ไลฟ์สด ปลดพลังเวทย์

    คำสาป

    ฉันรีบขอบคุณเธอ รัตติกาลตอบมาว่า “ถ้าคุณต้องการกำจัดวิญญาณร้าย คุณต้องรู้วิธีการในการเผชิญหน้ากับพวกมันเสียก่อน คัมภีร์เล่มนี้จะช่วยบอกวิธีการเหล่านั้น และถ้าคุณฝึกฝนได้มากพอ ฉันจะสอนอาคมขั้นสูงให้คุณต่อไป”            “ตอนนี้เนื้องอกที่ใบหน้าของฉันมันเริ่มหายไปบ้างแล้วหลังจากที่ฉันกำจัดพวกวิญญาณร้ายไปได้ คุณพอจะรู้สาเหตุของมันไหม” ฉันถามเธอ            “คุณโดนคำสาปร้ายตั้งแต่บรรพบุรุษของคุณได้กระทำมาจากไสยศาสตร์มืด บาปที่พวกเขาได้สร้างแรงอาฆาตพยาบาทจนตกมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบกัน”            บรรพบุรุษเช่นนั้นหรือ แต่ฉันเป็นผู้บริสุทธิ์ ทำไมฉันต้องมารับกรรมที่ไม่ได้เป็นคนก่อ            “มีวิธีแก้ไขคำสาปไหม” ฉันถาม            “จริงๆมันก็มีอยู่ ถ้าคุณกำจัดวิญญาณชั่วร้ายจำนวนหนึ่งที่มากพอจะลบคำสาปนั้น”            ใช่แล้ว เนื้องอกของฉันลดลงตั้งแต่ตอนที่ฉันกำจัดวิญญาณร้ายต่างๆที่ผ่านมา ใบหน้าของฉันอาจจะมีโอกาสหายสนิทก็ได้ หากฉันชดใช้บาปที่ติดตัวฉันมาหมดสิ้น            ฉันศึกษาวิชาจากคัมภีร์ที่รัตติกาลส่งมาให้ ฉันฝึกสมาธิและสวดมนต์ที่บันทึกในคัมภีร์นั้นตลอดคืนโดยที่ฉันไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือเกิดอาการเมื่อยล้าใดๆ มันน่าแปลกอาการเจ็บระบมของฉันมันหายไปหมดสิ้น            ฟ้าเริ่มสาง แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา ฉันลืมตามองเห็นแสงสีแดงเป็นดวงกลมลอยอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์นั้น ฉันเอื้อมมือไปยังแสงสีแดงนั้น มันลอยมาสู่ฝ่ามือของฉันอย่างช้าๆ ร่างกายของฉันอุ่นร้อนทันทีที่แสงนั้นพุ่งเข้าไปที่ร่างกายของฉัน ความร้อนแผ่ซ่านไปทุกอณูของร่างกายฉัน และหลังจากนั้นฉันรู้สึกผ่อนคลาย ร่างกายของฉันเหมือนมีพลังอย่างบอกไม่ถูก            ฉันลุกไปเพื่อจะอาบน้ำ ฉันส่องกระจกก็พบว่าเนื้องอกที่บริเวณหน้าผากของฉันหายไป อาจจะเป็นผลมาจากวิญญาณร้ายในตัวของชายที่ชื่อธงชัยเมื่อคืน ไม่รู้ว่าไอ้วิญญาณร้ายนั้นดูดพลังคนมาแล้วกี่คน            ฉันนึกถึงภาพที่ตะวันใช้กริชแทงเข้าไปที่หน้าอกของธงชัย ตะวันสู้อยู่กับวิญญาณร้ายที่สิงอยู่ในตัวมนุษย์อย่างสูสี แม้ว่าเขาจะเพลี่ยงพล้ำ แต่นั่นก็เพราะว่าศัตรูเป็นอมนุษย์ ตะวันดูเท่ห์มากในสายตาฉัน ตอนนั้น เขาพยายามที่จะปกป้องฉันอย่างสุดกำลัง            ฉันตื่นจากภวังค์และตบหน้าตัวเอง “ไฟลิน เธออย่าเพ้อฝันอะไรไปขนาดนั้น เธอเป็นผู้หญิงอัปลักษณ์ การที่ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างตะวันเข้ามาใกล้เธอ เขาคงต้องมีวัตถุประสงค์บางอย่าง เขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอหรอก