“รีบไปเร็วเข้า ไฟไหม้มาแล้ว!”
ขบวนรถบุปผาล้อมรอบด้วยเปลวไฟอันโชติช่วงอาศัยเพียงกิ่งไม้และดินเท่าที่หาได้ ในยามที่ลมภูเขาพัดกระโชกแรงการจะดับไฟนั้นยากแสนยาก เหล่าผู้รับใช้เทพพากันวิ่งหนีอลหม่านคนในขบวนทั้งหมดแตกกระเจิง
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอลหม่านยังได้ยินเสียงของเจิงชิวเหมยที่ตะโกนเรียก ‘พี่เกาเฟิง’แม้เกาเฟิงจะรังเกียจเพียงใด ก็ไม่อาจละทิ้งนางไปได้
“พวกเจ้าหลบเข้าไปในป่าก่อน ข้าจะไปดูทางโน้น” เขายอมปล่อยมือเย่ชิงชิงอย่างไม่เต็มใจน้ำเสียงไม่สบอารมณ์กล่าวว่า “เจ้าถั่วน้อยระวังทางให้ดีด้วย อย่าให้ถูกผู้ใหญ่เหยียบ!”
เย่ชิงชิงโบกมือบอกเขาอย่างไม่ใส่ใจ“ขอบคุณที่ห่วงใย แต่เจ้ารีบไปเถิด!” กล่าวว่านางเป็นถั่วน้อยได้อย่างไรนางอายุสิบขวบแล้วนะ
“ผู้ใดห่วงใยเจ้ากัน? หลงตัวเองนัก” เกาเฟิงเชิดคางแล้วส่งเสียงฮึดฮัดอย่างเย็นชาเขาทิ้งท้ายไว้แล้วก็เบียดตัวฝ่าฝูงชนไปในทิศทางตรงกันข้ามโดยไม่หันกลับมามอง
ช่างเป็นคน...ปากไม่ตรงกับใจนักไม่อวดดีมันจะตายหรืออย่างไร? เย่ชิงชิงกรอกตา
สถานที่นี้ไม่เหมาะแก่การรั้งรอนางและหยางหลิ่วถูกฝูงชนผลักดันให้เดินไปข้างหน้า การจะขยับไปที่ป่าข้างๆก็ยากเย็นเสียจริง
พวกนางต้องการหาที่สูงสงบเงียบรอคอยเย่จื้อเฟิงเพราะยืนอยู่บนที่สูงก็จะได้มองเห็นสถานการณ์ปัจจุบันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ทว่าผู้คนมากมายพากันแย่งชิงกันร่นถอยดันเย่ชิงชิงสะดุดล้มลง
“ชิงชิง?!” ด้วยแรงผลักไปข้างหน้ามือของนางที่หยางหลิ่วจับไว้ก็หลุดออกจากกัน พอหันกลับไปมองอีกทีเย่ชิงชิงที่ตัวเล็กกว่าก็หายไปในฝูงชนเสียแล้ว
“คนที่อยู่ข้างหน้าเร็วหน่อย! เทพธิดาอวี่ฮวากำลังพิโรธไม่เห็นหรือ?”
“ข้างหน้าไม่ไปแล้วข้าจะทำอย่างไรได้ อย่าผลักกัน...”
“ให้ตาย ใครมันผลักข้าเข้าพุ่มหนาม!”
ผู้คนเบียดเสียดกันจนเส้นทางบนภูเขามิอาจสัญจรเสียงอื้ออึงเซ็งแซ่ก้องในหูคำพูดเพียงเล็กน้อยของแต่ละคนมิอาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้เลย
“หลีกไปให้หมด!” หยางหลิ่วอาศัยพละกำลังมหาศาลแหวกผู้คนที่อยู่ตรงหน้าออกไปอย่างดุดัน เปิดทางออกมาได้เสียงโอดครวญดังขึ้นทั่วทุกที่ที่นางผ่านไป
“ไอ๊หยา! ทำอะไรของเจ้าน่ะ?”
“ลูกข้าถูกชนล้ม...”
หยางหลิ่วทำหูทวนลมไม่ได้ยินนางกวาดสายตาหาร่างของเย่ชิงชิง แต่ขณะนั้น นางหาไม่พบเลย
“ชิงชิง!”
