กลับมาถึงจวน หรงซิวดูจะไม่รีบร้อนเอาเสียเลยเขาพานางไปทานอาหารเย็นอย่างช้าๆ ก่อน แล้วบอกให้นางไปอาบน้ำ
อวิ๋นอี้ถามด้วยความเป็นห่วง"จะคัดหนังสือให้ข้าเมื่อใดเพคะ?"
"ข้าให้คนไปจัดการแล้ว"หรงซิวมองลงมาที่คางกลมของนาง อดมิได้ที่จะเข้าไปสัมผัส "ไม่ต้องห่วงหรอกข้าจะไม่ให้ท่านย่าทำเจ้าคับข้องใจ”
อวิ๋นอี้ไม่เชื่อ ทำหน้ามุ่ยและเยาะเย้ย“ฝ่าบาทพูดไป มีคราใดบ้างที่ท่านย่าจะไม่ว่าข้า?”
ไม่เพียงแค่ดุนาง ทั้งยังแทบจะกุดหัวของนางออกมาหญิงชราคนนี้โกรธแค้นกระไรกับนางนักหนา
หรงซิวรู้ว่านางคิดกระไรถึงพูดเช่นนั้นจึงลูบใบหน้าเล็กๆ ของนาง “ท่านย่าท่าน...อย่าได้ไปคิดเล็กคิดน้อยกับนางเลยเจ้าต้องลำบากเพราะข้าแท้ๆ”
“ฝ่าบาทรู้ก็ดีเพคะ”อวิ๋นอี้พ่นลมในจมูกใส่เขา “ยังดีที่ฝ่าบาทหน้าตาพอดูได้มิฉะนั้นข้าไม่อยู่ทนลำบากหรอกเพคะ!”
หรงซิวเลิกคิ้วนัยน์ตาสีเข้มและหนักแน่นจับจ้องไปที่นาง ทันใดนั้นมุมปากกระตุกด้วยความเกรี้ยวกราดเล็กน้อยเอนตัวลงและพ่นลมหายใจเข้าหูนาง"เหตุใดข้าถึงคิดว่าเจ้าชอบข้าที่ทักษะบนเตียงกันนะ"
"......”
ทะลึ่งจริงๆ
อวิ๋นอี้ผลักเขาออกไป "ดีแต่พูดจาไร้สาระข้าไปอาบน้ำดีกว่า"
"ได้" เขายืนอยู่ที่ประตูยิ้มราวกับสายลมฤดูวสันต์ "อาบเสร็จแล้วข้าจะไปตรวจสอบ"
อ้ากกกกกก!
ตรวจสอบกระไรกัน!
เหตุใดบุรุษผู้นี้ทะลึ่งเช่นนี้นะ!
หรงซิวมองดูหญิงสาวตัวน้อยปิดประตู ค่อยๆหันตัวไปที่ห้องข้างๆ ยาชิงเตรียมน้ำอุ่นไว้เรียบร้อยแล้ว เขาข้ามฉากกั้นไปแล้วหย่อนตนเองลงไปในอ่าง
หมอกสีขาวที่ม้วนตัวขึ้นราวกับอยู่ในแดนสวรรค์
เสียงน้ำกระเด็นเป็นบางครา เพิ่มความคลุมเครือขึ้น
ทว่าทันทีที่บุรุษหนุ่มเอ่ยปากความอ่อนโยนละมุนละไมทั้งหมดหายไป เหลือเพียงความเย็นชาเท่านั้น
หรงซิวพิงผนังอ่างน้ำ เอียงหน้าขึ้นเล็กน้อยหลับตาลง น้ำไหลลงมาตามคอสุดเย้ายวน ผ่านลูกกระเดือกแล้วกลิ้งลงมา
“ตรวจสอบได้หรือยัง? ผู้อยู่เบื้องหลังข่าวลือ?”
ยาชิงพูดอย่างไม่สบายใจนัก“ไม่พบว่าเป็นฝีมือของไทเฮาหรือฮ่องเต้อวี่ชวนพ่ะย่ะค่ะทว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นท่านหญิงหว่านฉือ”
“เจ้าพบหลักฐานหรือไม่?"หรงซิวกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ยังพ่ะย่ะค่ะ" ยาชิงตอบ"ข้าจะพยายามหาให้เร็วที่สุดพ่ะย่ะค่ะ"
“เช่นนั้นก็ไปตรวจสอบเสียข้าต้องการหลักฐานที่ชัดเจน มิใช่การคาดเดาของเจ้า” หรงซิวพูดเสียงเบา“เรื่องการแต่งงานของข้า บอกคนในจวนด้วยว่าอย่าได้แพร่งพรายไปเด็ดขาดหากพระชายารู้...”