ไพลิน” ฉันเตือนตัวเองซ้ำๆ            ฉันอาบน้ำแต่งตัวและเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมน้องชายของฉัน เมื่อฉันไปถึงฉันเห็นตะวันอยู่ที่นั่น เมื่อเขาเห็นฉัน เขาก็ยิ้มให้ฉัน            “ตะวัน คุณมีอะไรหรือเปล่า” ฉันถาม            “ผมมารอคุณ ไม่มีอะไรมากแค่มาชวนไปทานอาหารด้วยกัน”            “ฉันไม่ชอบไปทานอาหารที่ร้านอาหาร” ฉันปฏิเสธเพราะฉันไม่อยากถอดหน้ากากให้ใครเห็น            “ผมมีข้อมูลของสถานที่บางแห่ง ที่ผมคิดว่าเหมาะมากสำหรับการไลฟ์สดครั้งต่อไป เราจะได้คุยกันตอนทานอาหาร ไม่ต้องห่วงผมจองห้อง vip เอาไว้ จะไม่มีใครมารบกวนเรา”            ฉันถอนหายใจเล็กๆ เริ่มราวมันเริ่มมาจากฉันอยากได้เงินของเขาจึงยอมให้เขาเข้ามาร่วมรายการในช่องของฉัน และฉันคงไม่สามารถปฏิเสธเขาได้อีกต่อไปแล้วสินะ แต่การมีเขาไปด้วยก็ทำให้ฉันอุ่นใจไม่น้อย ฉันจึงตอบตกลง            ฉันเดินตามเขาไปยังที่จอดรถ วันนี้เขาขับรถปอร์เช่สีขาวมา รถของเขาสวยมาก ฉันเคยเห็นรถราคาแพงๆมากมายในบ้านของคนรวยที่ฉันไปทำความสะอาดให้ตอนที่ฉันยังทำงานเป็นแม่บ้าน ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้มีโอกาสนั่งรถหรูๆแบบนี้มาก่อน            “เราไปทานอาหารจีนกัน ผมรู้จักร้านที่มีชื่อเสียง”            เขาขับรถพาฉันมายังร้านอาหาร ไม่สิต้องเรียกว่าภัตตาคารน่าจะเหมาะกว่า เพราะมันใหญ่โตมาก เพียงแค่ลานจอดรถก็กว้างขวางแล้ว            เราสองคนเดินไปยังหน้าประตู พนักงานต้อนรับในชุดกี่เพ้าเอ่ยต้อนรับ “คุณตะวันใช่ไหมคะ” เขาพยักหน้าตอบรับ “เชิญตามมาทางนี้เลยค่ะ เราเตรียมห้อง vip ไว้ให้แล้วค่ะ”            ฉันสังเกตว่าภัตตาคารแห่งนี้ตกแต่งสไตล์จีนได้สวยงามมาก สวนด้านนอกเต็มไปด้วยต้นไผ่และสระน้ำที่มีปลาแหวกว่าย เราเดินจนมาถึงห้องที่มีป้ายหน้าห้องเขียนว่า “ห้องรับรองพิเศษ”            “อ้าว..ตะวัน วันนี้พาใครมาล่ะ” เสียงชายคนหนึ่งเอ่ยทักตะวัน ฉันไม่รู้จักเขา เขาอาจจะเป็นเพื่อนของตะวันก็ได้            “พศิน นายกลับมาจากอังกฤษแล้วเหรอ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” ตะวันทักทายชายคนนั้นกลับ            “ผู้หญิงคนใหม่ของนายเหรอ ตะวัน หุ่นดีนี่ แต่ทำไมใส่หน้ากาก” คนที่ชื่อพศินพูดและมองมาที่ฉัน ฉันไม่ชอบสายตาของเขาเลย            ตะวันขยับตัวมาบังฉันไว้และพูดว่า “พศิน พูดอะไรให้เกียรติเธอหน่อย นายนี่นิสัยไม่เปลี่ยนเลยนะ”            “ฮ่าๆๆ ใจเย็นเพื่อน ฉันไม่แย่งจีบคนของนายหรอก” เขาพูดแล้วก็เดินออกไป            ตะวันพาฉันเข้าไปนั่งในห้องอาหาร พวกเรานั่งอยู่บนโต๊ะโดยมีพนักงานของภัตตาคารคอยดูแล ถึงจะเป็นห้องส่วนตัว แต่การที่มีพนักงานอยู่ด้วย มันทำให้ฉันรู้สึกไม่ดี