ตอนที่ 12 พลิกตัวเป็ปัญหาใหญ่ (1)
ฮูหยินผู้เฒ่ากุมมือของนายท่านใหญ่ไว้เอ่ยปลอบเสียงเบา “เื่ผ่านไปแล้ว ตอนนี้เ้ารองก็ใช้ชีวิตมีความสุขดีเ้าไม่จำเป็ต้องพะวงใจตลอดเวลา”
นายท่านใหญ่ฝืนยิ้มจับมือของฮูหยินผู้เฒ่าไว้แน่น “ฮ่องเต้ทรงรู้ว่าตอนนี้นอกจากข้าใครก็ขัดขืนการตัดสินใจของพระองค์ไม่ได้แล้ว จึงเพิ่งมาแสดงเจตนาดีอีกครั้งเพียงเพื่อให้ข้าปิดหูปิดตา อยู่บนตำแหน่งของตัวเองอย่างสงบเสงี่ยมไม่สนใจไม่ไถ่ถาม พระองค์น่ะนะ ประทับอยู่ที่ตำแหน่งนั้นนานแล้วเปลี่ยนไปจนไม่ทรงเชื่อใจใครทั้งนั้น ใครก็ไม่กล้าทรงเชื่อแล้วกระมังหวังแค่ว่าพระองค์จะยังคงดูแลความรักความผูกพันระหว่างพ่อลูกกับองค์รัชทายาทอย่าทำเื่ยุ่งเหยิงอะไรเลยจึงจะดี”
แววตาฮูหยินผู้เฒ่าดำมืดเอ่ยเสียงอ่อน “อย่าคิดเื่จนแย่ถึงขั้นนั้นองค์รัชทายาทพระชนมายุสิบสองพรรษาแล้ว ต่อให้พระสนมกุ้ยเฟยประสูติเ้าชายก็ไม่ได้เป็ภัยคุกคามใหญ่โตแก่องค์รัชทายาทฮ่องเต้ก็ทรงไม่ใช่คนไร้พระทัยโดยสิ้นเชิงนะ!”
“ก็หวังว่าจะเป็อย่างนั้นละ!”นายท่านใหญ่ถอนหายใจยาว อารมณ์ของเขาไม่ดีอย่างมาก มันรู้สึกราวกับว่ากำลังจะมีเื่ใหญ่เกิดขึ้น
นายท่านใหญ่ไม่เคยเปิดเผยความกังวลใจต่อหน้าทุกคนดังนั้นในสายตาของคนสกุลม่อ นายท่านใหญ่ยังเป็เด็กชราที่วันๆนั้นเอาแต่ล้อมเก้าน้อย
เวลาที่ใช้ร่วมกับเด็กจะเห็นอะไรแจ่มชัดเป็พิเศษเก้าน้อยที่อายุครบสามเดือนอย่างรวดเร็วเริ่มเปลี่ยนแปลงจากการนอนนิ่งไม่ขยับตัวทั้งวันนางบิดแขนขาทั้งสี่พยายามขยายอาณาเขตของตัวเอง
วันนี้นายท่านใหญ่กับฮูหยินผู้เฒ่าไปเยี่ยมแขกที่จวนอื่นม่อไท่เหวินกับสวีจิ้งเหนียงออกไปพูดคุยการค้าอวี๋ซูเจินกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการงานบ้าน
ม่อผิงชูที่ทำการบ้านเสร็จก่อนเวลาทันทีที่เลิกเรียนเขาก็ตรงดิ่งกลับบ้านวันนี้เป็โอกาสทองที่์มอบให้อันหาได้ยากยิ่งจริงแท้ในที่สุดเขาก็คว้าโอกาสได้อยู่กับเก้าน้อยตามลำพังแล้ว!
เก้าน้อยที่โตขึ้นไม่น้อยน่าสนใจกว่าตอนที่ยังเล็กมากนางสามารถแหงนหน้าสูงได้แล้ว แขนขามีชีวิตชีวา เปี่ยมไปด้วยกำลังวังชาเป็พิเศษทุกวันจะหลับแค่ตอนกลางวันหนึ่งงีบเท่านั้น เวลาที่เหลือนางไม่หลับแต่จะชอบให้มีคนเล่นเป็เพื่อนนางมากกว่า ไม่ชอบอุดอู้อยู่ในห้อง ชอบออกไปเดินเล่น
เื่ที่ม่อผิงชูชอบที่สุดในตอนนี้ก็คือการพาเก้าน้อยไปเล่นที่สวนดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิอบอุ่นดอกไม้เบ่งบานทุกสิ่งทุกอย่างในสวนดอกไม้ดึงดูดความสนใจของเก้าน้อยอย่างใหญ่หลวง มีครั้งหนึ่งผีเสื้อหนึ่งตัวบินเข้ามาหาเก้าน้อย นางก็เบิกตาโตทันทีมือน้อยสองข้างไขว่คว้าโดยไม่รู้ตัว หันหัวไปมาตามทิศทางที่ผีเสื้อบิน ช่างน่ารักเป็บ้าเลย!
