ค่ายกลที่หยางเถาอวี้วางแผนจัดตั้งไว้รอบบ้านค่อนข้างซับซ้อน นางเลือกใช้ค่ายกลที่เหมาะสมจากคัมภีร์เฉียนคุนที่เพิ่งได้ศึกษาไป เวลานี้มีหินแปรปรวนมากมายในความ ทางด้านปัจจัยสำหรับการวางค่ายกลจึงเรียกได้ว่าแทบไร้ขีดจำกัด
ค่ายกลรอบนอกสุดเป็ค่ายกลป้องกัน
ค่ายกลชั้นที่สองเป็ค่ายกลมายาปกปิดซึ่งจะทำให้บุคคลภายนอกที่มาเยี่ยมเยือนมองไม่เห็นรายละเอียดต่างๆ ในเขตเรือกสวนไร่นาหรือจุดพิเศษที่นางไม่้าให้บุคคลภายนอกเห็นของวิเศษต่างๆ ที่จะนำมาวางตามแผนการที่วางไว้สำหรับอนาคตอันใกล้ เช่นการปลูกต้นไม้พลังปราณ รวมถึงสมุนไพรพลังปราณต่างๆ เป็ต้น
ส่วนค่ายกลชั้นในสุดเป็ค่ายกลกักเก็บพลังปราณเพื่อให้พลังปราณในเขตบ้านซึ่งมีความเข้มข้นจากต้นปราณกำเนิดพิภพไม่รั่วไหลออกไป
หยางเถาอวี้เริ่มจากการจัดเตรียมพื้นที่ด้านหลังบ้านมุมหนึ่งเป็ศูนย์กลางค่ายกล นางวาดฝ่ามือออกไป ใช้พลังปราณช่วยขุดหน้าดินออกเป็บ่อน้ำเล็กๆ ขนาดราวบ่อน้ำสำหรับสวนประดับ1 จากนั้นนำหินวิเศษจากูเาในมิติออกมา หินนี้มีชื่อว่าหินกำเนิดพิภพ มันมีคุณสมบัติวิเศษเพราะสามารถปลูกแร่ธาตุอะไรก็ได้ลงบนหิน นั่นหมายความว่าอะไรหรือ หมายความว่าแม้แต่ผลึกหยกลมปราณต่างๆ หรือแก่นแร่และแร่แปรปรวนนางก็สามารถปลูกได้น่ะสิ
ที่ผ่านมาไม่เคยมีเ้าของกุญแจหยกวารีคนใดล่วงรู้ถึงคุณสมบัติของหินกำเนิดพิภพมาก่อนเลย เรียกว่าไม่รู้กระทั่งถึงความคงอยู่มีอยู่ของมันในมิติของรุ่ยเอ๋อเสียด้วยซ้ำ ถามว่าเพราะอะไร ก็เพราะว่าไม่เคยมีใครสนใจถามรุ่ยเอ๋อเลยน่ะสิ แม้แต่ตัวนางเองก็เพิ่งได้รู้เมื่อไม่กี่วันก่อนขณะศึกษาเื่ค่ายกลและหินแปรปรวน
นางพบว่าแก่นหินแปรปรวนที่นำไปเก็บไว้ในถ้ำแห่งหนึ่งบนูเามีจำนวนมากขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น จึงได้ถามรุ่ยเอ๋อจนรู้ความ ครั้งแรกที่หยางเถาอวี้ได้ยินได้ฟัง นางปากอ้าตาค้างไปเสียครึ่งค่อนวัน นางอยากจะเปลี่ยนชื่อกุญแจหยกวารีให้เป็กุญแจหยกอภิมหาเศรษฐีซะให้รู้แล้วรู้รอดไป หลงเสียเวลาคิดวิธีหาเงินหัวแทบะเิ ไม่ได้รู้เลยว่าตนกอดบ่อเงินบ่อทองเอาไว้กับตัว หลังจากนั้นนางจึงนำผลึกหยกพลังปราณทุกระดับจำนวนหนึ่งไปปลูกตามถ้ำแต่ละถ้ำด้วย
