พวกเด็กๆ ต่างพากันเรียนรู้ทำนาข้าวด้วยความสนุกสนาน ทำบ้าง เล่นบ้างสลับสับเปลี่ยนกันไป ยิ่งเด็กเล็กๆแล้วจะเล่นซะส่วนมาก แต่พวกผู้ใหญ่เองก็ไม่ได้เคร่งเครียดอะไรปล่อยให้พวกเด็กๆสนุกสมวัยของพวกเขา
“ทีนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนลูกหลานใครดูแล้วหน้าตาเหมือนกันไปหมดเลยนะคะ แยกแยะไม่ออกเลยทีเดียว”แม่
“เด็กผู้หญิง เด็กผู้ชาย ก็ล้วนแล้วแต่ดูออกยากเหมือนกันแล้วด้วยนะคะ”อาสะใภ้
“เด็กๆดูจะทำงานจริงจังมากกว่าผู้ใหญ่อย่างเราๆนะคะดูสิคะ เปรอะเปื้อนดินทั้งตัวกันเลย แสดงว่าทุ่มสุดตัวกันจริงๆเลยค่ะ”น้าสะใภ้
“ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า….”พวกแม่ๆ ต่างก็นินทาลูกๆหลานกันอย่างสนุกสนานกันไป
“ได้ทีน่ะนะ ที่จะได้เล่นเลอะเทอะแบบนี้จะไปว่าก็ไม่ได้เสียด้วยสิ”ย่า
“ใช่ๆจะไปว่าได้อย่างไรทำนาปักต้นกล้า หว่านข้าวอย่างไรเสียก็ต้องเท้าเหยียบดิน เหยียบโคลนกันบ้าง”ยาย
“แม่คะ หลานสาว หลานชายแม่ เหยียบดิน เหยียบโคลนทั้งตัวเลยค่ะดูสิคะ ยิ่งสองตัวเล็กนั่นแสบจริงๆค่ะ”แม่
“ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า….”พวกแม่ๆ
สิ่งที่พวกท่านเห็นในตอนนี้คือเห็ดน้อย พี่พริกหวาน กำลังนอนหงายท้องพึ่งอยู่บนที่นานั่นเอง
“ท่าทางจะนอนเย็นสบายเขาล่ะนะ”ยาย
“การโดนดินโคลนแบบนี้พอกตัวก็ช่วยดับความร้อนจากอากาศแบบหนึ่งนะ”ย่า
“มันก็จริงค่ะ แต่ว่าเฮ้อ…….”แม่
“นานๆทีน่าปล่อยหลานๆแม่ให้เลอะเทอะบ้างเถอะ”ยาย
“แม่คะหลานสาวแม่นี่ไม่ได้นานๆทีครั้งแน่ๆค่ะสำหรับคำว่าเลอะเทอะมอมแมมน่ะค่ะ และนี่การทำนาปลูกต้นกล้า และหว่านข้าวมิใช่มีแค่วันนี้เพียงวันเดียวนะคะแม่”แม่
“บ่นเป็นคนแก่ไปได้นะเราน่ะ ยังสาวอยู่แท้ๆ”ยาย
“โธ่แม่คะ หลานสาวแม่นี่แตะต้องไม่ได้เลยเชียวนะคะเนี่ย”แม่ หยอกเย้ายายและย่ากลับ
“ก็แน่สิ หลานสาวแม่นะ”ยาย กับย่า ประสานเสียงพูดประโยคเดียวกันอย่างกับนัดหมาย
“พี่สะใภ้ก็น่าจะรู้นะคะว่าหลานสาวน่ะเป็นที่รักของทุกคนเชียวนะคะห้ามว่าเด็ดขาดเลย”น้าสะใภ้
“ฮ่า….ฮ่า….ฮ่า….”อาสะใภ้ น้าสะใภ้
ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้ ต่างก็พูดหยอกล้อเล่นกับไปมาโดยมีเด็กๆ เป็นหัวเรื่องส่วนใหญ่ในการสนทนานี้
กลับมาทางด้านพวกเด็กๆอีกครั้ง โดยเฉพาะสองสาวน้อยบ้านเหอที่ตอนนี้ยังคงนอนแผ่หลาบนที่นาหลังจากช่วยปักต้นกล้าไปสักพักหนึ่งแล้ว จู่ๆ เจ้าเห็ดน้อยก็พูดขึ้นมาลอยๆว่า..
