“หนิงเหม่ย”จิ้นหงที่เห็นท่าทางเช่นนั้นของบุตรสาวของตนเขาจึงได้เอ่ยเรียกอย่างไม่พอใจที่บุตรสาวคนเล็กของเขามีนิสัยเช่นนี้
“เหม่ยเออร์ เหม่ยเออร์”เหอฮุ่ยหวงที่เห็นเช่นนั้นนางจึงได้เอ่ยเรียกบุตรสาวของตนด้วยน้ำเสียงเศร้าที่นางไม่ใส่ใจบุตรคนเล็กของนางมากพอ
“หึ ดูนางสินิสัยเช่นนี้ต่อให้มีความสามารถมากกว่าพี่น้องคนอื่นๆนางก็ไม่มีทางสร้างชื่อเสียงให้กับเราได้หรอก”จิ้นหงเอ่ยอย่างหัวเสียที่ลูกของเขาแต่ละคนนั้นไม่มีผู้ใดดีพอเลยแม้แต่คนเดียว
“ท่านพี่อย่าพูดเช่นนั้นสิเ้าคะหากเหม่ยเออร์มาได้ยินนางจะเสียใจได้นะเ้าคะ”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่สามีของตนอย่างไม่พอใจ
“ได้ยินก็ดีสิ มันจะได้รู้ว่าไม่ควรทำตัวเช่นนี้กับข้า”จิ้นหงเอ่ยโดยไม่รู้เลยว่าในตอนนี้หนิงเหม่ยที่อยู่ไม่ไกลได้ยินทุกคำพูดของเขา
“ท่านพี่”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยปรามสามีของตนอย่างอ่อนอกอ่อนใจกับการตั้งความหวังที่สูงจนลูกๆของนางยากจะทำได้ของจิ้นหง
“จินเซียงตอบข้า ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนอยู่ที่ใด”จิ้นหงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งทำให้จินเซียงที่กำลังจะเดินตามผู้เป็นายของตนถึงกับรีบหยุดฝีเท้าของตนในทันที
“เอ่อ ไม่ทราบเ้าค่ะวันสองวันนี้มานี้อยู่ๆพวกเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย คนของเราก็ยังไม่สามารถหาข่าวของเขาได้เลยเ้าค่ะ”จินเซียงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไม่ดังมากนัก
“แล้วเ้าแน่ใจหรือไม่ว่าคนทั้งสองคนนั้นคือจิวฝูและจิวฮวาจริงๆ”จิ้นหงเอ่ยถามสาวใช้ตรงหน้าของตนเสียงเคร่ง
“จริงเ้าค่ะพวกเขาทั้งสองคนคือคุณชายจิวฝูกับคุณหนูจิวฮวาจริงๆเ้าค่ะ”จินเซียงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจเมื่อได้ยินคำถามของผู้เป็นาย
“พวกมันทั้งสองคนดูเป็เช่นไรพวกมันมีท่าทีว่าจะแก้แค้นพวกข้าหรือไม่”จิ้นหงเอ่ยถามเสียงเคร่ง
“ยังดูไม่ออกเ้าค่ะ เพราะทุกครั้งที่พบกันคุณหนูและคุณชายนั้นสั้นนักข้าน้อยจึงยังไม่สามารถบอกได้เ้าค่ะว่าคนทั้งสองนั้นคิดจะแก้แค้นหรือไม่”จินเซียงเอ่ยตอบเสียงเคร่ง
“เช่นนั้นก็แย่นะสิเ้าคะท่านพี่หากคนที่อยู่เื้ัของสองพี่น้องนั้นเป็คนใหญ่คนโตจริงๆเราจะลำบากได้นะเ้าคะท่านพี่”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแตกตื่น
“ได้ยินว่าตอนนี้จิวฮวาสามารถใช้ปราณจนสามารถผ่านการทดสอบจนเป็นักหลอมได้แล้วท่านพี่ท่านคิดว่าพวกเขาจะรู้เื่ที่พวกเราทำกับพ่อแม่ของพวกเขาหรือไม่เ้าคะ”เหอฮุ่ยหวงที่ยังเห็นว่าสามีของนางนั้นยังเอาแต่นิ่งเงียบนางจึงได้เอ่ยตอบสามีของตนด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“เื่นั้นเราต้องดูอีกทีว่าสองพี่น้องนั้นจะมีความคิดเช่นไรกับพวกเรา”จิ้นหงเอ่ยตอบเสียงเคร่ง
“เ้าออกไปได้”จิ้นหงที่เห็นว่าสาวใช้ตรงหน้าของตนหมดประโยชน์เขาจึงได้โบกมือไล่จินเซียงออกไปจากห้องด้วยสายตาไม่สบอารมณ์
“ท่านพี่เราจะทำเช่นไรดีละเ้าคะตอนนี้จิวฮวานางเป็ถึงนักหลอมโอสถระดับปรมาจารย์เราคงจะไม่สามารถลงมือทำอะไรนางกับพี่ชายของนางได้เมื่อถึงตอนนั้นพวกเราก็จะต้องกลับไปเป็เพียงบ้านรองหากเป็เช่นนั้นข้ายอมรับไม่ได้นะเ้าคะ หากเป็เช่นนั้นข้ายอมตายยังจะดีเสียกว่ากลับไปทนอยู่ในฐานะบ้านรอง”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่สามีของตนด้วยสายตาหวาดหวั่น
“ไม่มีอะไรที่จะสามารถทำให้เรากลับไปเป็เช่นเดิมได้อีกแล้วไม่มีสิ่งใดที่จะมาพรากสิ่งที่ควรจะเป็ของเราไปจากมือของพวกเราได้อีกแล้ว”จิ้นหงเอ่ยบอกเสียงเคร่ง
“ท่านพี่ต้องจัดการพวกเขานะเ้าคะข้าไม่้ากลับไปเป็เพียงฮูหยินของบ้านรองที่ไม่มีใครเห็นหัวอีก”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่สามีของตนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเพราะด้วยกลัวว่านางนั้นจะต้องกลับไปอยู่ในตำแหน่งแล้วยังต้องคืนของมีค่าที่พวกนางยึดมาจากจิวฮวาและครอบครัวของนางอีกเมื่อคิดถึงเช่นนั้นสายตาของเหอฮุ่ยหวงก็แปรเปลี่ยนเป็สายตาเ็าในทันที
“เ้าไม่ต้องห่วงพี่ไม่มีทางปล่อยให้อะไรมาทำให้ชีวิตของเราพังลงเป็แน่”จิ้นหงเอ่ยพร้อมกับตบมือไปที่หลังมือของฮูหยินรของตนอย่างอ่อนโยน
สำนักหลงไห่
“ตระกูลเย่นี้เลี้ยงลูกหลานตนเองอย่างไรนะจึงได้เก่งกาจกันมากเพียงนี้”เหล่าลูกศิษย์ที่มาดูอันดับของตนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอิจฉา
“เ้าไม่รู้หรือว่าตอนนี้คุณชายจิวฝูและคุณหนูจิวฮวาถูกคนที่ตระกูลทำร้ายจนต้องหนีออกมาใช้ชีวิตเพียงสองพี่น้องแล้วเช่นนี้เ้าจะนำคนทั้งสองไปนับรวมกับคุณหนูเย่หนิงเหม่ยได้เช่นไรละ”หนึ่งในฝูงชนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ดังนักแต่มันก็มากพอที่จะทำให้ทุกคนได้ยินในสิ่งที่นางเอ่ยมาเมื่อครู่
“เช่นนั้นก็เท่ากับว่าตระกูลเย่ทำนักหลอมโอสถกับนักรังสรรค์หลุดมือหายไปนะสิ”หญิงสาวอีกคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแตกตื่น
”ก็ต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้ว หากเป็เ้ายังคิดจะทนอยู่ร่วมกับคนที่เคยรังแกและแย่งชิงของของเ้าได้อีกหรือ”หญิงชุดชมพู่เอ่ย
“อืม ก็คงจะจริงของเ้าหากเป็ข้าคงไม่มองหน้าพวกมันเสียด้วยซ้ำ น่าสงสารคุณหนูคุณชายทั้งสองนะที่ต้องมาพบกับญาติที่น่ากลัวเช่นนี้”สหายอีกคนเอ่ยแล้วก็ต้องรีบก้มหน้าลงในทันทีเมื่อนางบังเอิญไปสบตาของหนิงเหม่ยเข้าอย่างไม่ตั้งใจ
“ทำไมจะอะไรนักหนาผู้อ่อนแอก็ต้องถูกแย่งชิงมันไม่ใช่เื่แปลกใหม่อะไรอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”หนิงเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นจึงเดินตรงดิ่งเข้ามาหาหญิงสาวทั้งสามด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“พวกเ้านะระวังปากเอาไว้บ้างก็ดีนะระวังจะตายเพราะปาก”หนิงเหม่ยเอ่ยพร้อมกับสบตากับหญิงทั้งสามคนด้วยรอยยิ้มเย็น
“นางก็ขยันสร้างศัตรูนะเ้าคะั้แ่ที่ข้าพบนางมาไม่มีวันใดเลยที่นางจะไม่ทำตัวน่ารังเกียจและก็สร้างศัตรูไปทั่วเช่นนี้”จิวฮวาที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงได้แต่ส่ายหัวให้กับนิสัยเอาแต่ใจของหนิงเหม่ย
ตึง ตึง ตึงเสียงกลองเรียกรวมตัวที่ลานกว้างหน้าสำนักทำให้ทุกคนหันไปสนใจแล้วรีบเข้าไปตามที่มาของเสียงอย่างเร่งรีบ
“ให้ทุกคนไปยืนอยู่ประจำเสาธงของเรือนที่พวกเ้าสมัคร”เสียงเคร่งเอ่ยเสียงดังทำให้เหล่าลูกศิษย์ใหม่ต่างเร่งเดินเข้าหาธงของตนในทันที
“ข้าเหยียนอันฉีจ้าวสำนักหลงไห่ขอต้อนรับลูกศิษย์ทุกคนที่สามารถสอบเข้าสำนักของเราได้ต่อไปนี้ก็ขอให้ทุกคนตั้งใจศึกษาหาความรู้และฝึกฝนตนเองให้ดีเพื่อความก้าวหน้าของตนเองและวงตระกูลต่อไปขอให้ผู้ที่ได้ที่หนึ่งถึงที่สามของแต่ละเรือนออกมาแถวด้านหน้า”เหยียนอันฉีเอ่ยพร้อมกับมองไปที่จิวฮวาและพี่ชายของนางอย่างสนอกสนใจ
“อันดับที่หนึ่งของทุกเรือนจะได้รับโอสถเลื่อนปราณสิบเม็ดอันดับสองห้าเม็ดและอันดับสามสามเม็ดต่อเดือนในทุกๆสามเดือนจะมีการสอบเลือนอันดับขอให้ทุกคนกระตือรือร้นตลอดเวลาเพื่อรอรับการสอบเลื่อนขั้นในทุกสามเดือน”เหยียนอันฉีเอ่ยพร้อมกับพยักหน้าให้เหล่าอาจารย์ในแต่ละเรือนมอบเม็ดโอสถให้กับลูกศิษย์ของที่อยู่ในอันดับหนึ่งถึงสามด้วยรอยยิ้มบาง
“เอาละต่อไปข้าจะมอบของตามคำขอให้กับอันดับหนึ่งเช่นบอกความ้าของพวกเ้าออกมาได้”เหยียนอันฉีเอ่ยพร้อมกับมองมาที่ไปที่จิวฝูและคนอื่นๆที่ขึ้นไปยืนอยู่ตรงหน้าของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนแล้วเอ่ยถามถึงสิ่งที่ลูกศิษย์เหล่านี้้าด้วยน้ำเสียงนุ่ม
“ข้า้าศิษย์ในการเข้าหอคัมภีร์ขอรับตาม้าขอรับ”ชายหนุ่มผู้มาจากเรือนอาคมเอ่ยตอบเป็คนแรก
“ได้เ้าจะได้สิทธิ์ที่เ้า้าเป็เวลาหนึ่งปี”เหยียนอันฉีเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฝูอย่าง้าฟังคำขอของเขา
“ข้า้าเข้าออกสำนักตาม้าขอรับ”จิวฝูเอ่ยตอบพร้อมกับมองสบตากับเหยียนอันฉีที่มีหน้ากากสีดำใส่อยู่ครึ่งหน้าด้วยสายตามั่นคง
“ได้ตามที่เ้า้า แต่ศิษย์ที่เ้าขออยู่ได้เพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น”เหยียนอันฉีเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฝูด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“ขอบคุณขอรับท่านจ้าวสำนัก”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับค้อมกายขอบคุณ
“ข้าขอให้ท่านไล่นางออกจากสำนักเ้าค่ะ”หนิงเหม่ยเอ่ยตอบพร้อมกับชี้นิ้วไปที่จิวฮวาที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“เื่นั้นข้าคงทำอะไรไม่ได้เช่นนั้นข้าขอมอบศิษย์ในการเข้าหอคัมภีร์ให้เ้าหนึ่งปี”จ้าวสำนักเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ศิษย์ผิอื่นโดยไม่หันมาสนใจนางอีกเลย
“ทำไมพี่ฝูต้องขอเข้าออกสำนักละเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยถามพี่ชายขอบตนด้วยสีหน้าสงสัย
“ไม่มีอะไรพี่เพียงแค่คิดถึงเวลาที่เรามีเื่ต้องออกเข้าสำนักโดยเร่งด่วนเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลามากนัก”จิวฝูเอ่ยตอบพร้อมกับส่งยิ้มบางให้กับน้องสาวของตน
“อ้อ เป็เช่นนี้นี้เองพี่ฝูช่างรอบครอบจริงๆเ้าค่ะ”จิวฮวาที่ไม่เชื่อในคำตอบของพี่ชายของตนนักเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้กับพี่ชายของตน
“เรากลับกันเถอะเดี๋ยวแดดจะแรง”จิวฝูที่้าเลี่ยงบทสนทนาเกี่ยวคำขอของตนจึงได้หันมาเอ่ยเร่งจิวฮวาแล้วเร่งเดินนำไปทันที
“จิวฮวา”เสียงเรียกจากที่ไกลๆทำให้จิวฮวาที่เดินตามหลังจิวฝูอยู่หันไปมองตามที่มาของเสียงและเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดนางจึงได้เร่งฝีเท้าเดินตามพี่ชายของตนไปโดยเร็ว
“พี่ฝูเมื่อครู่ข้าได้ยินคล้ายกับคนเรียกข้าพี่ฝูได้ยินเช่นเดียวกับที่ข้าได้ยินหรือไม่เ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย
“พี่ไม่เห็นได้ยินเลยเรารีบกลับจวนกันเถอะ”จิวฝูที่รู้ว่าเสียงนั้นเป็ขอผู้ใดเอ่ยแล้วเดินเข้ามาจูงมือน้องสาวของตนไปทันที
“ท่านพี่เห็นหรือไม่เ้าคะพวกเขามีจวนที่ใหญ่โตพอๆกันจวนตระกูลเย่ของเราพวกเขาต้องมีคนอยู่เื้ัของเขาเป็แน่”เหอฮุ่ยหวงที่อยู่ไม่ไกลเอ่ยกับสามีของตนด้วยสายตาหวาดหวั่นด้วยไม่รู้ว่าใครจะเป็ผู้อยู่เื้ัของงเด็กทั้งสองคนนี้
“เราไปพบพวกเขากันเถอะ”จิ้นหงเอ่ยพร้อมกับเดินตามจิวฝูและจิวฮวาด้วยสีหน้าเครงเครียด
“พวกท่านตามเรามาด้วยเื่อันใด”จิวฝูหันมาเอ่ยถามเสียงเคร่ง
“นี้คือคำพูดของหลานที่พึงกระทำต่อข้าผู้เป็อาของเ้าหรือ”จิ้นหงที่เห็นแววตาแข็งกร้าวของจิวฝูเอ่ยถามพร้อมกับมองมาที่จิวฝูด้วยสายตาเหนือกว่าด้วยเขาในตอนนี้ถือว่าตนเองนั้นมีความาุโกว่าเด็กทั้งสองจึงได้เข้ามาอย่างชะล่าใจ
“นั้นนะสิอาฝูเ้ากับน้องสาวของเ้าทำเช่นนี้ไม่กลัวว่าผู้อื่นจะว่าเ้าหรือ”นางเหอ(เหอฮุ่ยหวง)ที่ได้ทีจึงรีบเข้ามาช่วยผสมโรงทำให้จิวฝูที่เห็นท่าทีไร้สำนึกของคนทั้งสองเขาจึงเผลอเรียกพลังปราณมาที่มือของตนหมายจะใช้สั่งสอนสองผัวเมียตรงหน้าของตนจิวฮวาที่เห็นเช่นนั้นจึงได้เร่งเข้าไปจับที่แขนของจิวฝูอย่าง้าห้ามปราม
“คาราวะท่านอาท่านอาสะใภ้เ้าค่ะ”จิวฮวาที่้าล่อหลอกให้คนทั้งสองเข้าไปในจวนเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง
“จิวฮวาเ้าทำอะไร”จิวฝูที่เห็นท่าทีของน้องสาวของตนเช่นนี้จึงได้หันมาเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ
“ฮึ”จิวฝูที่เห็นว่าน้องสาวของตนนั้นไม่คิดจะตอบเอาแต่มองไปที่คนทั้งสองเขาจึงได้สะบัดแขนจากจากอย่างขุ่นเคือง
“ยังเป็จิวฮวาที่รู้ความ”นางเหอเอ่ยชมพร้อมกับสาดส่องสายตาเข้าไปในจวนเมื่อเห็นว่าจิวฝูนั้นเปิดประตูจวนเอาไว้
“เชิญท่านอาท่านสะใภ้เ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับผายมือเชิญคนทั้งสองเข้าจวนของตนด้วยรอยยิ้มเย็น
“ยังดีที่รู้ความ”จิ้นหงเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปในเรือนของจิวฝูและจิวฮวาราวกับเรือนนี้เป็เรือนของตนก็ไม่ปานจิวฮวาที่เห็นเช่นนั้นจึงได้มองตามหลังของคนทั้งสองแล้วปิดประตูลงกลอนด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“เ้าพาพวกมันเข้ามาที่จวนของเราทำไม”จิวฝูที่เห็นว่าคนทั้งสองกำลังเดินเข้ามาในจวนของตนจึงได้หันไปเอ่ยถามน้องสาวของตนอย่างเอาเื่
