
ในที่สุดก็เดินกันมาจนถึงถนนใหญ่พวกเด็กๆ ก็อดใจไม่ไหว วิ่งกรูนำหน้าไป มองซ้ายมองขวาสิ่งต่างๆบนถนนอย่างตื่นตาตื่นใจ
โชคดีที่ยังมีต่งซื่อและพวกพี่ชายคอยดูแลเด็กๆอยู่ อันซิ่วเอ๋อร์จึงพอวางใจได้ นางเพียงตั้งใจเดินเป็นเพื่อนพ่อเฒ่าอันต่อไป
ในความทรงจำของนางมีแต่ภาพความเมตตาและความเสียสละของบิดา การได้มีโอกาสเดินชมถนนหนทางเคียงข้างท่านได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกมีความสุขอย่างยิ่ง
"ท่านพ่อตอนนี้ยังสูบยาอยู่ไหมเจ้าคะ? กล้องยาสูบที่ลูกเคยซื้อให้ไม่ได้เอามาด้วยหรือเจ้าคะ?" อันซิ่วเอ๋อร์เห็นร้านขายเส้นยาสูบอยู่ริมถนนจึงเอ่ยถามขึ้น
"พ่อเจ้าเลิกสูบไปนานแล้วลืมแล้วรึ?" เหลียงซื่อพูดขัดขึ้น
"จริงด้วยเจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ก็จริงยาสูบมันเหม็นฉุน ไม่เห็นจะดีตรงไหน เราไปร้านข้างหน้ากันดีกว่าเจ้าค่ะลูกจะซื้อผลไม้เชื่อมให้พวกท่านกิน อินทผาลัมเชื่อมร้านนั้นอร่อยที่สุดเลยหวานชื่นใจ เคี้ยวง่ายด้วย"
พ่อเฒ่าอันยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากค้านอันซิ่วเอ๋อร์ก็จูงทั้งสองคนเข้าไปในร้าน ‘หอปาเจิน’เสียแล้ว ทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน กลิ่นหอมหวานก็อบอวลไปทั่วชวนให้รู้สึกสดชื่นเบิกบานใจ
"เถ้าแก่ของที่อยู่ตรงนี้เอามาอย่างละสองชั่งเลย" อันซิ่วเอ๋อร์สั่งคนขาย
"อย่างละตั้งสองชั่งจะกินกันหมดได้ยังไง" เหลียงซื่อรู้สึกเสียดายเงินเล็กน้อยกล่าวท้วงว่า "เอาแค่อินทผาลัมเชื่อมที่เจ้าว่าก็พออย่างอื่นไม่ต้องหรอก"
"ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะค่อยๆ กินไป ที่บ้านเด็กๆ ตั้งหลายคน ไม่ต้องกลัวกินไม่หมด" อันซิ่วเอ๋อร์บอกให้คนขายห่อต่อไป
เมื่อเห็นว่าเป็นน้ำใจของลูกสาวเหลียงซื่อจึงไม่ได้พูดอะไรอีก แต่พอซื้อของเสร็จเดินออกมา ก็อดถามขึ้นไม่ได้ว่า"ท่านเขยเขาจะไม่ว่าอะไรแน่หรือ?"
