เวลาผ่านไปตอนนี้หลินตงกำลังกระโดดไปมาบนหลังคาของอาคารสำนักด้วยความรวดเร็วที่สูงมาก เขากำลังเดินทางไปยังหลังเทือกเขาของสำนักโดยที่ไม่มีใครรับรู้
รอบๆตัวของชายหนุ่มปกคลุมไปด้วยมังกรเพลิงสีแดงชาดที่ช่วยปิดบังทุกสรรพสิ่งของเขา นี้คือมังกรอมตะเร้นกาย ทักษะวิชาอำพรางที่ทรงพลังมากที่สุด
ระหว่างนั้นหลินตงก็กระโดดลงมาจากอาคารพร้อมกับวิ่งผ่านฝูงชนไปด้วยความเร็วสูงสุด ร่างเงาของเขานั้นเสมือนกับกลมกลืนไปกับห้วงมิติและไม่มีใครสามารถสัมผัสได้ถึง
"หึหึ ขนาดวิ่งผ่านหน้าตาแก่ระดับจิตยุทธปฐพีก็ยังไม่มีใครรู้สึกตัวเลยแฮะ"
หลินตงบ่นพึมพำออกมาอย่างยินดี ทักษะวิชานี้ช่วยให้เขาเคลื่อนไหวได้ยิ่งกว่าภูมิผีซะอีกแต่ทว่าในขณะเดียวกันทักษะวิชานี้สำหรับเขานั้นก็เปลืองพลังงานยุทธอย่างมหาศาล ด้วยระดับพลังยุทธของเขาใช้เพียงแค่ไม่ถึงห้านาทีพลังภายในร่างก็แทบจะหมดลง
ชายหนุ่มจึงต้องใช้เม็ดยาปรับแต่งจิตวิญญาณที่มีพลังงานอัดแน่นอย่างมหาศาลเพื่อคงสภาพการปิดบังนี้เอาไว้ คลื่นพลังยุทธใกล้หมดตอนไหนเขาก็จะหยิบมันออกมากินทันทีแถมในตอนนี้เขามีอยู่ถึงหลายร้อยเม็ดที่ได้มาจากบรรพชนตงฟาง การจะใช้มันในการฟื้นคืนพลังยุทธมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอะไร ต่อให้จะเอามาฟื้นคืนพลังถึงร้อยเม็ดมันก็ยังมีเหลืออีกหลายร้อยเม็ดที่เอาไว้ใช้ในการฝึกฝนพลังยุทธหลังจากนี้
ชั่วครู่เดียวหลินตงเริ่มวิ่งมาถึงหลังสำนักแล้ว เขากระโดดขึ้นกำแพงสูงอย่างคล่องแคล่วเสมือนกับไร้น้ำหนักจนกระทั่งไปถึงด้านบนสุดของกำแพงที่สูงหลายสิบเมตร
เมื่อขึ้นมาถึงเบื้องหน้าสายตาของเขาก็คือผืนป่าหลังสำนักที่เอาไว้ใช้ในการทดสอบนั้นเอง อาณาเขตของเทือกเขาที่ใหญ่โตไร้ที่สิ้นสุด มันมีต้นไม้สูงใหญ่นับร้อยพร้อมกับเสียงสัตว์อสูรระดับหนึ่งที่ดังกึกก้องออกมาตลอดเวลา
จากที่เขาลองสำรวจดูมันก็ไม่น่าจะมีอะไรผิดปกติ เขานึกขึ้นได้ว่าถ้ำที่เต็มไปด้วยเลือดของสำนักจิตวิญญาณอาจจะหลบซ่อนอยู่เข้าไปในป่าที่ลึกกว่านี้ก็เป็นได้
ขณะเดียวกันชายหนุ่มก็จำได้ว่าที่เบื้องหน้ามีม่านพลังโปร่งแสงปกคลุมอยู่จึงทำให้เขาต้องหยุดนิ่งลง
ชายหนุ่มจ้องมองมันพลางครุ่นคิดขึ้น ถึงจะไม่เห็นว่ารอบๆผืนป่ามีอะไรแต่ถ้้าลองใช้ห้วงจิตสัมผัสตรวจสอบดูก็จะสามารถรับรู้มันได้ในทันที
ดูเหมือนว่าสำนักจิตวิญญาณนี้จะมีม่านพลังถูกกางเอาไว้อยู่ มันมีไว้เพื่อตรวจจับสิ่งต่างๆที่เร้ดลอดเข้ามาแต่สำหรับหลินตงแล้วมันไม่ไช่ปัญหา ตราบใดที่เขายังใช้มังกรอมตะเร้นกายอยู่ก็ไม่สิ่งใดที่จะสามารถตรวจสอบเข้าได้และเมื่อเขาคิดจบก็ไม่รอช้าที่จะกระโดดลงจากกำแพงพร้อมกับวิ่งหายเข้าไปในป่าทันที
