ห้องสีดำขนาดใหญ่ พื้นห้องปูไปด้วยแผ่นหินขนาดใหญ่ที่เกือบจะคล้ายสีดำสนิทแต่ก็ยังลวดลายสีเทาแทรกอยู่เล็กน้อย กำแพงของห้องสร้างจากโลหะอันแข็งแกร่งชนิดหนึ่งมันมีคุณสมบัติที่รองรับแรงโจมตีได้เป็อย่างดี บนกำแพงประดับประดาไปด้วยอาวุธหลากหลายชนิด แม้พวกมันจะไม่ใช่อาวุธเวทแต่มันก็ถือเป็ว่าเป็ของมีค่าอยู่ไม่น้อย ที่ใจกลางห้องปรากฏภาพเด็กหนุ่มที่กำลังถือดาบสั้นสองเล่มในมือพุ่งเข้าโจมตีอีกหนึ่งบุรุษวัยกลางคนอย่างไม่มีลดละ ชายวัยกลางคนผู้นั้นใช้เพียงดาบไม้เล่มหนึ่งเท่านั้นในการรับการโจมตี แม้จะเป็เพียงดาบไม้ธรรมดาแต่มันก็ห่อหุ้มไปด้วยดินสีน้ำตาลเข้ม ยามเมื่อส่วนของดินที่ห่อหุ้มดาบไม้ดันถูกทำลายไปมันก็ถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว จุดเด่นของเวทพสุธาคือพลังป้องกันอันแข็งแกร่งและการโจมตีอันหนักแน่น ดาบไม้นั้นทำหน้าที่เพียงรับการโจมตีอย่างเดียวเท่านั้นหาได้มีการตอบโต้ใดๆไม่
“ ฮ่าๆๆ พลังของเ้ามีอยู่แค่นี้เองหรอแอเรียส แล้วเมื่อไหร่เ้าจะโจมตีโดนตัวข้ากัน “
เสียงหัวเราะของอัลเบิร์ตดังก้องไปทั่วห้องแห่งนั้น เสียงนั้นคล้าย้าจะยั่วยุเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าของแอเรียสในยามนี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อของความเหนื่อยล้า แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้เสียสมาธิไปกับคำยั่วยุของบิดาเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ในหัวเขากำลังคิดวางแผนที่จะโจมตีชายตรงหน้าเขาให้ได้ เด็กหนุ่มถอยร่นมาด้านหลังเพื่อตั้งหลัก
“ เกิดกลัวขึ้นมารึไง หรืออยากให้ข้าออมมือให้มากกว่านี้ “
ทันทีที่แอเรียสถอยหลังไปอัลเบิร์ตก็ไม่ได้ติดตามเข้าไปโจมตีเขาทำเพียงส่งรอยยิ้มยั่วยุให้แก่บุตรชายเท่านั้น ความจริงแล้วนี่เป็สิ่งที่เขาเฝ้าฝันมาตลอดถึงสักวันหนึ่งที่เขาจะมีโอกาสฝึกซ้อมให้กลับบุตรชายของตนเอง เขาอยากจะเห็นบุตรชายของเขากลายเป็นักเวทที่แข็งแกร่งจนสามารถต่อสู้ได้อย่างทัดเทียมกับเขา ฝันของเขามันเคยสูญสลายไปเมื่อวันที่เขารู้ว่าบุตรของเขาเป็ผู้ไร้พลังเวทแม้เขาจะเก็บซ่อนความผิดหวังนั้นเอาไว้เพื่อไม่ทำให้บุตรของเขารู้สึกเศร้าโศกแต่ความผิดหวังนั้นมันก็ยังคงแสดงออกมาผ่านดวงตาให้แอเรียสได้เห็นในบางครั้ง แต่แล้วเมื่อสิบวันก่อนเขาก็ได้รับรู้ความจริงว่าบุตรชายของเขากลายเป็นักเวทแล้วจริงๆแม้มันจะเป็การเริ่มต้นที่เชื่องช้าแต่เขาก็เชื่อมันในบุตรชายของเขาอย่างเต็มเปี่ยม ความกล้าหาญในดวงตาคู่นั้นคือสิ่งที่เขามองเห็นั้แ่วันที่แอเรียสฟื้นขึ้นมา
“ ไม่จำเป็ “
แอเรียสปฏิเสธเสียงแข็ง
พึบบบ !!