น่าเสียดายที่วันนี้อากาศอึมครึมไม่ค่อยดีม่อผิงชูจึงจำต้องให้เก้าน้อยเล่นอยู่ในบ้าน
ในบ้านมีการเก็บกวาดห้องๆหนึ่งโดยเฉพาะ ในห้องไม่จัดวางเครื่องเรือนใดๆ ปูพรมหนาเตอะ วางของเล่นหลากชนิดให้เก้าน้อยได้เล่นออกกำลังกาย
แต่ดวงตาของเก้าน้อยจดจ่อไปที่นอกห้องอย่างรอคอยไม่มองแม้แต่ตุ๊กตาผ้าที่ม่อผิงชูยื่นมาตรงหน้า ม่อผิงชูคิดเพียงเล็กน้อยก่อนจะหยิบขลุ่ยไผ่มาเป่าเพลงให้เก้าน้อยฟัง
เก้าน้อยถูกเพลงดึงดูดนางจ้องมองม่อผิงชูครู่หนึ่ง ดูเหมือนสนใจขลุ่ยไผ่นั้นมาก มือน้อยจับไปจับมา ม่อผิงชูหัวเราะส่งขลุ่ยไผ่ให้นางเก้าน้อยเล่นสักพัก ก็หมดความสนใจแล้ว โยนขลุ่ยไผ่ไปด้านข้างแล้วหันหน้าไปทางปากประตูอย่างกระตือรือร้นอีกครั้ง
ม่อผิงชูจับเก้าน้อยหันกลับมาจิ้มหน้าผากของนางพลางหัวเราะ “เก้าน้อย เ้าเป็เด็กผู้หญิงทำไมจึงคิดแต่จะวิ่งออกไปข้างนอกกันนะ มาฟังพี่ชายเป่าเพลงดีกว่าเถอะ!”
ม่อผิงชูหยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าอีกทว่าเก้าน้อยกลับออกแรงบิดตัวขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจ ปัดป่ายแขนขาอ้วนไม่หยุด
“นางยังเล็กเ้าเป่าเพลงแบบนั้นนางจะฟังเข้าใจหรือ” ฉับพลันมีเสียงหยอกเย้าดังขึ้นมาทำให้ม่อผิงชูชะงักเขาวางขลุ่ยไผ่ลงเงยหน้าขึ้นไปมอง
เห็นเพียงร่างเยาว์วัยหน้าตาหล่อเหลาเป็หนึ่งไม่มีสองในชุดไหมสีขาวยิ้มพลางเดินเข้ามาม่อผิงชูเบิกตากว้างอย่างใ เขาอึ้งงันเล็กน้อยก่อนจะรีบคุกเข่า “ข้าน้อยม่อผิงชูถวายบังคมองค์รัชทายาท!”
แม่นมที่รับใช้อยู่ในห้องก็รีบคุกเข่าลงทันทีหลี่เหิงยกมือขึ้นเอ่ย “ยืนขึ้น!”
ม่อผิงชูลุกขึ้นยืนไม่กล้าเงยหน้ามองหลี่เหิง ได้แต่ใช้หางตาจับจ้องเก้าน้อยอย่างใกล้ชิดในใจก็คาดเดาเหตุผลที่องค์รัชทายาทมาปรากฏตัวขึ้นที่จวนอย่างกะทันหัน
หลี่เหิงมองรอบด้านก่อนสายตาจะตกอยู่ที่ร่างเก้าน้อยที่บิดจนใกล้จะเป็เกลียว เขาหัวเราะเอ่ย “วันนี้ข้าขอเสด็จพ่อมาดูเด็กน้อยเพิ่งไม่นานเท่าไร ทำไมเด็กนี่โตไวขนาดนี้กันนะ เหมือนจะอ้วนขึ้นหน่อยด้วย”
หลี่เหิงเอ่ยพลางคุกเข่าลงคิดจะอุ้มเก้าน้อยม่อผิงชูในใจสะดุ้งโหยง รีบเอ่ยก่อนทันใด “เก้าน้อยซนมาก ให้ข้าน้อยอุ้มเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”พูดพลาง ก็เตรียมชิงอุ้มเก้าน้อยขึ้นมาก่อนแต่นึกไม่ถึงเก้าน้อยกลับโบกมือหนึ่งที ปัดมือของเขาออก บิดตัวปากทำเสียงจิ๊กจั๊กแล้วพลิกผ่านไป
ม่อผิงชูอึ้งแล้วหลี่เหิงตาลุกวาว
ทั้งสองคนจับจ้องเก้าน้อยไม่วางตาเก้าน้อยคลานอยู่บนพรม ดวงตาโตมองพวกเขาอย่างเปล่งประกายยกยิ้มมุมปากอย่างค่อนข้างภูมิใจ
แอ้! แอ้! แอ้!