วินาทีที่ร่างกายของเขาผ่านม่านพลังที่ปกคลุมไว้อยู่นั้น มังกรเพลิงสีแดงชาดที่หมุนวนอยู่รอบๆตัวก็เปล่งประกายขึ้นพร้อมกับปิดบังทุกสรรพสิ่งของหลินตงเอาไว้อย่างแนบแน่น ตราบใดที่วิชามังกรอมตะเร้นกายยังทำงานทุกสิ่งก็ไม่อาจที่จะตรวจจับได้
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆหลินตงตอนนี้เริ่มออกสำรวจสิ่งต่างๆที่ผิดปกติจนกระทั่งไปพบเจอกับขบวนของผู้อาวุโสหลายคนเข้ากลางป่าลึกแห่งนึงบนเทือกเขา พวกเขาตอนนี้กำลังเดินนำและสั่งการให้ชายวัยกลางคนหลายคนเคลื่อนย้ายซากศพมา พวกมันถูกวางเอาไว้บนเกวียนไม้หลายสิบคันพร้อมกับมีม้าอสูรลากจูง แต่ละเกวียนถึงกับมีศพหลายสิบชีวิตที่ทับถมกันเลยทีเดียว ซากศพเปียกโชนไปด้วยโลหิตสีแดงสดพร้อมกับมีใบหน้าก่อนตายที่ดูหวาดกลัว พวกเขานอนตายตาไม่หลับ
"เร็วเข้า ท่านผู้นั้นยังต้องการซากศพอีกมาก!!"
ผู้อาวุโสคนนึงโบกมือสั่งการให้พวกเขารีบขนศพมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับปลดปล่อยจิตสัมผัสของตนออกไปตรวจสอบบริเวณรอบๆ คลื่นพลังไร้รูปร่างกระจายไปทั่วหลายร้อยเมตรรวมถึงกวาดผ่านร่างเงาของคนๆนึงด้วยแต่มันก็แค่ผ่านไปเท่านั้น เขาไม่อาจที่จะสัมผัสได้ถึงเลยซักนิด
หลินตงที่ยืนดูอยู่บนต้นไม้แห่งนึงก็ถึงกับเยียบเย็นขึ้น พวกมันถึงกับฆ่าเด็กตัวเล็กๆได้ลงคอเชียวหรอ ซากศพที่ตกตายส่วนใหญ่จากที่สังเกตดูแล้วจะเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาๆซะมากกว่าส่วนผู้ฝึกยุทธนั้นจากที่ดูแล้วมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น พวกเขาแต่ละคนมีบาดแผลที่น่าอนาถนัก
ผ่านไปสักพักนึงชายหนุ่มก็ติดตามขบวนของพวกมันไปติดๆจนกระทั่งมาถึงปากถ้ำแห่งนึงที่มีผู้อาวุโสสองคนยืนคุ้มกันอยู่ พวกเขาเมื่อเห็นว่ามีขบวนขนศพมาอย่างเช่นเคยก็ตรวจสอบซักพักนึงพร้อมกับปล่อยให้เข้าไป จากลักษณะท่าทางของพวกเขาแล้วดูเหมือนว่านี้จะทำกันเป็นกิจวัตรในทุกๆวัน
หลินตงที่เห็นถึงทางเข้าแล้วก็กำหมัดแน่น ใบหน้าของเขาเยียบเย็นอย่างถึงขีดสุด นัยน์ตาสีแดงเพลิงลุกโชนอย่างโกรธเกรี้ยว ถ้ำนั้นมีกลิ่นอายของโลหิตที่ฟุ้งกระจายออกมาอย่างน่าขยะแขยง มันเหม็นมากซะจนถ้ามีคนมาได้กลิ่นละก็พวกเขาจะต้องอ้วกออกมาอย่างแน่นอน
"ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องจริง ไอ้แก่โหวฉางคง..!!"
