หลันอิงเย่เร่งรุดเดินทาง ผ่านไปราวสามชั่วยามจึงมาถึงเขาอสูรเขตนอก อิงเย่กระตุ้นแผ่นหยกสื่อสาร " ท่านพี่ " นางทักนนท์
" เย่เอ๋อร์ เ้าอยู่ที่ใดข้าคิดถึงเ้ายิ่งนัก " นนท์กล่าวตอบพร้อมหยอดคำหวาน
" ข้าอยู่ที่เขตนอกของเขาอสูร " นางตอบกลับมา
" ข้าอยู่ที่ถ้ำ กำลังฝึกตนอยู่ " นนท์กล่าวตอบ
" ข้าจะรีบเข้าไป " ว่าแล้วหลันอิงเย่เร่งทะยานร่างบางมุ่งตรงไปที่เขาอสูรเขตกลาง " เหตุใดจึงไม่มีสัตว์อสูรเลย " นางสงสัย
ในระยะหนึ่งลี้รอบนอกของถ้ำ " เกิดอะไรขึ้นที่นี่ " หลันอิงเย่ใกับสิ่งที่เห็น " ไม่มีต้นไม้สักต้น ไม่มีแม้กระทั่งสัตว์อสูร พื้นมีแต่หลุม " อิงเย่พลันหน้านิ่ว
" ท่านพี่ " หลันอิงเย่ร้องะโ เมื่อได้ยินเสียงของหลันอิงเย่นนท์และฟางจื่อซินจึงเดินมาที่ปากถ้ำ
หลันอิงเย่ทะยานร่างมาที่ปากถ้ำ พลันปรากฏร่างหญิงสาวที่งดงามนางหนึ่ง " ฟางจื่อซิน " หลันอิงเย่ถึงกับแข็งค้าง
" ท่านพี่ นี่ใช่มั๊ยที่บอกว่ากำลังฝึกตน " น้ำเสียงที่โกรธของหลันอิงเย่ทำให้นนท์ถึงกับขมวดคิ้ว
" เย่เอ๋อร์ ใจเย็นๆ ข้าจะเล่าให้ฟัง " ว่าแล้วทั้งสามจึงเดินเข้าไปในถ้ำ นนท์รีบนำหินก้อนใหญ่มาปิดปากถ้ำ แล้วนนท์และฟางจื่อซินก็เล่าเื่ราวที่เกิดขึันให้หลันอิงเย่ฟัง นางได้แต่พยักหน้า
" ท่านพี่ ท่านเป็ผู้สังหารมู่หยงเจียง " นนท์พยักหน้า " ขั้นพลังของท่านแค่ขั้นหลอมรวมพลัง เหตุใดจึงสังหารมู่หยงเจียงได้ " นางพูดออกมาด้วยความสงสัย " อ่ะ ขั้นพลังของท่าน "
" เพราะข้าหยั่งรู้ กฏเกณฑ์แห่งเต๋าจึงทะลวงขั้นพลังหลอมรวมิญญาขั้นที่สองได้ " นนท์กล่าว
" ท่านพี่ ท่านต้องรีบไปจากที่นี่ " หลันอิงเย่กล่าว " เหตุใด " นนท์ทักถาม หลันอิงเย่เล่าเื่ราวของมู่หยงฟางให้นนท์ฟัง
" หากรีบจากไปหลายคนคงสงสัยว่าข้าเป็ผู้สังหารมู่หยงเจียง คงต้องทิ้งเวลาสักระยะค่อยจากไป " นนท์กล่าวกับสองภรรยา
" เอาล่ะ ภรรยาทั้งสองของข้า นี่เป็โอสถหลอมกระดูกผลัดกาย " นนท์ยื่นโอสถให้กับสองภรรยา
" ท่านพี่ มันคือสิ่งใด " หลันอิงเย่สงสัย " เ้าหลอมแล้วจะรู้ " นนท์ตอบ เมื่อได้ยินสองภรรยาจึงนั่งเพื่อปรับสมาธิก่อนจะกลืนโอสถหลอมกระดูกผลัดกาย
เมื่อโอสถออกฤทธิ์ " อ๊า " เสียงของสองภรรยาดังสนั่น ผิวกายเกรียมไหม้ เสื้อผ้าสลายกลายเป็หมอกควัน " กร็อบ " เสียงกระดูกเบียดเสียดเลื่อนลั่น ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ร่างกายฟื้นตื่น สองภรรยาลืมตาขึ้น เร่งสำรวจร่างกายตน
" พี่นนท์ โอสถหลอมกระดูกผลัดกายยอดเยี่ยมยิ่งนัก แผลเป็ของข้าไม่มีแล้ว " ฟางจื่อซินกล่าวกับนนท์ด้วยความพึงพอใจ
" ท่านพี่แผลเป็ของข้าก็ไม่มีเช่นกัน และข้ายังทะลวงพลังได้อีกหนึ่งขั้นย่อย " หลันอิงเย่กล่าว
