ดึ้ง..ดึง..ดึ่ง
เสียงออดดังเป็สัญญาณหมดเวลาเรียนวิชานั้นๆแล้ว เสียงเจี้ยวจ้าวดังขึ้นส่งให้บรรยากาศภายในโรงเรียนแห่งนี้ดูมีชีวิตชีวา โตโต้หยิบกระเป๋าขึ้นสะพายพาดบ่าก่อนจะตรงไปยังโต๊ะครู ใบงานในมือของเขาถูกวางลงทับซ้อนกับของเพื่อนคนอื่น ตอนนี้เป็เวลาพักเที่ยงแล้ว คาบเรียน่เช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว วิชาสังคมศึกษาวันแรกไม่มีอะไรมาก แค่มานั่งฟังวัตถุประสงค์ในการเรียน จากนั้นครูประจำวิชาก็ชวนคุยเล่นไปเรื่อยเปื่อย ด้วยความที่ครูประวิทย์ ครูประจำวิชาสังคมศึกษา ม.4 เป็คนช่างคุย นึกอะไรได้ก็คุยน้ำไหลไฟดับไปซะทุกเื่ คาบเรียนแรกของวิชานี้เกริ่นเื่เรียน 5 นาที นอกนั้นคุยสัพเพเหระั้แ่ปลูกข้าว รถไถติดหล่ม ตัดอ้อย ยันให้น้ำไก่ชน คุยจนหมดคาบไปทั้งอย่างนั้น หนังสือหนังหาไม่ได้เปิดแม้แต่หน้าเดียว จากนั้นต่อมาเป็คาบเรียนวิชาศิลปะ ซึ่งวันนี้ครูประจำวิชาไม่อยู่ แต่ฝากครูคนอื่นให้เอาใบงานมาให้ทำพร้อมส่งที่โต๊ะก่อนหมดคาบ
“กินอะไรดีวันนี้?”
โตโต้หันไปถามเพื่อนที่กำลังหาที่นั่งเหมาะๆ พลางวางกระเป๋าจองที่ไว้ในโรงอาหาร
“ร้านไหนอร่อยเพื่อน?”
ได้ยินดังนั้นบาสพลันหันไปถามอ๋องต่อ เขาซึ่งเป็นักเรียนใหม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าร้านไหนอร่อย ถามนักเรียนเก่านี่แหละง่ายดี
“ก๋วยเตี๋ยวร้านป้าต้อย ให้เยอะ เพิ่มเส้นฟรี”
อ๋องชี้ไปที่ร้านประจำของเขาที่กินมาั้แ่อยู่ ม.1
‘เออ..ไอ้บาส มึงก็ถามถูกคนซะด้วย ไอ้อ๋องมันกินอย่างอื่นเป็ที่ซะที่ไหน ปีนึง 365 วัน มันกินก๋วยเตี๋ยวไปแล้ว 360 วัน’
โตโต้หัวเราะในใจพลางเดินหาร้านข้าวแกงที่เขาชอบกินแต่ก่อน ตอนถือจานกลับมาก็เห็นแก้วน้ำวางครบคนอยู่บนโต๊ะ ไอ้ซันเอาเงินที่มันเรี่ยไรคนละบาทสองบาทกับเพื่อนในห้องซื้อน้ำลำไยมาให้จริงๆ ขณะนั่งกินข้าวโตโต้ก็ใช้ความคิดไปพลาง สถานการณ์แบบนี้ตัวเขาควรเอาอย่างไรดีกับชีวิต? มีแผนจะทำอะไรต่อ? ทุกสิ่งอย่างประดังประเดเข้ามาพร้อมกันจนมึนหัวไปหมด
‘อย่างแรกสำคัญที่สุด ต้องมีเงินก่อน!’
ใดๆ ในโลกล้วนขับเคลื่อนด้วยเงิน ถ้ามีเงิน อะไรๆ ในชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ นี่ถือเป็สัจธรรมอย่างหนึ่ง ที่ในฐานะมนุษย์เงินเดือนระดับชำนาญการอย่างเขาพึงระลึกไว้อยู่เสมอ และตอนนี้ที่กลับมาเป็เด็กอีกครั้งก็หมายความว่า ตัวเขายังไม่มีรายได้อะไรเลย เงินที่ต้องกินต้องใช้ย่อมมาจากครอบครัวทั้งหมด ฐานะทางบ้านเองถึงจะไม่ลำบากอะไรมาก แต่ก็ไม่ได้ดีเช่นเดียวกัน ขนาดจะเปลี่ยนมือถือใหม่หลักพันก็ต้องรอแม่ถูกหวย และแต่ก่อนไม่ว่าเขาจะอยากได้อะไรก็ต้องเก็บเล็กเก็บน้อยจากเงินค่าขนม แม่เองก็ขายของอยู่ตลาดเย็น รายได้ไม่แน่นอน ยิ่ง่ฝนตกฟ้าร้อง บางวันถึงกับติดลบกันเลยทีเดียว
‘เอาตามนี้ละกัน!’