“อ้า….นั่นมันน่องไก่อันใหญ่”เห็ดน้อย ที่ทำมือเป็นเลนส์กล้อง และหรี่ตามองอยู่บนท้องฟ้าในตอนนี้
“เอ๋..?น่องไก่ที่ไหนเหรอ?น้องเห็ดน้อย แล้วน้องกำลังทำอะไรอยู่แบบนี้หมายความว่าอะไรงั้นเหรอ??”พี่พริกหวานเอียงหน้ามาถามน้องเห็ดน้อย และเห็นน้องสาวคนเล็กของเธอทำท่าแปลกๆอยู่อีกด้วย
“อ้อ….บนท้องฟ้านั่นไงพี่พริกหวานดูสิก้อนเมฆพวกนั้นกำลังแปลงร่างอยู่ด้านบนไง ทำมือแบบนี้นะและเอามาส่องที่ตาเราและหรี่ตามองเล็กน้อยก็จะเห็นชัดเจนเลยล่ะ พี่พริกหวานลองดูสิ”เห็ดน้อย
“ได้”พี่พริกหวาน
“ว้า….น่องไก่หายไปแล้วล่ะพี่พริกหวาน”เห็ดน้อย
“โอ้..!!พี่พริกหวานเห็นแล้ว เห็นแล้วนั่น ตรงนั้น ก้อนเมฆก้อนนั้นมันคือปลาไม่มีครีบ ไม่มีหางด้วยล่ะ น่ากินจังเลย”พี่พริกหวาน
“ไหนๆพี่พริกหวาน”เห็ดน้อย
“ตรงนี้ไงน้องเห็ดน้อย”พีพริกหวาน
“ใช่จริงๆด้วย และที่เจ้าปลาตัวนี้ที่มันไม่มีครีบกับหางเพราะมันไม่ได้อยู่ในแม่น้ำที่ต้องใช้ว่ายน้ำไปมา แต่เพราะมันอยู่บนท้องฟ้าเลยลอยตัวได้อย่างไรล่ะพี่พริกหวานฮิ….ฮิ….เห็ดน้อย
“อ้า..จริงด้วยฮิ….ฮิ……”พี่พริกหวาน
สองสาวน้อย ต่างพูดคุยและส่องดูก้อนเมฆบนท้องฟ้ากันอย่างสนุกสนาน และเสียงที่พูดคุยกันดังมากๆก็เป็นที่ดึงดูดความสนใจให้พวกเพื่อนๆ น้องๆ รุ่นไล่เรี่ยกันเป็นอย่างดี
“เห็ดน้อย พี่พริกหวาน ทำอะไรกันเหรอ”เด็กๆในหมู่บ้าน
“ใช่ๆน้องเห็ดน้อย กับพริกหวานทำอะไรกันดูน่าสนุกเชียว”
“มานี่สิ มาๆนอนลงนะทุกๆคนตรงไหนก็ได้นะเลือกกันได้ตามสบายเลย”พี่พริกหวาน ชักชวนเพื่อนๆพี่ๆ น้องๆที่เดินมาหาพวกเธอ
“นอนลงเลยค่ะทุกๆคนเร็วๆเข้าเดี๋ยวจะไม่ทันนะ”เห็ดน้อย
“ก็ได้”เด็กๆในหมู่บ้าน
พวกเด็กๆในหมู่บ้านกลุ่มหนึ่งพากันนอนอยู่ไม่ห่างกันหัวชนหัวกันบ้าง เท้าชนเท้ากันบ้าง นอนเรียงรายกันอยู่บริเวณแถวนั้นเป็นกลุ่มเป็นก้อน
“แล้วทำอะไรต่อเหรอ??”เด็กๆในหมู่บ้าน
“เตรียมดูก้อนเมฆแปลร่างกันนะทุกๆคน”เห็ดน้อย
“ก้อนเมหแปลงร่าง??!”เด็กๆในหมู่บ้าน
“ใช่ๆ”สองสาวน้อย
“ทำแบบนี้นะ ทุกๆคนดูตามเห็ดน้อยกับพี่พริกหวานทำนะ”เห็ดน้อย
“ได้ๆ”เด็กๆในหมู่บ้าน
