อวี๋เฟิงเฟย หญิงกล้าเหนือชะตาลิขิต

    บทที่ 38 ปีศาจงามที่ล่อลวง

    "คุณป้าคะ เป็นยังไงบ้างคะ"


    "หนูดาสินะลูก ป้าดีขึ้นแล้วลูก แค่เพลียๆ ตามประสาคนแก่น่ะ หนูมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ"

    ดาริการีบฟ้อง "ดาด้าไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณป้า พอเอารังนกไปให้คุณธนาเสร็จ คุยได้สักคำสองคำ คุณเพนนีเธอมาพอดี


    ดาด้าเห็นว่าคุณธนาคงอยากจะคุยกับคุณเพนนีมากกว่า เลยรีบปลีกตัวออกไม่อยากรบกวนค่ะ ดาด้าอยากมาดูแลคุณป้าด้วยค่ะ" ดาริกาโกหกหน้าตาย


    "แหม่! หนูดาของป้านี่น่ารักจริงๆ ต่างกับอีกคนหนึ่ง ดูสิ ขนาดมาถึงแทนที่จะมาเยี่ยมผู้หลักผู้ใหญ่ก่อนไม่มี ดันวิ่งโร่ไปหาแฟนตัวเองก่อนใครเขา ไม่รู้ว่าคุณพนิตพรมีใครสอนมารยาทเธอ"


    ดาริกาแกล้งทำหน้าเศร้าสักเล็กน้อย "อย่าไปว่าคุณเพนนีเธอเลยค่ะ ดาด้าผิดเองที่เอาของกินไปให้คุณธนาไม่รู้เวลา"


    คุณหญิงเฟื่องทองมองด้วยความสงสาร "นี่หนูคงโดนแม่คนนั้นเขาพูดจาไม่ดีมาสินะ ไม่เป็นไรลูก ไม่ต้องกลัว ไปกับป้า เดี๋ยวป้าพาไปเอง"


    "จะดีหรอคะคุณป้า ดาด้าไม่อยากให้มีเรื่องมีราวกันเลยค่ะ คุณเพนนีเธอก็เป็นคนสำคัญของบ้านนี้"


    "สำคัญอะไรกัน ป้าไม่สนใจ หนูดาไม่ต้องกลัว ไปกับป้า ป้าจะหนูดาไปเอง" 

    สมใจกับที่ดาริกาคิดไว้ หากมาหาคุณหญิงเฟื่องทองยังไง ระหว่างเธอกับเพนนี คุณป้าก็ต้องเลือกเธออยู่วันยังค่ำ


    "ไปก็ได้ค่ะ แต่ดาด้ากลัวจังเลยค่ะ"


    คุณหญิงเฟื่องทองให้กำลังใจ "หนูดาไม่ต้องกลัวนะลูกมีป้าอยู่ทั้งคน ยังไงแม่คนนั้นก็ทำอะไรหนูไม่ได้ ป้าจะปกป้องหนูเอง"

    "ดาด้าขอขอบคุณคุณป้ามากๆ เลยนะคะ"


    คุณหญิงเฟื่องทองจึงจับมือดาริกาเดินไปห้องธนาวินทร์ เมื่อมีถึงคุณหญิงจึงตะโกน


    "ตาธนา ทำอะไรอยู่น่ะ"


    "คุณแม่เฟื่องมีอะไรหรือเปล่าครับ มาหาผมถึงที่นี่เลย"


    "แม่น่ะมีแน่ๆ แม่ไม่พอใจที่ลูกเห็นผู้หญิงคนอื่นสำคัญกว่าหนูดา"


    "ผมว่าคุณแม่เฟื่องต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ เลยนะครับ ผู้หญิงคนอื่นจะมาสำคัญไปกว่าคุณดาริกาได้ยังไงกันครับ" 

    แค่ได้ยินประโยคแรกดาริกาก็ยิ้ม แต่ต้องหุบยิ้มไม่ทันเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของธนาวินทร์


    "เพราะคุณดาริกาเธอไม่ได้มีความสำคัญกับชีวิตผมอะไรขนาดนั้น เธอควรต้องเกรงใจเพนนีด้วยครับ เพนนีเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ก็มาเจอคุณดาริกาทำให้ปวดหัว"


    "เฮอะ! เข้าข้างกันเข้าไป กับคุณพนิตพรน่ะ เราไม่ได้เห็น ไม่ได้สนใจคนหัวหงอกแบบแม่ซะแล้ว"