“พี่ฝูไม่อยากรู้หรือเ้าคะว่าพวกมันเอาศพของท่านพ่อไว้ที่ใด”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปหาพี่ชายของตนด้วยรอยยิ้มร้าย
“นางเด็กคนนี้นี้เ้าคิดว่าลำพังพวกเ้าจะสามารถต่อกลอนกับเราสองผัวเมียได้หรือ”นางเหอ(เหอฮุ่ยหวง)ที่รู้ว่าตนหลงกลเด็กเด็กหญิงตรงหน้าแล้วจึงได้เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มมั่นด้วยนางเองมั่นใจว่านางและสามีไม่มีทางพ่ายแพ้ให้กับเด็กทั้งสองเป็แน่
“หึ พาข้ามาที่นี้ก็ดีเราจะได้จัดการพวกเ้าโดยที่ไม่มีผู้ใดพบเห็นให้มีพยาน”จิ้นหงเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มร้ายออกมาอย่างเปิดเผยเมื่อเขาเห็นแล้วว่าจวนแห่งนี้มั่งคั่งเพียงใดและหากเข้าสามารถส่งเด็กทั้งสองไปหาพ่อแม่ของพวกมันได้สำเร็จทรัพย์สมบัติของเด็กทั้งสองก็จะตกเป็ของเขาและครอบครัวของเขาทั้งหมด
“เ้าคิดว่าข้าที่หลอกล่อเ้าเข้ามาในจวนของข้าเพื่อฆ่าข้ากับพี่ชายของข้าหรือ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่สองผัวเมียด้วยสีหน้าเหนือกว่า
“เ้า! นางเด็กเหลือขอ ร้ายนักนะคิดวางแผนกำจัดข้าและสามีหรือไม่มีทางเสียหรอก”นางเหอเอ่ยพร้อมกับชี้หน้าด่าจิวฮวาอย่างเดือดดาลแล้วใช้พลังปราณธาตุไม้ของตนสั่งให้ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลพุ่งตัวเข้ามาทำร้ายจิวฮวาและจิวฝู
“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเ้าคิดทำอะไร”จิวฝูที่เคยเห็นวิธีการต่อสู้ของเหอฮุ่ยหวงเอ่ยพร้อมกับใช้ธาตุไฟของตนเผาไปที่ต้นพืชที่กำลังรายล้อมมาที่ต้นกับน้องสาวด้วยสีหน้าเยือกเย็นแววตาแข็งกร้าวมองไปที่เหอฮุ่ยหวงด้วยความรังเกลียด
“เ้าสามารถใช้ปราณได้จริงๆ”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่จิวฝูด้วยสายตายากจะเชื่อ
“ใช่ข้าสามารถใช้ปราณได้”จิวฝูเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่คนทั้งสองที่กำลังมองมาที่ตนด้วยสายตายากจะเชื่อด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“ใครเป็คนช่วยเหลือพวกเ้า”จิ้นหงเอ่ยถามอย่างไม่อ้อมคอมใดๆ
“นั้นไม่ใช่เื่ที่เราพี่น้องจำเป็ต้องบอกพวกเ้า”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มเหยียดหยันให้กับจิ้นหงเมื่อเขาได้ยินเสียงกระดิ่งลมของน้องสาวของตนดังระรัวขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน
“หึ พวกท่านยังมีนิสัยลอบกัดเช่นเดิมเลยนะขอรับข้าว่านิสัยลอบกัดของพวกท่านคงไม่มีทางรักษาได้เป็แน่”เสียงแหบของชายชราเอ่ยดังออกมาจากประตูทางเข้าเขาเดินเข้ามาที่ห้องโถงแล้วมองไปที่คู่แค้นของตนด้วยสายตาเหยียดหยันที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าใดคนทั้งสองก็ยังคงมีนิสัยลอบกัดอยู่เช่นเดิม
“หยูป๋อจิ้ง!”จิ้นหงที่เห็นว่าใครเป็ผู้เดินเข้ามาในห้องเขาก็เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าใด้วยไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะยังคงมีชีวิตอยู่
“ใหรือขอรับที่ข้ายังมีชีวิตอยู่”หยูป๋อจิ้งเอ่ยพร้อมกับมองไปที่จิ้นหงและเหอฮุ่ยหวงด้วยสายตาแค้นเคือง
“จะ เ้ามาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยากจะเชื่อ
“คงจะเป็์ส่งข้ามาให้กลับมาพบคุณหนูคุณชายเพื่อจัดการกับพวกชั่วเช่นพวกท่านก็ได้”หยูป๋อจิ้งเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็น
“ฮึ ฝันกลางวันอยู่หรือไม่เ้าคิดว่าคนแก่กับเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นพวกเ้าจะมีปัญญาจัดการข้าเช่นนั้นหรือ”จิ้นหงเอ่ยพร้อมกับมองมาที่คนทั้งสามอย่าง้าดูถูก
“ออกมา”เสียงเคร่งของจิ้นหงเอ่ยพร้อมกับเหยียดยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยันด้วยเขามั่นใจว่าเด็กทั้งสองอาจจะทำให้เขาตึงมืออยู่บ้างและปัญหาเ่าั้จะแก้ปัญหานั้นได้ด้วยวิหคเพลิงของเขาเอง
พรึบ เปลวไปสีแดงปรากฏออกมาตรงหน้าของจิวฝูและจิวฮวาดวงตาสีทองกลมโตค่อยลืมตาขึ้นแล้วจ้องมองมาที่เด็กทั้งสองตรงหน้าของตนด้วยสายตาไม่เป็มิตร
กรี๊ซซซ เสียงแหลมกรีดร้องของวิหคทำให้เหล่าเครื่องแจกันลายครามที่วางประดับอยู่ในห้องโถงสั่นไหวจนแทบจะตกลงมาจากชั้นที่วางประดับทำให้หวงที่ช่วยตกแต่งเรือนรีบออกมารับแจกกันที่กำลังจะตกลงมาจากชั้นที่วางประดับอยู่
“เ้ากล้าที่จะเข้ามาทำร้ายที่อยู่ของนายของข้าหรือ”หวงที่วางแจกันกลับมาอยู่ที่เดิมแล้วแล้วหันมาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเดือดดาลพร้อมกับมองไปที่ผ้าม่านที่นางเป็ผู้เลือกถูกมาประดับที่ประตูและหน้าต่างที่ตอนนี้ได้ถูกเปลวไฟของวิหคเพลิงเผาไหม้จนเสียหายเกือบหมดทั้งหมดผืนของนางแล้วนั้นเอง
ฟุบ เปลวไฟของวิหกเพลิงลดลงในทันทีมันมองมาที่หวงแล้วค่อยๆลดขนาดของมันจนมีขนาดเท่ากับหัวเด็กเท่านั้น และเพราะการกระทำของวิหคเพลิงนั้นจึงทำให้จิ้นหงมองไปที่อสูรใต้สัญญาของตนนั้นอย่างมึนงงด้วยไม่เข้าใจว่าเหตุใดเ้าวิหคจ้องหยิ่งยโสของเขาจึงได้ดูหวาดกลัวจนถึงกับดับแสงไฟและขนาดตัวของมันเล็กถึงเพียงนี้
“ฉีเมิ่ง เ้าทำอะไร”จิ้นหงตวาดถามเสียงดังอย่างไม่พอใจ
“หึ ยังดีที่เ้าไม่คิดทรยศต่อเผ่าพันธุ์ของตนวันนี้ข้าจะให้อภัยเ้ากลับไปแล้วอย่าคิดเสนอหน้าออกมาสร้างความเสียหายในจวนของนายข้าอีก”เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับมองไปที่วิหคน้อยตรงหน้าของตนเสียงเย็น
“ขอรับ”วิหคตัวน้อยเอ่ยพร้อมกับพุ่งหายเข้าไปในดวงจิตของผู้เป็นายด้วยความหวาดกลัว
“เป็ไปได้เช่นไรเ้าเป็ใครจึงสามารถมาสัตว์สัตว์อสูรของข้าได้”จิ้นหงที่เห็นเช่นนั้นจึงได้หันมาเอ่ยถามหญิงงามที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตนด้วยสายตาหวาดกลัว
“ข้าไม่มีหน้าที่ที่ต้องตอบคำถามของเ้า”หวงเอ่ยพร้อมกับหันไปสบตากับจิวฮวาอย่างรู้กันจิวฮวาที่เห็นเช่นนั้นจึงได้ใช้พลังปราณของตนสร้างเกราะปราณลอมรอบตัวของพวกตนเอาไว้อย่าง้าปกป้องห้องโถงที่สวยงามของนาง
“เป็ไปได้เช่นไรเ้าจะมีพลังปราณเท่ากับหนิงเหม่ยได้อย่างไร ในเมื่อเ้าไม่เคยมีพลังปราณมาก่อนหะหรือว่าเ้าสามารถรักษาพิษได้แล้ว”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เกราะปราณสีครามที่กำลังล้อมรอบอยู่รอบตัวของนางและสามีของนางด้วยสายตาตื่นตะลึงด้วยเพราะนางไม่มีทางเชื่อเป็อันขาดว่าเด็กหญิงที่เพิ่งรักษาพิษได้เพียงไม่นานจะสามารถมีพลังปราณเทียบเท่าบุตรสาวของนางได้
“หึ ทั้งๆที่พวกท่านรู้ว่าข้าถูกวางยาพิษจนไม่สามารถใช้ปราณได้แต่พวกท่านก็เอาแต่เรียกข้าว่าเศษสวะเช่นนั้นหรือเ้าคะช่างเป็ความเห็นใจที่เครือญาติสมควรมอบให้ข้าจริงๆ ข้าขอบคุณพวกท่านมากนะเ้าคะที่ทำให้ข้าเติบโตมากขึ้นพวกท่านทำให้ข้ากับพี่ชายรู้ว่าชีวิตที่ไม่ได้อยู่ในความฝันเป็เช่นไร”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่คนทั้งสองด้วยสายตาเรียบแล้วเดินไปยืนอยู่เื้ัของพี่ชายของตนอย่าง้าบอกให้พี่ชายของนางจัดการคนทั้งสองได้ตามใจที่เขา้า
“พวกเ้าเอาศพของพ่อข้าเอาไว้ที่ใด”เสียงเรียบเอ่ยถามพร้อมกับมองสบตาของจิ้งหงด้วยสายตาจริงจัง
“เ้าพูดอะไรข้าไม่รู้เื่ศพอะไรกันข้าไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อนเลย”จิ้นหงเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจไม่ใช่ว่าพี่ชายของเขานั้นหนีออกจากจวนไปพร้อมกับลูกๆของเขาหรือจิ้นหงคิดในใจพร้อมกับมองไปที่จิวฝูด้วยความมึนงง
“อย่ามาทำไขสือ ศพของพ่อของข้าอยู่ใดหากเ้ายังมัวแต่เล่นละครอยู่เช่นนี้รับรองเลยว่าเ้าทั้งสองคนจะถูกนำไปทิ้งที่หน้าโรงเตี๊ยมที่ลูกสาวท่านพักอยู่ด้วยสภาพน่าอเนจอนาถจนทำให้พวกเ้าไม่มีน่าจะมองดูผู้อื่นได้อีกเลย”จิวฝูเอ่ยข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็น
“เ้าจะทำอะไร”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยถามเสียงสั่นเมื่ออยู่ๆพลังปราณที่รายล้อมร่างกายของจิวฝูก็เริ่มแปลเปลี่ยนเป็สีม่วงแล้วมาหยุดที่เกล็ดสีรุ้งที่ลอยฟุ้งอยู่รอบๆตัวของจิวฝูอย่างสวยงาม
“เ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร”จิ้นหงเอ่ยถามด้วยสายตื่นตะลึงด้วยไม่คิดว่าเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียงสิบสี่ปีจะมีพลังปราณเทียบเท่าตนได้
“ใครเป็ผู้สนับสนุนเ้าสองพี่น้องกัน”จิ้นหงเอ่ยถามด้วยสีหน้าตื่นใที่อยู่ๆเด็กพิการก็มีพลังปราณเท่ากับตนได้
“ศพของพ่อข้าอยู่ที่ใด”จิวฝูไม่ตอบคำถามของจิ้นหงยังคงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนั้นจึงทำให้เหอฮุ่ยหวงกรอกตาไปมาอย่าง้าหาทางออกให้กับตนและสามี
“ดูเหมือนว่าพวกท่านจะยังไม่รู้ว่าโทสะของพี่ชายของข้านั้นน่ากลัวเพียงใดนะเ้าคะหากพวกท่านยังปากแข็งหน้าด้านหน้าทนตีหน้าซื่อโป้ปดอยู่เช่นนี้พวกท่านอาจจะาเ็หรือสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตของพวกท่านได้นะเ้าคะ”จิวฮวาที่ตอนนี้กลับไปนั่งที่เก้าอี้ไม่ไกลเอ่ยเตือนสองสามีภรรยาด้วยรอยยิ้มยียวน
“เ้าจะทำร้ายข้าผู้เป็จ้าวบ้านเช่นนั้นหรือเ้าก็รู้ว่าการที่ทำร้ายเ้าบ้านเช่นข้าจะมีบทลงโทษใดรอเ้าอยู่ที่ตระกูลเย่”จิ้นหงที่รู้ดีถึงความจงรักภักดีของจิวฝูที่มีต่อตระกูลเย่ในอดีตนั้นจึงทำให้เขาเชื่อว่าจิวฝูนั้นต้องโหยหาการกลับมาเป็ส่วนหนึ่งของตระกูลเย่เช่นเดิมนั้นจึงทำให้เขาในตอนนี้ยกยิ้มอย่างเหนือกว่าให้กับสองพี่น้องที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตนและเขาก็ยกยิ้มออดมาอย่างภาคภูมิใจเมื่อเห็นว่าจิวฝูหยุดชะงักลงในทันทีที่ได้ยินเกี่ยวกับกฎของตระกูลเย่
“ใช่ เ้ากล้าทำร้ายพวกเราหรือ หากพวกเราสองคนเป็อะไรไปชาตินี้ทั้งชาติเ้าสองคนพี่น้องไม่มีทางกลับเข้าไปในตระกูลเย่ได้อย่างแน่นอน”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยสนับสนุนสามีของตนด้วยสีหน้าเหนือกว่า
“หึนี้พวกท่านยังคิดว่าข้ากับน้องสาวยัง้ากลับไปในทีที่มีแต่คนเห็นแก่ตัวเช่นบ้านตระกูลเย่อีกหรือตอนที่เดินเข้ามาพวกท่านไม่เห็นหรือว่าจวนของข้านั้นร่ำรวยกว่าตระกูลเย่ในยามที่ท่านพ่อของข้ายังเป็จ้าวบ้านอยู่เสียอีก”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองไปที่คนทั้งสองอย่างเหนือกว่าพร้อมกับเรียกธาตุอัสนีของตนออกมาที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของตนอย่าง้าข่มขู่ทำให้ตอนนี้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขานั้นได้ปรากฏสายฟ้าวิ่งวนอยู่รอบฝ่ามือของเขาอย่างน่าหวาดเสียว
“รีบตอบนะเ้าคะเพราะหากพวกท่านยังไม่ตอบพี่ชายของข้าอาจจะใช้สายฟ้าทรมานพวกท่านเพื่อรีดเอาคำตอบก็ได้”จิวฮวาที่นั่งดูความสนุกอยู่เอ่ยบอกคนทั้งสองด้วยน้ำเสียงร่าเริง
ตูมมม จิวฝูที่รออยู่นานก็ไม่ได้คำตอบปล่อยสายฟ้าไปที่ปลายเท้าของคนทั้งสองทำให้เหอฮุ่ยหวงถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความใ
“มันจะมากไปแล้วนะถึงพวกข้าจะรังแกพวกเ้า แต่พวกข้าไม่รู้จริงๆว่าพี่ชายของข้าตายแล้วเช่นนั้นแล้วพวกเ้าจะให้ข้าตอบเื่ศพของเขาได้อย่างไร”จิ้นหงเอ่ยตอบพร้อมกับมองมาที่เด็กทั้งสองของตนน้ำเสียงเคร่ง
เปรี๊ยะสายฟ้าที่อยู่ในมือของจิวฝูวิ่งแล่นไปที่ทั้งสองคนจิ้นหงที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบกางม่านพลังของตนเพื่อปกป้องตนและฮูหยินของตนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“จิวฝูเ้าคิดว่าทำร้ายพวกข้าแล้วจะได้รับคำตอบหรือ”จิ้นหงเอ่ยถามเสียงดังเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขานั้นไม่รู้เื่ศพของพี่ชายของตนเลยแม้แต่น้อยแต่มันก็ไม่ได้ผลเมื่อจิวฝูและจิวฮวานั้นเชื่อแล้วว่าคนทั้งสองนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปของศพของบิดาของพวกตน
ตูมมม
“จิวฝู อึก ข้าบอกแล้วไงว่าเราไม่มีส่วนรู้เห็นกับเื่นี้ถึงข้าจะแย่งตำแหน่งจ้าวบ้านมาจากเ้าจริงๆแต่นั้นไม่ใช่เหตุผลที่เ้าจะเอาเื่นี้มาป้ายสีเป็ความผิดของข้าได้นะ”จิ้นหงเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฝูพร้อมกับกัดฟันแน่นเมื่อพลังปราณของจิ้วฝูกำลังเพิ่มแรงกดทับไปที่เกราะปราณของเขาอย่างหนักหน่วง
“ขอข้าถามอีกครั้งศพพ่อของข้าอยู่ที่ใด”จิวฝูเอ่ยถามเป็ครั้งสุดท้ายแล้วมองไปที่คนทั้งสองด้วยสายตาแข็งกร้าว