“เริ่มจาก……”พี่พริกหวาน เริ่มอธิบายการทำมือและให้มองไปบนท้องฟ้า และหากลุ่มก้อนเมฆที่เริ่มรวมตัวกัน หรือกลุ่มก้อนเมฆที่กำลังเกาะตัวกันอยู่แล้วและให้เพื่อนๆแต่ละคนมองไปว่าแต่ละคนเห็นอะไรกันบ้าง
แต่พอจะเริ่มเล่นสนุกกันพวกพี่ชายก็เข้ามาทักเสียก่อนว่าน้องสาวทั้งสองคนกับเพื่อนๆในหมู่บ้านกำลังจะทำอะไรกัน
“น้องๆ กำลังทำอะไรกันอยู่เหรอ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“ดูก้อนเมฆแปลงร่าง”พวกเด็กๆในหมู่บ้าน และสองสาวน้อย
“เอ๋?? ก้อนเมฆแปลงร่างมันคืออะไรกันเหรอ”พี่รองถู่โต้ว
“มันก็คือ……”พี่พริกหวาน อธิบายอีกครั้งให้พวกพี่ชายได้เข้าใจกันและแน่นอนมีเหรอพวกพี่ชายจะพลาดความสนุกสนานครั้งนี้ด้วย
พวกพี่ชายพากันมาที่และนอนลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อเตรียมพร้อม ทีนี้จากที่เป็นกลุ่มเล็กๆ กลายเป็นว่าพวกเด็กๆ ก็พากันมารวมตัวนอนหงายพึ่งกันหมดแล้วและเริ่มส่องดูก้อนเมฆบนท้องฟ้ากัน
“ว้าว…….”พวกเด็กๆ
“นั่นมันกระต่ายล่ะ”
“นั่นก้อนหินล่ะ”
“นั่นถ้วยใส่ข้าวล่ะ”
“นั่นโต๊ะล่ะ”
เด็กๆ ในหมู่บ้านต่างก็เริ่มสนุกกับการมองดูก่อนเมฆที่กำลังแปลงร่างในรูปแบบต่างๆ บางคนก็เห็นแบบเดียวกัน บางคนก็ไม่แล้แต่จินตนาการของพวกเขาที่จะสามารถเห็นได้
ทางด้านพวกพี่ชายเองก็เห็นเป็นรูปร่างแล้วเช่นกันและตื่นเต้นกันมากต่างพูดคุยกัน และสอบถามกันว่าใครเห็นอะไรกันบ้างอย่างสนุกสนาน
“เมฆก้อนนี้รูปเสือล่ะ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“แต่ก้อนนั้นรูปหมีล่ะ”พี่หนานกวา
“ผมเห็นหมาป่าล่ะ”พี่หยางชง
“ของผมนั่นๆ หมูป่า”พี่รองถู่โต้ว
“หมีนู้นหมีล่ะทุกๆคนดูสิ”พี่ขู่เฉิง
“ส่วนทางด้านโน้นเป็นนกล่ะ”พี่ต้าซ่วน
พวกพี่ชายส่วนมากจะเห็นเป็นรูปสัตว์เสียส่วนใหญ่ ช่างเหมาะกับการเป็นหนุ่มน้อยเสียจริง
แต่พอจะหันมาพูดคุยกับน้องสาวทั้งสองคนบ้าง สิ่งที่พวกพี่ชายได้ยินจากน้องสาวนั้นก็ทำให้พวกพี่ชายทั้ง 6 คนเปลี่ยนใจกันอย่างรวดเร็วทันทีเลยว่าไม่พูดคุยหรือสอบถามก้อนเมฆจากน้องสาวจะดีที่สุดเลย เพราะพวกพี่ชายได้ยินแต่ว่า….
“น้องเห็ดน้อย รอบนี้พี่พริกหวานเห็นมันเผาล่ะ กำลังร้อนๆเลยด้วย ควันฉุยๆขึ้นข้างบนด้วยนะ”พี่พริกหวาน
“..............!!”พวกพี่ชาย
“ของเห็ดน้อย เป็นไก่ย่างล่ะอ้า…หนังกรอบๆ เนื้อนุ่มๆ กลิ่นเครื่องเทศหอมๆ แจ็บ…..แจ็บ….”เห็ดน้อย
“..............!!”พวกพี่ชาย
“อุ๊ย….นั่นๆกำลังเปลี่ยนเป็นถังหูลู่ล่ะ”พี่พริกหวาน
“ไหนๆพี่พริกหวาน”เห็ดน้อย
“นี่ไงตรงนี้เลยน้องเห็ดน้อย”พี่พริกหวาน จับหน้าน้องเห็ดน้อยให้เอียงตรงองศาเดียวกับที่พี่สาวกำลังมองอยู่
“โอ้…เห็ดน้อยเห็นเป็นลูกชิ้นลูกใหญ่ๆเสียงไม้ไผ่มากกว่าล่ะพี่พริกหวานฮิ….ฮิ…..”เห็ดน้อย
“จะเป็นถังหูลู่ หรือลูกชิ้นเสียบไม้ไผ่ก็อร่อยไม่ต่างกันนะน้องเห็ดน้อย ฮิ….ฮิ…..”พี่พริกหวาน
“ใช่ๆ”เห็ดน้อย
“..............!!”พวกพี่ชาย
“โอ๊….นั่นสตรอเบอร์รี่ลูกใหญ่ด้วยล่ะ”เห็ดน้อย
"..............!!”พวกพี่ชาย
“อุ๊ย…นั่นเห็ดย่างล่ะน้องเห็ดน้อย”พี่พริกหวาน
“..............!!”พวกพี่ชาย
พวกพี่ชายลองมองไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง และหันมามองหน้ากันไปมาและพูดคุยกันด้วยเสียงเบาที่สุดเพื่อไม่ให้น้องสาวทั้งสองได้ยินกัน
“ทำไมก้อนเมฆของพวกน้องสาวมีแต่ของกินเล่า”พี่รองถู่โต้ว
“จริงด้วย ทำไมพวกเราไม่เห็นแบบที่น้องสาวกำลังเห็นล่ะ”พี่ขู่เฉิง
“บนท้องฟ้าของน้องสาวทั้งสองมีแต่อาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์เสียจริงเชียวนะครับ”พี่ต้าซ่วน
“ใช่ๆ”กลุ่มพวกพี่รอง
และกลุ่มพวกพี่รองนั้นก็ทนเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ได้ จึงหันไปสอบถามน้องสาวทั้งสองคนให้มามองก้อนเมฆที่น้องสาวบอกว่ามันแปลงร่างได้บ้างว่า ก้อนเดียวกันกับพวกเขาน้องสาวสองคนจะเห็นเป็นอะไร
“น้องเห็ดน้อย น้องพริกหวาน เมฆก้อนนี้คืออะไรเหรอ”พี่รองถู่โต้ว
“ไหนๆ”สองสาวน้อย
“นี่ทางนี้เลยน้องสาวเอียงมาทางด้านขวานิดหน่อยจะเจอเลยนะ”พี่รองถู่โต้ว บอกและค่อยๆจับหัวน้องสาวสองคนให้หยุดตรงเป้าหมายทีละคน
“อ้า….ปีกไก่ย่างแสนอร่อย….”เห็ดน้อย
“ปีกใหญ่มากด้วย”พี่พริกหวาน
“..............!!”พวกพี่ชาย
“เอ่อ……แล้วก้อนเมฆแปลงร่างก้อนนี้ล่ะน้องสาว”พี่ขู่เฉิง
“ลูกเก๋าลัดล่ะ อ้าใส่กับน้ำแข็งน้ำหวานแสนอร่อยเลยนะ”เห็ดน้อย
“แค่ลูกเก๋าลัดลูกนี้ลูกเดียวกินได้ทั้งหมู่บ้านเลยเนอะน้องเห็ดน้อย”พี่พริกหวาน
“..............!!”พวกพี่ชาย
“แล้วก้อนเมฆข้างๆกันล่ะน้องสาว”พี่ต้าซ่วน
“ซาลาเปาลูกใหญ่”เห็ดน้อย พริกหวาน ประสานเสียงกันตอบอย่างมั่นใจกับสิ่งที่เห็น
“..............!!”พวกพี่ชาย
สองสาวน้อย ก็ตอบให้พวกพี่ชายรองทั้งหลายรับฟังกันไปครบแล้ว และพวกเขาไม่ได้ถามอะไรต่อ จึงกันไปคุยกันหงุงหงิงตามประสาสองสาวน้อยกันต่อ โดยไม่ได้สนใจพวกกลุ่มพี่ชายรองแต่อย่างใด
ส่วนพวกพี่ชายรองก็หันมาคุยกันและเพ่งมองกลุ่มก้อนเมฆที่พวกเขาเอาไปถามน้องสาวทั้งสองคนอีกครั้งก่อนที่จะสลายตัวและจับตัวไปแปลงร่างเป็นรูปร่างแบบอื่นๆต่อ
พวกพี่ชายรองพูดคุยกันอย่างเบาๆ ปรึกษากันว่าก้อนเมฆที่พวกเขาเห็นแตกต่างจากน้องสาวทั้งสองคนว่าไว้จริงๆ พยายามจะมองให้เห็นเหมือนน้องสาวทั้งสองคนของพวกเขาเห็น แต่มันก็ไม่ใช่สักที
“กระต่ายของเรากลายเป็นปีกไก่ย่างน้องสาวสองคนเสียแล้วสิ มันเป็นปีกไก่ย่างตรงไหนกันล่ะพวกนายดูออกไหม”พี่รองถู่โต้ว
“ไม่”พี่ขู่เฉิง พี่ต้าซ่วนพากันส่ายหน้าไปมา
“ภูเขาลูกใหญ่ของผม กลายเป็นเก๋าลัดน้องสาวด้วยนี่น่ะสิ มันเหมือนเหรอ??”พี่ขู่เฉิง
“ไม่รู้สิ”พี่ต้าซ่วน พี่รองถู่โต้ว ก็พากันส่ายหน้าไปมาอีกครั้งกับคำถามนี้
“แล้วเมฆกลมๆพวกนี้ มันคือซาลาเปาได้ยังไงกัน”พี่ต้าซ่วน
“ไม่รู้เหมือนกัน”พี่รองถู่โต้ว พี่ขู่เฉิง ก็ส่ายหน้าไม่รับรู้อีกครั้ง
“พวกเราคงจะต้องใช้ความพยายามให้มากกว่านี้นะ”พี่รองถู่โต้ว
“เฮ้อ…………….”พี่รอง พี่ขู่เฉิง พี่ต้าซ่วน
ภาพที่พวกเด็กๆ ต่างพากันนอนเรียงรายตามชายที่นาปลูกต้นข้าว เป็นภาพที่น่าเอ็นดูสำหรับพวกผู้ใหญ่มากๆ ภาพที่เห็นคือเด็กๆ ต่างพากันส่องดูด้านบนมืออีกด้านก็พยายามเหมือนจะเขียน หรือวาดอะไรบางอย่างบนท้องฟ้า เสียงพูดคุย และเสียงหัวเราะดังตลอดเวลา