    "อุ๊ย! ใครหัวหงอกกันคะ คุณแม่ ผมคุณแม่ก็ออกจะดำมากๆ เลยนะคะ เข้าร้านทำผมออกจะบ่อยย้อมปิดสีผม ไม่เคยมีใครได้เห็นผมหงอกของคุณแม่ขาแน่นอนค่ะ" เพนนีพูด


    "ใครพูดกับคุณพนิตพรคะ ฉันกำลังพูดกับลูกชาย"


    เพนนีก็ไม่ได้หน้าเสียแต่อย่างใด นอกจากฝีปากแล้ว จิตใจเธอก็เข้มแข็งเหมือนกันนะ ทนทานรับได้กับทุกสภาพแวดล้อม


    "อ้าว! ไม่ได้พูดถึงเพนนี แต่ทำไมได้ยินชื่อจริงของเพนนีปรากฏอยู่ในบทสนทนาน้าาาาา พนิตพร เอ๊ะ! นี่ก็ชื่อเพนนีไม่ใช่หรอคะคุณธนา" เพนนีกวนอารมณ์คุณหญิงเฟื่องทองตามเคย ก็คุณแม่ขาไม่เคยลดราวาศอกให้เพนนี เรื่องอะไรเธอจะยอม


    "ใช่ครับ" ธนาวินทร์เสริมหญิงคนรัก หากไม่อยู่ข้างเพนนี แล้วเลือกเป็นกลางหญิงสาวคงโดนมารดาของเขาทำให้อับอายแน่


    "ตาธนา เดี๋ยวนี้แกกล้ารวมหัวกับคนนอกมาเล่นงานแม่แล้วหรอ" คุณหญิงเฟื่องทองเริ่มโกรธ

    ธนาวินทร์ถึงแม้จะไม่พอใจแต่ก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์ไม่แสดงสีหน้าใดๆ "คุณแม่เฟื่องครับ เพนนีไม่ใช่คนนอกนะครับ เพนนีเป็นคนรักของผม และอีกไม่นานผมว่าเราคงจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้" 


    ท่าทางยืนยันข่าวดีที่หนักแน่นของธนาวินทร์ ทำให้ดาริกาหนักใจ


    "ข่าวดีอะไรหรอคะ คุณธนา" เพนนีเองก็สงสัยเหมือนกัน


    "ผมขอยังไม่บอกคุณแล้วกัน ผมอยากให้คุณเซอร์ไพรส์"


    "อ้าว! คุณธนาคะ ก็เล่นมาบอกล่วงหน้าว่าจะเซอร์ไพรส์แบบนี้ เพนนีจะตื่นเต้นมั้ยคะเนี่ย"


    "คุณตื่นเต้นแน่นอนครับ"


    แน่นอนว่าหญิงสาวต้องตื่นเต้นแน่นอนหากรู้ เพราะชาตินี้ธนาวินทร์จะขอเพนนีแต่งงานในวันเกิดของเธอ ที่จะถึงอีกแค่เพียงสองอาทิตย์ ซึ่งชาติที่ผ่านมานั้นชายหนุ่มยังไม่ทันได้คิดเรื่องแต่งงาน เพนนีก็มาจากไปเสียก่อน


    "ได้ค่ะ งั้นเพนนีจะรอแล้วกัน เพนนีไม่ได้แค่คาดหวังนะคะ แต่ยังตั้งตารออีกด้วย"

    ธนาวินทร์โอบไหล่เพนนีด้วยความรัก "ผมก็อยากให้ถึงวันนั้นไวๆ เหมือนกันนะครับ"

    ท่าทางที่รักกันของทั้งคู่ช่างบาดตาดาริกาเหลือเกิน แต่เธอยังเชื่อว่า เพนนีกับธนาวินทร์เดี๋ยวก็ต้องเลิกราและห่างไกลกันไปสักวัน แล้วตอนนั้นเธอนี่แหล่ะจะเข้าไปเสียบแทน


    "ไม่เกรงอกเกรงใจใครเขาเลย ไปดีกว่าหนูดา ยิ่งอยู่ตรงนี้ป้ายิ่งไม่ชอบ"


    "อ้อ! คุณดาริกาคะ อย่าเที่ยวไปทำท่าทางน่าสงสารแบบนี้ให้คุณหญิงเฟื่องทองเห็นคนเดียวอีกนะคะ เพราะตัวจริงคุณดาริกาน่ะ ร้ายสุดๆ ไปเลยค่ะ คุณไม่ใช่น้ำเปล่านะคะแต่คุณคือน้ำกรด อย่าลืมแสดงท่าทางแอ๊บร้ายใสๆ ให้คุณแม่ขาเห็นบ้างนะคะ เธอจะได้รู้ว่าขนาดเหรียญยังมีสองด้าน คุณดาริกาเองก็มีเป็นสิบด้านเลยนะคะ" เพนนีพูดด้วยความสนุกสนาน