โตโต้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าเขาจะต้องหาลู่ทางทำเงินก่อน ส่วนจะใช้วิธีอะไรนั้นกลับบ้านไปค่อยวางแผนอีกที
กินข้าวเสร็จกลุ่มของโตโต้ก็เดินมาที่หน้าอาคาร 2 ซึ่งเป็สถานที่เรียนวิชาต่อไป พวกเขามองหาม้าหินอ่อนหน้าอาคารเพื่อนั่งรอเรียนคาบบ่าย ขณะเดียวกันในบริเวณดังกล่าวก็เริ่มมีนักเรียนเป็กลุ่มๆ เดินมาจับจองที่นั่งแถวนี้กันประปราย
“โตโต้ ครูอุบลเรียกไปหาที่ห้องพัก”
เสียงคนๆหนึ่งดังขึ้นมาสะกิดความสนใจของโตโต้ที่กำลังแย่งกินเลย์ของไอ้อ๋องอยู่ เขาหันไปทางต้นเสียงก็เห็นนักเรียนสาวร่างเล็กบางคนหนึ่งกำลังยืนพลางจ้องมาที่ตัวเขาอยู่ ‘ไอด้า’ รองหัวหน้าห้อง 4/8 นั่นเอง สาวลูกครึ่งไซส์มินิ ดาวเด่นประจำห้อง 4/8 ถึงจะเป็ลูกครึ่งอิตาลี่ แต่หน้าตาออกทางไทยซะเป็ส่วนใหญ่ ตากลมโต ส่วนสูงไม่น่าเกิน 160 ตัวเล็กน่ารัก ที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็ผิวขาวใสนี่แหละ ไปยืนกลางแดดนี่คือสะท้อนแสงแยงตาเพื่อนกันเลยทีเดียว
“อ้อ”
โตโต้พยักหน้ารับคำพลางเดินตามเพื่อนไป เมื่อไปถึงโต๊ะที่ปรึกษา ครูอุบลพลันให้โอวาทเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของหัวหน้าห้อง พร้อมให้สมุดรายชื่อนักเรียนห้อง 4/8 มา เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือโตโต้เลียปากพลางนึกเื่พิเรนทร์ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ขณะเดินกลับไปหากลุ่มเพื่อนโตโต้ชวนไอด้าคุยไปด้วย แต่เหมือนจะเป็ตัวเขาเองที่ถามอยู่ฝ่ายเดียวเสียมากกว่า ซึ่งเขารู้อยู่แล้วว่าเพื่อนคนนี้เป็คนขี้อาย คุยไม่เก่ง น้อยครั้งที่จะเข้าหาคนอื่นก่อน และยังรู้ด้วยว่าเพื่อนสาวคนนี้ก็เป็หนึ่งในคนที่โดนเสน่ห์ไอ้บาสล่อลวงเข้าให้ ซึ่งตอนนั้นรู้สึกจะคบกันแบบไม่เปิดเผยสถานะ และไม่ใช่แค่ไอด้าคนเดียว มันคบซ้อนแล้วสับรางไปมาพร้อมกันถึง 3 คนโดยที่รถไฟไม่เคยชนกันยันจบ ม.6 แต่ภายหลังไอ้บาสมาเล่าให้ฟังว่าไอด้ารู้เื่ที่มันคบซ้อนั้แ่ต้นเทอม ม.6 แล้ว แต่เลือกที่จะให้โอกาส นี่สินะที่เขาบอกว่า รู้ว่าหลอกก็ยังเต็มใจให้เขาหลอก
‘ไอ้บ้านี่แม่งเลวชะมัด เธอเองก็ไม่น่าไปตกหลุมพรางมันเลย’
โตโต้มองเพื่อนสาวร่างเล็กหน้าตาใสซื่อของเขาด้วยแววตาสงสาร พร้อมอดที่จะด่าเพื่อนตัวเองในใจไม่ได้ นิสัยแบบนี้มันใช้ไม่ได้เลยจริงๆ มันตรงข้ามกับเขาที่เกิดมาไม่เคยทำให้ใครเสียใจ ไม่เคยหักอกใคร และไม่มีใครเอา พอคิดถึงเื่นี้อยู่ๆ ทำไมรู้สึกเศร้าขึ้นมาเองล่ะเนี่ย?