นางร้องเรียกด้วยเสียงอันดังหวังจะค้นหาบริเวณโดยรอบให้ทั่วถึง แต่กำแพงมนุษย์ขวางไว้จึงไม่อาจทำตามใจได้พลังของคนผู้เดียวก็เหมือนปลวกที่คิดโค่นต้นไม้ พลังของฝูงชนนั้นแข็งแกร่งนัก
ในขณะนั้นเองเย่ชิงชิงลากร่างที่เท้าเคล็ดมาถึงขอบป่า นางล้มลงกับพื้น แต่ยังไม่ทันจะลุกขึ้นขาซ้ายของนางก็ถูกใครคนหนึ่งเหยียบเข้าให้
หากเหยียบโดนปลายเท้าก็อาจจะไม่เป็นอะไรมากแต่นี่กลับเป็นข้อเท้าที่ได้รับเคราะห์เต็มๆ น้ำหนักของผู้ใหญ่ที่เหยียบลงมาทำให้นางรู้สึกปวดร้าวสะท้านไปทั้งร่าง นางสูดลมหายใจลึกๆเสียงโอดโอยจมหายไปกับเสียงเซ็งแซ่
เพื่อปกป้องตัวเองจากการตกเป็นเหยื่อถูกเหยียบซ้ำเย่ชิงชิงไม่สนใจความเจ็บปวด กัดฟันมุดออกไปตามช่องว่างข้างเท้าของผู้อื่นแล้วค่อยๆ ยืนขึ้นและพยุงตัวไปที่ขอบทาง
ในความโกลาหลไม่มีใครสนใจใครมีแต่เสียงเรียกขานนามของใครบางคนแว่วมา
เย่ชิงชิงใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีหลีกหนีจากศูนย์กลางที่แออัดแล้วเงยหน้ามองหาหยางหลิ่ว ทว่ากลับไม่พบ นางไม่ค่อยเป็นห่วงอีกฝ่ายเท่าใดนักเพราะชื่อเสียงความดุดันเหล่านั้นเป็นความจริง คงไม่เกิดอันตรายอันใดขึ้นหรอก
นางทรุดตัวนั่งลงบนพื้นหญ้าแล้วก้มหน้าสำรวจข้อเท้าของตน นางอายุสิบขวบแล้วจึงถอดรองเท้ากับถุงเท้าตามอำเภอใจในที่สาธารณะไม่ได้ เมื่อลองใช้มือคลึงเบาๆก็ปวดจนเหงื่อแตกพลั่ก
รออยู่ที่เดิมครู่หนึ่งในใจก็เริ่มกระสับกระส่ายขึ้นเรื่อยๆ ได้แต่หวังว่าพี่ชายและหยางหลิ่วจะหานางพบไม่อย่างนั้นแล้วนางจะกลับบ้านได้อย่างไร
“เจ้าเป็นอะไรไป?”
ขณะที่เย่ชิงชิงกำลังขมวดคิ้วอย่างหนักใจก็มีคนเข้ามาหา เด็กหนุ่มร่างสูง ผิวน้ำผึ้ง ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายมีชีวิตชีวาที่แท้ก็คือหูหลิ่วหมิงนี่เอง
เขากวาดตามองเย่ชิงชิงเพียงครู่เดียวก็สังเกตเห็นอาการบาดเจ็บที่เท้าของนางได้อย่างรวดเร็ว“ขาบาดเจ็บหรือ?”
“ถูกคนเหยียบเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นคนรู้จักเย่ชิงชิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก กล่าวว่า “ช่วยตามหาพี่ชายให้ข้าได้หรือไม่?”
หูหลิ่วหมิงย่อตัวลงแล้วเลื่อนมือมาแตะเบาๆตาดำขลับจ้องมองนาง “อาจจะบาดเจ็บถึงกระดูกแล้วต้องรีบประคบเย็นหรือประคบร้อน และไปพบท่านหมอให้เร็วที่สุด”
เย่ชิงชิงขมวดคิ้วนางพยักหน้ากล่าวว่า “ข้าทราบดีเจ้าค่ะแต่พี่ชายของข้า...”
“ข้าจะพาเจ้าเข้าเมืองก่อน” หูหลิ่วหมิงประคองนางให้ยืนขึ้น
เย่ชิงชิงยืนขาเดียวอย่างลังเลนางจะไปเช่นนี้ได้อย่างไร หากพี่ชายและคนอื่นๆ หานางไม่พบจะทำอย่างไรเล่า?
แต่หูหลิ่วหมิงไม่ปล่อยให้นางมัวลังเลอยู่เขากระชับแขนนางและอุ้มขึ้นบนหลัง จากนั้นก็เดินเข้าไปในพงไพร
“เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน! ข้ายังพูดไม่จบ...” เย่ชิงชิงตบไหล่เขาแล้วดิ้นไปดิ้นมา
“อย่าขยับมาก ตรงนี้คนเยอะ เราจะอ้อมไป” หูหลิ่วหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เหตุใดท่านเจ้ากี้เจ้าการนัก?” นี่เขาจะช่วยนางจริงหรือ?เย่ชิงชิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิด
ทันใดนั้นนางก็นึกขึ้นได้เรื่องหนึ่งมารดาของเขาและนางเคยขัดแย้งกัน หูหลิ่วหมิงจะไม่ถือโอกาสนี้แก้แค้นเพื่อป้าซิ่วทำร้ายนางอย่างเหี้ยมโหดใช่หรือไม่?
“แค่กแค่ก” เมื่อคิดเช่นนั้นเย่ชิงชิงเกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง นางกล่าวว่า “น้องชายของท่านหูหยางหมิงก็เป็นผู้รับใช้เทพมิใช่หรือ? เมื่อครู่นี้วุ่นวายขนาดนั้นท่านไม่ไปดูแลเขารึ?”
“ห่วงตัวเองก่อนเถิด” หูหลิ่วหมิงเลื่อนตัวนางให้สูงขึ้น“เขาเป็นเด็กผู้ชาย จะถูกเหยียบตายได้เช่นไร?”
เฮ้อ!ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเหยียดเพศหญิง เย่ชิงชิงหน้าบึ้ง“ท่านดูถูกผู้หญิงรึ?”
หูหลิ่วหมิงหันหน้ามาเล็กน้อยแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “นั่นเพราะเจ้าอ่อนแอเกินไป”
เย่ชิงชิงอึ้งไปกับคำพูดนี้ทั้งยังไม่สามารถโต้แย้งได้!