"ท่านแม่ยังไม่รู้จักท่านพี่ดีอีกหรือเจ้าคะเขาไม่ใช่คนใจแคบหรอก ถ้าท่านพี่รู้ว่าลูกทำแบบนี้มีแต่จะชมว่าลูกทำถูกแล้วเสียอีก" อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวพลางยิ้มบางๆเพื่อปลอบใจเหลียงซื่อ
"แล้ว...แม่สามีเจ้าเล่า?" เหลียงซื่อถามต่ออย่างลังเล
สีหน้าอันซิ่วเอ๋อร์เปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า "วางใจเถอะเจ้าค่ะท่านแม่สามีใจดีกับข้า เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ท่านไม่เข้ามายุ่งหรอก"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดี"เหลียงซื่อพยักหน้า ค่อยวางใจลงได้หน่อย
ที่จริงเหลียงซื่อกังวลว่าการมาของพวกตนจะนำความยุ่งยากมาให้ อันซิ่วเอ๋อร์จึงบอกพวกเขาไปว่าเรื่องทั้งหมดนี้จางเจิ้นอันเป็นคนจัดการเอง อูซื่อไม่เคยรู้เรื่องเลยปกติท่านก็ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องหยุมหยิมพวกนี้อยู่แล้วขอให้พวกท่านวางใจได้
จากนั้นทุกคนก็เดินเที่ยวเล่นกันต่อ อันซิ่วเอ๋อร์ซื้อของให้พวกเขามากมายเงินส่วนตัวที่นางมีติดตัวมาถูกใช้ไปจนเกือบหมดแต่การได้ซื้อของให้บิดามารดาเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างยิ่ง
พอเดินเที่ยวจนทั่วถนนสายนี้พ่อเฒ่าอันก็เริ่มเหนื่อย ทุกคนจึงพากันกลับ พอส่งทุกคนถึงบ้านพักอันซิ่วเอ๋อร์ก็ปฏิเสธคำชวนของเหลียงซื่อที่จะให้อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันนางเรียกเกี้ยวคันหนึ่ง แล้วเดินทางกลับจวนตระกูลจางเงียบๆ
พอเพิ่งจะเดินเข้าเขตเรือนพักของตนอูซื่อก็ส่งชุนหง สาวใช้คนสนิทมาตามตัวนางพอดี อันซิ่วเอ๋อร์ประหลาดใจเล็กน้อยหรือว่าอูซื่อรอพบนางอยู่แล้ว? แต่ถึงอย่างนั้นนางก็เลี่ยงไม่ได้ จึงได้แต่เดินตามชุนหงไปยังเรือนของอูซื่อ
อูซื่อรออยู่ในห้องโถงแล้วอันซิ่วเอ๋อร์เห็นสีหน้าท่าทางของนาง ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูกนางสูดหายใจรวบรวมสติ ทำความเคารพอูซื่อตามธรรมเนียม แล้วจึงยืนนิ่งอยู่ข้างๆรอฟังว่าอูซื่อจะว่ากระไร
เป็นอูซื่อที่ทนไม่ไหวเสียเองนางจิบชาไปอึกหนึ่ง แล้วเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อนว่า "วันนี้เจ้าไม่ได้อยู่ในเรือน ออกไปไหนมา?"
"ลูกออกไปเดินเล่นข้างนอกมาเจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์ตอบเสียงเรียบ
"ไปเดินเล่นกับใคร?ไม่เห็นพาบ่าวไพร่ไปด้วยสักคน" อูซื่อเงยหน้ามองนางแวบหนึ่งในน้ำเสียงคล้ายมีความห่วงใยอยู่บ้าง แต่เสียทีที่อันซิ่วเอ๋อร์จับสังเกตไม่ได้นางเพียงตอบไปตามความจริง "ไปกับท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชายและพี่สะใภ้เจ้าค่ะ"
"อ้อพ่อแม่เจ้ามากันแล้วรึ มาถึงเมื่อไร?" อูซื่อถามอีก
"เพิ่งมาถึงเมื่อวานนี้เจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์กล่าว "ลูกเองก็ไม่ทราบเรื่องก่อนหน้านี้เลยเจ้าค่ะท่านพี่เป็นคนจัดการทั้งหมด"
อูซื่อหัวเราะหยัน"เจ้านี่รู้จักปัดความรับผิดชอบดีจริงนะทุกอย่างก็โยนให้สามีเจ้าจัดการหมด"