“ข้าไม่รู้”จิ้นหงที่เริ่มรู้สึกว่าพลังรอบตัวของตนนั้นแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูกเอ่ยตอบเสียงเคร่งแล้วกวาดตามองสำรวจรอบๆตัวของตนด้วยสายตาหวาดระแวง จนกระทั่งสายตาของเขาเห็นตัวอักขระที่กำลังเปล่งประกายน้ำเงินทองอยู่ใต้เท้าของตนและเหอฮุ่ยหวงฮูหยินคู่ใจของตนนั้นจึงทำให้เขารีบผลักภรรยาของตนออกจากวงอาคมใต้เท้าของตนอย่างรวดเร็วแต่มันก็ช้าเกินกว่าที่เขาจะไหวตัวออกจากวงอาคมได้ทันทำให้เขาในตอนนี้ติดอยู่ในวงอาคมของจิวฝูอย่างช่วยไม่ได้และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นไปมองที่จิวฝูเขาก็ได้พบกับสายตาเย็นะเืที่มองมาที่เขาจนทำให้จิ้นหงที่สบตากับจิวฝูนั้นถึงกับหนาวเย็นไปทั่วสันหลังเลยทีเดียวเมื่อจิวฝูแสยะยิ้มร้ายให้กับเขา
“ท่านพี่!”เหอฮุ่ยหวงที่ล้มลงอยู่ด้านข้างวงอาคมเอ่ยเรียกสามีของตนด้วยสีหน้าใเพราะทันทีที่ตัวของนางล้มลงที่พื้นก็ได้มีม่านพลังก่อนตัวล้อมรอบตัวของสามีของนางทันที
“เ้าคิดจะทำอะไร”จิ้นหงที่รู้สึกว่าสัตว์อสูรที่อยู่ในสัญญาของตนนั้นกำลังคุ้มคลั่งเอ่ยถามจิวฝูเสียงเคร่ง
“ข้าบอกท่านแล้วหากท่านยังรีรอไม่ตอบคำถามของข้าอยู่เช่นนี้ ข้าจะพรากสิ่งสำคัญของท่านมาทีละอย่าง”จิวฝูเอ่ยตอบเสียงเย็นแล้วหันไปพยักหน้าเรียกพ่อบ้านชราให้เข้ามาใกล้กับตน
“คุณชาย”พ่อบ้านหยูเอ่ยถามพร้อมกับค้อมหัวให้คุณชายตรงหน้าของตน
“หยดเืลงไป”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับปัดมือในอากาศทำให้เกิดวงอาคมขึ้นตรงหน้าของชายชราโดยที่ส่วนปลายของวงอาคมนั้นเชื่อมต่อออกมาจากวงอาคมใต้เท้าของจิ้นหงจิ้นหงที่เห็นเช่นนั้นจึงได้เอ่ยถามจิวฝูด้วยน้ำเสียงตื่นกลัว
“เ้าจะทำอะไร”จิ้นหงที่อยู่ในม่านพลังปราณที่มีสายฟ้าวิ่งวนอยู่ตลอดเวลาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอันดังและเมื่อเขานั้น้าทำลายปราณตรงหน้าของตน
ปัง! เปรี้ยง! ทันทีที่พลังปราณของจิ้นหงพุ่งเข้าใส่ม่านพลังปราณของจิวฝูพลังปราณของเขาก็ถูกม่านพลังปราณของจิวฝูดูดกลืนการโจมตีของจิ้นหงในทันทีและเพียงไม่นานก็ได้มีสายฟ้าผ่าลงมาที่ตัวของจิ้นหงอย่างแรง
“แค่ก”จิ้นหงที่ถูกสายฟ้าฟาดลงมาที่กลางตัวโดยที่เข้าไม่สามารถหลบหนีได้เลยจิ้นหงกระอักเืออกมาคำโตเพราะสายฟ้าที่ฟาดลงมาที่ตัวของเขานั้นมีพลังปราณของเข้าผสมรวมกับธาตุอัสนีนั้นจึงทำให้การโจมตีของม่านพลังปราณของเขานั้นมีขนาดเป็สองเท่าของการโจมตีของเขาเมื่อครู่
“ท่านพี่! ท่านพี่!”เหอฮุ่ยหวงที่เห็นเช่นนั้นทำให้นางที่อยู่ด้านนอกม่านปราณของจิวฝูร้องออกมาด้วยสีหน้าร้อนใจพร้อมกับใช้พลังปราณที่เป็ธาตุไม้เข้ามาโจมตีที่ปราณด้วยหวังว่านางจะสามารถช่วยสามีของนางออกมาได้แต่ทุกอย่างก็ต้องพังทลายลงเมื่อกิ่งไม้ที่นางสร้างพลังปราณได้ถูกไฟสีทองลุกไหม้จนกลายเป็เถ้าถ่านในพริบตา
“พ่อบ้านหยูเร่งลงมือเถอะ”จิวฝูเอ่ยสั่งเสียงเคร่งพ่อบ้านหยูที่ไม่รู้จะว่านายของตนจะทำอะไรเร่งใช้มีดกรีดลงที่ปลายนิ้วของตนแล้วหยดเืลงไปในทันทีวงอาคมในทันที
“เ้าทำอะไรฮึกก”จิ้นหงที่รู้สึกว่ากำลังมีพลังบางอย่างกำลังดึงบางสิ่งบางอย่างออกมาจากตัวของเขาจิ้นหงที่รู้สึกเช่นนั้นเอ่ยถามจิวฝูอย่างร้อนรนเพราะเขารู้ว่าสิ่งที่ถูกดึงออกไปนั้นเป็สิ่งที่สำคัญกับเขามากพอสมควร
ฟึบ! เสียงฉีกขาดของเส้นพันธนาการสีแดงเข้มทำให้เกรียวของเส้นพลังทั้งสองที่เหลืออยู่ค่อยๆคลายตัวออกแล้วกลับเข้าไปภายในตัวของจิ้นหงตามเดิมและส่วนหนึ่งที่เป็สีแดงก็ได้พุ่งเข้าสู่ร่างกายของชายชราทันที
“เ้าแย่งมันไปจากข้าได้เช่นไร”จิ้นหงที่รับรู้ทันทีที่สายพลังปราณของตนถูกดึงดูดกลับเข้าที่ตัวของเขาว่าในตอนนี้เขาไม่มีสัตว์อสูรอยู่ในพันธะสัญญาอีกต่อไปแล้วนั้นเองและเมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็กระอักเืออกมาอีกคำโตจากความโกรธเกรี้ยว
“หากท่านยังไม่บอกว่าศพของพ่อข้าอยู่ที่ใดต่อไปท่านจะกลายเป็คนพิการเช่นที่ท่านเคยดูถูกข้ากับน้องสาว”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองไปที่จิ้นหงอย่างมาดร้าย
“ข้าไม่รู้”จิ้นหงเอ่ยตอบอย่างยากลำบากเพราะในตอนนี้เขารู้สึกแน่นหน้าอกเป็อย่างมาก
“เห็นทีท่านอาคง้าลองเป็คนพิการ”จิวฝูเอ่ยแล้วแสยะยิ้มร้ายเขายกมือขึ้นมาหมายจะใช้วงอาคมของตนแย่งชิงพลังปราณของคนตรงหน้ามาเป็ของตนจิ้นหงที่รู้สึกว่าพลังปราณของตนนั้นมีสิ่งผิดปกติเมื่ออยู่ๆเขาก็รู้สึกคล้ายกับว่าลมปราณของเขากำลังโคจรออกไปนอกร่างกายของเขานั้นจึงทำให้เขาเร่งเอ่ยปฏิเสธอีกครั้งด้วยท่าทางเคร่งเครียด
“หยุดสามีของข้า เขาไม่รู้เื่นั้นเป็ข้าเองที่สั่งให้คนรับใช้นำร่างของเขาออกไปทิ้งที่ชายป่า”เหอฮุ่ยหวงที่ไม่อาจจะทนเห็นสามีของตนทนเจ็บได้อีกต่อไปนางะโออกมาเสียงดังแล้วมองไปที่สามีของตนอย่างรู้สึกผิดเพราะนางไม่ยอมตอบออกมาั้แ่แรกนั้นจึงทำให้สามีของนางสูญเสียสัตว์อสูรและาเ็เช่นนี้
“ที่ใด”จิวฝูที่ได้ยินเช่นนั้นเอ่ยถามเสียงเย็นเขาเดินเข้าใกล้เหอฮุ่ยหวงด้วยสายตาเย็นะเื
“พี่ฝู”จิวฮวาที่ยังไม่้าให้เกิดเื่ใหญ่ในตอนนี้ตอนที่นางและพี่ชายยังไม่มีที่กำบังลมดีนักเร่งเข้ามาหาพี่ชายของตนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“เ้าเอาท่านพ่อของข้าไปไว้ที่ใด”จิวฝูที่ตอนนี้โกรธเป็อย่างมากเมื่อได้ยินว่าหญิงชั่วตรงหน้านั้นสั่งให้คนรับใช้นำร่างของบิดาของตนนั้นไปทิ้งอย่างไม่มีเกียรติ
“ข้าถ้าเ้าไม่ได้ยินหรือ”จิวฝูที่เห็นว่าเหอฮุ่ยหวงนั้นเอาแต่มองมาที่ตนอย่างหวาดกลัวไม่ตอบเขาออกมาเสียทีนั้นจึงทำให้เขานั้นบีบไปที่ตนแขนของเหอฮุ่ยหวงอย่างแรง
“พี่ฝู”จิวฮวาที่เห็นว่าดูเหมือนว่าพี่ชายของนางนั้นจะฆ่าเหอฮุ่ยหวงเสียก่อนจะได้คำตอบนางจึงได้เข้าไปแตะที่แขนของพี่ชายของนางอย่าง้าจะเตือนสติของพี่ชายของนาง
“พ่อบ้านหยูมาพานางออกไป”จิวฝูเอ่ยสั่งเสียงเคร่งหยูป๋อจิ้งที่เห็นเช่นนั้นเขาจึงเขามาหมายจะเชิญจิวฮวาออกจากห้องด้วยสายตาขอร้องเพราะในตอนนี้จิวฮวานั้นดูเหมือนว่าจะไม่ยอมจากไปง่ายๆเช่นกัน
“จิวฮวาอย่าได้เข้ามาขว้างหากเ้ายังเข้ามาขว้างพี่จะฆ่าพวกเขาทิ้งเสียให้คุ้มกับที่นางทำกับท่านพ่อของเรา”จิวฝูที่เห็นว่าน้องสาวของตนนั้นกำลังปกป้องคนพวกนี้อยู่จึงได้หันไปเอ่ยกับน้องสาวของตนด้วยท่าทีไม่ชอบใจแล้วหันไปสบตากับหยูป๋อจิ้งอย่าง้าออกคำสั่งจิวฮวาที่เห็นเช่นนั้นนางจึงได้ยอมปล่อยมือจากพี่ชายของตนแล้วเดินกลับมานั่งในที่เดิมของตนโดยที่มีหยูป๋อจิ้งยืนอยู่ด้านหลังของตน
“เ้าเอาศพของพ่อข้าเอาไว้ที่ใด”จิวฝูเอ่ยถามน้องสาวของตนอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เย็นะเืมามากยิ่งขึ้นพร้อมๆกับการที่เขาปล่อยธาตุอัสนีไปที่แขนของเหอฮุ่ยหวง
“อ๊ะ”เหอฮุ่ยหวงร้องออกมาเสียงดังจากความเ็ปพร้อมๆกับสะบัดแขนของตนออกจากมือของจิวฝูจนก้นจ้ำเบ้า
“ฮุ่ยหวง!”จิ้นหงที่เห็นเช่นนั่นจึงได้เอ่ยเรียกฮูหยินของตนอย่างเป็ห่วง
“ข้าสั่งให้เอาไปทิ้งที่ป่าอสูรคลั่ง”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นนางใช้มืออีกข้างที่ไม่เจ็บยกขึ้นมากุมมือข้างที่สั่นจากการถูกบีบอัดแล้วปล่อยพลังปราณใส่ที่แขนของนางอย่างเ็ป
“เ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไรเ้าทำกับท่านพ่อที่ดีกับเ้าเช่นนี้ได้อย่างไร”จิวฝูเอ่ยถามพร้อมกับเดินเข้าหาเหอฮุ่ยหวงด้วยท่าทีคุกคามจิวฮวาที่เห็นเช่นนั้นจึงได้ใช้พลังปราณของตนกางออกเป็กำแพงระหว่างพี่ชายของนางและเหอฮุ่ยหวงทันที
“พี่ฝูท่านจะทำอะไร”จิวฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งพร้อมกับเร่งเดินเข้าไปห้ามพี่ชายของตนเสียงดัง
“เ้าจะปกป้องพวกมันไปทำไม”จิวฝูหันมาตวาดถามเสียงดัง
“หากท่านฆ่านางในตอนนี้จะไม่เป็การปล่อยให้นางตายอย่างง่ายดายหรือเ้าคะนางแย่งชิงทุกอย่างจากพวกเราไปทำไมเราไม่สอนให้พวกเขารู้ซึ้งถึงคำว่าถูกแย่งชิงเช่นที่เราถูกกกระทำมาบ้างละเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่พี่ชายของตนด้วยสายตาเป็ประกาย
“เช่นนั้นข้าจะทำเช่นที่เ้า้าก็ได้แต่ข้าจะไม่มีทางปล่อยให้นางกลับไปโดยที่นางไม่สูญเสียอะไรเลย”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับเริ่มใช้พลังปราณของเขาเขียนอาคมลงที่พื้นโดยที่สายตาของยังจับจ้องไปที่ร่างของเหอฮุ่ยหวงด้วยสายตาเย็นและเมื่อเวลาเพียงพริบตาก็ได้มีวงเวทย์อาคมปรากฏขึ้นพร้อมกับเรืองแสงสีครามออกมาใต้ร่างของเหอฮุ่ยหวงไม่นานมวลอากาศรอบตัวของเหอฮุ่ยหวงก็ค่อยเพิ่มแรงดันจนร่างของเหอฮุ่ยหวงแนบลงกับพื้นจากแรงกดของแรงปราณ
ตึง ตึง เปรี้ยง!เปรี้ยง! จิ้นหงที่เห็นว่าจิวฝูกำลังจะทำบางสิ่งบางอย่างจากกับภรรยาของตนยอมาเ็เพื่อหวังจะทำลายม่านปราณตรงหน้าเพื่อออกไปช่วยภรรยารักของตน
“จิวฝูเ้าคิดจะทำอะไร แค่กก”จิ้นหงเอ่ยถามพร้อมกับยกมือกุมหน้าอกของตนด้วยความเ็ป
“ฮึๆ”จิวฝูที่เห็นหัวเราะในลำคอแล้วยื่นออกไปที่กลางอากาศเขาแบมืออยู่เพียงไม่นานก็ได้ปรากฏแสงสีน้ำเงินเรืองแสงออกมาจนจิวฮวาที่ยืนอยู่ใกล้จิวฝูต้องยกมือขึ้นมาปิดตาของตนจากแสงที่เรืองออกมาจากวงเวทย์อาคมของพี่ชายตน
“กรีดดด”ท่ามกลางแสงสีน้ำเงินก็ได้มีเสียงแหลมกรีดร้องจากความเ็ปทันทีที่สิ้นสุดเสียงกรีดร้องของเหอฮุ่ยหวงแสงสีน้เงินก็ค่อยๆจางหายไปจิวฮวาก็เห็นร่างบางของเหอฮุ่ยหวงนอนหายใจโรยรินอยู่ที่พื้นเบื้องหน้าของตนกับพี่ชายและเมื่อนางมองไปที่จิวฝูนางก็พบว่าในตอนนี้ที่กลางฝ่ามือของพี่ชายของนางนั้นได้ปรากฏเม็ดอัญมณีสีฟ้าอมน้ำเงินนอนแน่นิ่งอยู่และที่สำคัญรอบๆ เม็ดอัญมณีนั้นได้มีละอองปราณธาตุน้ำลอยวนอยู่รอบเม็ดอัญมณีนั้นอย่างหนาแน่น
“พี่ฝูท่านทำอะไร”จิวฮวาหันไปเอ่ยถามพี่ชายของตนด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
“มันคือธาตุน้ำของนาง”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับกำมือเพื่อส่งเม็ดอัญมณีเข้าไปเก็บเอาไว้ที่มิติจิตของตนทำให้ตอนนี้ที่ต้นไม้สรรพสิ่งได้มีใบสีฟ้าอมน้ำเงินได้เกิดแซมกับใบไม้สีเขียวสดเพิ่มอีกสี
“เ้า! แค่ก”เหอฮุ่ยหวงที่ได้ยินว่าสิ่งที่จิวฝูแย่งชิงไปจากนางนั้นคือธาตุน้ำอันมีค่าของนางนางจึงได้ฝืนความเ็ปของร่างกายลุกขึ้นมาหมายจะใช้ธาตุไม้ที่เหลือของนางโจมตีจิวฝูและจิวฮวาเพื่อแย่งชิงธาตุน้ำของนางกลับคืนมาแต่เพราะนางาเ็ภายในมากเกินไปจึงกระอักเืออกมาคำโตและหมดสติไปในทันที
“พวกเ้าถือครองศาสตร์นอกรีตหรือพวกเ้าเกี่ยวข้องกับพวกนอกรีต”จิ้นหงที่เห็นเช่นนั้นจึงได้มองไปที่เด็กทั้งสองด้วยสายตาหวาดกลัวเพราะการที่คนคนหนึ่งสามารถแย่งชิงสัตว์อสูรพลังปราณและธาตุของผู้อื่นได้นั้นคือวิชาของพวกนอกรีตที่ถูกทำลายไปเมื่อห้าร้อยกว่าปีที่แล้วโดยการร่วมมือของสำนักต่างๆ
“ศาสตร์ใดหากนำไปใช้ผิดทางนั้นก็คือศาสตร์นอกรีตแต่หากวิชานอกรีตที่ถูกนำมาใช้กับคนชั่วมันก็จะกลายศาสตร์วิชาที่ถูกต้อง”จิวฝูเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้วเดินจากไปในทันทีและเมื่อจิวฝูได้เดินจากไปม่านพลังปราณที่เกิดจากวงเวทย์อาคมก็สลายหายไปท่านที
“ข้าเตือนพวกท่านแล้วว่าโทสะของพี่ชายข้าน่ากลัว ที่ท่านอาเป็เช่นนี้ก็เพราะการกระทำอันไร้ความคิดของฮูหยินที่รักของท่านเช่นนั้นแล้วคนที่ท่านอาควรจะโทษไม่ใช่ใครอื่นนอกจากท่านอาสะใภ้และตัวท่านอาเองที่เลือกฮูหยินโดยไม่ดูให้ดีชีวิตของท่านอาจึงได้มาจบเช่นนี้”จิวฮวาที่ย่อตัวลงไปนั่งอยู่ข้างตัวของจิ้นหงที่นอนหายใจอยู่ที่พื้นอย่างอ่อนแรงด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“ท่านตาพ่อบ้านช่วยพาคนทั้งสองไปส่งที่โรงเตี๊ยมด้วยเ้าค่ะ”จิวฮวาหันไปเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“ขอรับ”หยูป๋อจิ้งเอ่ยขานรับด้วยน้ำเสียงเรียบแล้วมองลงไปที่จิ้นหงด้วยรอยยิ้มสาแกใจ
“ขอบคุณสำหรับสัตว์อสูรของท่านนะขอรับ”หยูป๋อจิ้งที่ตอนนี้ได้รับการรักษาจากจิวฝูและจิวฮวาจนตันเถียนกลับมาเป็ปกติแล้วแต่ก็ต้องแลกกับการที่เขาต้องสูญเสียพลังปราณลงไปเหลือเพียงขั้นกลางระดับขุนพลลมปราณจนเมื่อครู่ที่เขาได้รับพลังปราณจากจิ้นหงทำให้เขาในตอนนี้อยู่ในขั้นกลางระดับจอมทัพลมปราณแล้วนั้นเองมือเหี่ยวย่นค่อยๆโอบอุ้มร่างของจิ้นหงไปที่รถม้าอย่างใจเย็นแล้วเดินกลับมาอุ้มร่างของเหอฮุ่ยหวงไปบนรถม้าแล้วค่อยๆขับรถม้าออกไปจากจวนอย่างใจเย็น
“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”เสียงแหลมเอ่ยเรียกคนทั้งสองด้วยความใ