" ซินเอ๋อร์ เ้าน่าที่จะอยู่ที่หลอมรวมพลังขั้นที่เก้าแล้ว " นนท์บอก
สองภรรยายิ้มอย่างมีความสุข พลางคลานเข่าเข้าหานนท์ แย่งกันจุมพิตนนท์เพื่อเป็การขอบคุณ
เนื่องจากแยกกันมานานความโหยหาของหลันอิงเย่จึงปะทุขึ้น ใช้มือผลักนนท์ให้นอนหงาย จากนั้นนางจึงเริ่มการทำรักด้วยปากให้กับนนท์
" อาห์ " เสียงครวญครางของนนท์ ยิ่งกระตุ้นเพลิงราคะของหลันอิงเย่ให้ลุกโชน
" ท่านพี่ข้าไม่ไหวแล้ว " ว่าแล้วนางจึงขึ้นคร่อมร่างของนนท์ พร้อมทั้งสวมบทเป็จ็อกกี้สาวควบอาชาผ่าสมรภูมิรบ
" ซินเอ๋อร์เ้าก็มาสิ " นนท์เรียกฟางจื่อซินให้เข้ามา จากนั้นศึกคนชนคนนัดพิเศษสองรุมหนึ่ง จึงบังเกิดขึ้น ทั้งสามผลัดกันรุกผลัดกันรับจนสลบไป
เช้าวันใหม่ นนท์ตื่นขึ้นเหลือบมองไปที่ร่างเปลือยเปล่าที่กอดก่ายตนอยู่ ใช้สองมือลูบไล้แผ่นหลังที่เนียนนุ่มของสองภรรยา
" อืม " เสียงของสองภรรยา " พวกเ้าตื่นแล้ว " นนท์เอ่ยขึ้น
" ซินเอ๋อร์จากนี้ไป ให้เ้าเรียกข้าว่า พี่หญิงรอง " หลันอิงเย่กล่าว
ฟางจื่อซินพยักหน้า " พี่หญิงรอง แล้วพี่หญิงใหญ่เป็ผู้ใด " ฟางจื่อซินถาม
" เดี๋ยวถึงเวลาเ้าก็จะรู้เอง " หลันอิงเย่กล่าว
" ท่านพี่ พี่หญิงใหญ่บอกว่าน้ำวิสุทธิ์ในกายท่านจะหมดแล้ว พี่หญิงใหญ่อยากให้ท่านช่วยเติมให้ " หลันอิงเย่บอก
" อืม " นนท์พยักหน้า
" ใครหิวบ้าง " นนท์เอ่ยถาม " ข้า " สองภรรยาตอบ
" อิ่มกันแล้ว เรามาเริ่มฝึกตนกันเถิด " นนท์กล่าว "
" ซินเอ๋อร์ นี่เป็ เืหงษ์์ เ้าหลอมเถิด " นนท์ว่าพลางยื่นเืหงษ์์สามหยดให้กับฟางจื่อซิน เมื่อนางรับเืหงษ์์ไปแล้วจึงแยกตัวไป
" เย่เอ๋อร์ นี่เป็วิชาตัวเบาชื่อว่า เคลื่อนย้ายเมฆา " นนท์ยื่นแผ่นหยกที่สลักเคล็ดวิชาให้ หลันอิงเย่ยื่นมือรับพร้อมทั้งยิ้มหวานให้กับนนท์
นนท์เดินเข้ากอดพร้อมทั้งจุมพิตสุดแสนดื่มด่ำ " เย่เอ๋อร์ข้าอยากกินเ้า " นนท์บอก
" ไม่ ข้าจะฝึกวิชา " หลันอิงเย่กล่าวเสียงหนักแน่น นนท์ได้แต่ทำสีหน้าป่วย กล่าวจบหลันอิงเย่จึงแยกตัวไป
นนท์สลัดความหื่นทิ้ง " เราก็ฝึกบ้างดีกว่า น่าจะได้เวลาหลอมเพลิงปฐี " ว่าแล้วนนท์จึงหาที่นั่งเพื่อหลอมเพลิงปฐี
นนท์สะบัดมือที เพลิงปฐีลอยอยู่ตรงหน้า " ช่างร้อนแรงจริงๆ " นนท์พึมพำ
" เริ่มกันเลย " นนท์เริ่มหลอมเพลิงปฐี เพลิงปฐีสีแดงหม่นเหมือนเปื้อนดิน พุ่งเข้าใส่นนท์อย่างรุนแรง แผดเผาเสื้อผ้าและผิวกายจนมอดไหม้
" อ้ากกก " เสียงร้องอันเ็ปของนนท์ดังลั่น ผิวกายปริแตก เปลวเพลิงชำแรกแทรกซึมไปตามรอยแตก
นนท์เหมือนคนใกล้ตายพลังชีวิตอ่อนแรง " ไม่ได้การหากเป็เช่นนี้สงสัยต้องตายแน่ๆ " ว่าแล้วจึงสะบัดมือ น้ำทิพย์ปฐีถูกใช้ออกนนท์กินไปหนึ่งหยด
พลันพลังชีวิตพวยพุงเติมจนเต็น น่าแปลกใจที่เปลวเพลิงแปรเปลี่ยนเป็ของเหลวคล้ายลาวา
ไหลสู่กล้ามเนื้อ ทะลวงสู่เส้นเื ซึมซาบผ่านกระดูก ผสานรวมกับไขกระดูก นนท์ได้แต่กัดฟันสู้กับความเ็ป
น้ำทิพย์ปฐีหยดแล้วหยดเล่าที่ถูกใช้ ผ่านไปราวสามชั่วยาม " ฟู่ววววว " เสียงเป่าปากของนนท์
" จบเสียที " นนท์ใช้น้ำทิพย์ปฐีอีกหนึ่งหยด เร่งสำรวจตัวเอง " อืม หลอมรวมิญญาขั้นที่สี่ " นนท์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
นนท์ผายมือ เปลวเพลิงปฐีปรากฏบนฝ่ามือ " สำเร็จ " นนท์พึมพำ
" ท่านพี่ ท่านเป็เยี่ยงไร " สองภรรยากล่าวด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง " ข้าไมเป็ไรแล้ว "
" จากนี้ข้าจะฝึกหลอมโอสถ " นนท์บอก สองภรรยาพยักหน้า
" เย่เอ๋อร์ นี่เป็โอสถฝึกกายจิต เ้าดูแลซินเอ๋อร์ด้วย ส่วนนี่เป็แผ่นหยกหยั่งรู้เต๋าพวกเ้าก็ลองดู เผื่อจะหยั่งรู้ได้ " นนท์ยื่นให้กับหลันอิงเย่
" ท่านพี่ มิต้องกังวลข้าจะดูแลน้องหญิงเอง " หลันอิงเย่บอก
นนท์ได้คัดเลือกวิชาหลายอย่างให้กับฟางจื่อซินและหลันอิงเย่ พร้อมทั้งผลึกปฐีให้กับสองภรรยา
" ท่านพี่ น้ำวิสุทธิ์ของท่านที่ข้าแบ่งใส่ขวด เวลานี้ใกล้หมดแล้ว อีกเดี๋ยวท่านก็จะฝึกฝน จนไม่มีเวลาสนใจพวกเรา " ว่าเสร็จหลันอิงเย่เอื้อมมือไปจับัน้อยของนนท์ ใช้ออกด้วยลิ้นที่พลิกแพลง ปลายลิ้นตวัดไปมาขึ้นลง
มือหนึ่งรัดรอบแก่นกายัน้อยพลางรูดขึ้นลง มือหนึ่งเคล้าคลึงลูกบอลที่อยู่ใต้ล่าง ปากอุ่นห่อหุ้มหัวัน้อย ขั้นตอนทุกอย่างใช้ออกอย่างชำนาญ
นนท์พลางแข็งเกร็งนอนหงายเหยียดกายด้วยความกระสันต์ " อาห์ เย่เอ๋อร์ เ้าช่างเก่งกาจนัก " เสียงครวญครางและคำชมของสามีพลันทำให้หลันอิงเย่ยิ้มหวานให้กับนนท์
" ข้าจะหลั่งแล้ว " นนท์ปลดปล่อยน้ำวิสุทธิ์ราวเขื่อนแตก หลันอิงเย่บรรจงคายน้ำวิสุทธิ์ของนนท์จากปากตน บรรจงใส่ขวดหยกทีละขวดจนหมด แล้วเริ่มใหม่ทั้งยังสอนฟางจื่อซิน
สองภรรยาร่วมกันรีดน้ำวิสุทธิ์จากนนท์อีกหลายรอบ และยังทำศึกคนชนคนสองรุมหนึ่ง " หากไม่ได้ฝึกตนสงสัยตายแน่นนอน " นนท์พึมพำ
เมื่อสองภรรยาได้น้ำวิสุทธิ์หลายร้อยขวดหยกแล้วจึงแยกไปฝึกตน
นนท์กินน้ำทิพย์ปฐีเพื่อฟื้นฟูพลัง ปรับสมาธิ พร้อมสะบัดมือเรียกหม้อหลอมโอสถออมา หม้อหลอมโอสถใบใหญ่ปรากฏอยู่ตรงหน้า แผดกลิ่นอาา ปรากฏรูปสลัก หงษ์์และัทอง เกาะเกี่ยวพัวพันกันรอบหม้อใบใหญ่ " น่าจะเก่าแก่มาก กลิ่นอายช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก " นนท์พึมพำ
นนท์นำตำราหลอมโอสถมาอ่าน ผ่านไปสามวันนนท์จมอยู่กับตำราหลอมโอสถ " เอาล่ะ เริ่มกันเลย "
่นี้งานประจำค่อนข้างเยอะครับ จะพยายามให้ได้วันละตอนนะครับ