ย้อนกลับมาเื่จัดเตรียมจุดศูนย์กลางค่ายกลใหญ่ นางให้ทีเจวันเปิดโหมดแสงเลเซอร์เพื่อใช้ตัดหินกำเนิดพิภพออกเป็แผ่นบางขนาดกำลังเหมาะก่อนที่จะนำมาปูวางลงไปในหลุมที่ขุดลึกลงไปในบ่อน้ำอย่างไม่ต้องกลัวว่ามันจะหมดไปจากมิติส่วนตัว เพราะมันจะงอกกลับคืนมาได้เอง จากนั้นจึงตัดส่วนหนึ่งของแก่นหินแปรปรวนออกมาปลูกลงบนหินกำเนิดพิภพ ล้อมรอบด้วยผลึกหยกเขียวซึ่งเป็ผลึกหยกระดับสูงสุดที่นางมีอยู่ในเวลานี้ สุดท้ายจึงกลับฝังด้วยหินธรรมดาและนำน้ำทิพย์พิสุทธิ์ออกมาเติมจนเต็มบ่อ ทำเช่นนี้ก็เท่ากับว่าค่ายกลที่จัดสร้างขึ้นจะมีแหล่งพลังงานจ่ายหล่อเลี้ยงทั้งค่ายคลเป็อนันต์เลยทีเดียว
เฉพาะจุดนี้นางต้องวางค่ายกลย่อยเพื่อจำกัดเขตหินกำเนิดพิภพ ค่ายกลป้องกันและค่ายกลปกปิดพลังปราณขนาดเล็กครอบคลุมพื้นที่รอบบ่อไว้ ไม่เช่นนั้นหากมีผู้ฝึกปราณระดับสูงมาเยี่ยมเยียนบ้านคงได้ความลับแตก
ทรัพยากรที่นางนำมาจัดสร้างจุดศูนย์กลางของค่ายกลแรกในชีวิตแห่งนี้เรียกได้ว่าอู้ฟู่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็ไปมาก หากสำนักเซียนใหญ่ๆ ในโลกบำเพ็ญเซียนได้มาเห็นเข้าคงแทบหัวใจวายตายด้วยความตื่นตะลึงและความโลภโมโทสันที่ถาโถมขึ้นจู่โจมหัวใจ
เมื่อจัดเตรียมศูนย์กลางค่ายกลเสร็จ หยางเถาอวี้ทะยานร่างออกไปรอบอาณาเขตเพื่อวางหินแปรปรวนที่ลงอักขระเชื่อมประสานไว้ตามตำแหน่งค่ายกลจนครบ
ขั้นตอนสุดท้ายคือการวางอักขระกำกับลง ณ จุดใจกลางค่ายกลซึ่งเป็ขั้นตอนที่ต้องใช้ทั้งพลังสมาธิและพลังปราณลงอักขระกำกับอย่างมิให้ขาดตอน ยิ่งค่ายกลมีความซับซ้อนก็ยิ่งต้องใช้พลังสมาธิและพลังปราณเป็จำนวนมหาศาล หากเผลอขาด่แม้แต่นิดเดียวก็มีแต่ต้องเริ่มขั้นตอนการลงอักขระใหม่
หยางเถาอวี้ใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามลงอักขระไปได้หนึ่งในสามส่วนก็พลังปราณแทบเหือดแห้ง โชคดีที่มีสติและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที นางรีบเรียกผลึกหยกเขียวออกมากองไว้ข้างกายและดูดซับพลังปราณไปพร้อมกับประคองการลงอักขระไว้จึงผ่านพ้นไปจนเสร็จสิ้นการวางค่ายกลป้องกันรอบนอก นางรีบฟื้นฟูพลังปราณด้วยเม็ดยาเพิ่มพลังปราณระดับสูงที่มีก่อนจะเริ่มลงอักขระสำหรับค่ายกลมายาและค่ายกลกักเก็บพลังปราณต่อไป