ตะวันจึงสั่งให้นำอาหารมาเสริฟและขอให้ทุกคนออกไปให้หมด เขาดูใส่ใจความรู้สึกของฉันเหมือนกันนะ            อาหารถูกจัดวางไว้มากมายเต็มโต๊ะ ทั้งเป็ดปักกิ่ง ซี่โครงหมู อาหารจีนหลายอย่างที่ฉันก็ไม่รู้จัก ฉันไม่เคยได้กินอาหารดีๆ แพงๆแบบนี้มาก่อนเลย ฉันกินจนไม่ได้สังเกตเลยว่าตะวันมองฉันด้วยรอยยิ้มเล็กๆ            ตะวันบอกว่าการไลฟ์สดของฉันเป็นที่สนใจ มีนักข่าวหลายคนจำตะวันได้และติดต่อผ่านเขาว่าต้องการสัมภาษณ์ฉัน แต่เขาปฏิเสธไปหมดแล้ว            จริงๆก็มีข้อความทักมาหาฉันในเฟซบุ้กมากมายเหมือนกัน แต่ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันเป็นใคร ฉันไม่ได้ต้องการชื่อเสียง ฉันทำเพียงเพราะต้องการเงินเท่านั้น ต้องขอบคุณตะวันด้วยที่ปฏิเสธไป            ตะวันนำข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ในการไลฟ์สดครั้งต่อไปมาให้ฉันดู ฉันเปิดดูทีละแห่ง อย่างไรฉันก็ต้องไลฟ์สดต่อไป เพื่อรักษาระดับของช่องให้ติดอันดับช่องยอดนิยมของเฟซบุ้ก มันมีผลต่อการสร้างรายได้ของฉัน ยิ่งระดับสูงมากเท่าไหร่ ค่าตอบแทนก็มากขึ้นเท่านั้น หากช่องไม่มีความเคลื่อนไหวนาน ฉันอาจจะถูกลดอันดับได้            ฉันไปสะดุดข้อมูลอันหนึ่ง โรงแรมแห่งนี้ดูน่าสนใจมากทีเดียว ฉันเปิดอ่านข้อมูลโดยละเอียด            “โรงแรมเทวี โฮเต็ล” โรงแรมระดับห้าดาว มีเรื่องราวเล่าว่าในระหว่างการก่อสร้างโรงแรมมีคนงานเสียชีวิตไปหลายคน พื้นที่ในการก่อสร้างนั้นในอดีตเป็นที่ฝังศพเชลยศึกในสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อสงครามสงบ ก็มีการขุดศพขึ้นมาเพื่อทำพิธีพบว่ามีถึงหลายร้อยศพเมื่อโรงแรมเปิดทำการก็มีเรื่องราวสยองขวัญเกิดขึ้นตลอด จนวันหนึ่งมีแขกคนหนึ่งแขวนคอตายในห้องพัก และหลังจากนั้นก็มีคนฆ่าตัวตายที่โรงแรมแห่งนี้ตามๆกันทีละห้อง แม้ว่าทางโรงแรมจะนิมนต์พระมาทำพิธีปัดเป่าอย่างไร ความเฮี้ยนของวิญญาณเหล่านั้นก็ยังอยู่  จนทางโรงแรมทยอยปิดตายห้องพักเหล่านั้นไปทีละห้อง เรื่องราวเล่าขานจนไม่มีใครกล้ามาพักที่โรงแรมแห่งนี้ เพียงแค่อ่านเรื่องราวก็ทำเอาฉันขนหัวลุกแล้วฉันขอตัวออกไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างทางที่ฉันเดินไปนั้นฉันพบกับชายที่ชื่อพศินเข้าพอดีที่หน้าห้องน้ำ ฉันจึงรีบเดินเข้าห้องน้ำไป แต่เมื่อฉันออกมา เขาก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น เขาจับจ้องฉันไม่วางตา“คุณเป็นคู่ขาคนใหม่ของตะวันเหรอครับ” เขาถามฉันรู้สึกไม่ชอบใจในคำพูดของเขา ฉันจึงเดินเลี่ยงออกมา เขาคว้าแขนฉันเอาไว้จนฉันเสียหลักไปกระแทกเขา“ อืม...กลิ่นตัวคุณหอมจัง คุณใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไร” เขาพูดออกมา“ปล่อยฉันนะ” ฉันขอร้องเขา