ม่อผิงชูตอบสนองกลับไปเก้าน้อยพลิกตัวได้แล้ว!
ภายใต้ความตื่นเต้นล้นปรี่ม่อผิงชูยังลืมองค์รัชทายาทข้างกายโดยสมบูรณ์ เขาอุ้มเก้าน้อยขึ้นมาจูบหนึ่งที่แล้วเอ่ย “เก้าน้อย เ้าพลิกตัวได้แล้วนะ”
เก้าน้อยไหนเลยจะรู้ว่าอะไรคือการพลิกตัวนางรังเกียจจูบไม่ยั้งแรงของม่อผิงชู ยกฝ่ามือแปะหน้าของอีกฝ่าย แต่ม่อผิงชูยิ้มโง่เป็อย่างเดียวแล้วละ
หลี่เหิงถามอย่างแปลกใจ “ทำไม เมื่อก่อนนางพลิกตัวไม่ได้หรือ”
ม่อผิงชูยังคงไม่ตื่นจากความตื่นเต้นเขาส่ายหน้าตอบ “ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะวันนี้พลิกตัวเป็ครั้งแรก ไม่มีใครสอนนางด้วย ทำไมประเดี๋ยวเดียวก็ได้แล้วเก้าน้อย เ้าฉลาดเกินไปแล้วจริงๆ!”
หลี่เหิงลูบจมูกอย่างพูดไม่ออกเอาเถอะ เขานึกมาตลอดว่าเด็กทารกเกิดมาก็พลิกตัวได้แล้วไม่รู้สึกเลยว่าพลิกตัวได้เกี่ยวอะไรกับความฉลาด
แต่ทว่าในสายตาของคนสกุลม่อเก้าน้อยสามารถพลิกตัวได้เป็ข่าวดีข่าวใหญ่ที่น่าตื่นเต้นมาก!
ในเวลาอันรวดเร็วพวกม่อผิงอวิ๋นก็กลับมาจากโรงเรียนเมื่อเห็นองค์รัชทายาทที่จู่ๆ ปรากฏตัวที่บ้านของตัวเองพวกเขาก็ตกตะลึงแต่พริบตาเดียวความสนใจก็ย้ายไปยังเื่ใหญ่ที่เก้าน้อยพลิกตัวได้แล้ว
เก้าน้อยมองเหล่าพี่ชายรอบตัวนางอย่างประหลาดใจแต่ละคนมองนางยิ้มตาหยีทำไม
ม่อผิงชูก้มหน้ายิ้มกว้างให้เก้าน้อย “เก้าน้อย มาพลิกตัวให้พวกเขาดูหน่อย!”
หลี่เหิงอยากกลอกตาอย่างหมดคำพูดแต่มันขัดต่อมารยาท เมื่อครู่นี้เขาอยากกลอกตาจนทนไม่ไหวแล้วก็เลยกลอกไปครึ่งหนึ่ง
เก้าน้อยเห็นแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจดีนางก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปเพราะอยากจับหลี่เหิงหลี่เหิงคาดไม่ถึงว่าทารกน้อยจะยื่นมือมาหาเขา เขาเพิ่งคิดจะยื่นมือออกไปอุ้มเก้าน้อยแต่กลับถูกม่อผิงชูรั้งไว้ เขาจึงตอบสนองกลับไป เลียนแบบการกระทำของพวกม่อผิงชูอย่างค่อนข้างเคอะเขินตบๆ มือเรียก “เก้าน้อยๆมาทางนี้!”
มือเล็กของเก้าน้อยกางออกจับๆ อยากฉุดหลี่เหิงไว้ หลี่เหิงถอยหลังออกไปเล็กน้อยพลางเอ่ย “มาๆ รีบพลิกตัวก็คว้าถึงแล้ว!”
เก้าน้อยเห็นหลี่เหิงถอยห่างออกไปไกลยิ่งขึ้นนางยืดแขนเล็กไปก็คว้าไม่ถึง จึงทนไม่ไหวร้อนรนแล้ว มือน้อยกลับมากวัดแกว่งเท้าถีบไปถีบมาอย่างหมดความอดทน คิ้วน้อยขมวดมุ่น ริมฝีปากยื่นนางอารมณ์ไม่ดีแล้ว!
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/0278e9df5d182182d98848bc2c6b22f2