    ปิดประตูห้องแล้วธนาวินทร์จึงเดินพาเพนนีเข้ามาคุยกัน อวี๋เฟิงฟ่งเห็นแบบนี้จึงหนีหายตัวไปอยู่กับภาสพงษ์ดีกว่า ไม่อยากเป็นก้างขวางคอความรักของเพนนีกับธนาวินทร์


    "พอแล้วครับเพนนี คุณแม่เฟื่องโกรธแล้วนะ"


    "โธ่! คุณธนา ยังไงเพนนีก็มีคุณธนาช่วยไกล่เกลี่ย คุณแม่โกรธแปปเดียว เพนนีเชื่อว่ามีคนทั้งบ้านช่วยกันยังไงท่านก็หายโกรธเพนนีแล้วได้รับรู้ธาตุแท้ของคุณดาริกาจอมแอ๊บนั่นแน่นอน แล้วนี่คุณธนารู้รึยังคะว่าตัวตนจริงๆ ของคุณดาริกาเธอเป็นใคร" เพนนีพูดไปพร้อมกับซบไหล่ ออดอ้อนคนรัก


    "เพนนีรู้หรอครับ ผมว่าเธอน่าสงสัยมาตลอด แต่ไม่ได้มีเวลาไปสืบเลย งานก็ยุ่งๆ "

    เพนนีจับหน้าคุณธนาวินทร์มามอง


    "ดูสิคะเนี่ย มัวแต่ยุ่งกับงาน ไม่ได้ดูแลตัวเองเลย ตาคล้ำกว่าเพนนีแล้ว มาค่ะ เดี๋ยวเพนนีบำรุงใต้ตาให้ แล้วจะเล่าให้ฟัง คุณธนาไปนอนรอเลย"


    "เพนนีนี่เอาใจผมเก่งจริงๆ"


    "ก็แน่ละ จะให้เพนนีเอาใจใครได้คะ นอกจากคุณธนา น้องธัน คุณป้าสิรินทร์ แล้วคุณเอม จะให้เพนนีไปเอาใจใครได้ คุณแม่ขา หรือนายพงษ์ ไม่มีทางแน่ๆ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพนนีจะเอาใจคุณธนาคนเดียว"


    หญิงสาวพูดพร้อมกับไปหยิบแผ่นบำรุงใต้ตา แล้วทำการสปาหน้าให้ธนาวินทร์ทันที เมื่อนอนอยู่บนตักของหญิงสาวผู้เป็นที่รัก ธนาวินทร์ก็ผ่อนคลายและลืมเรื่องราวที่เคยพบเจอมาจนทำให้ปวดหัว ความเครียดลงไปเยอะมาก ระหว่างนั้นเพนนีจึงเล่าเรื่องดาริกาให้ฟัง ธนาวินทร์ก็รับฟังด้วยความสนใจพลางบอกว่า


    "ผมว่าคุณดาริกาอันตรายมากจริงๆ ต่อให้เธอไม่ได้มีอำนาจหรืออิทธิพลอะไรจะเล่นงานครอบครัวเรา"


    "ครอบครัวคุณธนาหรือเปล่าคะ"


    ธนาวินทร์จับมือเพนนี "ไม่หรอกครับเพนนี ถึงตอนนี้เราจะยังไม่ได้แต่งงาน แต่ครอบครัวผมก็คือครอบครัวของคุณ เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะครับ" 


    ว่าแล้วก็เริ่มบทสวีทหันไปหอมแก้มและจูบปากเพนนี ตามประสาคนรักกัน


    "เพนนีรู้ถึงความรักของผมแล้วสินะครับ"


    "คุณธนาพูดและทำขนาดนี้เพนนีจะไม่รู้ได้ยังไงล่ะคะ" ผู้ชายบางคนเอาแต่พูดว่ารัก แต่ไม่ยอมทำ หรือบางคนเอาแต่แสดงออกแต่ไม่ยอมพูด ซึ่งทั้งสองกรณีนี้ไม่ใช่ธนาวินทร์ เพราะเมื่อเขารักใคร ชายหนุ่มจะทั้งแสดงออกและพูด ให้คนรักได้รับรู้


    "ดังนั้นการที่คุณดาริกามีเข้าหาครอบครัวของเราด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ โดยเข้าผ่านทางคุณแม่ ยังไงก็ต้องช่วยกันรับมือเธอให้ได้ ผมว่าเธอเป็นผู้หญิงคนเดียว เรามีกันตั้งหลายคนยังไงก็รับมือเธอได้แน่นอนครับ"