ใช้เวลาจนเกือบรุ่งสางนางจึงวางค่ายกลได้ครบทั้งหมด ม่านพลังโปร่งใสแผ่ออกครอบคลุมทั่วอาณาจักรส่วนตัวเล็กๆ แห่งนี้ทันที แลดูงดงามยิ่ง หากคนทั่วไปสามารถมองเห็นได้ ทุกคนคงคิดว่านี่เป็ส่วนหนึ่งในแดน์ เพียงแต่มันจะปรากฏให้เห็นได้กับเฉพาะผู้ฝึกปราณระดับเซียนเท่านั้น ผู้ฝึกปราณระดับสูงจะเพียงััถึงความคงอยู่ของมันได้
ต้องไม่ลืมว่าเคล็ดวิชานี้มีที่มาอย่างไร นี่คือเคล็ดวิชาค่ายกลของท่านซ่างเสินเจิ้นหรงผู้เป็จักรพรรดิแห่งค่ายกลทีเดียวเชียวนะ
‘ฟู่ เรียบร้อยเสียที กว่าจะเสร็จเล่นเอาข้าหมดเรี่ยวแรงทีเดียว ต่อไปนี้ตอนกลางคืนก็ไม่ต้องกวนให้อาเหม่ยกับเสี่ยวเหลยออกมาเฝ้ายามแล้ว ที่เหลือค่อยให้พวกคนงานมาจัดแต่งให้เป็สวนประดับสวยๆ วางชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับจิบชาชมสวนไว้ตรงด้านนั้น จะได้กลบเกลื่อนร่องรอยไปด้วยในตัว มิให้เป็ที่ผิดสังเกตุ แถมยังได้มุมพักผ่อนหย่อนใจสบายๆ มุมหนึ่งด้วย’ หยางเถาอวี้วาดแผนการคร่าวๆ ในใจก่อนจะกลับเข้าไปพักผ่อนในมิติส่วนตัวเนื่องจากเวลานี้เหลืออีกเพียงราวครึ่งชั่วยามก็จะเช้าแล้ว เข้าไปพักข้างในจะได้มีเวลานอนยาวหน่อย
เช้าวันรุ่งขึ้นหยางเถาอวี้สั่งพวกอาเฮยให้ไปหาก้อนหินสวยๆ มาวางตกแต่งรอบบ่อแก่นหินแปรปรวนให้ลดหลั่นกันเป็แนว เอาพวกตะไคร้ ข่า พืชน้ำอย่างกระจับและบัวที่ขยายพันธุ์ไว้มาตกแต่งแซมกับพวกเฟิร์นและพืชดอกพืชใบสวยงาม นางยังสั่งทำชุดโต๊ะเก้าอี้สวยๆ มาวางไว้ข้างบ่อน้ำเพื่อใช้เป็มุมนั่งเล่นอีกด้วย โชคดีที่พวกอาเฮยเป็ช่างไม้ฝีมือดี เครื่องเรือนหลายอย่างจึงได้พวกเขาทำขึ้นตามแบบได้อย่างใจ้า ‘สงสัยต้องหาคนงานมาเพิ่มเสียแล้วกระมัง’ นางคิดเื่นี้มาสองสามรอบแล้วเพราะ่นี้ยังถือเป็่พัฒนาบ้านและนางมักใช้พวกอาเฮยทำงานอื่นหลายอย่างนอกเหนือจากงานในไร่ซึ่งมีนับพันหมู่ ตอนนี้ยัง้าให้พวกอาเฮยมีเวลาฝึกยุทธ์เพื่อเป็กำลังของบ้านอีก
ยายจางกับอาเหยาตื่นแต่เช้าตรู่ทั้งๆ ที่เมื่อคืนสองคนอยู่พูดคุยกันจนดึกดื่น ยายจางจองหน้าที่ทำอาหารเช้า นางอยากอวดฝีมือทำอาหารใหม่ๆ ที่ฝึกทำมาจนเริ่มชำนาญหลายอย่างเพื่อต้อนรับหลานชาย
“ท่านย่าทำอะไรบ้างขอรับ ให้ข้าช่วยนะขอรับ” จางเหยาเดินเข้ามาในครัว
“มื้อเช้ากินอะไรเบาๆ หน่อยดีหรือไม่ ย่าอยากทำข้าวต้มทรงเครื่อง หมูทอดกระเทียมพริกไทย เ้าอยากกินอะไรเป็พิเศษหรือไม่อาเหยา” ยายจางยิ้มเต็มหน้าขณะตอบ