“นี้มันเกิดอะไรขึ้น”หนิงเหม่ยที่เดินเข้ามาในห้องพักแล้วพบกับร่างไร้สติของบิดาและมารดาของตนเอ่ยถามด้วยความใแล้วเร่งเข้ามาดูอาการของบิดาและมารดาของตนทันที
“ไปตามหมอเร็วเข้าเกิดอะไรขึ้นทำไมไม่มีผู้คุ้มกันท่านพ่อกับท่านแม่เลย”หนิงเหม่ยเอ่ยพร้อมกับยื่นมือไปแตะชีพจรของคนทั้งสองและเมื่อนางพบว่าคนทั้งสองนั้นยังมีชีพจรอยู่นางจึงได้ถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วค่อยๆย้ายร่างของคนทั้งสองขึ้นไปบนเตียงของนางอย่างระมัดระวัง
“เ้าห้ามพี่ทำไม”จิวฝูที่เห็นว่าน้องสาวเดินเข้ามาตามในห้องทำงานจึงได้เอ่ยถามอย่างไม่พอใจ
“หากเขามาตายที่จวนของเราเราไม่แย่หรือเ้าคะ เพียงที่เราทำกับพวกเขาในวันนี้ก็ไม่รู้ว่าพวกผู้าุโของตระกูลเย่จะว่าอย่างไรตอนนี้เื่สำคัญสำหรับพวกเราคือเื่ศพของท่านพ่อหากเรามั่วแต่ยุ่งวุ่นวายเกี่ยวกับต่อกลอนกับเหล่าคนตระกูลเย่แล้วเช่นนี้เราจะมีเวลาใดไปตามหายศพของท่านพ่อละได้ละเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับเดินเข้าใกล้พี่ชายของตนด้วยรอยยิ้มบางเพื่อ้าปลอบโยนพี่ชายของตน
“เช่นนั้นหลังจากที่เราหาศพท่านพ่อพบพวกเราจะกลับไปทวงทุกอย่างที่เป็ของเราคืนมาใช่หรือไม่”จิวฝูเอ่ยถามน้องสาวของตนเสียงเคร่ง
“ก็ได้เ้าค่ะหากถึงตอนนั้นแล้วท่านยัง้าที่จะทำมัน”จิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่พี่ชายของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“เช่นนั้นพวกเราก็ออกไปกินข้าวกันเถอะ”จิวฝูที่ได้ในสิ่งที่เขา้าแล้วเอ่ยบอกน้องสาวของตนแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าใดนักแต่เมื่อเขาคิดถึงสิ่งที่ตนได้จากสองผัวเมียในวันนี้นั้นจึงทำให้เขาเริ่มยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีที่อย่างน้อยเขาก็ได้สอนให้พวกเขาได้รู้ถึงคำว่าเสียใจจากการถูกแย่งชิงอยู่บ้าง
“เฮ้อ”จิวฮวาที่เห็นเช่นนั้นจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเดินตามพี่ชายของตนไปที่โต๊ะกินข้าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
สำนักศึกษาหลวง
“หลันฮวารอพี่ด้วยสิ”เย่หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับเร่งวิ่งตามแผ่นหลังบางของหลันฮวาที่กำลังเดินหนีเขาอยู่ด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“พี่หลิ่งเหวินหยุดตามข้าเสียทีได้หรือไม่เ้าคะเราไม่ได้เป็อะไรกันเหตุใดท่านจึงต้องตามติดข้าเป็เงาเช่นนี้ด้วยละเ้าคะ”หลินหลันฮวาที่ถูกเดินตามั้แ่เช้าหันกลับมาเอ่ยกับหลิ่งเหวินด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ก็เรารู้จักกันมาั้แ่เด็กๆหากพี่ไม่เดินตามเ้าแล้วจะให้พี่เดินตามใครละ”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หลินหลันฮวาด้วยสายตาออดอ้อนแต่นั้นกลับทำให้หลันฮวากลับเร่งฝีเท้าเดินหนีจากหลิ่งเหวินในทันที
“หลิ่งเหวิน”เสียงเรียบที่ดังมาแต่ไกลทำให้เท้าที่กำลังจะก้าวเดินตามหลันฮวาของหลิ่งเหวินหยุดชะงักลงในทันที
“พี่ใหญ่”หลิ่งเหวินที่เห็นว่าเย่ฟางเซียนเอ่ยเรียกตนก็ได้แต่มองกลับไปที่พี่สาวของตนอย่างแปลกใจ
“วันคอยเดินตามแต่ก้นผู้หญิงเช่นนี้เ้าไม่อายบ้างหรือเป็ถึงคุณชายตระกูลเย่แต่กลับเดินตามก้นผู้หญิงทั้งวัน หึช่างเสียชาติเกิดจริงๆ”เย่ฟางเซียนเอ่ยถามน้องสาวของตนด้วยน้ำเสียงเรียบโดยที่ตลอดที่นางเข้ามาพูดคุยกับหลิ่งเหวินนั้นมีรอยยิ้มหวานประดับอยู่บนริมฝีปากบางของนางอยู่ตลอดเวลา
“ข้าไม่อายการที่ข้าคอยตามคนที่เรารักแล้วยังจะมีอะไรให้ข้าต้องอับอายด้วยหรือขอรับ”หลิ่งเหวินที่มั่นใจในสิ่งที่ตนกระทำเอ่ยตอบพี่สาวของตนด้วยสีหน้ายียวน
“เ้านี้มันหน้าหนาจริงๆ”เย่ฟางเซียนเอ่ยแล้วมองมาที่น้องชายของตนด้วยสายตาดูถูก
“หึท่านอย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าที่ท่านคอยมาพูดจาดูถูกข้าเช่นนี้เป็เพราะท่านอิจฉาที่ข้าเกิดมาเป็ผู้ชายเป็ทายาทที่ท่านพ่อและท่านแม่ฝากความหวังแต่ท่านคือผู้หญิงที่ต้องแต่งออกนอกตระกูลเหมือนน้ำที่เตรียมสาดทิ้งเพราะเป็เช่นนี้ท่านจึงมักจะมองอิจฉา”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับมองมาที่ฟางเซียนด้วยสายตาเหยียดหยัน
“เ้ามันแค่ความสมเพช ไม่มีความสำคัญมากพอที่จะให้ข้าอิจฉา”ฟางเซียนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นะเืแล้วเดินจากไปด้วยสายตาดุดันทันที
“สักวันท่านจะเสียใจที่ทำเช่นนี้กับข้าในวันนี้”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับมองตาหลังของฟางเซียนด้วยสายตาเย็น
“หลันฮวาเ้าสนิทกับคุณชายเย่หรือ”คุณหนูเล่อหรือเล่อเหยียนอี้เอ่ยถามหลินหลันฮวาด้วยน้ำเสียงสงสัย
“ไม่ข้าไม่สนิทกับเขาคนที่ข้าสนิทคือพี่สาวของเขาต่างหาก”หลินหลันฮวาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“เช่นนั้นเ้าก็เคยพบกับคุณชายจิวฝูนะสิ”เล่อเหยียนอี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“เคยพบอยู่แล้วสิ แล้วเ้าถามถึงเขาทำไมหรือ”หลินหลันฮวาหันมาเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย
“คุณชายเย่จิวฝูเคยช่วยข้าเอาไว้นะแต่ไม่ได้พบกันนานแล้ว เลยไม่รู้ว่าตอนนี้คุณชายจะเป็เช่นไรบ้าง”เล่อเหยียนอี้เอ่ยพร้อมกับก้มหน้าลงไปบีบมือของตนด้วยความเขินอาย
“นี้เ้าชอบคนพิการหรือ ตอนนี้เขากลายเป็คนพิการไปแล้วรู้เช่นนี้แล้วข้าว่าเ้าเลิกคิดเื่เช่นนั้นกับคนไร้อนาคตเช่นเขาเถอะนี้ข้าเตือนเ้าเพราะเห็นว่าเ้าเป็เพื่อนของข้านะ”หลินหลันฮวาเอ่ยพร้อมกับมองมาที่เล่อเหยียนอี้อย่างแปลกใจที่คนตรงหน้านั้นรู้จักจิวฝูแต่ไม่รู้ว่านางคืออดีตคู่หมั้นของจิวฝู
“เ้าไม่รู้จริงๆหรือว่าข้าเป็อดีตคู่หมั้นของเย่จิวฝู”หลินหลันฮวาที่เก็บความสงสัยของตนเอาไว้ไม่อยู่เอ่ยถามอย่างแปลกใจ
“ข้าก็พอรู้อยู่แต่ข้าได้ยินมาว่าเ้ายกเลิกหมั้นหมายกับพี่จิวฝูเเล้วไม่ใช่หรือ”เล่อเหยียนอี้เอ่ยถามพร้อมกับยกมือขึ้นมาทัดผมที่ข้างหูของตนแล้วมองมาที่หลินหลันฮวาด้วยสายตาใสซื่อ
“เช่นนั้นเ้าก็คงจะรู้แล้วว่าในตอนนี้เขากลายเป็เพียงแค่คนพิการที่ไม่สามารถใช้พลังปราณได้อีกแล้วใช่หรือไม่เ้ารู้เช่นนี้แล้วยังคิดชมชอบเขาอยู่อีกหรือ”หลันฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่สหายของตนด้วยสายตาแปลกใจและเมื่อนางพบว่าในตอนนี้แววตาของเล่อเหยียนอี้นั้นเต็มไปด้วยความสุขนางก็เขาใจในทันทีว่าเด็กหญิงตรงหน้านั้นเป็ผู้หญิงที่ใช้ความรักตัดสิ้นทุกอย่างในชีวิต
“ใช่ข้ารู้ ในตอนแรกข้านั้นยินยอมที่จะเป็ฮูหยินรองแต่ตอนนี้ข้าต้องขอบใจเ้าจริงๆที่ทำให้ข้ามีโอกาสที่จะเป็ฮูหยินเอกของพี่จิวฝู”เหยียนอี้เอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปกุมมือขอบคุณหลันฮวาด้วยสายตามีความสุข
“หากเ้า้าเป็ฮูหยินของคนไร้ค่าเช่นนั้นอนาคตของเ้าคงมือบอดแล้วละ”หลินหลันฮวาเอ่ยพร้อมกับมองมาที่เล่อเหยียนอี้ด้วยสายตาสมเพชแล้วสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเล่อเหยียนอี้แล้วเดินจากไปอย่างไม่พอใจนัก
“หลันฮวาเ้าอยู่ที่นี้เองพี่ตามหาเ้าเสียนานเลย”หลันฮวาที่กำลังจะเดินกลับไปที่พักของตนถึงกับเหลือบตามองบนทันทีที่ได้ยินเสียงของหลิ่งเหวินแล้วเร่งเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“เ้าทำอะไรให้นางโกรธเคืองหรือ”หลิ่งที่ยังไม่รู้ตัวหันไปเอ่ยถามเหยียนอี้ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ไม่มีอะไรนะข้าเพียงแค่ขอบใจที่นางถอนหมั้นพี่จิวฝูเท่านั้นเอง”เหยียนอี้เอ่ยตอบด้วยสีหน้ามีความสุข
“เป็เช่นนั้นหรือนางคงไม่ชอบใจที่เ้าพูดถึงเ้าคนพิการนั้นนะ หากไม่มีอะไรแล้วข้าไปก่อนก็แล้วกัน”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับหันหลังเพื่อจะเตรียมตัวเดินไปตามหลันฮวาแต่เขาก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเหยียนอี้เอ่ยถามถึงจิวฝู
“เดี๋ยว! ข้าขอถามเ้าได้หรือไม่ว่าในตอนนี้พี่จิวฝูสบายดีหรือไม่”เหยียนอี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่ดังมากนักพร้อมกับมองไปที่หลิ่งเหวินอย่าง้าคำตอบ
“หึก็คงจะสบายดีหรือไม่ก็กำลังตกระกำลำบากอยู่ที่ใดที่หนึ่งละมั่งนี้เ้าถามถึงมันทำไมหรือว่าเ้าจะแอบมีใจให้กับมัน”หลิ่งเหวินหันมาเอ่ยถามเด็กหญิงตรงหน้าของตนด้วยสีหน้ายากจะเชื่อด้วยเขาไม่คิดว่าในโลกนี้ยังมีผู้หญิงที่โง่เขลาเท่าเด็กหญิงตรงหน้าของตนมาก่อนและเขาก็ต้องหัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อเห็นท่าทีเขินอายของเด็กหญิงตรงหน้า
“ฮ่าๆเหยียนอี้นี้เ้าคิดจะฝากชีวิตไว้กับชายพิการเช่นนั้นจริงๆหรือ”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เหยียนอี้ด้วยสายตาขบขันที่เด็กหญิงตรงหน้านั้นแอบมีใจให้เคนพิการเช่นจิวฝู
“เขาไม่อยู่ที่จวนตระกูลเย่หรือ”เหยียนอี้ที่ตลอดมาคิดว่าจิวฝูได้รับการดูแลที่ดีจากตระกูลเย่เอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่ง
“มันไม่อยู่ที่ตระกูลเราแล้วมันคงอับอายจนพาครอบครัวของมันหนีออกไปจากตระกูลเย่หลังจากหลันฮวายกเลิกหมั้นนะ”หลิ่งเหวินเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มเบิกบานนั้นจึงทำให้เหยียนอี้เดินออกมาจากคนตรงหน้าในทันที
“อ้าว! จะไปที่ใดหรือฮ่าๆ เฮ้อช่างโง่เง่าจริงๆ”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับส่ายหัวให้กับความโง่งมของเหยียนอี้แล้วเดินไปในทางที่หลันฮวาเดินไปเมื่อครู่
หมู่บ้านอสูรคลั่ง
“เซินวันนี้ได้กวางตัวโตเลยหรือ แหมน่าอิจฉาแม่ของเ้าจังเลยนะั้แ่ที่มีเ้ามาอยู่ด้วยนี้ก็มีแต่เงินเดินเข้าบ้านแทบทุกวันหาเนื้อก็เก่งสมุนไพรก็มีชื่อเ้านี้ช่างเป็ตัวนำโชคของยายเมิ่งจริงๆเชียว”นางฟาง(ฟางต๋าอี้หนึ่งในเพื่อนบ้านของเฟยหรง)
“ว่าแต่เ้าไปได้เนื้อกวางมาจากป่าที่ใดหรือ”จิ้งจวงเอ่ยพร้อมกับมองมาที่กวางตัวโตบนไหล่ของเซินด้วยสายตาชื่นชม
“ข้าบังเอิญวางกับดักได้มันที่ท้ายป่าชั้นนอกนะขอรับ”เซินเอ่ยตอบแล้วแบกกวางเข้าบ้านของตนด้วยรอยยิ้มบาง
“โอ้ ตายจริง!ท่านพี่ดูสิเ้าคะนอกจากกวางแล้วเขายังได้กระต่ายมาให้ยายเมิ่งอีกหลายตัวเลยข้าว่าวันหลังท่านลองขอไปล่าสัตว์กับอาเซินดูบ้างสิเ้าคะ”นางฟางเอ่ยพร้อมกับมองตามแผ่นหลังของเซินด้วยสายตาอิจฉา
“เ้าอยากให้ข้าตายหรือเ้าเซินนะออกหาสมุนไพรและล่าสัตว์ที่เขตท้ายป่าชั้นนอกกับป่าชั้นกลางหากข้าเจออสูรข้าไม่ตายเอาหรือ”จิ้งจวงเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆที่ตนนั้นไม่มีความสามารถเท่ากับเซิน
“ได้มามากมายเช่นนี้ทำไมไม่รอให้มืดค่ำแล้วค่อยมาต๋าอี้เห็นเช่นนี้จะไม่มาวอแวเอาหรือ”นางเมิ่งที่เห็นเซินบุตรชายบุญธรรมของตนกำลังวางกระต่ายบนโต๊ะโดยที่มีกวางนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นจึงได้เดินเข้ามาตีที่แขนของบุตรชายของตนเบาๆ
“โถ่ท่านแม่แบ่งให้พวกนางนิดๆหน่อยจะเป็อะไรไปละขอรับ”เซินเอ่ยพร้อมกับเดินไปนั่งคัดแยกสมุนไฟที่ด้านนอกบ้านด้วยรอยยิ้มขบขัน
“นิดเดียวบ้านเ้าสิขาข้างหนึ่งนั้นมันใช่นิดเดียวหรือไร”นางเมิ่งเดินไปบ่นบุตรชายของตนเบาๆเพราะเขามักจะไม่สนใจนางฟางที่มักจะแวะเวียนมาเอาเปรียบนางและบุตรชายเสมอๆ
“หากนางเอาไปหนึ่งเราก็ยังเหลืออีกตั้งสามขาท่านแม่เรามีเพียงแค่สองสองจะเก็บอาหารพวกนี้ทำไมตั้งมากมายอย่างไรเราสองคนก็ไม่มีทางกินหมดอยู่แล้วท่านก็แบ่งๆให้คนอื่นบางเถอะขอรับ”เซินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่นางเมิ่งที่ตอนนี้กำลังลงมือถลกหนังกระต่ายด้วยรอยยิ้มบางเมื่อเห็นนางเมิ่งกำลังเงยหน้าขึ้นมามองที่ตนด้วยสีหน้าไม่พอใจที่ได้ยินคำพูดของบุตรชายของตน
“แยกเสร็จแล้วใช่หรือไม่”นางเมิ่งที่เห็นเงาตะคุมๆของนางฟางจึงได้รีบเอ่ยถามบุตรชายของตนเสียงดังเซินที่เห็นเช่นนั้นจึงได้วางมือจากสมุนไพรตรงหน้าของตนแล้วเดินเข้าไปช่วยแม่ของตนแต่นางเมิ่งนั้นกลับหันมาเอ่ยสั่งเขาเสียงเบา
“เดี๋ยวเ้าไปแบกกวางนั้นไปขายเลยนะขืนเอาไว้ข้าได้อกแตกตายเป็แน่”นางเมิ่งเอ่ยสั่งเสียงเบา เซินที่ได้ยินเช่นนั้นจึงละมือจากกระต่ายแล้วมองมาที่มารดาของตนอย่างไม่พอใจนัก
“ท่านแม่เรามีเงินพอสมควรแล้วเนื้อกวางนี้เราเก็บไว้ทำอาหารไม่ได้หรือขอรับข้าอยากให้ท่านได้กินเนื้อบ่อยที่สุดเท่าที่กินได้”เซินเอ่ยพร้อมกับสบตามารดาของตนด้วยสายตาจริงจัง