    "คุณธนาอย่าประมาทผู้หญิงแบบดาริกานะคะ เพนนีว่าผู้หญิงแบบนี้น่ากลัวกว่าคนแสดงว่าร้ายออกมาตรงๆ แบบยัยลูกแพร์ซะอีก แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ จะยังไง เพนนีก็จะอยู่ช่วยคุณธนาแน่นอน" ทั้งชาตินี้และชาติหน้าไม่ว่าจะชาติไหนๆ เพนนีจะอยู่เคียงข้างคุณ หญิงสาวไม่ได้พูดออกมา เธอเพียงเก็บไว้ในใจ


    "ผมบอกแล้วเห็นมั้ยเพนนีของผมน่ารักที่สุด"

    พูดจบเพนนีก็เสร็จภารกิจในการทำสปาหน้าให้ธนาวินทร์ทันที


    "เสร็จแล้วค่ะ ลุกขึ้นมั้ยคะหรือจะนอนต่อแบบนี้"


    "ตักเพนนีนุ่มมาก ผมขอหลับบนนี้ได้มั้ย"


    "นี่ถ้าเพนนีเป็นเหน็บ ขาชา คุณโดนเพนนีเล่นงานแน่"


    "เล่นงานผมเลย ผมเต็มใจ ผู้หญิงร้ายแต่น่ารักแบบเพนนีผมยอม ฮ่าๆๆๆ"


    "อะไรกันมาว่าเพนนีร้ายหรอ เพนนีก็แค่คนที่รู้ทันโลกต่างหาก" ว่าแล้วก็แกล้งเอามือทุบธนาวินทร์


    "โอ๋! เพนนีคนสวยของผม ไม่งอนแล้วน้าาา เอาเป็นว่าจะยังไง เพนนีก็เป็นผู้หญิงที่ผมรัก ผมไม่ยอมให้ใครมาพรากเพนนีไปจากผมแน่"


    "เหมือนกันค่ะ เพนนีก็ไม่ยอม วันที่เพนนียอมคือวันที่คุณธนาเบื่อเพนนี เพนนีไปแน่ๆ "


    "พูดไปเรื่อย ผมล่ะกลัวคุณเบื่อผมมากกว่า ผมเอาแต่ทำงาน ไม่ค่อยมีเวลาดูแลคุณเท่าที่ควร"


    "นั่นไง คุณธนาจะมางอนใส่ไม่ได้นะ บทงอน บทน้อยใจ เพนนีเล่นได้คนเดียว คุณธนาต้องเป็นฝ่ายง้อต่างหาก เพนนีรักคุณเพราะคุณเป็นคุณธนานี่แหล่ะค่ะ" ไม่อย่างนั้นกี่สิบกว่าชาติที่ผ่านมา เพนนีได้กลับมาเกิดใหม่ต่อให้ระยะเวลาแค่ 3 ปี ที่เธอได้รับ ทุกๆ ปี เธอก็ยังยืนยันจะที่เลือกคุณธนาอยู่ดี สงสัยเป็นรักแบบผูกพันธ์ ขาดกันไม่ได้ซะแล้วมั้ง


    "ไปกันเถอะค่ะคุณธนา แล้ววันนี้คุณธนาต้องไปทำงานมั้ยคะ"


    "ผมขอลาวันเดียวแล้วกันครับ อยากใช้เวลากับเพนนี"


    "งั้นลงข้างล่างกันค่ะ ก่อนที่จะมีคนเป่าหูคุณแม่ขา ว่าเพนนีเป็นนางปีศาจเอาแต่คอยรังควาญลูกชายคนโตของคุณหญิงเฟื่องทอง ให้หลงใหลในความงาม"


    "ใครพูดครับเนี่ย"


    "เพนนีคิดเองค่ะ เพราะเพนนีก็สวยที่สุดน้าาาา หรือว่าไม่จริง"


    "จริงครับ ไม่เถียงเลย เพนนีสวยจริงๆ ไปกันครับ เราลงไปข้างล่าง ไปดูว่าจะมีอะไรมั้ย ผมจะจับมือเพนนีเอาไว้แบบนี้ ให้คนอื่นเห็น" คนอื่นที่ว่าก็คงไม่พ้นคุณหญิงเฟื่องทองและดาริกา


    ทั้งสองคนจึงจับมือเดินกันไปตั้งใจว่ายังไงก็ตาม ทั้งคู่จะฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกัน



    คล้ายกับเรื่องอวี๋เฟิงเฟย หญิงกล้าเหนือชะตาลิขิต ที่คุณอ่าน