อันซิ่วเอ๋อร์เม้มปากแน่นไม่ตอบโต้
"เอาเถอะๆเห็นแก่เจ้าหรอกนะ มาแล้วก็มาแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร"
"ขอบพระคุณท่านแม่เจ้าค่ะ"พอได้ยินอูซื่อพูดเช่นนี้ อันซิ่วเอ๋อร์ก็รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย
"แต่ในเมื่อมาแล้วก็ควรให้พวกเขามาทำความรู้จักกันไว้บ้าง อย่างไรเสียก็ถือเป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้า"แต่ประโยคหลังของอูซื่อ ทำเอาอันซิ่วเอ๋อร์ใจคอไม่ดีขึ้นมา
"ท่านแม่เจ้าคะพวกท่านเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา ไม่รู้ธรรมเนียมในจวน เกรงว่าจะทำให้ท่านแม่ไม่พอใจลูกจึงไม่ได้ให้พวกท่านมา หากมีสิ่งใดไม่เหมาะสม ลูกขอท่านแม่อภัยด้วยเจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์ยอมลำบากใจเองดีกว่าจะให้บิดามารดาต้องมาถูกอูซื่อพูดจาถากถาง
"อะไรกัน? กลัวว่าข้าจะจับพวกเขากินรึอย่างไร?" อูซื่อเหน็บแนมอันซิ่วเอ๋อร์แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน เพียงก้มหน้าขออภัย
"ดูท่าทางเจ้าก็พอจะรู้แล้วว่าพ่อแม่เจ้าเป็นคนแบบไหน"
อูซื่ออดไม่ได้ที่จะแขวะออกมาประโยคหนึ่งแต่ก็กล้ำกลืนความไม่พอใจไว้ แล้วกล่าวต่อว่า "อย่าให้คนอื่นเขาว่าได้ว่าตระกูลจางของเราไม่รู้จักธรรมเนียมไม่ต้อนรับญาติผู้ใหญ่ฝ่ายสะใภ้ เจ้าให้พ่อแม่เจ้าเข้ามาพักในจวนเราเถอะไปพักอยู่ข้างนอกมันดูไม่เหมาะ"
"ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะขอบพระคุณในความหวังดีของท่านแม่" อันซิ่วเอ๋อร์ยังคงปฏิเสธนางไม่เชื่อเด็ดขาดว่าการที่อูซื่อให้พวกเขามาพักที่นี่ จะมีเจตนาดีจริงๆ
"ข้าอุตส่าห์หวังดีให้มาพักเจ้ากลับปฏิเสธท่าเดียว มันหมายความว่ายังไง? หรือกลัวว่าข้าจะจับพวกเขากินรึไง?"อูซื่อเห็นอันซิ่วเอ๋อร์ขัดความประสงค์ของนางซ้ำๆก็ชักจะเริ่มไม่พอใจ นานๆ ทีปีหนนางจะใจดีด้วยสักครั้ง กลับไม่มีใครเห็นค่าเลย
"ขอบพระคุณในความเมตตาของท่านแม่เจ้าค่ะแต่พวกท่านไม่ใช่คนตระกูลจาง การมาพักในจวนเราจึงดูไม่เหมาะสมให้พวกท่านพักอยู่ข้างนอกน่าจะสบายใจกว่าลูกจะนำความปรารถนาดีของท่านแม่ไปเรียนให้พวกท่านทราบเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวพลางก้มตัวลงเล็กน้อย
"พอๆๆในเมื่อเจ้าไม่ยอมก็แล้วแต่เจ้า!" อูซื่อไม่พูดอะไรต่อนางกลัวว่าหากเซ้าซี้มากไป อันซิ่วเอ๋อร์จะระแวงว่านางคิดจะทำอะไรไม่ดีแล้วเอาเรื่องไปฟ้องลูกชาย ทำให้นางผิดใจกับจางเจิ้นอันไปอีก
"แล้วตอนนี้ร่างกายเจ้าเป็นอย่างไรบ้างอาการแพ้ท้องยังหนักอยู่หรือไม่? ช่วงสามเดือนแรกนี่สำคัญต้องดูแลครรภ์ให้ดี อย่าเที่ยววิ่งวุ่นไปทั่ว โดยเฉพาะตอนออกจากบ้านไม่ยอมพาบ่าวไพร่ไปด้วยสักคน ถ้าเกิดโดนใครเดินชนเข้าจะทำยังไง?" อูซื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ฟังดูคล้ายตำหนิแต่ก็แฝงความห่วงใย
เอ๊ะ?ถึงน้ำเสียงจะไม่น่าฟังนัก แต่นี่...ดูเหมือนท่านแม่กำลังห่วงใยนางอยู่อย่างนั้นหรือ?