“เ้าคงลืมไป เมื่อสองวันก่อนเ้าเพิ่มล่าหมีมาให้ข้า”นางเมิ่งเอ่ยพร้อมกับหันกลับไปมองหนังหมีที่นางเป็ผู่ลงมือถลกหนังด้วยตนเองอย่างยากลำบากที่ตอนนี้มันกำลังถูกผึ่งลมอยู่หลังชั้นตากสมุนไพรของเซิน
“นั้นมันเนื้อหมีแต่นี้มันกวางนะขอรับ”เซินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่มารดาอย่างจนใจที่เห็นท่าทีไม่ยินยอมของผู้เป็มารดาของตน
“ไม่ได้ๆ เราจะเก็บเอาไว้ไม่ได้เ้ารีบเอามันไปขายเลยนะ”นางเมิ่งเอ่ยแล้วหยิบหนังกระต่ายมาทำความสะอาดแล้วนำไปผึ่งลมโดยไม่หันมาสนใจเซินเลยแม้แต่น้อย
“ลี่เซียงมีอะไรหรือ”เซินที่เห็นจิ้งลี่เซียงบุตรสาวของนางฟางมองมาที่ตนอย่างกล้าๆกลัวๆเขาจึงได้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็มิตรลี่เซียงที่เห็นเช่นนั้นจึงได้แอบมองดูนางเมิ่งและเมื่อนางไม่เห็นนางเมิ่งนางจึงได้กวักมือเรียกเซินให้เดินเข้ามาคุยกับตน
“มีอะไร”เซินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มขบขันที่เห็นท่าทีลับๆล่อๆลี่เซียง
“ข้าขอซื้อขนกระต่ายนั้นหรือไม่เ้าคะคือว่าใกล้จะถึงฤดูหนาวแล้วแต่ข้ากับครอบครัวยังไม่ได้เย็บชุดกันหนาวเลยข้ามีอยู่หหกสิบอีแปะพี่เซินจะขายให้ข้าได้กี่ตัวหรือเ้าคะ”ลี่เซียงเอ่ยพร้อมกับหันมองดูทางห้องครัวที่นางเมิ่งเดินเข้าไปตลอดเวลา
“ข้าไม่คิดเงินหรอกเ้าเอาไปเถอะ”เซินเอ่ยพร้อมกับเดินไปหยิบกระต่ายป่าตัวอวบอ้วนมาให้ลี่เซียงสามตัวด้วยรอยยิ้มบางลี่เซียงที่เห็นเช่นนั้นจึงได้รีบรับกระต่ายแล้วผลุบหายไปทันทีเมื่อเห็นว่าในตอนนี้นางเมิ่งกำลังจ้องเขม็งมองมาที่นางและเซิน
“หึใจบุญนักนะ”นางเมิ่งเอ่ยประชดประชันแล้วเดินเข้าไปห้องตนในทันที
“ฮึๆ”เซินที่เห็นท่าทางเช่นนั้นของนางเมิ่งหัวเราะออกมาเบาๆแล้วเดินไปแบกกวางขึ้นหลังเพื่อนำไปฝากขายที่บ้านของผู้นำหมู่บ้านตามที่นางเมิ่งสั่งในทันที
ตระกูลเย่
“เ้าว่าอะไรนะ”เสียงเคร่งเอ่ยถามด้วยสีหน้ายากจะเชื่อ
“เมื่อครู่จินเซียงคนสนิทของคุณหนูรองส่งข่าวมาบอกว่านายท่านกับฮูหยินถูกคุณชายจิวฝูทำร้ายและแย่งชิงพลังปราณและธาตุขอรับและเมื่อครู่ข้ายังค้นพบจดหมายนี้ในห้องทำงานของนายท่านอีกด้วยขอรับ”เย่ผิงหรือพ่อบ้านคนปัจจุบันเอ่ยตอบพร้อมกับส่งมอบจดหมายให้กับาุโสามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ปึง! าุโสาม(เย่เวยหง)ที่ได้อ่านจดหมายที่เย่หนิงเหม่ยส่งมาถึงจิ้นหงแล้วก็ได้แต่ตบมือลงที่พนักพักแขนอย่างมีโทสะ
“เื่ใหญ่เช่นนี้แต่พวกเขากลับไม่บอกเราหึ พวกเขาคงคิดว่าจะจัดการกับเด็กทั้งสองคนนั้นได้โดยลำพังสินะแล้วเป็เช่นไรเจ็บหนักทั้งคู่ โง่เง่าจริงๆ”าุโสามเอ่ยพร้อมกับแค่นเสียงออกมาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“เตรียมรถม้าไปรับจิ้นหงกับฮุ่ยหวงอย่าได้ทำให้เป็เื่ใหญ่เื่นี้เราต้องทำให้เงียบที่สุด”าุโสามเอ่ยสั่งเสียงเรียบแล้วลงมือเผาจดหมายในกระถางถ่านในทันที
“ขอรับ”เย่ผิงเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเคร่งแล้วเร่งออกไปจัดการงานของตนในทันที
จวนอี้เจา
“ข้าต้องขอฝากท่านตามหาร่างของท่านพ่อข้ากลับมาให้ได้นะขอรับท่านตาพ่อบ้านหยู”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หยูป๋อจิ้งด้วยสีหน้าหนักแน่น
“ขอรับขอให้คุณหนูและคุณชายไว้ใจได้เลยขอรับ ข้าหยูป๋อจิ้งผู้นี้จะไม่ทำให้ท่านทั้งสองผิดหวังอย่างแน่นอนขอรับ”พ่อบ้านหยูเอ่ยพร้อมกับมองมาที่นายทั้งสองของตนด้วยสีหน้าหนักแน่น
“ขอบใจท่านตาพ่อบ้านมากๆเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ชายชราด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“หาใช่เื่ที่ต้องขอบคุณขอรับข้านั้นยินดีตามหานายท่านตลอดชีวิตนี้จะหาไม่ขอรับ”หยูป๋อจิ้งเอ่ยพร้อมกับมองมาที่นายทั้งสองของตนด้วยสายตาซาบซึ้งที่ทำให้เขานั้นสามารถมีทุกวันนี้นี้ได้
“อีกแค่เดือนกว่าๆเท่านั้นที่เราจะต้องเข้ารับการทดสอบพี่ฝูท่านคิดว่าเราจะสามารถเป็ศิษย์สายตรงของอาจารย์ในสำนักได้หรือไม่เ้าคะ”จิวฮวาที่รู้ว่าครั้งนี้นางต้องต่อสู้เพื่อจัดอันดับกับบรรดารุ่นพี่ที่เป็ศิษย์ฝ่ายในเอ่ยถามพี่ชายของตนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เพราะเป็เช่นนี้เราจึงต้องฝึกในสำนักอย่างจริงจังเอาเป็ว่าเราจะพักรวมกับศิษย์คนอื่นๆที่ฝ่ายในและใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกเพื่อลำดับที่สูงที่สุดเท่าที่เราจะทำได้”จิวฝูเอ่ยเสียงเคร่งเพราะหากเขาจะต้องทำสิ่งที่เขา้าจะทำในอนาคตอันใกล้นี้เขาจำเป็ต้องเป็ศิษย์ชั้นต้นของสำนักแห่งนี้
“ต่อไปเราคงไม่ได้พบกันนานเลยเช่นนั้นวันนี้เราเลี้ยงฉลองก่อนจะฝึกอย่างจริงจังดีหรือไม่เ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่พี่ชายของตนด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแล้วมองสบตาของพี่ชายของตนอย่าง้าคำตอบ
“ก็ได้เพราะเช่นไรเราก็คงไม่ได้พบกันนานจนกว่าจะทดสอบเสร็จอยู่แล้ว”จิวฝูที่เห็นด้วยกับจิวฮวาเขาจึงได้เอ่ยตอบรับอย่างว่าง่าย
“เย้! เช่นนั้นวันนี้เราออกไปกินข้าวนอกบ้านดีหรือไม่เ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยด้วยรอยยิ้มร่างเริงจิวฝูที่เห็นท่าทางมีความสุขน้องสาวของตนเช่นนั้นจึงได้ยกยิ้มอย่างมีความสุขตามน้องสาวของตนไปด้วยอีกคน
สำนักศึกษาหลงไห่
“การแข่งขันของเราในวันนี้จะให้เวลาพวกเ้าจนถึงตะวันตกดินเพื่อออกจากป่าแห่งนี้โดยที่พวกเ้าจะสามารถจัดอันดับได้ด้วยการนับคะแนนจากสมุนไพรปราณและสัตว์อสูรหากได้ยิน”จิ้งจือเสียนอาจารย์ผู้สอนวิชาการต่อสู้เอ่ยเสียงเคร่ง
“ข้าหวังว่าเราจะถูกส่งตัวไปในจุดที่ใกล้กันนะเ้าคะพี่ฝู”จิวฮวาที่ยืนอยู่ด้านข้างพี่ชายของตนเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“พี่ก็หวังว่าจะเป็เช่นนั้นเหมือนกัน”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองไปที่บรรดาเหล่าศิษย์พี่และเพื่อนร่วมรุ่นของตนด้วยสายตาเคร่งแต่เพียงไม่นานเสียงเคร่งของอาจารย์ก็สั่งให้ทุกคนทยอยเดินเข้าไปในวงเวทย์อาคมเคลื่อนย้ายโดยเริ่มจากศิษย์รุ่นใหม่เป็กลุ่มแรกที่ถูกส่งเข้าไป
“โชคดีนะเ้าคะ”จิวฮวาหันมาเอ่ยกับพี่ชายของตนแล้วเดินเข้าไปในวงเวทย์ด้วยท่าทางกระตือรือร้น
วูบบ จิวฮวาที่ลืมตามาพบกับต้นไม้ที่มีลำต้นขนาดใหญ่หลายสิบต้นนางจึงได้มองสังเกตโดยรอบด้วยสายตาเป็ประกายด้วยหวังว่าพี่ชายของนางนั้นจะถูกส่งมาในจุดที่ไม่ไกลจากนางมากนักเมื่อคิดได้เช่นนั้นนางจึงได้นั่งลงที่โคนต้นไม้เพื่อรอพี่ชายของนางแต่เมื่อก้นของนางลงไปแตะพื้นได้ไม่นานนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่ที่กำลังเดินทางมาทางที่นางกำลังนั่งอยู่ไม่ไกล
“เราจะหาสมุนไพรปราณได้มากเท่าพวกศิษย์พี่ที่เคยถูกส่งเข้ามาในป่าแห่งนี้ได้เช่นไรที่ตรงใดมีสมุนไพรหรือสัตว์อสูรอยู่เราก็ไม่รู้เช่นนี้ไม่เท่ากับว่าพวกศิษย์พี่พวกนั้นได้เปรียบพวกเราหรอกหรือ”ชายอ้วนที่อยู่ในชุดเครื่องแบบของหอยุทธการเอ่ยอย่างไม่พอใจเพราะหากเป็เช่นนี้ศิษย์ใหม่เช่นพวกเขาจะมีคะแนนอยู่ในอันดับดีๆได้เช่นไร
“เอาน่า ถึงเราจะไม่ชนะพวกรุ่นพี่ขอแค่มีคะแนนมากกว่าพวกรุ่นเดียวกันก็พอแล้วไม่ใช่หรือข้าคิดว่าเป็หากเช่นนั้นอาจจะเข้าตาพวกอาจารย์ทั้งหลายบ้างแหละ”สหายร่างผอมเอ่ยบอกสหายของตนด้วยรอยยิ้มยินดี
“เอาเช่นนี้หากพวกเ้า้ารวบรวมสมุนไพรและสัตว์อสูรให้ได้มากๆ ข้าว่าพวกเราแอบซุ่มปล้นคนที่เดินผ่านไปผ่านมาดีหรือไม่”สหายอีกคนเอ่ยเสนอด้วยรอยยิ้มตื่นเต้น
“เ้าซุนเ้านี้ช่างฉลาดหลักแหลมจริงๆข้าว่าเอาตามที่เ้าซุนพูดมานั้นแหละ ข้าคิดว่าหากเราทำเช่นที่เ้าซุนพูดมาเมื่อครู่พวกเราทั้งสามคนน่าจะได้อยู่ในอันดับต้นๆของศิษย์ใหม่เช่นพวกเรา”เ้าอ้วนหานเอ่ยเห็นด้วยกับสหายของตน
“แต่ถ้าเราเจอพวกที่มีพลังปราณอยู่ในระดับสูงๆเล่าไม่ตายเอาหรอกหรือ”เ้าผอมเจียงเอ่ยถามสหายของทั้งสองของตนเสียงเคร่ง
“โถ่ เ้าโง่หากเ้ารู้ว่าคนผู้นั้นมีพลังปราณสูงกว่าเ้าเ้ายังคิดว่าข้าจะโง่ทะเล่อทะล่าเข้าไปต่อสู้กับเขาหรือ”เ้าอ้วนหานเอ่ยพร้อมกับส่ายหัวให้กับสหายของตน
“เฮ้ออ”จิวฮวาที่ได้ยินความคิดของชายทั้งสามจึงได้แต่ถอนหายใจแล้วมองไปทั่วทั้งผืนป่าเพื่อคาดเดาว่าจุดๆใดน่าจะมีสมุนไพรปราณหรือเหล่าสัตว์อสูรอาศัยอยู่
ตุ๊บ! จิวฮวาที่ได้สามารถกำหนดจุดที่ ที่ตนจะไปแล้วะโลงมาจากต้นไม้อย่างแ่เบาแต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากการได้ยินของเ้าซุนได้มันมองไปที่จิวฮวาด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ แล้วเดินเข้ามาหาจิวฮวาด้วยท่าทางข่มขู่
“น้องสาวหากไม่อยากเจ็บตัวก็ส่งของที่เ้ามีมาให้เราซะ”เ้าซุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจเพราะตอนนี้ตรงหน้าของเขานั้นมีเพียงเด็กหญิงผิวขาวซึ่งดูบอบบางเกินกว่าจะสามารถทำร้ายเขาได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้นซึ่งตรงข้ามกับพวกตนที่มีสามคนแต่นั้นไม่ใช่กับเ้าเจียงที่ทันทีที่เขาได้เห็นหน้าของจิวฮวาเขาก็หน้าถอดสีในทันทีและเมื่อเขาเห็นว่าวหายโง่ของเขานั้นกำลังคุกคามเด็กหญิงตรงหน้านั้นเขาถึงกับค่อยถอยห่างออกจากเหตุการณ์ตรงหน้าในทันที
“ข้าไม่มีอะไรจะให้พวกเ้า”จิวฮวาเอ่ยตอบเสียงเรียบแต่เมื่อนางเห็นการกระทำของชายร่างผอม(เจียง)ที่ค่อยถอยห่างออกไปโดยที่สหายทั้งสองของเขาไม่รู้ตัวนางนั้นถึงกับหัวเราะออกมาอย่างขบขันให้กับความรักเพื่อนของเขา
“นี้น้องสาว อย่าได้คิดว่าเราโง่นะส่งของออกมาเดี๋ยวนี้หากเ้าไม่อยากเจ็บตัว”หานที่เห็นว่าจิวฮวาไม่มีความกลัวให้กับเ้าซุนเขาจึงได้เข้าไปช่วยข่มขู่เด็กสาวตรงหน้าของตนอีกแรง
“หากพวกท่านไม่กลัวตายก็เข้ามาสิ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มหวานให้กับชายทั้งสองตรงหน้าของตน
“ฮ่าๆแม่นางน้องนี้คงเป็ลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจใช่หรือไม่ ดีเช่นนั้นเห็นทีวันนี้เราคงจะได้สั่งสอนคุณหนูเช่นเ้าให้รู้จักประมาณตนบ้างเสียแล้วใช่หรือไม่เ้าเจียง”เ้าอ้วนหานที่เห็นว่าสหายของตนนั้นเงียบนานเกินไปจึงเอ่ยถามโดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้สหายของเขานั้นกำลังมองดูพวกเขาหลังต้นไม้ด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“เ้าเจียง อะอ้าวเ้าเจียงมันหายไปที่ใด”เ้าอ้วนหานเอ่ยถามด้วยสีหน้ามึนงงเมื่อเขาไม่พบกับเ้าเจียงที่เขาคิดว่ายืนอยู่ข้างหลังของตนตามวิสัยของคนขี้กลัว
“ข้าเห็นเขาหลบอยู่ที่หลังต้นไม้ต้นนั้นนะเ้าค่ะ”จิวฮวาที่เห็นว่าเ้าอ้วนตรงหน้าของตนกำลังมองหาสหายอยู่นางจึงได้ชี้นิ้วไปที่ต้นไม้ที่เ้าเจียงหลบอยู่ด้วยสายตาขบขัน
“หึ เ้าขี้ขลาดซุนข้าว่าเรารีบจัดการสั่งสอนคุณหนูตรงหน้าเถอะ”หานเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์แล้วมองมาที่กำไลและถุงเงินที่อยู่ข้างเอวของจิวฮวาด้วยสายตาละโมบ
“วันนี้พวกเราคงจะโชคดีเพราะถึงแม้พวกเราจะไม่ได้อันดับที่ดีแต่เราก็ยังมีเงินออกไปกินเหล้าเคล้านารีได้อย่างสบายๆแล้วละเ้าซุนฮ่าๆ”เ้าหานเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“ก็จริงของเ้า”ซุนเอ่ยเห็นด้วยแล้วหัวเราะร่วมกับสหายของตนเสียงดังแล้วดึงดาบของตนออกมาแล้วใช้ปราณธาตุดินของตนเคลือบที่ตัวดาบเพื่อหวังข่มขู่ให้เด็กหญิงตรงหน้าหวาดกลัว
ฟุ่บเสียงขาของซุนที่เดินตกลงไปในหลุมแล้วถูกดูดติดเอาไว้ทันทีซุนที่ไม่สามารถดึงขาของตนกลับมาได้เบิกตากว้างด้วยความใแล้วพยายามจะใช้มือดึงขาของตนออกจากหลุมแต่ทุกการกระทำของเขาก็ไร้ผลเมื่อไม่ว่าเขาจะออกแรงดึงมากเท่าใดขาของเขานั้นก็ไม่มีทีท่าว่าขาจะสามารถขยับออกจากหลุมตรงหน้าได้เลย
“ซุนเ้าทำอะไรเพียงแค่ดึงขาออกจากหลุมเหตุใดจึงทำตัวน่าสมเพชเช่นนั้น”หานเอ่ยถามพร้อมกับเดินเข้ามาหาสหายของตนด้วยสายตาไม่พอใจแล้วเดินเข้ามาช่วยดึงสหายของตนด้วยอีกแรง
“เ้าทำอะไรสหายของข้า”หานที่ไม่สามารถช่วยดึงขาของซุนออกจากหลุมได้เงยหน้าขึ้นไปเอ่ยถามจิวฮวาด้วยสายตาหวาดกลัว
“อ๊ะ”ทันทีที่เขาเอ่ยจบหานเขาก็รู้สึกว่าขาของเขาเองก็ค่อยถูกดินดูดลงไปอย่างช้าๆเขาพยายามใช้มือดันตัวของตนอกจากผืนดินที่กำลังดูดขาของเขาอยู่ในขณะนี้อย่างเอาเป็เอาตายแต่ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรเขาก็ไม่สามารถดึงขาของเขาออกจากผืนดินได้เลย