“ดูแล้วคงจะไม่ใช่แค่นอนพักกันเฉยๆแล้วนะคะนั่น”อาสะใภ้
“แต่ที่แน่ๆหัวโจกนำกลุ่มนี่น่ะค่ะ ดูแล้วก็น่าจะเป็น…..”น้าสะใภ้
“น้องเห็ดน้อย กับ พี่สาวพริกหวาน ใช่ไหมล่ะ”แม่
“ใช่ค่ะ”อาสะใภ้ น้าสะใภ้
“เฮ้อ…….พากันซนไม่พอชักชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆซนกันไปหมดเลย”แม่
“แสบจริงๆนะคะเนี่ย”น้าสะใภ้
“ใช่ค่ะ ไม่แผ่วเลยตั้งแต่มาถึงน่ะค่ะและเท่าที่เห็นกับตาพวกเราด้วยนะคะเนี่ย”อาสะใภ้
“ทีนี้ล่ะตอนเที่ยงจะต้องพากันกลับไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนแล้วล่ะ”ย่า
“ถ้าจะให้กินทั้งแบบนั้นมีหวังได้กินเศษหิน เศษดินโคลนร่วมด้วย อร่อยแน่ๆล่ะนะ”ยาย
“ฮ่า….ฮ่า….ฮ่า…..”แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้
“พาพวกเด็กๆ ไปที่ริมแม่น้ำถูเพี่ยนใกล้ๆนี่ก็ได้มั้งคะแม่”น้าสะใภ้
“มันก็ได้อยู่หรอกนะแต่แม่กลัวว่าพอเที่ยงๆ แดดเริ่มมาให้เด็กๆ ล้างตัวแบบนี้ตัวชื้นๆนี่จะไม่ดีเอานะกลัวว่าคืนนี้จะเป็นไข้ได้นะ”ยาย
“จริงด้วยค่ะ ลูกลืมไปเลย”น้าสะใภ้
“สงสัยว่าพวกเราคงจะต้องพาพวกเด็กๆกลับบ้านกันดีกว่านะคะ น่าจะดีที่สุดค่ะ ส่วนอาหารเราก็เอาไว้ให้พ่อกับหนุ่มๆเขากินกันที่นี่ พวกเราไปกินที่บ้านกับพวกเด็กๆ แทน”แม่
“แม่ว่าแบบนี้ล่ะดีที่สุดแล้ว”ย่า
“ค่ะแม่” แม่
“งั้นเดี๋ยวพวกเราเตรียมอาหารบางส่วนไปไว้ที่รถสามล้อของพวกพ่อก่อนนะคะ”อาสะใภ้
“จัดการได้เลยนะ เดี๋ยวสักพักค่อยเรียกเด็กๆกลับบ้านกัน”ยาย
“ค่ะแม่”อาสะใภ้ น้าสะใภ้ แม่
พอได้เวลาแล้วแม่ก็เรียกเห็ดน้อยกับพวกพี่ๆขึ้นมาจากที่นา และบอกกล่าวว่าจะพากลับไปที่บ้านเลย
“กลับบ้านเลยจริงๆเหรอคะแม่”เห็ดน้อย ยังอดเสียดายที่จะอยู่สนุกต่อกับเพื่อนๆไม่ได้
“ขออยู่ต่ออีกนิดเดียวได้ไหมคะ”พี่พริกหวาน
พวกพี่ชายเองยืนลุ้นอย่างเงียบๆ ถ้าได้อยู่ต่อก็ดีมากๆเลยแต่ถ้าไม่ได้อยู่ต่อก็ไม่เป็นอะไรสำหรับพวกเขา
“ไม่ได้ค่ะ ดูพวกหนูตอนนี้สิลูก”แม่
“ทำไมเหรอคะแม่”เห็ดน้อย หันมามองดูตัวเอง พี่พริกหวาน และพวกพี่ชาย