พอเห็นอันซิ่วเอ๋อร์ทำหน้าประหลาดใจอูซื่อก็ขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์ หันไปสั่งชุนหงว่า "ชุนหง ไปเอาโสมสองต้นจากห้องเก็บของมาให้ฮูหยินติดมือกลับไปด้วย"
ครู่ต่อมาอันซิ่วเอ๋อร์รับกล่องที่ชุนหงส่งมาให้ด้วยความงุนงงนางถึงกับยืนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หรือว่าวันนี้ที่อูซื่อเรียกนางมาไม่ใช่เพื่อตำหนิหรือลงโทษ แต่กลับให้โสมบำรุงแก่นาง?นี่มันประหลาดเกินไปแล้ว ท่านแม่สามีเนี่ยนะ จะดีกับนางถึงเพียงนี้?
อันซิ่วเอ๋อร์ไม่เชื่อนางรู้สึกว่าต้องมีเรื่องอื่นแอบแฝงอยู่แน่ๆ นางจึงได้แต่ถือกล่องโสมไว้ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่กล้าขยับไปไหน
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วเจ้าก็กลับไปได้แล้ว" อูซื่อเห็นอันซิ่วเอ๋อร์ยังยืนนิ่งเป็นท่อนไม้อยู่ก็เริ่มหงุดหงิด โบกมือไล่ให้นางออกไป
อันซิ่วเอ๋อร์ไม่รอให้อูซื่อพูดอะไรอีกรีบคำนับแล้วถือกล่องโสมออกมาทันที ตลอดทางกลับเรือน นางยังคงรู้สึกประหลาดใจอูซื่อคนนี้ ไปกินยาผิดสำแดงมารึเปล่า ถึงได้ดีกับนางผิดปกติขนาดนี้?ถึงกับให้โสมนาง ทั้งยังชวนพ่อแม่นางมาพักที่จวนอีกด้วย?
แปลก แปลกเกินไปแล้ว
อันซิ่วเอ๋อร์หารู้ไม่ว่าในขณะเดียวกันนั้น อูซื่อเองก็กำลังกลัดกลุ้มใจอย่างหนักเช่นกันการที่นางแสร้งทำดีต่ออันซิ่วเอ๋อร์ถึงเพียงนี้เป็นเพียงเพราะต้องการใช้เป็นเครื่องมือจัดการกับคนอีกคนหนึ่งเท่านั้น
และคนคนนั้นก็คือเย่จิ้งซู!
ตกค่ำจางเจิ้นอันกลับมาถึงจวน พอมาถึงหน้าเรือนตนเอง ก็ถูกคนของอูซื่อมาตามตัวไปพบ นานๆครั้งอูซื่อถึงจะเรียกหาเขาอย่างร้อนรนเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกแปลกใจหรือว่าท่านแม่คิดจะใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำอีกแล้ว? แต่คิดอีกทีหากคิดจะทำร้ายอันซิ่วเอ๋อร์ ตอนนางออกไปข้างนอกน่าจะมีโอกาสมากกว่าไม่จำเป็นต้องรอจนป่านนี้
เมื่อคิดได้ดังนี้เขาก็เดินตามสาวใช้ไปยังเรือนของอูซื่อแต่โดยดี
ขณะนั้นอูซื่อกำลังนั่งกลุ้มใจอยู่พอเห็นจางเจิ้นอันเดินเข้ามา นางก็รีบลุกขึ้นยืน กล่าวว่า"เจิ้นอัน เจ้ามาแล้วรึ มานี่สิลูก แม่มีเรื่องด่วนจะคุยด้วย"
"คารวะท่านแม่"จางเจิ้นอันทำความเคารพอย่างไม่รีบร้อน แล้วจึงเอ่ยถาม"มีเรื่องอันใดหรือขอรับ?"