เสียงดาบสั้นในมือของแอเรียสที่พุ่งฝ่าอากาศไปอย่างรวดเร็ว บนตัวดาบเต็มไปด้วยสายฟ้าขนาดเล็กจนเกือบจะทำให้ตัวดาบเปลี่ยนเป็สีฟ้า
“ การโจมตียังแข็งทื่อเกินไป ..นี่เ้า !! “
อัลเบิร์ตส่ายหน้าให้กับการโจมตีในครั้งนี้ของแอเรียสเขารู้สึกว่ามันช่างแข็งทื่อตรงไปตรงมาไร้ซึ่งกลยุทธใดๆดูไม่คล้ายกับการโจมตีของแอเรียสเลยแม้แต่น้อย แต่ทันใดนั้นเขามองไปยังดาบสั้นเล่มนั้นด้วยสีหน้าใก่อนจะรีบใช้มืออีกข้างร่างเวทด้วยความรวดเร็ว
“ พรแห่งเทอร่า “
ไอเวทพสุธาก่อตัวขึ้นที่ขาของข้างซ้ายของอัลเบิร์ตอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่ถึงเสี้ยววินาทีขาข้างซ้ายของเขาก็กลายเป็สีน้ำตาลเข้มอย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้ทักษะกับร่างกายเพียงบางส่วนทำให้เขาใช้เวลาในกายร่ายเพียงเสี้ยววินาที แต่ใช่ว่านักเวททั่วไปจะสามารถทำเช่นนี้ได้
เคร้ง ! …เกร้ง เกร้ง !!
เข้าชนกับขาข้างซ้ายของอัลเบิร์ต มีดสั้นเล่มถูกขว้างมาจากมือของแอเรียสอย่างพร้อมเพียงกับดาบสั้นมันถูกหลบซ่อนอยู่ภายใต้เงาของดาบสั้นเล่มนั้น ด้วยสีอันดำสนิทและขนาดเล็กเพียงไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือทำให้ยากที่จะมองเห็นมันได้ แต่การโจมตีของมันก็ไม่สามารถทำให้เกิดแม้แต่รอยขีดข่วนใดๆที่ขาของอัลเบิร์ตเลยแม้แต่น้อย
“ เ้าเล่ห์ไม่เบานะแอเรียส ใช้ดาบสั้นเพื่อตบตาแต่การโจมตีที่แท้จริงคือมีดสั้นเล่มนั้น ไม่เลวๆ “
แม้จะใกับกลยุทธของแอเรียสแต่อัลเบิร์ตเองก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะเขาใช้พรแห่งเทอร์ร่าขาของเขาคงได้ปรากฏร่องรอยาแแล้ว
“ ถ้ารู้ว่าจะเป็เช่นนี้ข้าแอบเคลือบยาพิษไว้ที่ปลายมีดสั้นซะก็ดี“
แอเรียสบ่นพึมพำออกมาอย่างเสียดายที่การโจมตีของเขาไม่สามารถทำอะไรอัลเบิร์ตได้
“ เ้าลูกบ้าที่เ้าคิดจะฆ่าพ่อเ้ารึยังไง “
คำบ่นของแอเรียสดูเหมือนจะดังพอที่อัลเบิร์ตจะได้ยินมันอย่างชัดเจน เขาจ้องเขม็งมาทางแอเรียสราวกับเห็นปีศาจตัวน้อยอยู่ในร่างของบุตรชายเขา
“ ข้าล้อเล่นน่ะท่านพ่อใครจะไปกล้าใช้ยาพิษกับพ่อตัวเอง…แต่ถ้าหากว่ายาชาล่ะก็ไม่แน่“
แอเรียสยกยิ้มอย่างมีเลศนัย อัลเบิร์ตมองไปยังใบหน้าของแอเรียสอย่างไม่ค่อยวางใจนัก คิ้วสองข้างเริ่มขมวดเข้าหากัน
“ หรือว่าเ้า.. !? “
เขาก้มหยิบมีดสั้นเล่มนั้นขึ้นมาก่อนจะมองเห็นของเหลวสีขาวที่เคลือบบางๆไว้ที่ปลายมีดเล่มนั้น