“เอาละ ในเมื่อพวกเ้าคิดจะปล้นข้าเช่นนั้นข้าขอปล้นพวกเ้าคืนบ้างนะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับเดินเข้ามาดูที่ตะกร้าด้านหลังของคนทั้งสองด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“ขอบใจเ้ามากที่หาสมุนไพรพวกนี้มาให้ข้าหากไม่มีอะไรแล้วเช่นนั้นข้าขอตัวก่อนก็แล้วกันนะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เจียงนั้นจึงทำให้เขารีบหลบเข้าไปที่หลังต้นไม้อย่างรวดเร็ว
“พี่ชายข้าไปก่อนนะเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นท่าทางเช่นนั้นของเจียงนางจึงได้ะโบอกลาแล้วเดินจากคนทั้งสามออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ดูไม่ผิดจริงๆที่นี้มีสมุนไพรซ่อนอยู่มากจริง”จิวฮวาที่เดินเข้ามาในป่าที่กลุ่มหมอกเกิดขึ้นอย่างหนาแน่นเอ่ยบอกกับตนเองด้วยรอยยิ้มตื่นเต้น
“นั้นมันก็เป็เพราะเ้ามีดวงตาที่สามารถมองเห็นละอองของพลังปราณได้ไม่ใช่หรือ”เสียงทุ้มของไป่ฉีเอ่ยเมื่อเขาออกมายืนอยู่ที่ด้านหลังของจิวฮวา
“นั้นมันก็จริงเช่นนั้นข้าต้องขอบคุณ์ที่มอบดวงตาคู่นี้มาให้ข้าเสียแล้วละ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปโดยรอบด้วยรอยยิ้มบางเพราะถึงแม้หมอกจะหนาจนไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดแต่นางก็สามารถมองเห็นละอองพลังปราณได้นั้นจึงทำให้นางสามารถเดินภายในป่าหมอกแห่งนี้ได้อย่างสบายๆ
“แล้วนี้เ้าออกมาเดินเป็เพื่อนข้าหรือ”จิวฮวาที่กำลังลงมือเก็บเห็บดอกทองอยู่นั้นเอ่ยถามไป่ฉีด้วยน้ำเสียงทะเล้นแต่เพราะเห็ดดอกทองที่นางพบนั้นเกาะกลุ่มกันเกิดเป็จำนวนมากนั้นจึงทำให้นางต้องเลือกเก็บแต่ดอกที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น
“เหตุใดจึงเก็บมันเข้ามิติ”ไป่ฉีที่เห็นว่าจิวฮวาไม่ได้นำตอกเห็ดพวกนั้นเข้าตะกร้าแต่กลับส่งพวกมันไปที่มิติด้วยสีหน้ามึนงง
“เ้านี้ช่างไม่รู้อะไรเลยดอกเห็ดพวกนี้มันเป็ทองใช่หรือไม่ข้าสามารถหลอมพวกมันขึ้นมาเป็ของใช้ที่เป็ทองได้หากเรามีชุดโต๊ะเก้าอี้ที่ทำจากทองวางอยู่ที่จวนเ้าไม่คิดว่ามันจะดูร่ำรวยอู้ฟู้บ้างหรือ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี
“เฮ้อเหตุใดมนุษย์จึงชอบเก็บสะสมพวกมันนักนะ ไม่เห็นจะมีประโยชน์อันใดเลย”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับมองไปที่จิวฮวาด้วยสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจเพราะดูเหมือนว่าชาติภพจะมีส่วนทำให้จิวฮวาหายจากความหลงใหลของมีค่าเลยแม้แต่น้อย
“เ้าออกมาเพื่อมองดูข้าทำงานหนักเพียงเท่านี้เช่นนั้นหรือ”จิวฮวาที่ก้มเก็บเห็ดเข็มทองมือเป็ระวิงเงยหน้าขึ้นไปถามไป่ฉีด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“แล้วเ้าจะให้ข้าทำอะไรหากไม่ให้ข้ามองดูเ้าทำงาน”ไป่ฉีเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ
“เ้าก็ต้องช่วยข้าเก็บเห็ดดอกทองพวกนี้ซะสิจะได้ไม่หายใจทิ้งให้เสียเปล่า”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับก้มลงเก็บต่อในทันที
“หากให้ข้าทำเื่เล็กน้อยเช่นนี้ ข้ากลับไปนอนหายใจทิ้งที่มิติยังจะดีซะกว่า”ไป่ฉีที่เห็นว่าภายนอกไม่มีอะไรน่าสนใจแล้วเขาจึงได้หายตัวเข้าไปในมิติทันทีทิ้งให้จิวฮวาได้แต่นั่งมองดูความว่างเปล่าด้านหน้าของตนด้วยสีหน้าบูดบึ้งทันทีที่ไป่ฉีทิ้งตนกลับไปในมิติทันทีที่นางขอให้เขาช่วยเก็บเห็ดดอกทอง
“ชิเ้าคนแล้งน้ำใจ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับก้มหน้าเก็บเห็ดตรงหน้าของตนต่ออย่างขะมักเขม้น
แกรบ เสียงกิ่งไม้หักไม่ไกลจากที่นางกำลังเก็บสมุนไพรทำให้จิวฮวาหยุดชะงักมือของตนแล้วมองไปที่มาของเสียงด้วยสายตาเคร่งเครียด
ฟุบ ฟุบ ฟุบ กระต่ายตัวน้อยะโเข้ามาหาจิวฮวาจิวฮวาที่เห็นเช่นนั้นจึงได้หยุดมือแล้วมองไปทางที่เ้ากระต่ายตัวน้อยที่ะโออกมาเมื่อครู่เพราะเมื่อครู่ที่นางมองไปทางนั้นนางไม่สามารถมองเห็นละอองของพลังปราณแต่กระต่ายกลับะโออกมาโดยที่นางไม่รู้ตัวมาก่อนได้เช่นไร
“นั้นมันอะไรนะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปดูที่วงเวทย์อาคมที่เรืองแสงอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าสงสัย
ฟุบ ฟุบ กระต่ายะโออกมาจากวงเวทย์ตรงหน้าของจิวฮวาอีกสองตัวนั้นจึงทำให้นางใช้มือแตะลงไปที่วงเวทย์อาคมด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่เมื่อนางเห็นว่ามือของนางสามารถทะลุลงไปในวงเวทย์อาคมได้นางจึงได้ตัดสิ้นใจเดินไปที่กลางวงเวทย์อาคมนั้นจึงทำให้นางมาโผล่อีกที่ที่มีแต่สมุนไพรปราณเกิดอย่างหนาแน่นจนไม่ว่านางจะมองไปที่ใดนางก็จะเห็นแต่ต้นสมุนไพรเบียดเสียดอันแน่นไปหมด
“เ้าเข้ามาที่นี้ได้อย่างไร”เสียงเข้มเอ่ยถามมาแต่ไกลนางจึงได้มองตามเสียงทำให้พบกับชายหนุ่มชุดขาวที่ยืนอยู่อีกฝั่งของทางเดิน
“เดินเข้ามาเ้าค่ะ”จิวฮวาที่จำได้ว่าชายตรงหน้านั้นคือจ้าวสำนักเหยียนอินฉีจึงได้เอ่ยตอบด้วยท่าทางนอบน้อม
“เข้ามาแล้วก็รีบเก็บของแล้วออกไปเถอะแต่เ้าห้ามแตะต้องเ้ากระต่ายพวกนี้เด็ดขาด”เหยียนอินฉีเอ่ยพร้อมกับมองไปที่จิวฮวาด้วยสายตาพึงพอใจ
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านจ้าวสำนัก”จิวฮวาเอ่ยขอบคุณแล้วก้มลงมาเก็บสมุนไพรตรงหน้าของตนอย่างว่าง่าย
“แล้วเ้าเคยคิดว่าจะเป็ศิษย์สายตรงของเหล่าอาจารย์ในสำนักบ้างหรือไม่”เหยียนนอินฉีที่นั่งที่เก้าอี้ไม่ไกลจากจิวฮวาเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ก็เคยคิดเ้าค่ะแต่คงเป็เื่ยากเพราะวันนี้ข้าคงทำคะแนนได้ไม่ดีนักคงไม่มีใครมาสนใจเด็กหญิงตัวเล็กๆเช่นข้าหรอกเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เหยียนอินฉีด้วยสายตาแปลกใจที่นางได้มาพบกับจ้าวสำนักที่นี้
“หึ เด็กหญิงตัวเล็กๆหรือ เด็กหญิงตัวเล็กๆที่ใดกันเ้าคือนักหลอมโอสถระดับปรมาจารย์เลยนะข้าว่าตอนนี้เ้าคือเด็กที่เหล่าอาจารย์กำลังจับตามองละสิไม่ว่า ข้าว่าเผลอๆนะพวกเขาอาจจะกำลังแย่งชิงเ้ากับพี่ชายของเ้าอยู่ก็ได้”เหยียนอินฉีเอ่ยพร้อมกับหัวเราะในลำคอของตนเบาๆอย่างขบขันเมื่อคิดถึงเหล่าตาแก่ที่คอยแต่จะแย่งชิงเหล่าลูกศิษย์ที่มีแววว่าจะสร้างชื่อเสียงให้โดยที่พวกเขาไม่ต้องทำอะไรมาก
“ท่านจ้าวสำนักรู้จักข้ากับพี่ชายด้วยหรือเ้าคะ”จิวฮวาที่ตอนนี้รู้สึกว่าได้สมุนไพรเต็มตะกร้าแล้วนางจึงได้เดินเข้าไปพูดคุยกับชายตรงหน้าของตนด้วยน้ำเสียงสงสัย
“จะมีใครที่ยังไม่รู้จักนักหลอมโอสถกับนักรังสรรค์เช่นเ้ากับพี่ชายเ้าอีกหรือ”เหยียนอินฉีเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาที่ตอนนี้กำลังยืนนิ่งอึ้งอยู่เมื่อนางได้ยินว่าในตอนนี้นางและพี่ชายของนางเป็ที่สนใจของทุกคนในสำนัก
“ฮิๆแล้วที่นี้คือที่ใดหรือเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับเงยหน้ามองต้นไม้ตรงหน้าของตนด้วยสีหน้าสงสัยเพราะที่แห่งนี้นั้นมีพลังปราณที่หนาแน่นคล้ายกับพลังปราณในมิติของนางและยังมีสมุนไพรที่นางคิดว่าจะมีเพียงในมิติของนางและพี่ชายเติบโตอยู่ปละปลายตามทางเดินที่นางเดินตามมาเมื่อครู่นี้
“มันเป็ที่ที่มีเพียงข้าเข้ามาได้เท่านั้น”เหยียนอินฉีเอ่ยตอบแล้วมองมาที่จิวฮวาด้วยรอยยิ้มบาง
“แล้วเหตุใดข้าจึงสามารถเข้ามาที่นี้ได้หรือเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย
“เื่นั้น์คงลิขิตให้เ้ามาเป็ศิษย์ของข้าหรือเ้าคิดว่าเช่นไร สนใจมาเป็ศิษย์สายตรงของข้าหรือไม่”เหยียนอินฉีเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาอย่าง้าคำตอบ
“หรือเ้าไม่้า”เหยียนอินฉีที่เห็นว่าจิวฮวานั้นยืนนิ่งอยู่นานจึงได้เอ่ยถามอีกครั้งอย่าง้าคำตอบ
“้าเ้าค่ะว่าแต่ท่านจ้าวสำนัก้ารับข้าเป็ศิษย์จริงๆหรือเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ฮึๆ ข้าไม่เคยพูดเล่นหากเ้าไม่แน่ใจเดินมาตรงนี้สิ”เหยียนอินฉีเอ่ยพร้อมกับกวักมือเรียกจิวฮวาให้เดินเข้ามาใกล้ๆกับตนด้วยท่าทางใจดีและทันทีที่จิวฮวาเดินเข้าไปใกล้ๆ เขาก็ใช้ปลายมีดสะกิดไปที่ต้นแขนของจิวฮวาแล้วใช้หยกสีเขียวเข้มขนาดเท่ากำมือโดยที่ตรงกลางหยกนั้นมีรูปัอยู่ตรงกลางและทันทีที่เืของจิวอวาหยดไปโดนตัวของั ัก็แปรเปลี่ยนเป็สีแดงในทันที
โฮก เสียงคำรามดังออกมาจากหยกเสียงดังเหยียนอินฉีที่เห็นเช่นนั้นเขาจึงได้มองมาที่จิวฮวาด้วยสายตายินดี
“มันได้กลับมาคืนสู่เ้าของมันแล้ว”เหยียนอินฉีเอ่ยพร้อมกับมองมาที่เด็กหญิงตรงหน้าด้วยสายตาเป็ประกายอย่างมีความสุข
“ห๊ะ เมื่อครู่ท่านอาจารย์พูดว่าอะไรนะเ้าคะ”จิวฮวาที่ได้ยินไม่ถนัดเอ่ยถามพร้อมกับมองที่เหยียนอินฉีด้วยสีหน้าสงสัยเมื่ออยู่ๆ จ้าวสำนักของนาก็ดูมีความสุขอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย
“ไม่มีอะไรหรอกใกล้จะได้เวลาแล้วเ้ากลับไปเถอะหากออกไปช้าอาจจะได้คะแนนไม่ดีนักเดี๋ยวผู้อื่นจะว่าเอาได้ว่าลูกศิษย์ของข้าไม่ได้เื่”เหยียนอินฉีเอ่ยพร้อมกับโบกมือเบาๆนั้นจึงทำให้ปรากฏหลุมมิติเกิดขึ้นตรงหน้าของนางทันที
“แต่ข้ายังไม่ได้ยกน้ำชาคาราวะท่านอาจารย์เลยนะเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองมาที่อาจารย์ของตนด้วยสีหน้าเสียดาย
“รอให้เ้าจัดการเื่การแข่งขันให้จบก่อนเถอะแล้วค่อยมาคาราวะข้า”เหยียนอินฉีที่ไม่ค่อยเคร่งครัดเื่พวกนี้มากนักเอ่ยบอกพร้อมกับใช้พลังปราณของเขาผลักหลังให้จิวฮวาเดินเข้าหลุมมิติอย่างเร่งรีบและเมื่อจิวฮวาเดินหายเข้าไปในหลุมมิติแล้วก็ได้มีชายผู้หนึ่งเดินออกมามองตาแผ่นหลังของจิวฮวาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เป็นางจริงๆหรือ”เสียงเคร่งเอ่ยถาม
“ใช่นางคือเ้าของสถานที่แห่งนี้”เหยียนอินฉีเอ่ยถามพร้อมกับมองไปที่ชายตรงหน้าด้วยสายตาแห่งชัยชนะ
“เฮ้อ ในเมื่อโชคชะตากำหนดมาให้เ้าชนะเช่นนั้นข้าก็จะยอมรับผลของมันแต่หากเ้าทำให้นางเ็ปเป็ครั้งที่สองข้าจะไม่มีทางคืนความทรงจำให้นางและไม่มีทางปล่อยให้นางออกมาพบเ้าอีก”ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับเดินหายไปที่หลังต้นไม้ด้วยท่าทางเฉยชาทิ้งให้เหยียนอินฉีนั้นได้แต่นั่งมองไปที่ต้นไม่ที่มีใบเป็ผลึกสีเขียวใสตรงหน้าของตนด้วยรอยยิ้มมีความสุข
ฟึบ จิวฮวาที่เดินออกมาจากหลุมมิติวางตะกร้าลงที่ใต้ต้นไม้แล้วตัดสินใจนั่งพักเอาแรงที่ใต้ต้นไม้เพื่อรอเวลาเดินทางออกนอกป่าด้วยใจจดจ่อแต่เพียงเวลาไม่นานนางก็ต้องเร่งหยิบตะกร้าขึ้นมาสะพายที่หลังตามเดิมแล้วพลิ้วตัวขึ้นไปหลบอยู่บนต้นไม้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อนางได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้คนที่กำลังเดินมาทางที่นางกำลังนั่งพักอยู่
“เ้าแน่ใจนะ ว่าที่ตรงนี้จะมีสมุนไพรจริงๆ”เสียงหวานเอ่ยถามสหายของตนแล้วมองออกมาโดยรอบของตนอย่างไม่ไว้วางใจเมื่อนางพบว่าที่แห่งนี้นั้นจะมีหมอกหนามากกว่าบริเวณที่พวกนางเดินผ่านมาเมื่อครู่
“อี้เหยาอย่าพูดมากน่าเดี๋ยวคนอื่นที่อยู่แถวนี้ได้ยินแล้วจะเข้ามาทำร้ายเราเอาได้นะ”เสียงเคร่งเอ่ยเตือนสหายของตนพร้อมกับก้าวเดินไปด้านหน้าของตนด้วยความระมัดระวัง
“อะไรเล่า เสียงข้าเบาเพียงนี้ยังจะมีผู้ใดได้ยินอีกหรือ”เหลียงอี้เหยาเอ่ยตอบสหายของตนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เอาเถอะพวกเ้าอย่ามาทะเลาะกันด้วยเื่นี้เลยเดินอีกไม่นานเดี๋ยวพวกเราก็ถึงที่เก็บสมุนไพรแล้วพวกเ้าเตรียมตัวเอาไว้ให้ดีเถอะ”เล่อเวยอวี้ที่เดินนำทางให้กับสหายทั้งสองของตนเอ่ยบอกเสียงเคร่ง
“ก็ได้”อี้เหยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอน
“ฮึๆ”เซียเถี้ยนอี้ที่ได้ยินน้ำเสียงของอี้เหยาเขาจึงได้แต่หัวเราะออกมาในลำคอ
“ถึงแล้ว”เล่อเวยอวี้ที่้าจบปัญหาเร่งเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบแล้วเร่งเดินเข้าไปในกลุ่มหมอกหนาตรงหน้าทันทีนั้นจึงทำให้สหายทั้งสองเร่งก้าวเดินตามเขาไปในทันที
“พวกเขามาที่นี้ได้เช่นไรนะ”จิวฮวาที่ตอนนี้นั่งอยู่บนกิ่งไม้เหนือหัวของคนทั้งสามด้วยความสงสัยกับตนเองเบาๆ
“คุณหนูเย่ท่านมาที่แห่งนี้นานแล้วหรือขอรับ”เล่อเวยอวี้เงยหน้าขึ้นไปถามเด็กหญิงที่นั่งอยู่บนต้นไม้ด้วยน้ำเสียงเรียบนั้นทำให้จิวฮวาเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างแปลกใจด้วยไม่คิดว่าจะมีคนรู้ว่านางอยู่ในที่แห่งนี้
ตุ๊บ!