อูซื่อขมวดคิ้วมุ่นกล่าวว่า"เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!ไหนเจ้าบอกตอนตรุษจีนว่าจะจัดการส่งแม่นางเย่นั่นออกไปแล้วไม่ใช่รึ? แต่วันนี้น้องชายเจ้า ไอ้ลูกไม่ได้ความนั่นมันวิ่งมาบอกข้าว่าจะแต่งนางเข้าบ้าน!"
ทีแรกจางเจิ้นอันยังนึกว่าอูซื่อเสียดายไม่อยากให้เย่จิ้งซูไปเสียอีก ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องนี้เขาอดหัวเราะหยันตัวเองในใจไม่ได้ ก่อนจะกล่าวว่า "จะแต่งก็แต่งไปสิขอรับ มีอะไรไม่เหมาะสมรึ? ท่านแม่เรียกข้ามาเพียงเพราะเรื่องนี้?"
"อะไรคือแต่งก็แต่งไป!น้องชายเจ้าจะแต่งนางได้อย่างไรกัน!" อูซื่อตวาดอย่างเกรี้ยวกราด
"ท่านแม่ทำไมจะแต่งไม่ได้ขอรับ? นี่นับเป็นเรื่องดีไม่ใช่รึอย่างน้อยสำหรับท่านแล้ว ก็น่าจะเป็นเรื่องดีมิใช่หรือ?" จางเจิ้นอันหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า "ก่อนหน้านี้ท่านเองไม่ใช่หรือที่อยากจะให้นางแต่งเข้ามาเป็นอนุของข้า? แล้วต่อมาก็พยายามจับคู่ให้นางกับน้องชายไม่ใช่หรือ?ตอนนี้ก็สมใจท่านแล้วนี่?"
"เจ้าพูดจาเหลวไหลสิ้นดี!"อูซื่อโกรธจนตัวสั่น นางไม่ใช่คนโง่ "เจ้าคิดว่าข้าจะยอมให้ผู้หญิงแพศยาเจ้าเล่ห์แสนกลอย่างนางมาอยู่ข้างกายน้องชายเจ้ารึ? ต้องเป็นนางแน่ๆที่เป่าหูน้องชายเจ้า ไม่อย่างนั้น น้องเจ้าจะมาพูดปุบปับว่าจะแต่งนางได้อย่างไร?"
เมื่อเห็นว่าอูซื่อกำลังโกรธจัดจริงๆจางเจิ้นอันจึงไม่ยั่วโมโหนางต่อ เพียงถามกลับไปอย่างใจเย็นว่า"แล้วน้องชายว่าอย่างไรกับท่านบ้างขอรับ"
"เขาบอกว่าเขากับนางรักใคร่ชอบพอกันแต่ไอ้ความรักชอบพอนี่ ทำไมไม่เกิดก่อนหน้านี้ ทำไมไม่เกิดทีหลังดันมาเกิดเอาตอนนี้ มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ!อย่างไรเสียข้าก็ไม่ยอมเด็ดขาด!" อูซื่อตบโต๊ะดังปัง!
"ในเมื่อท่านไม่ยินยอมแล้วมาบอกข้าเรื่องนี้ด้วยเหตุใดหรือขอรับ?" จางเจิ้นอันถามกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก
อูซื่อเห็นจางเจิ้นอันทำท่าทีไม่ทุกข์ไม่ร้อนราวกับไม่ใช่เรื่องของตน ก็ทั้งโกรธทั้งแค้นใจ ยามคับขันเช่นนี้นางอุตส่าห์มาหาเขาเพื่อปรึกษา แต่เขากลับทำเหมือนยืนดูเรื่องตลกอยู่ได้!