“ลุงซูพวกท่านช่วยท่านแม่ขนของขึ้นรถลากนะขอรับระวังๆหน่อยหม้อพวกนี้มันร้อน”เราช่วยกันทำงานเท่าที่จะทำได้อาหารพวกนี้จะถูกนำไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องขอทานที่ลานหิน บิดาจัดการกับเนื้อเสร็จก็เดินเข้ามาหาผม
“หลงเอ๋อพ่อว่าจะไม่เข้าเมืองวันนี้ ลูกไปกับยี่เอ๋อนะ”ซานหู่เอ่ยขึ้น
“ทำไมหรือขอรับ”
“พ่อจะพาจิวเถากับพี่น้องตระกูลจิว ขึ้นเขาล่าสัตว์”
“อ๋อ!!ได้ขอรับ วันนี้เรายังมีเนื้ออยู่ไม่น้อย เอาหมูป่าอีกแค่5 ตัวนะขอรับ”
“ได้นอกจากเนื้อลูกยากได้อะไรอีกหรือเปล่า”
“เก็บไม้มาทำฟืนด้วยก็ดีขอรับไม้ฟืนเราเหลือน้อยแล้ว”
“ได้”เราสองคนคุยกันอยู่ชั่วครู่บิดาก็แยกตัวออกไป จัดแจงข้าวของสำหรับขึ้นเขาอยู่พักหนึ่ง พวกเขาก็ออกเดินทาง
ขบวนของผมจัดการข้าวของอยู่อีกชั่วครู่ก็เริ่มออกเดินทางเช่นกัน วันนี้เรามีเนื้อมาด้วย ทำให้ขบานของเราดูใหญ่ขึ้นอีกนิด
บนชั้น3 หออาหารหลัวโหล ของตระกูลฟาง สาวน้อยวัย 14 มองทอดสายตาลงมายังลานโล่เบื้องล่าง
นางจับจ้องไปยังขอทานน้อย2 คนที่กำลังร้องรออาหารจากแขกขุนนางที่เข้ามาดื่มกิน ในหออาหารของตระกูล
เด็กหญิงอายุราวๆ4-5 ปี สวมเสื้อผ้าฝ้ายขาดๆ ยื่นชามกระเบื้องเก่าๆ ออกมาเบื้องหน้าร้องขออาหารให้กับน้องชาย เสียงอันแหบแห้งของนางเอ่ยขอร้องออกมาไม่หยุด แต่ไม่มีผู้ใดมอบอาหารให้นางเลยสักคน
ข้างกายนางมีเด็กชายตัวน้อยอายุไม่เกิน 3 ปี เด็กน้อยเกาะแขนพี่สาวเอาไว้แน่น
สายตาของเขาอ่อนล้าจ้องมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้วยความหิว มือน้อยๆกุมท้องเอาไว้มั่น
อี้หลันยืนมองเด็กสองคนนี้มา2 ชั่วยามแล้ว นางยังไม่เห็นว่ามีใครสงสารให้อาหารพวกเขาทั้งสอง
“เฮ่อ!ชีวิตเราว่าลำบากแล้วยังมีคนอื่นที่ลำบากกว่าเราอีกมาก”นางถอนหายใจออกมาเบาๆ
หมั่นโถวสีขาวสองลูกกับซุปเนื้อกวางยังวางอยู่บนโต๊ะอาหาร ที่อยู่ด้านหนังของนาง มันเย็นชืดจนแปงสีขาวนวลของหมั่นโถแข็งไปแล้ว
นางตั้งใจตั้งใจที่จะไม่กินอะไร ตั้งใจให้ความหิวเล่นงานนางเพื่อให้ตัวเองรับรู้ถึงความรู้สึกของขอทานน้อยสองคนนั้น
“หิวขนาดนี้พวกเ้าทนได้อย่าไร”นางคิด ใจของนางเต็มไปด้วยความเวทนาสงสารขอทานน้อยทั้งสอง
พอคิดถึงเื่ของตัวเองดูมันจะหนักหนาเหมือนกัน ความกดดันที่นางได้รับมากกว่าเด็กน้อยสองคนนั้นมากนัก