ชายหนุ่มกระโดดลงจากต้นไม้พร้อมกับวิ่งผ่านร่างผู้เฝ้าประตูเข้าไปภายโพรงลึกอย่างหน้าตาเฉย
ขณะนั่นทั้งสองคนที่ยืนอย่างสงบนิ่งก็ไม่ได้รับรู้เลยว่ามีคนผ่านพวกเขาไปเลยแม้แต่นิด ต้องบอกก่อนว่าผู้คุมกันประตูนี้ไม่ธรรมดา พวกเขามีพลังถึงจิตยุทธแห่งนภาเรียกง่ายๆว่าเป็นยอดฝีมือของสำนักเลยก็ว่าได้แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นชายหนุ่มก็สามารถผ่านพวกเขาไปได้อย่างสบายๆ นี่แหละคือมังกรอมตะเร้นกายที่ชิงหลงเซียนสรรสร้างมันขึ้นมา
หลินตงเมื่อเข้ามาภายในถ้ำก็มีทางเดินที่โล่งกว้างพร้อมกับมีบรรยากาศที่เต็มไปด้วยหมอกโลหิต กลิ่นอายของซากศพของผู้คนฟุ้งกระจายไปทั่วภายในถ้ำและเมื่อเขาเดินเข้าไปเรื่อยๆก็จะเห็นถึงโถงของถ้ำที่กว้างใหญ่
"ไม่ผิดๆแน่นี้คือสถานที่ๆเราเคยมาครั้งก่อน"
ชายหนุ่มจ้องมองไปยังเบื้องหน้าก็จะเห็นถึงบ่อโลหิตขนาดนับร้อยเมตร มันร้อนระอุและเดือดไปมาราวกับลาวาที่ร้อนแรง ที่ใจกลางมีรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์ขนาดสามเมตรตัวสีดำทมิฬนอนขดอย่างสงบนิ่ง ส่วนภายในบ่อนั้นก็เต็มไปด้วยซากศพและเลือดที่กำลังถูกร่างเงานั้นกลืนกินเข้าไปอย่างไม่รู้จบ
"นี้มันตัวอะไรกัน? รูปร่างคล้ายกับมุนษย์แต่มีสี่แขนยังงั้นเหรอแถมยังมีคลื่นพลังยุทธที่ชั่วร้ายซะจนไม่เคยพบเจอมาก่อนด้วยสิ!!"
หลินตงเดินผ่านร่างคนอื่นๆที่กำลังขนศพของตนอย่างไม่สนใจ เขาค่อยๆมาหยุดอยู่ตรงริมขอบของบ่อโลหิตพร้อมกับมองลงไปอย่างเย็นชา สำนักจิตวิญญาณสังหารผู้คนแล้วเอาซากศพมาให้กับไอ้ตัวพันธุ์นี้อะไรหรอ ยิ่งเขาคิดก็ยิ่งอยากจะสังหารพวกมันทิ้งซะ
และเมื่อเขาลองนึกย้อนกลับไปก็จะเห็นว่าบรรพชนตงฟางพูดความจริงทั้งหมด ราชวงศ์ชิงหลงไม่ใช่ตัวดีอะไรและสำนักจิตวิญญาณที่เขาอยากจะเข้าก็มีเบื้องหลังที่เลวร้ายเช่นเดียวกัน
"ดูเหมือนว่าจะมีงานให้เราทำแล้วสิน่ะ..!!"
ชายหนุ่มที่เดินอยู่ภายในหมอกโลหิตก็แสยะยิ้มออกมาอย่างบ้าคลั่ง ในหัวของเขาเริ่มวางแผนการณ์อย่างรวดเร็วจนกระทั่งได้ข้อสรุปในเมื่อพวกมันทำเรื่องที่ชั่วร้ายเช่นนี้เขาก็จะไม่ปล่อยพวกมันไว้แต่คนเดียว ส่วนไอ้ตัวสีดำที่กำลังกลืนกินซากศพอยู่นั้นเขาก็จะไม่เก็บมันเอาไว้ กลิ่นอายที่น่าสะเอียนเช่นนี้จะต้องถูกกำจัดทิ้งเท่านั้น
...
จัดไปรอบดึก หมดจริงๆละ