"เข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
หรงซิวอาบน้ำเสร็จรวดเร็วมากตอนที่เขาเข้ามาเคาะประตู พลันได้ยินเสียงหงุดหงิดของหญิงสาวตัวน้อยดังมาจากข้างใน
“หรงซิว! ไอ้คนทะลึ่ง! อย่าเข้ามานะเพคะฝ่ายข้ายังไม่เสร็จ!”
เขายืนพิงประตู มองดูแสงจันทร์ที่สวยงามแล้วยิ้มนิ่งๆ
หลังจากที่อวิ๋นอี้อาบน้ำเสร็จเซียงเหอจึงเปิดประตูออกจากด้านใน หรงซิวก้าวเข้าไปแล้วใช้เท้าถีบประตูปิด
ในห้องที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ อากาศชื้นๆ เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสตรีที่ชวนหลงใหลลูกกระเดือกของเขารัดแน่น ท้องส่วนล่างรุ่มร้อน เขาเดินไปหาสตรีผู้นั้นแล้วกดนางลงบนเตียง
ดวงตาของอวิ๋นอี้ใสและกลอกไปมา เขาจูบเปลือกตานางวนเวียนอยู่เช่นนั้น
หรงซิวพบว่าทันทีที่เขาสัมผัสนางสติสัมปชัญญะของเขาก็หลุดลอยอย่างสิ้นเชิง
หลังจากจูบก็อยากจะกอดเมื่อกอดแล้วอยากจะทำกระไรมากกว่านั้นอีก
โชคดีที่อวิ๋นอี้หยุดเขาได้ทันเวลา
นางเอามือขวางระหว่างพวกเขา หอบหายใจแล้วมองเขาด้วยแววตาใสๆ “วันนี้ที่จวนหว่านฉือ หลังจากที่ข้าถูกไล่ออกมาเกิดกระไรขึ้นหรือเพคะ?”
“ไม่มีกระไร หว่านฉือฟื้นแล้ว”หรงซิวพยายามพูดให้เป็นเรื่องเล็ก “ท่านย่าบอกให้ข้าไปตรวจสอบผู้ที่ปล่อยข่าวลือ”
อวิ๋นอี้จ้องมองเขาอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง"มีเพียงแค่นั้นหรือเพคะ ”
“มิเช่นนั้นเล่า?” เขาเลิกคิ้วขึ้นถามกลับ
อวิ๋นอี้ยกมือขึ้นวนโดยมิรู้ตัว"ข้าคิดว่าฝ่าบาทจะต้อง...”
“อวิ๋นเออร์”หรงซิวมิได้ฟังนางพูดต่อไป พูดขัดนาง น้ำเสียงจริงจังมากทำให้อวิ๋นอี้มองไปอย่างงงๆ แล้วตอบเบาๆ "หืม ”
“เรามีลูกกันเถิด! "
"กระไรนะเพคะ ” อวิ๋นอี้ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงพูดมาถึงเรื่องลูกได้
มิใช่ว่านางมิอยากมีลูก แต่ตั้งตัวไม่ทัน
นางคว้าไหล่หรงซิว และกำลังจะพูดกับอีกฝ่ายว่าตอนนี้มิใช่เวลาที่ดีที่จะมีลูก ก็ถูกเขาอุดปากไว้จากนั้นนางก็ไม่มีโอกาสได้พูดอีกตลอดคืน
คืนนี้ เขาดุเดือดมากกว่าที่เคย
นางถูกเขาเหวี่ยงไปมา ทำท่าต่างๆจนเหงื่อออกเต็มตัว เผาผลาญความกระตือรือร้นจนหมดสิ้น
ในที่สุด อวิ๋นอี้ก็เข้าใจคำว่ายอมตายเสียดีกว่า
เขาแทบจะฆ่านาง!
ค่ำคืนของความดื่มด่ำได้ผ่านพ้นไปช้าๆ ท่ามกลางความร้อนผ่าวผลที่ตามมาของการปล่อยตัวปล่อยใจมากเกินไปน่ากลัวมากร่างกายเจ็บปวดมากจนยกแขนขามิได้
อวิ๋นอี้นอนอยู่บนเตียง มองเซียงเหออย่างน่าสงสารแล้วพูดว่าหรงซิว
“พระชายาเพคะ!”เซียงเหอมีเรื่องซ่อนอยู่ใน ในตอนเช้ามีฎีกาจากในวังส่งมาให้องค์ชายและหว่านฉืออภิเษกกัน ทว่าพระชายาผู้น่าสงสารกลับถูกปิดบังนางสับสนมิรู้ว่าจะพูดอย่างไร "ในเมื่อองค์ชายอยากให้ท่านมีลูกท่านก็รีบมีให้เขาเถิดเพคะ"
"เจ้าคิดว่าการมีลูกคือการวางไข่หรืออย่างไรกันจะให้เกิดก็เกิด บอกให้ท้องก็ท้อง ” อวิ๋นอี้กลอกตาขาว“ถึงเขาจะอยากมีลูกแต่จะทำกับข้าเช่นนี้ได้หรือ?”