“ เ้าลูกบ้า นี่เ้าคิดจะวางยาชาพ่อของเ้ารึยังไง “
อัลเบิร์ตะโออกมาด้วยเสียงอันดัง เขาขมวดคิ้วจ้องไปยังบุตรชายที่กำลังยิ้มหน้าระรื่นสลับกับมองมีดสั้นในมืออย่างไม่ค่อยไว้วางใจนัก นับวันแอเรียสยิ่งงัดกลยุทธแปลกๆออกมาให้เขาเห็นได้ทุกวัน หากเขามีระดับใกล้เคียงกับแอเรียสเขาคงได้พลาดท่าไปนานแล้ว ดูเหมือนอาจารย์ลึกลับผู้นั้นคงถ่ายทอดความรู้ต่างๆมาให้แอเรียสไม่น้อย
“ มันไม่ถึงตายหรอกน่าท่านพ่อ ท่านอย่าพึ่งหัวเสียสิ “
แอเรียสหัวเราะเล็กๆออกมาพร้อมทั้งยิ้มหน้าระรื่นให้อัลเบิร์ตอย่างอารมณ์ดีอย่างน้อยเขาก็โจมตีโดนตามที่อัลเบิร์ตท้าทายเขาแล้ว ทุกๆวันแอเรียสจะแอบมาฝึกฝนอยู่กับอัลเบิร์ตเป็ประจำ นี่ก็ครบสิบวันแล้วนับั้แ่วันที่เขาบอกความลับแก่อัลเบิร์ตและมาเรีย ห้องแห่งนี้เป็ห้องฝึกซ้อมส่วนตัวของอัลเบิร์ตที่ได้รับมอบจากฟาร์ฮานมาั้แ่วัยเยาว์การที่อัลเบิร์ตมาหมกตัวอยู่ในห้องแห่งนี้จึงไม่เป็ที่แปลกใจนัก ส่วนแอเรียสเองก็ไม่ได้มีผู้สนใจการคงอยู่ของเขาอยู่แล้วทำให้ไม่ผิดสังเกตอะไร
เมื่อสี่วันก่อนพลังของแอเรียสได้เลื่อนสู่ระดับััเวทขั้นที่เก้าและอีกไม่นานเขาคงจะก้าวสู่ระดับนักเวทฝึกหัด เขาต้องสิ้นเปลืองผลึกเวทระดับต่ำไปถึงหกสิบก้อนหนำซ้ำยังมีแก่นอสูรระดับต่ำอีกสองก้อนจึงเลื่อนระดับมาสู่ััเวทขั้นที่เก้าได้ การเลื่อนระดับอันรวดเร็วของแอเรียสสร้างความยินดีให้กับอัลเบิร์ตมิใช่น้อย ผิดกลับมาเรียที่มีแต่ความกังวลใจที่เพิ่มมากขึ้น นางไม่้าให้แอเรียสเข้าร่วมการประลองในอีกสามเดือนข้างหน้าเลยแม้แต่น้อย กว่าอัลเบิร์ตจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้นางสบายใจได้ก็ใช้เวลาอยู่นาน
ทุกๆวันนอกจากฝึกซ้อมแล้วแอเรียสก็จะวุ่นวายอยู่กับการปรุงยาและการบ่มเพาะพลัง ตอนนี้เขาใกล้จะถึงจุดคอขวดของระดับััเวทแล้วอีกไม่นานก็คงเข้าสู่ระดับนักเวทฝึกหัด แต่ดูเหมือนการฝึกคัมภีร์วิถีเทพอัสนีจะเป็เส้นทางที่สิ้นเปลืองทรัพยากรอยู่ไม่น้อย เพียงอยู่ในระดับััเวทยังสิ้นเปลืองขนาดนี้ไม่ต้องคิดเลยว่าหากเข้าสู่ระดับสูงเขาจะต้องใช้ทรัพยากรมากขนาดไหน ทรัพยากรที่เข้าใช้บ่มเพาะเกือบจะเป็เท่าตัวของนักเวททั่วไป
“ อาวุธในมือเ้ายังเหลืออยู่ไม่ใช่รึไง รีบเข้ามาโจมตีได้แล้วอย่าได้มัวชักช้า “