จิวฮวาที่เห็นว่าคุณชายด้านล่างเงยหน้าขึ้นมาในที่ที่นางนั่งอยู่บนกิ่งไม้และไม่มีทีท่าว่าเขานั้นจะเดินไปที่ใดนางจึงได้เหวี่ยงตัวะโลงมาจากต้นไม้พร้อมกับมองไปที่คุณชายตรงหน้าด้วยสายตาแปลกใจ
“คุณหนูเย่กำลังจะกลับหรือขอรับ”เล่อเวยอวี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็มิตร
“ท่านรู้ได้เช่นไรว่าข้าอยู่ข้างบนนั้น”จิวฮวาเอ่ยถามอย่างแปลกใจพร้อมกับมองไปที่คุณชายตรงหน้าอย่าง้าค้นหาความจริง
“ละอองปราณเ้าค่ะ พี่เวยอวี้มองเห็นละอองปราณเ้าค่ะ”อี้เหยาที่ชื่นชมจิวฮวาเป็ทุนเดิมอยู่แล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นนั้นจึงทำให้ทั้งเล่อเวยอวี้และเซียเถี้ยนอี้หันไปมองที่เหลียงอี้เหยาเป็สายตาเดียว
“เ้าจะเที่ยวไปบอกความสามารถของพี่เวยอวี้กับผู้อื่นเช่นนี้ไม่ได้”เซียเถี้ยนอี้หันไปเอ่ยเตือนเหลียงอี้เหยาในทันที
“โอ๊ะ ขออภัยเ้าค่ะพี่เวยอวี้พอดีข้าดีใจมากไปหน่อย”อี้เหยาเอ่ยตอบพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดที่ปากของตนด้วยท่าทีใ
“ดีใจ ดีใจอะไร”เซียเถียนอี้ที่ได้ยินคำตอบของอี้เหยาเขาจึงได้แต่มองมาที่สหายของตนด้วยสายตาอ่อนอกอ่อนใจ
“เ้าก็รู้ว่าข้าชื่นชมคุณหนูเย่ ยังจะมาถามอะไรอีก”เหลียงอี้เหยาเอ่ยพร้อมกับมองมาที่สหายของตนแล้วหันไปทางที่มาของเสียงของจิวฮวาด้วยสายตาเป็ประกาย
“ว่าแต่คุณหนูเย่จะกลับแล้วหรือเ้าคะ”เหลียงอี้เหยาที่เห็นว่าทางที่จิวฮวาจะออกไปนั้นคือทางออกจากป่าหมอกนางจึงได้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“ใช่เ้าค่ะ ข้ากำลังจะกลับแล้ว”จิวฮวาเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“อีกตั้งหลายชั่วยามกว่าจะหมดเวลาข้าว่าเราเดินทางไปด้วยกันดีหรือไม่เ้าคะ”เหลียงอี้เหยาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“เช่นนั้นก็ได้แต่ข้าขอเป็ผู้นำทางพวกท่านได้หรือไม่”จิวฮวาที่ไม่้าให้กลุ่มคนเข้าใกล้เหล่ากระต่ายอสูรของท่านจ้าวสำนักจึงได้้าพาคนทั้งสามออกไปที่อื่น
“ได้เ้าค่ะ ข้าเชื่อความสามารถของคุณหนูเย่ที่สุด”เหลียงอี้เร่งเอ่ยตอบตกลงด้วยรอยยิ้มยินดี
“เช่นนั้นเชิญตามข้ามาทางนี้เถอะเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับใช้ลูกไฟของตนจุดไฟช่วยนำทางให้กับคนทั้งสามอย่างใจดีนั้นจึงทำให้คนทั้งสามถึงกับมองมาที่แผ่นหลังของจิวฮวาที่เดินนำหน้าทุกคนอย่างใจดี
“คุณหนูเย่ท่านรู้หรือไม่เ้าคะข้าแอบชื่นชมท่านมานานแล้วชีวิตของท่านกับพี่ชายช่างเป็ชีวิตที่ข้าใฝ่ฝันเป็อย่างมากเลยนะเ้าคะมันเหมือนกับนิยายที่ข้าชอบอ่านเลยเ้าค่ะ”เหลียงอี้เหยาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่จิวฮวาด้วยสายตามีความสุขที่วันนี้นางนั้นโชคดีได้รับการช่วยเหลือจากคุณหนูเย่ที่นางแอบชื่นชมด้วยน้ำเสียงปลื้มปิติอย่างล้นเหลือ
“คิกๆชีวิตของข้าไม่สนุกเช่นที่คุณหนูเหลียงคิดหรอกเ้าค่ะ”จิวฮวาที่เดินอยู่ด้านหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงขบขันแล้วหยุดก้าวเดินทำให้คนทั้งสามต้องหยุดเดินตามจิวฮวาที่ยืนนิ่งอยู่กับที่
“นี้คุณหนูเหลียงอี้เหยาเ้าคิดว่าการออกมาใช้ชีวิตนอกตระกูลเพียงลำพังเป็เื่สนุกเช่นนิยายที่เ้าอ่านได้เช่นไรเื่นั้นมันมีอะไรมากกว่าที่เ้าคิดนะเ้าคิดว่าคนที่ถูกรังแกจนต้องหนีออกจากจวนที่เติบโตมาั้แ่เด็กๆจะมีความสนุกสนานใดได้อีกหรือ”เซียเถี้ยนอี้เอ่ยพร้อมกับส่ายหัวให้กับความคิดของสหายของตนด้วยรอยยิ้มเหนื่อยอ่อน
“ข้าขอโทษคุณหนูเย่ด้วยนะเ้าคะที่เอาชีวิตของท่านกับพี่ชายมาเปรียบเทียบกับนิยายที่ข้าชอบอ่าน”เหลียงอี้เหยาเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาด้วยสายตารู้สึกผิด
“ไม่มีอะไรต้องขอโทษหรอกเ้าค่ะเพราะชีวิตของข้ากับพี่ชายหลังจากออกจากตระกูลนั้นก็ถือว่าสนุกและมีความสุขมากกว่าอยู่ในตระกูลจริงๆ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับกลับหลังหันมาเอ่ยกับเหลียงอี้เหยาแล้วควบคุมให้ลูกไฟสีเงินของนางแยกออกเป็หกดวงแล้วลอยออกไปด้านข้างของคนทั้งสามเพื่อช่วยให้คนทั้งสามสามารถมองเห็นสิ่งรอบข้างได้มากยิ่งขึ้น
“ถึงแล้วเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบางเมื่อเห็นว่าคนทั้งสามนั้นมีแววตาพึงพอใจกับเหล่าสมุนไพรที่เติบโตอยู่รอบข้างของนางและคนทั้งสาม
“ว้าว! ที่นี้มีสมุนไพรและดอกไม้น่ารักๆ มากมายเลยนะเ้าคะ”เหลียงอี้เหยาเอ่ยพร้อมกับกวาดตามองมาที่เหล่าบรรดาดอกไม้และสมุนไพรที่อยู่ด้านข้างของนางและสหายของนาง
“ข้าว่าพวกท่านรีบลงมือเก็บพวกมันเถอะเ้าค่ะเพราะอีกไม่นานก็จะหมดเวลาแล้ว”จิวฮวาเอ่ยเร่งคนทั้งสามพร้อมกับเดินเข้าไปใต้ต้นไม้เพื่อนั่งลงพักเหนื่อยคนทั้งสามที่เห็นเช่นนั้นจึงได้เริ่มลงมือเก็บสมุนไพรตรงหน้าของตนทันที
“ข้าต้องขอบคุณคุณหนูเย่ด้วยนะเ้าคะที่พาใจดีนำทางพาพวกเรามาที่นี้”เหลียงอี้เหยาที่เดินเข้ามาเก็บสมุนไพรใกล้ๆกับจิวฮวาเอ่ยขอบคุณพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาไม่วางตานั้นจึงทำให้จิวฮวาถึงกับวางตัวไม่ถูกเลยทีเดียว เซียเถี้ยนอี้ที่เห็นว่าสหายของตนนั้นกำลังสร้างความอึดอัดให้กับจิวฮวาเขาจึงได้เข้ามาช่วยดึงตัวของอี้เหยาออกห่างจากจิวฮวาในทันที
“จี๊ดๆ จี๊ดดจี๊ดๆ”เสียงร้องของสัตว์ดังขึ้นไม่ไกลจากที่จิวฮวานั่งอยู่นางจึงได้หันไปมองพร้อมกับสั่งให้ลูกไฟลอยไปในทางที่มาของเสียง
“มันคือหนูเฝ้าสมบัตินะ”เล่อเวยอวี้ที่เก็บสมุนไพรจนเป็ที่พอใจแล้วเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเป็มิตร
“ไม่จับมันไปหรือเ้าคะ หากจับมันไปท่านอาจจะได้คะแนนมากกว่าสมุนไพรทั้งตะกร้าของท่านก็ได้นะเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หนูตัวอ้วนสีแดงสดโดยที่ปลายขนนั้นได้มีสีทองเด่นอย่างสวยงาม
“หากเป็ผู้อื่นก็อาจจะจับมันไปแต่ข้าไม่แนะนำให้ท่านหรือใครในที่นี้จับมันไปอย่างแน่นอน เพราะหนูเฝ้าสมบัติมันจะครองคู่เพียงผัวเมียเดียวเท่านั้นหากคู่ของมันตายมันก็จะตายตามคู่ของมันในทันทีเช่นนั้นแล้วหากเ้าหนูตัวนี้มีครอบครัวและลูกที่ยังต้องหาอาหารเลี้ยงดูนั้นไม่เท่ากับว่าเราฆ่าครอบครัวครอบคัวหนึ่งเลยหรือ”เล่อเวยอวี้เอ่ยพร้อมกับมองไปที่หนูตัวน้อยนั้นด้วยสายตาเรียบจิวฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นจึงได้เรียกลูกไฟของตนกลับมาที่เดิม
“คุณหนูเย่ไม่เก็บสมุนไพรเพิ่มหรือ”เล่อเวยอวี้เอ่ยถามเพราะั้แ่ที่จิวฮวาพาพวกเขามาที่แห่งนี้จิวฮวาก็มานั่งพักใต้ต้นไม้โดยที่ไม่สนใจเก็บสมุนไพรปราณเลยแม้แต่น้อย
“ข้ามีมากพอแล้วเ้าค่ะเชิญพวกท่านเก็บกันตามสบายเลยเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับส่งยิ้มบางให้กับคุณชายตรงหน้าของตน
“ข้าเก็บเสร็จแล้วเ้าค่ะ”เหลียงอี้เหยาเอ่ยพร้อมกับเดินเข้ามาจิวฮวาด้วยรอยยิ้มเป็มิตร
“เช่นนั้นพวกเราออกไปกันเถอะ”เล่อเวยอวี้เอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ข้าขอตัวเ้าค่ะ”จิวฮวาที่พาทุกคนออกจากป่าหมอกเอ่ยเสียงเรียบแล้วเตรียมตัวที่จะก้าวเดินแยกออกจากคนทั้งสามในทันทีที่ออกมายืนที่นอกเขตป่าหมอก
“ข้าว่าเราร่วมเดินทางไปด้วยกันไม่ดีกว่าหรือเ้าคะท่านเดินทางคนเดียวอาจจะถูกดักปล้นก็ได้นะเ้าคะ”เหลียงอี้เหยาเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาด้วยสายตาเป็ห่วง
“ข้าขอบคุณในความหวังดีของพวกท่านแต่ข้าสะดวกใจที่จะเดินทางคนเดียวมากกว่าเ้าค่ะ”จิงฮวาเอ่ยพร้อมกับเดินออกมาโดยที่มีสายตาของคนทั้งสามมองตามด้วยความเป็ห่วง
“เฮ้อ พี่ฝูอยู่ที่ใดนะ ไม่รู้ว่าปานนี้จะออกจากป่าแล้วหรือยัง”จิวฮวาเอ่ยบ่นถึงพี่ชายของตนอย่างเป็ห่วงพร้อมกับมองไปโดยรอบเพื่อหาทางออกพร้อมๆกับหาพี่ชายของตน
“อ้าว! ศิษย์น้องเย่นั้นเองเป็เช่นไรบ้างหาของได้มากหรือไม่”ศิษย์พี่ที่อยู่ในชุดสีน้ำเงินเข้มเอ่ยถามเสียงดังทำให้จิวฮวาที่กำลังจะเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ต้องชะลอฝีเท้าลงด้วยท่าทางระมัดระวัง
“ได้ข่าวว่าเ้ากับพี่ชายของเ้านั้นเก่งกาจมากนักพวกเราจึงได้อยากจะพบเ้ากับพี่ชายของเ้าสักครั้งแล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะเ้านั้นเก่งจริงๆที่สามารถหาสมุนไพรพวกนั้นออกมาได้มากมายเช่นนี้”เสียงเข้มเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ตะกร้าบนหลังของจิวฮวาด้วยสายตาละโมบ
“ใช่ๆ เ้าเก่งมากจริงๆสามารถหาสมุนไพรได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้อีกทั้งยังสามารถพาเ้าพวกไก่อ่อนพวกนั้นไปหาสมุนไพรในป่าหมอกแห่งนั้นได้อีกด้วยแต่ถึงเช่นไรพวกเราก็ต้องขอบคุณเ้ามากๆนะ ที่ช่วยหาสมุนไพรมาให้เราถึงสี่ตะกร้า”ศิษย์พี่อีกคนเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาพร้อมกับเดินเข้ามาจับที่สายสะพายตะกร้าของจิวฮวาอย่างถือวิสาสะ
“ข้าไม่อยากทำร้ายพวกท่านเช่นนั้นทางที่ดีข้าว่าพวกท่านควรถอยห่างออกจากตัวของข้าก็ดีนะเ้าคะไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็ไม่ได้นะเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ศิษย์พี่ทั้งสองของตนด้วยสายตาแข็งกร้าว
“ฮ่าๆ เ้านี้ช่างตลกจริงๆถึงเ้าจะเป็ปรมาจารย์แล้วเช่นไรเพราะสุดท้ายเ้าก็เป็ศิษย์น้องที่ต้องให้ความเคารพพวกเราเท่านั้นนี้ศิษย์น้องเย่ ข้าในฐานะศิษย์ขอรับสมุนไพรพวกนี้ไปนะ เพราะเ้าที่เป็ศิษย์น้องจะทำคะแนนมากกว่าศิษย์พี่ที่อยู่มานานกว่าได้เช่นไรไม่กลัวว่าพวกเราจะเหม็นขี้หน้าเ้าบ้างหรือ”ศิษย์พี่คนเดิมเอ่ยพร้อมกับออกแรงดึงที่สายสะพายแต่ไม่ว่าเขาจะดึงเช่นไรสายของตะกร้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับออกจากไหล่ของจิวฮวาเลยแม้แต่น้อยอีกทั้งยังมีไฟสีเงินลุกขึ้นมาเผาไหม้ที่มือของมันผู้นั้นอีกด้วย
อ้ากก อ้ากกเสียงกรี๊ดร้องด้วยความเ็ปทำให้เพื่อของมันผู้นั้นถอยห่างออกจากจิวฮวาด้วยสีหน้าหวาดกลัว แล้วมองไปที่สหายของตนที่ตอนนี้ยังกรี๊ดร้องด้วยความเ็ปและยังคงมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่เช่นเดิมโดยที่เปลวไฟนั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะดับลงแม้ว่าสหายของเขานั้นจะพยายามใช้ธาตุน้ำเข้ามาดับไฟที่ลุกไหม้ที่มือของเขาก็ตาม
“ดะเดี๋ยว เ้าจะไปเช่นนี้ไม่ได้”ชายหนุ่มเอ่ยเรียกจิวฮวาด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆเมื่อเห็นว่าจิวฮวากำลังจะเดินจากพวกเขาไปโดยที่ไม่คิดจะช่วยดับไฟให้กับสหายของตน
“มีอะไรอีกหรือเ้าคะ”จิวฮวาหันมาเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบเฉราวกับว่าการที่เพื่อของเขาที่กำลังทุกข์ทรมานอยู่นั้นไม่เกี่ยวข้องกับนางเลย
“เ้าไม่คิดจะช่วยดับไฟให้เขาก่อนหรือ”เขาเอ่ยถามพร้อมกับก้าวถอยหลังเมื่อจิวฮวาเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าเรียบ
“แล้วมิใช่ว่าข้าเตือนแล้วหรือเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบพร้อมกับสบตากับชายตรงหน้าด้วยสายตาเย็นนั้นจึงทำให้เขาที่เมื่อครู่คิดจะฮึดสู้รู้สึกเข่าอ่อนในทันที
“เ้า!”เขาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เด็กสาวตรงหน้าของตนด้วยสีหน้ายากจะเชื่อด้วยไม่คิดว่าเด็กสาวที่ดูใจดีและบอบบางเช่นเด็กหญิงตรงหน้านั้นจะโหดร้ายจนถึงเพียงนี้
“ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะศิษย์พี่”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับค้อมหัวลาศิษย์พี่ทั้งสองแล้วเดินจากมาในทันที
“ดะเดี๋ยวศิษย์น้องระรอเดี๋ยว”ชายร่างหนาที่เอ่ยพร้อมกับตะเกียดตะกายคลานเข้ามาหาจิวฮวาด้วยท่าทางน่าสมเพชเขาพยายามกลั้นเสียงร้องจากความเ็ปของตนแล้วกดข่มความเจ็บของตนเอ่ยเรียกเด็กตรงหน้าของตนอย่างยากลำบาก
“เ้าช่วยอภัยให้คนโง่เขลาเช่นข้าได้หรือไม่”เขาเอ่ยพร้อมกับพยายามกัดฟันกลั้นเสียงร้องของตนแน่น
“ข้าขอร้องเ้าช่วยอภัยให้ข้าทีเถอะ”เขาที่ตอนนี้รู้สึกเ็ปจนแทบจะกลั่นใจตายยื่นมือมาจับที่ชายกระโปรงของจิวฮวาด้วยสายตาอ้อนวอน
“ก็ได้ข้าเห็นแก่ที่ท่านเป็ศิษย์ร่วมเรือนยุทธการของเราวันนี้ข้าจะให้อภัยท่านแต่หากมีครั้งหน้าอีกข้าจะทำให้ท่านรู้จักคำว่าทุกข์ทรมานจริงๆนั้นเป็เช่นไรนะเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับเรียกเก็บเปลวไฟของตนแล้วเดินจากคนทั้งสองออกมาในทันทีนางเดินไปในทางที่คนทั้งสามเดินไปด้วยเพราะนางไม่แน่ใจนักว่าคนทั้งสามนั้นจะสามารถเอาชนะศิษย์พี่ได้หรือเปล่า
“ฮู่วดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีดีอยู่พอสมควรนะ”จิวฮวาที่เดินมาพบกับร่างของศิษย์พี่ทั้งสามที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นหญ้านางจึงได้วางใจว่าคนทั้งสามนั้นปลอดภัยจะบรรดาศิษย์พี่และสหายร่วมชั้น
“จิวฮวา”เสียงเรียบของจิวฝูเอ่ยเรียกน้องสาวของตนเสียงเคร่ง
“พี่ฝูนั้นท่านออกไปล่าสัตว์อสูรมาหรือหรือเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นว่าในตอนนี้พี่ชายของนางนั้นได้ลากวัวหนังเหล็กขนาดโตเต็มวัยมาด้วยอีกสามตัวเอ่ยถามด้วยสายตาตื่นตะลึง
“ใช่พอดีพี่บังเอิญพบฝูงของมันที่ป่าอีกด้านนะ”จิวฝูเอ่ยตอบพร้อมกับยกมือขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่หน้าผากของตน
“ทำไมพี่ฝูจึงไม่นำพวกมันเข้าไปไว้ที่มิติก่อนละเ้าคะแล้วนำออกมาตอนที่ใกล้จะถึงชายป่าก็ได้”จิวฮวาเอ่ยถามอย่างแปลก
“พี่ไม่้าให้คนพวกนั้นสงสัยเรานะ”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองมาที่น้องสาวของตนอย่างแปลกใจที่น้องสาวของเขานั้นสามารถเข้าไปในป่าหมอกได้แล้วแต่กลับสมุนไพรออกมาเพียงแค่ตะกร้าเดียวเท่านั้น
“ข้าไม่อยากได้ลำดับที่สูงนักจึงเก็บมาเพียงเท่านี้เ้าค่ะ”จิวฮวาที่เห็นสายตาของจิวฝูนางจึงได้เอ่ยตอบพร้อมกับยกยิ้มเจื่อนให้กับพี่ชายของตน
“เฮ้อ เ้าจะทำอะไรก็ทำไปเถอะขอแค่เ้ามีความสุขพี่ก็พอใจแล้ว”จิวฝูเอ่ยตอบพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆเพราะเขารู้ว่าต่อไปน้องสาวของเขานั้นจะถูกปกป้องโดยผู้ใด
“ใกล้จะได้เวลาแล้วพี่ว่าพวกเราไปกันเถอะ”จิวฝูที่เห็นว่าน้องสาวของตนนั้นกำลังรู้สึกผิดเขาจึงได้ลูบหัวน้องสาวของตนเป็การปลอบใจแล้วเอ่ยชวนนางออกจากป่าแห่งนี้แทน
“ยามเซิน(15.00-16.59)ลำดับที่เก้าสิบสามเย่จิวฝูได้คะแนนหนึ่งหมื่นห้าพันสามร้อยห้าสิบห้าคะแนน”เสียงขานคะแนนดังขึ้นทันทีที่อาจารย์ผู้ตรวจนับคะแนนได้นับคะแนนของจิวฝูเสร็จนั้นจึงทำให้เหล่าผู้คนที่อยู่โดยรอบล้วนหันมามองที่จิวฝูด้วยสายตาชื่นชมและอิจฉาไปพร้อมๆกัน