หากเรื่องแพร่ออกไป ว่าพระชายาผู้สูงส่งลงจากเตียงมิได้เพราะกิจกรรมบนเตียง เช่นนั้นจะขายหน้าคนตายเลย
เซียงเหอได้ยินนางพูดเช่นนั้นก็หุบปากนางเศร้าจนแทบน้ำตาไหล “หากการมีลูกง่ายราวกับออกไข่ คงจะดีสิเพคะ!”
รีบออกไข่ รีบกุมตำแหน่งเอาไว้ เมื่อถึงเวลาหว่านฉือเข้าจวนมา พระชายายังจะได้รับการดูแลอย่างดีเพราะมีลูก
อวิ๋นอี้มิรู้ว่านางกำลังคิดกระไรอยู่คิดเพียงแค่ว่าประโยคนี้ช่างตลกจริงๆ พลันหัวเราะออกมา
เซียงเหอหันหลังไปลูบหน้ายิ่งเห็นพระชายาของนางอารมณ์ดีมากเท่าไร นางยิ่งเศร้า
นางอยากจะบอกความจริงแต่นางไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งขององค์ชาย ในใจนางจึงทรมานมาก และในที่สุดก็ต้องยอมพ่ายแพ้
เซียงเหอคิดว่าตราบใดที่นางไม่พูด คนในบ้านไม่พูดในช่วงนี้พระชายาจะมิรู้เรื่องการอภิเษกขององค์ชาย ทว่านางไม่คาดคิดเลยว่าในช่วงบ่ายท่านหญิงหว่านฉือจะส่งคนมาส่งจดหมาย
จดหมายมิได้ส่งถึงผู้อื่น แต่ส่งให้อวิ๋นอี้โดยตรง
อวิ๋นอี้เมื่อได้รับจดหมายก็แปลกใจไม่น้อยนางคิดว่านางมิได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับหว่านฉือจึงมิรู้ว่าเหตุใดหว่านฉือถึงเขียนจดหมายถึงนาง
พลิกจดหมายไปมา แล้วถามเซียงเหอเหอ"ฝ่าบาทเล่า? นี่เป็นจดหมายที่ส่งให้ฝ่าบาทหรือเปล่านะ!หากข้าแกะดูมันจะไม่เป็นการดีกระมัง?"
เซียงเหอส่ายหัว "ไม่น่าใช่เพคะตอนที่ให้ข้ามา เขาบอกว่าให้ท่านเพคะ เหตุใดพระชายาถึงไม่เปิดดูก่อนเล่าเพคะ ”
“ใช่สินะ”
อวิ๋นอี้เปิดซอง หยิบกระดาษจดหมายบางๆ ออกมาแล้วกางออกเพื่อจะดูอักษรให้ชัด
หว่านฉือนัดนางออกไปดื่มชาบอกว่าต้องการจะอธิบายให้นางรู้เกี่ยวกับเรื่องระหว่างหรงซิว
“......”
สตรีคนรักเก่าของสวามีชวนนางออกไปนางจะออกไปดีหรือไม่นะ?
จินตนาการได้เลยว่าการสนทนาของทั้งสองน่าจะต้องอึดอัดมากอวิ๋นอี้มิอยากจะไปพูดคุยแบบอึดอัด แต่นางอยากรู้เรื่องของหรงซิวและหว่านฉือจริงๆ
หว่านฉืออธิบายเช่นนี้หรือว่านางอาจจะเข้าใจผิดหรงซิวมาก่อน
อวิ๋นอี้คิดไม่ตกอยู่เป็นเวลานานยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยจึงเรียกเซียงเหอเอากระดาษมา ให้เขียนตอบกลับจดหมายของหว่านฉือ
แค่ไปเจอกันมิใช่หรือ?
ไปสิ!
เหตุใดถึงไม่ไปกันเล่า?
หากนางไม่ไปจริงๆ เล่าไม่แน่นางอาจจะโดนหว่านฉือดูแคลนได้
อีกฝ่ายในฐานะสตรีคนรักเก่ายังไม่กลัวสักนิดนางเป็นพระชายาตัวจริงที่สูงส่งจะกลัวกระไรเล่า!