“แค่นี้ก็พอแล้วขอรับ ฟังดูน่าทานมากขอรับ”
“งั้นเ้าช่วยเอาเนื้อหมูนี่ไปสับให้ละเอียดนะ” ยายจางไม่ปฏิเสธที่จางเหยาอาสามาช่วยงานในครัว นางมีความสุขยิ่งนัก จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกราวกับฝันไปที่ได้หลานชายกลับคืนมา “พอละเอียดแล้วก็เอามาโรยพริกไทย ซีอิ๊ว แล้วคลุกเคล้ากับกระเทียมและรากผักชีโขลกที่ย่าเตรียมไว้ให้เข้ากันจนทั่ว”
“ได้เลยขอรับ”
ยายจางตั้งเตาแรกต้มข้าวต้มเสร็จแล้วจึงหันไปนำเนื้อหมูอีกส่วนหนึ่งมาหั่นเป็ชิ้นขนาดพอดีคำ หั่นกุ้งกับเนื้อปลาตาม เนื้อหมูนำไปคลุกกับกระเทียมและรากผักชีตำละเอียด โรยเกลือกับพริกไทยตบท้ายและหมักไว้รอทอด เมื่อเตรียมเครื่องปรุงอื่นเสร็จก็เริ่มผัดเครื่องข้าวต้ม นางตั้งกระทะบนเตาที่สองจนร้อนได้ที่ ตักน้ำมันราดลงไปเล็กน้อย เทกระเทียมลงไปผัดจนเริ่มหอมค่อยนำเนื้อหมู เนื้อกุ้ง เนื้อปลาลงไปผัดคลุกจนเริ่มสุก ปรุงรสครั้งหนึ่งให้เนื้อทั้งสามมีรสชาติจึงนำเครื่องที่ผัดสุกแล้วราดลงไปในหม้อข้าวต้มที่สุกได้ที่ ปรุงรสอีกครั้งจนพอใจแล้วจึงโรยหน้าด้วยต้นหอมซอยกับพริกไทย
เมื่อเตรียมข้าวต้มทรงเครื่องเสร็จก็นำหมูหมักมาทอดกับกระเทียมซอยหยาบ ไม่นานก็ได้อาหารเช้าอย่างง่ายแต่อร่อยขึ้นโต๊ะ
หยางเถาอวี้เพิ่งตื่นนอน เมื่อคืนนี้สิ้นเปลืองเรี่ยวแรงติดตั้งค่ายกลรอบเขตบ้านจนเพลียจึงได้หลับยาว หลังจากล้างหน้าแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเดินออกมาจากห้องพลันได้กลิ่นอาหารเช้าหอมๆ โชยมาเตะจมูก
“อ๊า... หอมมมมจริง ท่านยายเ้าขา... ทำอะไรเ้าค๊า” นางร้องทักเสียงใสดังไปถึงห้องครัวก่อนตัวจะเดินไปถึงเสียอีก
“ตื่นแล้วเหรออวี้เอ๋อ มาๆ ช่วยยายนำสำรับไปวางที่โต๊ะอาหารกันเถอะ”
“อรุณสวัสดิ์อวี้เอ๋อ” จางเหยาทักทาย
“อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะพี่เหยา มาๆ ข้าช่วยยกเ้าค่ะ” นางเดินเข้าไปรับจานหมูทอดกระเทียมพริกไทยมาจากมือของยายจางพร้อมหันหลังเดินออกไปที่ห้องอาหาร ทุกคนทยอยกันนำอาหารและจานชามออกไปตั้งโต๊ะ
“อร่อยมากเลยขอรับ” จางเหยาร้องชมทันทีที่ข้าวต้มทรงเครื่องคำแรกเข้าปาก “ที่ผ่านมาเคยกินแต่ข้าวต้มกับผักดองเคียงหรือโจ๊กธัญพืช ข้าวต้มทรงเครื่องเช่นนี้ไม่เคยเห็นท่านยายหรือท่านแม่ทำมาก่อน ได้สูตรมาจากอวี้เอ๋อหรือขอรับ” จางเหยากินไปชวนคุยไป