“ยามเซิน(15.00-16.59)ลำดับที่เก้าสิบสี่เย่จิวฮวาได้รับคะแนนหนึ่งหมื่นหนึ่งพันหกเจ็ดแปดคะแนน”เสียงหวานของอาจารย์ฝ่ายหญิงเอ่ยขานบอกคะแนนนั้นจึงทำให้จิวฮวาที่ตั้งใจจะทำคะแนนของตนให้ต่ำถึงกับหันมามองที่อาจารย์หญิงตรงหน้าของตนด้วยสายตาสงสัยในทันทีและเมื่อนางนั้นก็ถึงกับสายตาเบิกกว้างด้วยความใเมื่อนางเห็นว่าบนโต๊ะได้มีกองสมุนไพรหลายกองและหนึ่งในนั้นกลับมือเห็ดดอกทองห้าดอกใหญ่ๆวางรวมอยู่กับเหล่าสมุนไพรของนาง
“นั้นมันมาได้อย่างไร”จิวฮวาบ่นถามตนเองด้วยสีหน้าใ
“ข้าเองแหละ”เป็เสียงเรียบของไป่ฉีเอ่ยตอบทางกระแสจิตนั้นถึงกับทำให้จิวฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นโกรธจนลมแทบออกทางหูเลยทีเดียวเชียว
“ข้าชินกับการเป็ที่หนึ่งเช่นนั้นแล้วข้าจะไม่ยอมให้นายเ้าของพันธะสัญญาของข้าเป็รองผู้อื่นหรอกนะ”ไป่ฉียังคงส่งกกระแสจิตออกมาโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้จิวฮวากำลังพยายามห้ามไม่ให้ตนเองแวปเข้าไปจัดการสั่งสอนเ้าแมวั์ของนางจนแทบคลั่ง
“ผู้ชนะอันดับหนึ่งในวันนี้คือจิวฝูที่ชนะด้วยคะแนนหนึ่งหมื่นห้าพันสามร้อยห้าสิบห้าคะแนนในฝ่ายชายและผู้ชนะอันดับหนึ่งในฝ่ายหญิงคือเย่จิวฮวาที่ชนะด้วยคะแนนหนึ่งหมื่นหนึ่งพันหกเจ็ดแปดคะแนนขอให้ก้าวออกมาด้านหน้าด้วย”อาจารย์จิ้งจือเสียนเอ่ยพร้อมกับมองไปที่คนทั้งสองด้วยแววตาชื่นชม
“ขอรับ/เ้าค่ะ”จิวฝูและจิวฮวาเอ่ยขานรับแล้วก้าวขึ้นมายืนอยู่ด้านหน้าของทุกคนที่ยืนอยู่
“เพราะพวกเ้าเป็ผู้ชนะในวันนี้เราจึงอนุญาตให้เ้าทั้งสองเลือกของรางวัลจากของพวกนั้นได้หนึ่งอย่าง”เสียงเรียบเอ่ยพร้อมกับมองมาที่คนทั้งสองด้วยรอยยิ้มยินดี
“ขอบคุณขอรับท่านจ้าวเรือน/ขอบคุณเ้าค่ะท่านจ้าวเรือน”จิวฝูและจิวฮวาเอ่ยขอบคุณพร้อมกับเดินเข้าไปดูเหล่าตะกร้าของบรรดาลูกทั้งหมดแล้วกวาดตามองเพื่อหาของที่ตน้าสุดท้ายแล้วจิวฝูจึงได้เลือกเอาเป็วัวหนังเหล็กของเขาเองและจิวฮวานั้นก็เลือกเอาตะกร้าของนางเช่นกันด้วยเพราะนางนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเลือกเอาตะกร้าของผู้ใดเช่นกัน เมื่อคนทั้งสองเลือกเสร็จเรียบร้อยแล้วเหล่าคนงานจึงได้เข้ามาขนย้ายตะกร้าของเหล่าลูกศิษย์เข้าไปเก็บที่เรือนโอสถในทันที
“หึ เป็ศิษย์น้องที่มาใหม่แท้ๆแต่กลับเสนอหน้าสร้างผลงานเอาหน้า ช่างไม่รู้จักเคารพคนที่มาก่อนจริงๆเลยจิ๊ๆ”เมื่อจบงานและเหล่าอาจารย์ออกไปกันหมดแล้วเหล่าศิษย์พี่จึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจและเมื่อพวกเขาเห็นแววตาไม่พอใจของจิวฝูที่มองไปพวกเขาจึงได้แยกย้ายหายออกไปอย่างรวดเร็ว
“อย่าไปสนใจเสียงนกเสียงกาพวกนั้นไม่มีค่าพอให้พวกเราสนใจหรอก”จิวฝูที่มีเป้าหมายสูงกว่าอันดับหนึ่งของสำนักเอ่ยบอกน้องสาวของตนด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“ข้าไม่สนใจพวกเขาอยู่แล้วเ้าค่ะพี่ฝูอย่าห่วงเลย”จิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่พี่ชายของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เพราะนางเข้าใจว่าในตอนนี้พี่ชายของนางเป็ห่วงนางด้วยคงจะกลัวว่านางนั้นจะ๔กรังแกทั้งจากการกระทำและคำพูดสิ้นคิดของคนพวกนั้น
“เป็เช่นนั้นก็ดีพี่ไม่อยากให้เ้าไปสนใจของไร้สาระพวกนั้น”จิวฝูเอ่ยตอบพร้อมกับมองมาที่น้องสาวของตนด้วยสายตาเคร่ง
“เรากลับจวนกันเถอะวันนี้พี่มีเื่จะพูดกับเ้า”จิวฝูเอ่ยเสียงเข้าพร้อมกับสบตาของน้องสาวของตนด้วยสายตาจริงจัง
“เช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ”จิวฮวาที่เห็นสายตาเช่นนั้นของพี่ชายนางจึงได้เอ่ยตอบรับอย่างว่าง่าย
จวนอี้เจา
“พี่ฝูมีอะไรหรือเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นว่าั้แ่ที่พวกเขามานั่งที่โต๊ะแห่งนี้พี่ชายของนางก้เอาแต่มองมาที่นางด้วยสายตาสับสนและเคร่งเครียดแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าเขานั้นจะพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย
“เฮ้อ”จิวฝูที่กลัดกลุ้มใจไม่รู้ว่าจะเริ่มบอกน้องสาวของตนอย่างไรดีถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ
“ฮวาเออร์พี่อาจจะไม่อยู่หลังจากเราจัดการเื่ของตระกูลเย่และเื่ของท่านพ่อเสร็จแล้วพี่อาจจะต้องออกไปทำตามสิ่งที่พี่ต้องทำ เ้าคิดว่าเ้าสามารถอยู่เพียงลำพังได้หรือไม่”จิวฝูเอ่ยถามน้องสาวของตนเสียงเคร่ง
“นานเท่าใดหรือเ้าคะพี่ฝูจะไปนานเท่าใดจึงจะกลับมาหรือเ้าคะ”จิวฮวาที่คิดเอาไว้แล้วว่าพี่ชายของนางต้องมีเื่ปิดบังตนเองแต่ไม่คิดว่าเื่ที่เขาปิดบังนางเอาไว้จะเป็เื่ใหญ่เช่นนี้
“แล้วข้าไปกับพี่ฝูไม่ได้หรือเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยถามพี่ชายของตนเสียงเศร้าเมื่อเห็นว่าพี่ชายของนางนั้นส่ายหน้าตอบนางด้วยสายตาเศร้า
“เื่นั้นมันอันตรายเกินกว่าที่จะพาเ้าไปได้และเ้าเองก็ไม่สามารถตามพี่ไปได้เช่นกัน”เสียงเคร่งเอ่ยตอบน้องสาวของตนแล้วมองมาที่น้องสาวของตนด้วยสายตาจริงจัง
“ฮวาเออร์พี่ไปครั้งนี้ด้วยไม่รู้ว่าจะทำงานของพี่สำเร็จหรือไม่แต่พี่แน่ใจว่าต่อไปนี้จะไม่มีผู้ใดสามารถทำอันตรายน้องสาวของพี่ได้แล้วขอเพียงเ้าตั้งใจศึกษาที่คนผู้นั้นสอนวิชาให้เ้าก็พอแล้วอีกไม่นานเ้าอาจจะได้รับรู้เหตุผลที่พี่ต้องไปทำหากเ้ามีพลังมากพอเขาอาจจะบอกเื่ราวทุกอย่างให้เ้าได้รับรู้ก็ได้”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับส่งไข่มุกสีขาวนวลขนาดเท่ากับกำปั้นให้น้องสาวของตนด้วยรอยยิ้มอ่อน
“เ้าต้องเก็บรักษามันเอาไว้ให้ดีวันข้าหน้าเ้าจะรู้ว่าเราเป็ใคร”จิวฝูเอ่ยแล้วลุกขึ้นเดินออกไปทันทีโดยที่ไม่สนใจจิวฮวาที่นั่งสับสนมึนงงกับคำพูดของพี่ชายตนอยู่เพียงคนเดียวในห้อง
เรือนบัญชาการ
“ท่านจ้าวสำนักรับศิษย์แล้วหรือ เ้ารู้หรือไม่ว่าท่านเ้าสำนักรับผู้ใดเป็ศิษย์”ทันทีที่ผู้คนที่อยู่ในเรือนบัญชาการเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ก็เห็นว่าในวันนี้แท่นรับศิษย์ได้มีการเปลี่ยนแปลงนั้นก็คือลูกแก้วที่ไม่เคยส่องแสงก็ได้ส่องแสงสีเหลืองนวลออกมาจนทำให้เหล่าอาจารย์ที่เดินเข้ามาถึงกับหยุดมองแล้วหันไปเอ่ยถามคนผู้ที่มาอยู่ก่อนด้วยสีหน้าสงสัย
“เ้าเคยท่านจ้าวสำนักพูดคุยกับศิษย์คนใดเป็การส่วนตัวหรือพิเศษหรือไม่”อาจารย์ฝูที่มายื่นรายชื่อศิษย์สายตรงของตนเอ่ยถามออาจารย์ท่านหนึ่งที่เข้ามาทำกิจธุระเช่นเดียวกับตนด้วยสีหน้าสงสัยเพราจ้าวสำนักของเขานั้นไม่ค่อยออกมายุ่งวุ่นวายกับบรรดาอาจารย์และลูกศิษย์ในสำนักนักแล้วจะเอาเวลาใดไปหาศิษย์สายตรงของท่าน
“เ้าไม่รู้แล้วข้าจะรู้ได้เช่นไรไปๆรีบเอารายชื่อของศิษย์ของเ้าไปยื่นเสียสิ เดี๋ยวไปสอนช้าก็เป็เื่เอาอีกหรอก”อาจารย์ท่านนั้นเอ่ยเตือนสหายของตน
“เฮ้อ ก็จริงเ้าพวกนั้นยิ่งอยู่ไม่สุขด้วยขืนข้าไปช้าเดี๋ยวพวกมันจะหาเื่เดือดร้อนให้ข้าอีกจริงๆนั้นแหละ เฮ้อ!ทำไมน่าทำไม ศิษย์ของข้าจึงไม่เหมือนผู้อื่นกับเขาวันๆดีแต่สร้างเื่”อาจารย์เหยาเอ่ยพร้อมกับส่ายหัวให้กับความช่างหาเื่ใส่หัวอาจารย์ของบรรดาศิษย์ของตนและความแสบของลูกศิษย์ของเขานั้นเองจึงทำให้เขาไม่รับศิษย์สายตรงเพิ่มในปีนี้นั้นเอง
“ฮึๆ เ้าเหยานี้ช่างน่าสงสารจริงๆรับศิษย์มาแต่ละคนก็มีแต่ตัวสร้างเื่ทั้งนั้น”อาจารย์เฒ่าเอ่ยพร้อมกับมองมาที่สหายของตนด้วยสีหน้าสงสาร
“ท่านจ้าวสำนักรับผู้ใดเป็ศิษย์กันแน่นะเอาเป็ว่าหากท่านจ้างสำนัก้าให้เรารู้เมื่อใดเดี๋ยวท่านก็คงจะพาลูกศิษย์ของท่านมาให้เรารู้จักเองนั้นแหละ”อาจารย์คนหนึ่งที่เห็นว่าถามกันไปก็ไร้ประโยชน์จึงได้เอ่ยขึ้นเสียงดังแล้วเดินออกจากเรือนบัญชาการทันทีนั้นจึงทำให้เหล่าบรรดาอาจารย์แยกย้ายกันออกจากเรือนบัญชาการด้วยความสงสัยไปตามๆกัน
เรือนยุทธการ
“นี้พวกเ้าได้ยินที่พวกอาจารย์พูดกันหรือไม่ข้าได้ยินมาว่าท่านจ้าวสำนักรับศิษย์สายตรงแล้วนะ”เสียงแหลมของเหล่าเด็กหญิงด้านหลังของนางเอ่ยพูดคุยกันตามประสาของหญิงสาวที่มีการรวมตัวกันเพื่อพูดคุยถึงสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็เื่ของดิน ฟ้า อากาศผู้ใดรูปงามที่สุดจนมาถึงเื่ที่ทุกคนกำลังตามหาตัวของศิษย์สายตรงของท่านจ้าวสำนักกันให้ควักกันนั้นเอง
“ข้าว่าเ้าควรไปหาเขาในตอนเย็นนี้นะบ้างทีเื่นี้อาจจะเข้าที่เข้าทางมากขึ้นก็ได้”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองมาที่น้องสาวของตนด้วยรอยยิ้มบาง
“ก็ได้เ้าค่ะข้าจะได้เริ่มศึกษาอย่างจริงจังเสียที”จิวฮวาเอ่ยตอบรับอย่างว่าง่าย
“แล้วพี่ฝูมีความคิดจะทำเช่นไรต่อไปเกี่ยวกับสำนักแห่งนี้หรือเ้าคะ”จิวฮวาที่ได้ยินเื่ที่พี่ชายของนางต้องจากไปจึงได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เื่นั้นเ้าไม่ต้องเป็ห่วงไปพี่จะยังคงมีสถานะเป็ศิษย์ในสำนักแห่งนี้อย่างแน่นอนเ้าไม่ต้องเป็ห่วงแต่พี่จะไม่ได้อยู่ที่สำนักแห่งนี้เป็เวลานาน แต่หากพี่มีเื่เร่งด่วนที่้าติดต่อเ้าพี่จะให้หวนหรือเฟิ่งมาบอกเ้าเข้าไปพบพี่ที่ในมิติอีกที”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองมาที่น้องสาวของตนด้วยสายตาเคร่ง
“เ้าค่ะข้าจะทำให้ดีที่สุดแล้วจะแข็งแกร่งให้มากพอที่จะเดินทางร่วมกับพี่ฝูเ้าค่ะ”จิวฮวาที่รู้ว่าตนเองในตอนนี้อ่อนแอมากเกินกว่าที่จะร่วมเดินทางกับพี่ชายของตนนางจึงพอเข้าใจในสิ่งที่พี่ชายของนางเป็กังวลอยู่ในตอนนี้
“ขอบใจเ้ามากที่เข้าใจพี่”จิวฝูที่เห็นว่าน้องสาวของตนนั้นเข้าใจเขาได้เป็อย่างดีจริงได้ขอบคุณน้องสาวของตนที่ยอมทำให้เขาจากไปได้โดยไม่มีห่วงอันใด
“จิวฝูจิวฮวาท่านจ้าวสำนักเรียกพวกเ้าเข้าพบนะ”เสียงเรียบเอ่ยเรียกคนทั้งสองทำให้เหล่าศิษย์ที่อยู่ในห้องเรียนล้วนมองมาที่สองพี่น้องด้วยความสงสัยในทันที
“ขอรับ/เ้าค่ะ”จิวฝูและจิวฮวาเอ่ยขานรับแล้วเดินออกไปที่นอกห้องทันที
“คาราวะท่านอาจารย์เ้าค่ะ”จิวฮวาที่เดินมาพบว่าเหยียนอินฉีอาจารย์ของตนกำลังยืนรอพวกตนอยู่ที่หน้าห้องเรียนนางจึงเร่งได้เอ่ยทำความเคารพชายตรงหน้าของตนด้วยความเคารพนอบน้อม
“ตามสบายเถอะดูเหมือนว่าเื่ที่ข้ารับศิษย์นั้นจะเป็เื่วุ่นวายสำหรับสำนักแห่งนี้อยู่พอสมควร”เหยียนอินฉีเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาด้วยรอยยิ้มบางแต่เมื่อเขาเห็นวายตาเย็นของจิวฝูที่มองมาที่ตนเขานั้นก็ได้แต่กระแอมออกมาเบาๆ
“ข้าว่าเราไปหาที่พูดคุยที่อื่นกันเถอะ”เหยียนอินฉีที่เห็นว่าตอนนี้มีผู้คนออกมาลอบสังเกตการณ์อยู่หลายคนเขาจึงได้เอ่ยชวนคนทั้งสองไปที่ส่วนตัวของตน
“ที่ส่วนตัวเช่นนั้นคือที่ใดหรือเ้าคะ”จิวฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นจึงได้เลิกคิ้วถามอาจารย์และพี่ชายของตนด้วยความสงสัยแต่คนทั้งสองนั้นก็ได้แต่แสร้งทำเป็ไม่เห็นสายตาของนางแล้วเดินนำไปในทางที่ดูเหมือนว่าคนทั้งสองนั้นจะรู้จักเส้นทางไปสถานที่แห่งนั้นเป็อย่างดี
“ตามมาเถอะยังมีเื่อีกมาที่เ้าต้องรู้”เหยียนอินฉีที่เห็นว่าจิวฮวานั้นกำลังมองมาที่เขาและจิวฝูด้วยสายตาสับสนเขาจึงได้หันไปบอกด้วยน้ำเสียงเรียบจิวฮวาที่เห็นเช่นนั้นจึงได้เร่งเดินตามคนทั้งสองไปอย่างเงียบเชียบโดยที่สายตาของนางนั้นเอาแต่จดจ้องคนทั้งสองอย่างคาดเดา
สวนลับ(สวนที่จิวฮวาบังเอิญเข้ามาพบเหยียนอินฉีที่ป่าหมอก)
“เมื่อใดเ้าจะบอกความจริงให้นางรู้”ทันทีที่เข้ามานั่งในสวนจิวฝูก็เอ่ยถามเหยียนอินฉีในทันที
“บอกไปแล้วได้อะไรเ้าไม่คิดว่าการเริ่มต้นใหม่โดยที่นางลืมเื่พวกนั้นไปจะเป็สิ่งที่กว่าหรือ”เหยียนอินฉีที่ในอดีตเคยทำผิดพลาดเอ่ยตอบสหายของตนในอดีตชาติด้วยน้ำเสียงเคร่งจิวฮวาที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่คนทั้งสองพูดคุยกันจึงได้แต่มองไปที่คนทั้งสองด้วยสายตาสงสัยเพราะคำพูดและท่าทางของคนทั้งสองนั้นมันมีมากเกินกว่าคนที่เพิ่งรู้จักกัน
“พวกท่านจะบอกอะไรข้าหรือเ้าคะ แล้วเหตุใดพวกท่านจึงได้ดูสนิทกันมากเกินกว่าคนที่เพิ่งรู้จักกันพวกท่านไปรู้จักกันั้แ่ตอนไหนหรือเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่คนทั้งสองด้วยสีหน้าสงสัยนางหรี่ตามองไปที่พี่ชายของตนอย่าง้าคำตอบ
“นั้นต้องเป็หน้าที่ของเขาที่จะบอกเ้า”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เหยียนอินฉีด้วยรอยยิ้มมุมปากจิวฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นจึงได้หันไปเอ่ยมองที่อาจารย์ของตนอย่าง้าคำตอบ
“ตอนนี้เ้ายังไม่พร้อมที่จะรับรู้มันหรอกรอให้เ้ามีความพร้อมมากกว่านี้ข้าจะเป็คนบอกเ้าเอง”เหยียนอินฉีเอ่ยเสียงเคร่งแล้วมองมาที่จิวฮวาด้วยสายตาจริงจัง
“เ้าพร้อมที่จะไปเมื่อใดเพราะหากเ้าทิ้งไว้นานเกินไปเ้าเองก็อันตรายมากขึ้นเท่านั้น”เหยียนอินฉีเอ่ยพร้อมกับมองสบตาของจิวฝูด้วยสายตาเคร่ง
“เื่นั้นคงต้องให้ข้าจัดการเื่ของท่านพ่อและตระกูลเย่ของข้าให้เสร็จเรียบร้อยดีเสียก่อนจึงจะสามารถกลับไปแก้ไขเื่พวกนั้นได้”จิวฝูเอ่ยตอบเสียงเคร่งแล้วถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าหนักใจเพราะเขาไม่รู้ว่าพ่อบ้านหยูนั้นจะสามารถหาร่างของบิดาของเขาพบเมื่อใด
“เช่นนั้นข้าจะให้พวกเ้ากลับไปจัดการเื่ต่างๆก่อนแล้วค่อยมาจัดการเื่ในสำนักในภายหลังเพราะหากให้พวกเ้าทำทั้งสองอย่างไปพร้อมๆกันมันคงใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่จิวฝูจะสามารถออกไปจัดการเื่ของเขาได้และเมื่อหากเรารอให้ถึงตอนนั้นเขาอาจจะเป็อันตรายเพิ่มขึ้นก็ได้”เหยียนอินฉีเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฝูอย่างหนักใจเพราะเื่ที่จิวฝูต้องเจอนั้นถือว่าเป็เื่หนักหนาพอสมควร
“แล้วท่านอาจารย์จะสอนข้าได้เช่นไรละเ้าคะหากท่านให้ข้ากับพี่ชายออกไปจัดการเื่ของท่านพ่อกับตระกูลแล้วเมื่อใดข้าจะได้ความรู้ให้เหมาะสมกับการเป็ศิษย์ของจ้าวสำนักเช่นท่านละเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยถามเสียงเคร่งเพราะหากการประลองครั้งหน้านางไม่มีความคืบหน้าใดๆคนอื่นๆอาจจะกล่าวหาว่านางและอาจารย์ของนางไม่เอาไหนได้
“เอาหละเช่นนั้นข้าจะมอบเคล็ดวิชาให้เ้าเอาไว้ฝึกก็แล้วกัน”เหยียนอินฉีเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนแล้วเดินเข้ามาใกล้จิวฮวาพร้อมกับใช้นิ้วชี้ของเขาเข้าไปจิ้มที่หน้าผากของจิวเพื่อถ่ายถอดวิชาให้กับลูกศิษย์ของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน