หลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงในป่าลึกเป็เวลากว่าสองเดือน หลี่เฟิ่ง ก้าวเดินออกจากป่าทึบด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงร่างกายของเขาไม่ได้อ่อนแออย่างเมื่อก่อนแล้วกล้ามเนื้อที่เคยลีบเล็กบัดนี้เริ่มมีมัดที่แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยแม้จะยังไม่เทียบเท่าบุรุษฉกรรจ์ แต่ก็เป็ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
ลมปราณในกายของเขาเริ่มไหลเวียนอย่างสม่ำเสมอก่อตัวเป็กระแสพลังงานเล็กๆ ที่หล่อเลี้ยงทั่วร่างทำให้เขารู้สึกถึงความเบาและคล่องตัวอย่างที่ไม่เคยััมาก่อนวิชาตัวเบาที่ฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงเริ่มเห็นผลเขาสามารถวิ่งได้เร็วกว่ากวางป่าบางตัวและสามารถะโข้ามก้อนหินขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดดาย
แต่สิ่งที่พัฒนาไปมากที่สุดคือ ฝีมือการใช้มีดสั้น ของเขา
เขาไม่ได้ออกเดินทางอย่างไร้จุดหมายอีกต่อไปแล้วหลี่เฟิ่งมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกตามที่ ไป๋เฟิง แนะนำหวังว่าจะไปพบกับเมืองหรือชุมชนที่ใหญ่ขึ้น เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ "พันธมิตรไร้เงา" ผู้ทำลายหมู่บ้านของเขา
ในระหว่างการเดินทางเขาต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็สัตว์ป่าที่ดุร้ายหรือสภาพอากาศที่แปรปรวน แต่ตอนนี้เขาก็ไม่กลัวอีกต่อไปแล้วเขาไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ไร้ทางสู้คนเดิม
วันหนึ่งขณะที่หลี่เฟิ่งกำลังเดินทางผ่านป่าโปร่ง สายตาอันคมกริบของเขาก็พลันเหลือบไปเห็น กระต่ายป่าตัวหนึ่ง กำลังะโโลดเต้นหาอาหารอยู่ไม่ไกลนักท้องของเขาร้องครวญครางด้วยความหิวโหย เขายังคงพึ่งพาผลไม้ป่าเป็หลักแต่ก็รู้ดีว่าร่างกายของเขา้าโปรตีนจากเนื้อสัตว์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง
หลี่เฟิ่งซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่สังเกตการเคลื่อนไหวของกระต่ายอย่างเงียบเชียบมือของเขากำมีดสั้นปริศนาที่พกติดตัวแน่นมีดเล่มนั้นยังคงเปล่งประกายแสงสีเงินอ่อนๆ ราวกับจะบอกว่า"ข้าพร้อมแล้ว"
เขานึกถึงกระบวนท่ามีดสั้นที่ไป๋เฟิงสอนและที่อยู่ในตำรา กระบวนท่า "เงาพริบตา" ซึ่งเป็การโจมตีอย่างรวดเร็วและฉับพลัน
ลมหายใจของหลี่เฟิ่งนิ่งสงบสมาธิของเขารวมอยู่ที่กระต่ายป่าตัวนั้นทุกส่วนของร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวและในจังหวะที่กระต่ายกำลังก้มหน้ากินหญ้า หลี่เฟิ่งก็พุ่งตัวออกไป!
ร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับสายลมไร้เสียง ไร้ร่องรอย วิชาตัวเบาถูกใช้จนถึงขีดสุดเขาย่นระยะห่างระหว่างเขากับกระต่ายได้อย่างรวดเร็ว มีดสั้นในมือถูกยกขึ้นสูงแล้วตวัดลงอย่างรวดเร็วและแม่นยำดุจสายฟ้าแลบ
"ฉัวะ!"
เสียงมีดสั้นที่กระทบกับร่างของกระต่ายดังขึ้นอย่างแ่เบาและก่อนที่กระต่ายจะทันได้ร้องเสียงใดๆ มันก็ล้มลงแน่นิ่งไปแล้วการโจมตีนั้นรวดเร็วและเด็ดขาด จนกระต่ายแทบไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำ
หลี่เฟิ่งยืนนิ่งมองดูกระต่ายที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องล่าง หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความรู้สึกหลากหลายไม่ใช่ความหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว แต่เป็ ความภาคภูมิใจ เล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในใจ
"ข้าทำได้!" เขาพึมพำกับตัวเอง
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาสามารถล่าสัตว์ได้ด้วยตัวเองด้วยฝีมือของตัวเองล้วนๆ ไม่ต้องพึ่งพาใคร ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็ผลลัพธ์จากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเขาหยิบกระต่ายขึ้นมา ััถึงขนที่นุ่มนิ่มของมันก่อนจะนำไปชำแหละและก่อไฟเพื่อย่างกิน
กลิ่นหอมของเนื้อกระต่ายย่างลอยอบอวลไปทั่วบริเวณหลี่เฟิ่งกินเนื้อกระต่ายอย่างเอร็ดอร่อยมันเป็อาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่เขาเคยกินมา เพราะมันคือผลผลิตจากความสามารถของเขาเองความอิ่มหนำสำราญช่วยเติมเต็มพลังงานที่ขาดหายไปและความรู้สึกที่ได้พึ่งพาตนเองได้ทำให้เขารู้สึกแข็งแกร่งขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ
หลังจากนั้นการล่าสัตว์ก็กลายเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของหลี่เฟิ่งเขามักจะฝึกฝนวิชาใช้มีดสั้นไปพร้อมๆ กับการล่าสัตว์ เขาล่าได้ทั้งกระต่ายป่า นกหรือแม้กระทั่งสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ ฝีมือการใช้มีดสั้นของเขาพัฒนาไปอย่างก้าวะโมีดสั้นปริศนาในมือของเขาดูเหมือนจะตอบสนองต่อทุกการเคลื่อนไหวของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับมันเป็ส่วนหนึ่งของแขนเขาจริงๆ
วันหนึ่งหลี่เฟิ่งกำลังเดินทางผ่านป่าทึบ เขาสังเกตเห็น งูพิษตัวหนึ่ง เลื้อยผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็วงูตัวนั้นมีลำตัวสีเขียวเข้ม มีลายจุดสีดำที่ดูน่าเกรงขาม และมีท่าทางดุดันหลี่เฟิ่งรู้ดีว่าถ้าถูกงูพิษกัดเข้า เขาอาจถึงแก่ความตายได้
แต่แทนที่จะหลบหนีหลี่เฟิ่งกลับเลือกที่จะเผชิญหน้า เขาอยากทดสอบฝีมือของตัวเอง
เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ งูพิษชูคอขึ้นสูง แลบลิ้นแฉกไปมาอย่างคุกคามพร้อมที่จะฉกใส่เขาได้ทุกเมื่อ
หลี่เฟิ่งหายใจเข้าลึกๆควบคุมลมปราณให้ไหลเวียนไปตามแขนและมีดสั้นในมือ เขารวมสมาธิทั้งหมดไปที่งูพิษตัวนั้นและในจังหวะที่งูพิษกำลังจะฉกใส่เขา หลี่เฟิ่งก็พุ่งตัวออกไป!
การเคลื่อนไหวของเขาเร็วดุจสายฟ้ามีดสั้นในมือตวัดออกไปอย่างรวดเร็วและเฉียบคม เสียงมีดแหวกอากาศดัง"ฟ้าว!" และก่อนที่งูพิษจะทันได้ััตัวเขาคมมีดก็พุ่งเข้าใส่หัวของงูพิษอย่างแม่นยำ
"ฉึบ!"
ร่างของงูพิษกระตุกสองสามครั้งแล้วก็แน่นิ่งไป เืสีแดงสดไหลซึมออกมาจากาแ
หลี่เฟิ่งถอนหายใจยาวๆด้วยความโล่งอก เขายืนมองงูพิษที่ตายแล้วด้วยความรู้สึกที่ภาคภูมิใจอย่างยิ่งนี่เป็ครั้งแรกที่เขาสามารถเอาชนะสัตว์ร้ายที่มีพิษร้ายแรงได้ด้วยตัวเองไม่ใช่แค่เพียงการล่าเพื่อยังชีพ แต่เป็การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดที่แท้จริง
เขาััได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นในร่างกายความมั่นใจในฝีมือของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"มีดสั้นเล่มนี้...มันไม่ธรรมดาจริงๆ" หลี่เฟิ่งพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกถึงความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกับมีดสั้นปริศนามันไม่เพียงแค่เป็อาวุธ แต่ยังเป็เหมือนส่วนหนึ่งของจิติญญาเขา
การพัฒนาของหลี่เฟิ่งเป็ไปอย่างสม่ำเสมอเขาไม่ได้หยุดอยู่กับที่ แต่พยายามฝึกฝนตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆ วันทุกครั้งที่เขาล่าสัตว์สำเร็จ หรือเอาชนะความท้าทายในป่าได้เขาก็จะรู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นในร่างกาย
เขาไม่ได้เพียงแค่ฝึกฝนตามตำราเท่านั้นแต่ยังพยายามคิดค้นกระบวนท่าใหม่ๆ ที่เหมาะกับสไตล์การต่อสู้ของตัวเองด้วยความฉลาดหลักแหลมและไหวพริบปฏิภาณทำให้เขาสามารถปรับปรุงกระบวนท่ามีดสั้นให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
หลายสัปดาห์ผ่านไปหลี่เฟิ่งก็เดินทางมาถึงขอบป่า ทะเลสาบขนาดใหญ่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้าสะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่ายระยิบระยับ และไกลออกไปสุดลูกหูลูกตาเขาเห็นเค้าโครงของกำแพงเมืองที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่
"ในที่สุด..."หลี่เฟิ่งพึมพำกับตัวเอง
หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและกังวลเขากำลังจะก้าวเข้าสู่โลกภายนอกที่กว้างใหญ่ ที่เต็มไปด้วยผู้คนและอาจจะมีอันตรายที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มที่อ่อนแอและขี้ขลาดอีกต่อไปแล้วเขาคือ หลี่เฟิ่ง ผู้ซึ่งมี ประกายมีดแรก แห่งความแข็งแกร่งปรากฏขึ้นในตัวและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่รออยู่เบื้องหน้า
ความแค้นที่ฝังลึกอยู่ในใจยังคงเป็แรงผลักดันสำคัญแต่ตอนนี้มันถูกหล่อหลอมด้วยความมั่นใจและความสามารถที่เพิ่มขึ้นเขาพร้อมแล้วที่จะออกตามหา "พันธมิตรไร้เงา" และเริ่มต้นเส้นทางแห่งการแก้แค้นที่แท้จริง
เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่นสู่เมืองเบื้องหน้า สู่โลกใบใหม่ที่รอคอยการพิสูจน์ฝีมือและจิตใจของเขา...