“เฮ้อ….แล้วหนูเห็นอะไรคะไหนบอกแม่สิ??”แม่
“ก็เห็นตัวเอง พี่พริกหวาน และพวกพี่ชายค่ะ”เห็ดน้อย
“เฮ้อ…..ค่ะๆแม่รู้แต่ที่แม่ถามเนี่ยหมายถึงว่า น้องเห็ดน้อยเห็นไหมว่าทุกๆคนตอนนี้เลอะเทอะ มอมแมมมากขนาดไหน”แม่
“โอ้….มอมแมมนิดหน่อยค่ะแม่ขา”เห็ดน้อย ยิ้มเห็นฟันสีขาวซี่เล็กๆ เต็มปากจริงๆ เพราะตัวที่เปื้อนดินโคลนเลยยิ่งทำให้เห็นฟันชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม
แม่ ย่า ยาย อาสะใภ้ น้าสะใภ้ ที่ได้ยินเจ้าตัวแสบตัวน้อยของบ้านกำลังพูดอยู่ก็อดที่จะหมั่นเขี้ยวไม่ได้
“อ้อ…มอมแมมนิดหน่อย”น้าสะใภ้
“นั่นแหละค่ะ พวกหนูจำเป็นจะต้องไปล้างตัวให้สะอาดและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่กันเลย ไม่อย่างงั้นแล้วปล่อยให้ใส่เสื้อผ้าชื้นๆแบบนี้ และอากาศเริ่มร้อนแล้วพวกหนูจะไม่สบายเอาได้นะคะ”แม่
“และที่สำคัญก็คืออาหารเที่ยงวันนี้ จะกินกันได้อย่างไรถ้าพวกเราเปื้อนดินโคลนมากขนาดนี้”อาสะใภ้
“ก็ได้ค่ะ”สองสาวน้อย
“ถ้าอย่างงั้นพวกเราเตรียมตัวขึ้นรถสามล้อกันเลยนะ พวกเราจะกลับบ้านกัน”แม่
“ค่ะ” “ครับ” พวกเด็กๆ
“กำลังสนุกเลยเนอะพี่พริกหวาน ยังไม่อยากกลับบ้านเลยนะ”เห็ดน้อย
“ทำอย่างไรได้ล่ะ เสื้อผ้าเปียกชื้นขนาดนี้ยังไงซะแม่ก็ไม่มีทางปล่อยพวกเราเล่นต่อหรอกนะ”พี่พริกหวาน
“เดี๋ยวกลับบ้านแล้วพวกพี่จะต้มน้ำให้น้องสาวอาบน้ำนะ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“ขอบคุณค่ะ”สองสาวน้อย
เห็ดน้อย ที่กำลังเตรียมขึ้นรถก็มองไปโดยรอบที่พวกเพื่อนๆเองก็โดนต้อนพากันกลับบ้านเช่นเดียวกันกับพวกเธอ และนึกถึงว่ากลับไปจะต้องเสียเวลาอะไรบ้างที่จะต้องทำ
พอคิดถึงตรงนี้ทำให้เห็ดน้อยนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ว่า ถ้ามีก็ประหยัดเวลาไปได้อีกเยอะเลยล่ะน่ะ
“เปิดระบบ………”เห็ดน้อย ไม่รอช้าเมื่อนึกว่าต้องการจะทำอะไรต่อไปรีบเปิดระบบวาดรูปพิเศษออกมาอย่างรวดเร็วทันทีเลย
************
เห็ดน้อยจะใช้โอกาสในการวาดรูปวิเศษอีกครั้ง แต่จะวาดรูปอะไรกันนะ?? ลองเดากันดูนะคะ