EP : 37 ถล่มพวกนอกกรีต
“เมื่อไปถึงเราจะบุกไปโจมตีแบบตรงๆ ใช่หรือไม่” หลังทางอาหารเสร็จชายชราก็เอ่ยถามทันที พลางมองเว่ยหมิงหย่งเอาผ้ามาปิดใบหน้าของเว่ยลู่เซียน
“แบบนั้นแหละน่าตื่นเต้นดี” เว่ยเหลียนฉางเอ่ยตอบเพราะเขาอยากจะอาละวาดเต็มทนแล้ว
“ตกลงตามนี้” เว่ยเซี่ยวป้อสรุปก่อนจะพากันออกไปทันที จากนั้นก็พากันกระโดดขึ้นเรือเหาะไปอย่างรวดเร็ว
“ดื่มน้ำชาดอกท้อสิ” ชายชราบอกพลางส่งแก้วไปให้กับเว่ยลู่เซียนและคนอื่นๆ
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านตา” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกก่อนจะทานขนมไปด้วย ดีที่พี่ชายของนางรอบคอบสั่งอาหารมาเพื่อมาทานบนเรือเหาะด้วย
“ใกล้ถึงแล้ว” เสวี่ยซานเฟยร้องบอกเมื่อมองเห็นที่กบดานของพวกนอกกรีตที่อยู่ในป่า โดยกางม่านอักขระเอาไว้เพื่อกันผู้คนเอาไว้
“เอาล่ะ เราจะลงกันตรงนี้” เว่ยเซี่ยวป้อบอกพลางกระโดดลงจากเรือเหาะไปก่อนคนอื่น
ที่เหลือเมื่อเก็บของเสร็จก็พากันกระโดดลงไปด้านล่างทันที
เว่ยลู่เซียนได้แต่ทำหน้าเซ็ง เพราะห้ามอะไรคนพวกนี้ไม่ได้ แถมเจ้าสำนักนครเวหาก็ยังเป็นไปกับพี่ชายของนางด้วย
“เริ่มกันเลยดีกว่า” เว่ยหมิงหย่งเอ่ยบอกพลางทำลายม่านอักขระของพวกนอกกรีตทิ้งไป
ตู้ม!!!
“เกิดอะไรขึ้น”
“เฮ้ย!! มีผู้บุกรุก”
“จัดการมันเร็ว!!”
“ลุย!!!” หลิ่วหมิงจื่อร้องขึ้นก่อนจะพุ่งตัวไปด้านหน้าทันที
เว่ยลู่เซียนได้แต่มองการต่อสู้ของแต่ละคน ก่อนจะหาที่นั่งเพื่อมองดูเหล่าคนพวกนั้นนิ่งๆ
โดยไม่มีอารมณ์จะไปสู้เหมือนกับคนอื่น เพราะอารมณ์ความอยากฆ่าคนนั้นมันหมดไปตั้งแต่ที่แผนของนางพังไปหมดแล้ว
“จับนางเอาไว้เร็ว” ชายหนุ่มที่เห็นว่ามีหญิงสาวนั่งอยู่นิ่งๆ ก็เลยร้องเรียกสหายของตัวเองไปด้วย
ยังไม่มีใครมาถึงตัวของเว่ยลู่เซียนดี จู่ๆ ทุกคนก็พากันหยุดนิ่งก่อนจะหันไปมองคนข้างๆ จากนั้นก็หันดาบใส่กัน
“ข้าอยู่ของข้าดีๆ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกเมื่อนางนั่งของนางอยู่นิ่งๆ พวกนั้นก็ยังมายุ่งกับนางอีก
เคล้ง!!
ตู้ม!!
“พวกเราจัดการมันเลย แล้วไปจับนางนั่นมาด้วย” เสียงร้องตะโกนสั่งพร้อมกับชี้นิ้วไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่ไกลๆ
“ข้าว่าเจ้านายต้องชอบนางแน่” ชายหนุ่มคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหาพร้อมกับเอ่ยขึ้น
“รีบไปจับนางกันเถอะ” ชายอีกคนเอ่ยบอกพร้อมกับตรงมาหาหญิงสาวที่นั่งอยู่นิ่งๆ ราวกับมานั่งเล่น
เว่ยลู่เซียนที่ได้ยินดังนั้นก็ผิวปากเบาๆ คนพวกนั้นก็ฆ่ากันเองทันทีโดยไม่ต้องมาเปลืองแรง
“เกิดอะไรขึ้น ใครบุกเข้ามา” ชายหนุ่มร้องถามด้วยความตกใจ เพราะอยู่ดีๆ ก็มีคนบุกเข้ามาโจมตีพวกเขา
แถมลูกน้องของเขายังบอกอีกว่าถูกทำลายม่านอักขระไปแล้วเรียบร้อย ใครกันที่สามารถทำลายม่านอักขระอันแข็งแกร่งของเขาลงได้
“ไม่รู้ขอรับ ตอนนี้ด้านนอกวุ่นวายกันใหญ่เลยขอรับ เพราะคนที่บุกรุกมานั้นมีผู้ชายเจ็ดคนแล้วก็ผู้หญิงหนึ่งคนขอรับ” ชายหนุ่มผู้เป็นลูกน้องกล่าวบอกทันที
“อะไรนะ! แค่แปดคนยังจัดการไม่ได้อีกหรือ” ชายหนุ่มร้องถาม
พลางคิดไปด้วยว่าเป็นใคร จะว่าเป็นพวกมีฝีมือก็ไม่น่าจะใช่ แต่ว่าพวกมันจะมาหาเรื่องเขาทำไมกัน
“ขอรับ พวกนั้นทำให้คนของเราตายไปแล้วพันคนขอรับ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบผู้เป็นนายก่อนจะคิดว่าคนพวกนั้นเป็นใครกันถึงได้กล้าบุกมาที่นี่
“ข้าจะออกไปดูเอง” ชายหนุ่มเอ่ยบอกพลางเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทีเร่งรีบ
“บ้าเอ๊ย!” เว่ยลู่เซียสบถขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เมื่อหลงฉี่รายงานเรื่องความคิดของพวกนั้นที่มีต่อนาง จนทำให้นางที่อารมณ์เย็นลงแล้วก็พลันโมโหขึ้นมาทันที
จะทำให้นางต้องลงมือเองให้ได้เลยสินะ
เว่ยลู่เซียนคิดพลางเดินเข้าไปในดงศัตรูด้วยท่าทีโมโหมือบางเรียกกระบี่ออกมา
เวลานางโมโหแล้วต้องออกแรงหน่อย เพราะมันจะทำให้รู้สึกดีขึ้น
ฉัวะ!!