อัลเบิร์ตกล่าวพร้อมยกดาบขึ้นรอตั้งรับการโจมตีจากแอเรียสอีกครั้ง แต่เด็กหนุ่มกลับนิ่งเฉยไม่ได้โจมตีแต่อย่างใด การหยุดนิ่งของแอเรียสสร้างความไม่วางใจให้กับอัลเบิร์ตอีกครั้ง
“ ข้าว่าพอเท่านี้เถอะ ท่านแม่มาตามไปทานอาหารเย็นแล้ว “
แอเรียสเอ่ยปากออกพร้อมหันหลังเดินไปทางประตู ยังไม่ทันขาดคำก็มีเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น แอเรียสรีบเดินไปปลดกลอนประตูเหล็กขนาดใหญ่ออกอย่างรวดเร็ว เป็มาเรียที่มาเคาะประตูจริงๆตามคำบอกของแอเรียส
“ อีกแล้ว.. “
อัลเบิร์ตพึมพำออกมาด้วยความมึนงง แอเรียสมักจะรู้ก่อนเสมอเมื่อมีผู้ใดเข้ามาใกล้ทั้งๆที่พลังของระดับััเวทไม่น่าจะสามารถทำเช่นนั้นได้ เมื่อเขาลองถามดูก็ได้คำตอบกลับมาว่ามันเป็แค่สัญชาตญาณเท่านั้น แต่เขาเองก็ไม่ค่อยจะเชื่อถือคำตอบนั้นสักเท่าไร ดูเหมือนบุตรชายของเขาจะยังมีความลับเก็บไว้อีกมาก
“ ดูเนื้อตัวเ้าสิมีแต่เหงื่อไคล แล้วนี่เ้าเจ็บตรงไหนบ้างรึป่าวแอเรียส รีบเปลี่ยนชุดนี่ซะสิจะได้ไปทานข้าวด้วยกัน “
มาเรียยื่นชุดสีฟ้าในมือของนางให้แก่แอเรียสด้วยความห่วงใย
“ ไม่เลยท่านแม่ข้ายังสบายดีทุกส่วนไม่เชื่อท่านลองดูสิ“
แอเรียสยื่นแขนออกพลิกไปมาให้มาเรียดูว่าเขาไม่มีร่องรอยาแตรงไหนเลยแม้แต่น้อยก่อนที่จะรับชุดสีฟ้าในมือของนางมาพร้อมเอ่ยขอบคุณ อัลเบิร์ตที่ยืนอยู่เื้ัเฝ้ามองภายนั้นด้วยรอยยิ้มไม่รู้ว่าเนิ่นนานเท่าไรแล้วที่เขาไม่ได้เห็นภาพของครอบครัวของเขาที่ดูอบอุ่นเช่นนี้
ณ ฝึกซ้อมอีกหนึ่งแห่งภายในตระกูลสการ์เชีย ทุกอย่างภายในห้องแห่งนี้ดูคล้ายกับห้องฝึกซ้อมของอัลเบิร์ตเป็อย่างมาก มีเพียงบรรยากาศอันชวนอึนอัดของห้องเท่านั้นที่ทำให้มันดูแตกต่างออกไป ใจกลางห้องปรากฏภาพของเด็กหนุ่มสองคนกำลังโรมรันเข้าต่อสู้กับหนึ่งบุรุษวัยกลางคนอย่างเอาเป็เอาตาย
“ บอลเพลิง !! “
เปลวไฟขนาดเท่าศีรษะพุ่งจากมือของมาเชลออกไปด้วยความรวดเร็ว เปลวเพลิงของมันแผดเผาอากาศรอบข้างด้วยความร้อนระอุ เป้าหมายของมันคือบุรุษวัยกลางคนที่กำลังถือหอกยาวในมือด้วยท่าทีอันน่าเกรงขาม
“ คมเขี้ยววายุ “
สายลมสีเขียวก่อขึ้นจากฝ่ามือของดาเนส มันรวมตัวกันเป็รูปร่างคล้ายจันทร์เสี้ยวก่อนจะพุ่งไปยังเป้าหมายเดียวกันกับมาเชล ทั้งสองโจมตีประสานกันเป็อย่างดี หนึ่งคนโจมตีไปด้านหน้าอีกหนึ่งโจมตีไปปิดเส้นทางหลบหนี
“ อ่อนหัด !! “
ร่างของเมอร์สันหายไปจากตรงที่ยืนอยู่ทิ้งไว้แต่เพียบภาพเงาจางๆเท่านั้น
ตุบ !! ตุบ !!