“ใช่แล้ว ฝีมือทำอาหารของนางดีมาก แถมยังมีสูตรอาหารใหม่ๆ มาให้ย่าได้ชิมเรื่อย ตอนเ้าหายตัวไป ย่าไม่มีกะจิตกะใจดูแลตัวเองจนผ่ายผอม แล้วดูย่าเวลานี้สิ ชักจะลงพุงแล้ว” ยายจางตบท้องตัวเองเบาๆ เป็การยืนยัน
“ฮ่าๆ ดีมากเลยขอรับ ขอบคุณอวี้เอ๋อจริงๆ” จางเหยาหันมาขอบคุณหยางเถาอวี้อีกครั้ง
“ครอบครัวเดียวกัน ท่านอย่าได้ขอบคุณข้าอีกเลยเ้าค่ะ ั้แ่เมื่อคืนข้าได้คำขอบคุณจากท่านมาเป็กระบุงแล้วเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้หยอกล้อ เรียกเสียงหัวเราะจากสองย่าหลานให้ดังขึ้นมาอีกครั้ง
มื้อเช้าผ่านพ้นไปพร้อมกับบรรยากาศอบอุ่นตลบอบอวลไปทั่วบ้าน เสียงพูดคุยเสียงหัวเราะดังขึ้นเป็พักๆ บรรยากาศสมเป็ครอบครัวมากขึ้นไม่น้อย
“ว่าแต่ท่านยาย ท่านต้องพาพี่เหยาเข้าหมู่บ้านไปแจ้งท่านผู้ใหญ่บ้านหรือไม่เ้าคะ”
“นั่นสิ ยายลืมนึกถึงเื่นี้ไปเลย มัวแต่ดีใจ”
“งั้นเดี๋ยวพวกเราเข้าอำเภอไปซื้อเสื้อผ้าเครื่องใช้เพิ่มเติมให้พี่เหยาก่อนดีหรือไม่เ้าคะ ที่เตรียมเผื่อไว้คงไม่พอใช้แน่ ขากลับค่อยเลยเข้าหมู่บ้านไปหาท่านผู้ใหญ่บ้าน” หยางเถาอวี้เสนอความเห็น
“ดีจ้ะ ยายเห็นด้วย”
“ดีขอรับ ข้ากลายเป็มนุษย์ถ้ำไปตั้งปีกว่า คิดถึงตัวเมืองตัวอำเภอมากเลยขอรับ” จางเหยาอยากไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตาคืนสู่สังคมเมืองเช่นกัน
“หาซื้ออะไรติดไม้ติดมือไปฝากท่านผู้ใหญ่บ้านกับฮูหยินด้วยดีหรือไม่ คราวเื่จางฉินสองพ่อลูกพวกเขาช่วยออกหน้าให้เราไม่น้อย” ยายจางเอ่ยปาก
“เอาตามที่ท่านยายว่าเลยเ้าค่ะ งั้นข้าขอไปสั่งงานพวกพี่เฮยก่อนนะเ้าคะ แล้วค่อยออกเดินทางกัน”
ทุกคนเดินตามหยางเถาอวี้ออกไปหน้าบ้าน ยายจางยิ้มไม่ยอมหุบทีเดียว มีหลานชายหลานสาวขนาบข้างพร้อมหน้าเช่นนี้ถือเป็ความปรารถนาอันสูงสุดของนาง ณ เวลานี้แล้ว
หยางเถาอวี้เรียกให้ทุกคนมารวมตัวกันหน้าลานบ้านพร้อมกับแจ้งให้ทราบถึงเื่ค่ายกลที่เพิ่งติดตั้งเสร็จเมื่อคืน