ฉึบ!!
“จัดการนางเลย!!”
“พวกอ่อนหัด” เว่ยลู่เซียนกล่าวพลางตวัดกระบี่เบาๆ ร่างของพวกคนนั้นก็ขาดสะบั้นทันที
นางเดินเข้าไปเรื่อยๆ ตามหลังพี่ชายของนางไปก่อนจะตวัดกระบี่ไปทางด้านหลังเมื่อถูกโจมตี
เคล้ง!
“ไม่เลวๆ” ชายหนุ่มผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นอย่างชอบใจเมื่อเห็นว่าหญิงสาวรับการโจมตีของตัวเองได้อย่างง่ายดาย
“ข้ากำลังโมโหอยู่พอดี” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้น ส่วนหลงฉี่ก็ทำหน้าที่ของตัวเองไปด้วยบอกเล่าประวัติของชายหนุ่มคนนี้ไปด้วย
“ไม่ทราบว่าแม่นางมาบุกรุกที่นี่ต้องการสิ่งใด” ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางรับการโจมตีของอีกฝ่ายไปด้วย
“ถามโง่ๆ” เว่ยลู่เซียนตอบพลางตวัดกระบี่อีกครั้ง
เคล้ง!
“ข้าไม่รู้เหตุผลที่พวกท่านบุกมาที่นี่จริงๆ นะแม่นาง” ชายหนุ่มเอ่ยบอกด้วยความไม่รู้
หรือว่าเขาไปเหยียบเท้าคนใหญ่คนโตเข้าหรือเปล่า แต่ไม่น่าจะใช่ จะมีก็เพียงนักหลอมโอสถคนนั้นเท่านั้นเอง
“เจ้าอยากได้ตัวข้าไม่ใช่หรือ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นพลางออกแรงกดกระบี่ดันอีกฝ่ายไปด้วย
“เจ้าคือนักหลอมโอสถคนนั้นหรือ!!” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างตกใจ
ใครจะไปคิดว่านักหลอมโอสถมันจะมีฝีมือด้านวรยุทธ์สูงเพียงนี้
แถมแต่ละคนที่มากับนางล้วนแล้วแต่ผู้มีฝีมือกันทั้งนั้น นี่เขาเข้าไปยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่งเสียแล้ว
“คิดได้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นพลางยกเท้าถีบอีกฝ่ายจนกระเด็นทะลุกำแพงไป พอจะตามไปก็ถูกชายหนุ่มอีกคนขัดขวางเอาไว้ก่อน
“เสียเวลาเปล่า” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นพลางกระบี่ไปมาร่างของชายคนนั้นก็เละไม่มีชิ้นดี จากนั้นก็พุ่งตัวออกไปหาชายหนุ่มก่อนหน้านั้นทันที
“ฮ่าๆ ถ้าจะตายอย่างน้อยข้าจะเอาเจ้าไปกับข้าด้วย เพราะถ้าเจ้ารอดไปพวกนั้นก็ตามล่าเจ้าอยู่ดี” ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าของกลุ่มนอกกรีตร้องบอกแล้วพุ่งออกมาจากกำแพงทันที
ตู้ม!!
“ไปตายคนเดียวเถอะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบพลางใส่แรงในการตวัดกระบี่มากขึ้นมันรวดเร็วจนอีกฝ่ายมองตามไม่ทัน
ตุ้บ!!
เศษเนื้อกระจายไปทั่วพื้นเละไม่มีชิ้นดี เว่ยลู่เซียนไม่สนใจพลางมองไปรอบๆ ที่บัดนี้พวกนอกกรีตได้ตายไปกันหมดแล้ว
“เฮ้อ ฝีมืออ่อนเกินไปแล้ว” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นพลางเดินไปหาพี่ชายของนางไปด้วย
นึกว่าจะได้ออกแรงมากกว่านี้เสียอีก เห็นว่าอยู่ในระดับเดียวกันก็นึกว่าจะมีอะไรดีกว่านี้เสียอีก น่าผิดหวังจริงๆ