เสียงด้ามหอกฟาดลงที่แผ่นหลังของมาเชลและดาเนสในเวลาไล่เลี่ยกัน ร่างของทั้งสองล้มลงที่พื้นอย่างหมดแรง ผ่านไปไม่นานทั้งคู่ก็กัดฟันลุกขึ้นมาอีกครั้ง
“ ไม่ได้เื่ !! ไม่ได้เื่ทั้งคู่!! “
เมอร์สันพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด มือกำหอกเตรียมไปจะจู่โจมอีกครั้ง
“ พอแค่นี้เถอะท่านพ่อ พวกข้าฝึกต่อไปไม่ไหวแล้ว “
มาเชลเงยหน้าขึ้นกัดฟันพูดด้วยความอดสู แรงฟาดจากด้ามหอกเมื่อครู่ยังคงเ็ปอยู่ไม่จางหาย ทั่วเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยพกช้ำและาแ เขาไม่รู้ว่าวันนี้ทำไมเมอร์สันจึงได้หงุดหงิดมากเช่นนี้ ปกติทุกวันเมอร์สันจะนั่งดูพวกเขาทั้งคู่ฝึกซ้อมด้วยกันเท่านั้นหาได้ลงมือเช่นนี้ไม่
“ ทำไม !! ทำไมเ้าแก่นั่นยังมีความคิดจะให้เ้าอัลเบิร์ตเป็ผู้สืบทอดอยู่อีก ทั้งๆที่บุตรของมันไร้ค่าถึงเพียงนั้นแต่หลายปีมานี้เ้าแก่นั่นก็ยังไม่เปลี่ยนความคิดที่จะให้มันเป็ผู้สืบทอด“
เมอร์สันพูดออกมาด้วยความโกรธแค้น มือข้างที่ถือหอกกำแน่นด้วยความโกรธ เปลวเพลิงเผาไหม้ไปทั่วหอกเล่มนั้นก่อนที่มันจะสูญสลายกลายเป็เถ้าถ่าน
“ ท่านพ่อโปรดวางใจเถอะ อีกไม่นานท่านปู่ก็คงจะเปลี่ยนใจยกตำแหน่งผู้สืบทอดให้กับท่านท่านลุงเองก็ไม่มีทายาทที่จะเป็ผู้สืบทอดคนต่อไปจากท่านลุงได้ หากท่านปู่มอบตำแหน่งผู้นำตระกูลให้แก่ท่านลุงตระกูลสการ์เชียคงได้ถึงจุดจบ“
มาเชลพูดสอดแทรกขึ้นเพื่อช่วยดับเพลิงโกรธแค้นในจิตใจของเมอร์สันให้มอดดับลง
“ หากพวกเ้าทั้งสองแสดงผลงานในงานประลองที่กำลังจะมาถึงได้ดีพอไม่แน่ว่าเ้าแก่นั่นก็อาจจะเปลี่ยนใจ ข้าหวังว่าพวกเ้าจะไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวัง “
เมอร์สันมองไปยังบุตรทั้งสองด้วยความคาดหวัง แต่ประโยคสุดท้ายกลับคล้ายกับการข่มขู่เสียมากกว่า ทั้งสองได้แต่ก้มหน้ารับคำด้วยความหวาดกลัวที่มีอยู่ภายในจิตใจ ั้แ่ที่ภรรยาของเมอร์สันตายไปเมอร์สันก็เปลี่ยนไปเป็อย่างมาก ทั้งอารมณ์ที่ฉุนเฉียวแปรปรวนง่าย หากทั้งผู้ใดทำสิ่งใดให้ไม่พอใจก็จะลงโทษทันที
“ ข้าหวังว่าข้าจะไม่ต้องใช้วิธีสุดท้ายนั่นกับท่านนะ…..ท่านพ่อ “
น้ำเสียงอันเต็มไปด้วยความโเี้และความเ็าของเมอร์สันฟังดูคล้ายกับเสียงลมไปพัดผ่านมาจากขุมนรก แม้จะเป็เพียงคำพูดแ่เบาแต่ก็ทำให้มาเชลและดาเนสสั่นกลัวไปถึงขั้วหัวใจ เขาทั้งคู่ย่อมรู้ถึงความหมายของคำพูดนั้นดี