“เวลานี้ข้าติดตั้งค่ายกลป้องกันรอบบ้านของเราเสร็จเรียบร้อยแล้ว นี่คือป้ายผ่านทาง สิ่งนี้จะช่วยให้พวกท่านทุกคนสามารถเข้าออกบ้านของเราได้ตามปกติ พวกท่านหยดเืลงทำพันธะกับมัน หลังจากนี้มันจะไม่อาจเปลี่ยนเ้าของได้อีก ต่อให้พวกท่านทำหล่นหายไปไหนก็ไม่ต้องกังวล คนที่เก็บได้ไม่สามารถใช้มันได้อย่างแน่นอน” กล่าวจบหยางเถาอวี้จึงวาดมือออกไปเพื่อมอบแผ่นป้ายโลหะซึ่งมีหินแปรปรวนฝังอยู่สำหรับใช้ผ่านเข้าออกค่ายกล มองภายนอกจะเห็นเป็เหมือนป้ายโลหะทั่วไป ตัวหินภายในกำกับอักขระผ่านทางให้แก่ทุกคน
รอจนทุกคนหยดเืทำพันธะกับแผ่นป้ายผ่านทางเสร็จหยางเถาอวี้จึงทำหน้าล้อเลียนและพูดต่อ “ว่าแต่ ถ้าใครทำหาย เวลามาขอป้ายผ่านทางใหม่ข้าจะปรับเงินตำลึงดีไหมเ้าคะ ฮี่ๆๆ”
ทุกคนทำหน้าเหรอหราหัวเราะไม่ออก ไม่กล้าขำตามกับเื่เสี่ยงเสียทรัพย์ก่อนจะรีบขานรับ “ขอรับ/เ้าค่ะ นายหญิง”
“บุคคลภายนอกจะไม่สามารถเข้ามาหากไม่ได้รับอนุญาต ข้าจะมอบหยกผ่านทางไว้ให้พี่เหยาและท่านยายคนละชิ้น หยกนี้จะตอบสนองกับความคิดของพวกท่านนะเ้าคะ หากท่าน้าหรือไม่้าให้ผู้ใดเข้ามาในเขตบ้านของเราก็เพียงแค่แตะมันและคิดเท่านั้นเ้าค่ะ” กล่าวจบหยางเถาอวี้ส่งหยกเขียวให้ยายจางกับจางเหยาคนละชิ้น
แม้เรียกว่าหยก แต่อันที่จริงคือหยกฝังหินแปรปรวนขนาดเล็กที่ลงอักขระกุญแจเอาไว้ หยางเถาอวี้นำมาพันด้วยด้ายให้ดูสวยงามปกปิดรูปแบบที่แท้จริงแล้วร้อยเข้ากับพวงเชือกถักทำเป็หยกห้อยเอวให้แก่ทั้งสอง
“และนี่คือต้นกำเนิดปราณพิภพ เป็ต้นไม้เซียนซึ่งจะผลิตและปลดปล่อยพลังปราณออกมาได้ ต่อไปเมื่อพวกท่านบ่มเพาะพลัง สามารถไปนั่งบริเวณรอบต้นกำเนิดปราณพิภพนี้ ก็จะทำให้การบ่มเพาะพลังเป็ไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น พวกท่านนำไปปลูกไว้ยังสี่มุมของเขตบ้าน อีกต้นหนึ่งลงปลูกไว้ข้างบ่อแก่นหินแปรปรวนข้างหลังบ้านนะ ต่อไปทั่วอาณาเขตบ้านเราก็จะมีพลังปราณบริสุทธิ์หนาแน่นเชียว” นางส่งมอบต้นกำเนิดปราณพิภพที่ตอนกิ่งและบำรุงรักษาจนแข็งแรงแต่ละต้นสูงร่วมหมี่แล้วให้แก่อาเฮย
“ได้ขอรับนายหญิง”
“เย็นนี้หลังเสร็จงานในไร่ พวกเ้ามารวมตัวกันที่หน้าลานบ้าน ข้าจะเริ่มเปิดจุดชีพจรให้”
“ขอรับนายหญิง” ทุกคนมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจ รีบแยกย้ายกลับไปทำงานด้วยความกระตือรือล้น
-------------
https://sites.google.com/a/ses26.go.th/krupuhworkm2/1-4-kar-dulae-raksa-laea-tktaeng-swn