เพราะบิดาตายไปธุรกิจของครอบครัวจึงเริ่มตกต่ำ มารดาคนเดียวไม่สามารถดูแลทุกอย่างได้ดีที่ได้นายใหญ่ตระกูลฟางช่วยเอาไว้ ทำให้ปัญหาต่างๆหมดไป
เพราะน้ำใจของเขาในครั้งนั้นความสัมพันธ์ของมารดากับนายใหญ่ตระกูลฟางจึงใกล้ชิดกันมากขึ้นสุดท้ายสองคนก็แต่งงานกัน
นางจึงกลายเป็ลูกบุญธรรมของนายใหญ่ตระกูลฟางั้แ่นั้นเป็ตนมาผ่านมาหลายปีเมื่อนางเติบโตขึ้น บิดาบุญธรรมก็เริ่มเปลี่ยนไปเริ่มมีปากเสียงกับมารดาของนางบ่อยขึ้น
สองปีให้หลังการทะเลาะกันของทั้งสองยิ่งรุนแรงมากขึ้นจนถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน
สุดท้ายมารดาของนางก็ตรอมใจถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อจนสิ้นใจไป ก่อนตายมารดาบอกนางให้หนีไป ทีแรกนางไม่เข้าใจว่าทำไมต้องหนี
แต่ตอนนี้นางเข้าใจแล้วบิดาบุญธรรมที่แสนดีของนาง บัดนี้กลายเป็หมาป่าใจร้ายไปเสียแล้ว
“คุณหนู ท่านไม่กินอะไรสักหน่อยหรือเ้าคะ”สาวใช้ถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“เหลียนเอ๋อ เ้าเอาอาหารของข้าไปให้เด็กน้อยสองคนที่อยู่ด้านล่างนั้นเสียข้าไม่หิว”นางเอ่ยขึ้นแ่เบา
“คุณหนู ข้าทำแบบนั้นไม่ได้เ้าคะ ถ้านายท่านรู้ข้าจะต้องถูกตีแน่ๆ” สาวใช้ก้มหน้าตอบกลับอย่างไร้หนทาง
“เสียดายหลายปีที่ผ่านมาข้าคิดว่าเ้าเป็น้องสาวของข้าคนหนึ่งแต่เ้ากลับ..”
“คุณหนูข้าไม่กล้ารับ..นายท่านสั่งข้าก็ต้องทำข้าคิดว่าคุณหนูรับข้อเสนอของนายท่านเถอะเ้าค่ะ”
“ไม่ข้าไม่้า”
“นายน้อยฟางอาจจะเสเพลไปบ้างแต่ก็ไม่เลวร้ายอะไรคุณหนูควรเชื่อฟังนายใหญ่นะเ้าค่ะ”
“เฮ่อ!!ช่างเถอะ..”อี้หลันถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งแล้วไม่พูดอะไรออกมาอีก หญิงสาวหันหน้ากลับไปที่หน้าต่างแล้วมองลงไปเบื้องล่างตามเดิม
มารดาของนางตายไปเมื่อ10 วันก่อน หลังงานศพเสร็จลง นางก็เริ่มได้รับแรงกดดันทันที
สามวันก่อนผู้จัดการเหลาอาหารแห่งนี้เอาสัญญาหนี้สินจำนวนมากมามอบให้นางพร้อมกับแจงกำหนดชำระหนี้
อีก10 วันนางต้องจ่ายหนี้ที่ค้างอยู่หากจ่ายไม่ได้เหลาอาหารสมบัติชิ้นเดียวที่มารดานางเหลือทิ้งไว้ให้ ก็จะถูกยึดไป
เ้าหนี้รายใหญ่ยังเป็ตระกูลฟางตระกูลของพ่อเลี้ยงของนางเอง ฝ่ายนั้นยื่นข้อเสนอมาว่าตัวนางต้องแต่งเข้าตระกูลฟาง หนี้สินที่มีก็จะแล้วกันไป หากไม่ตกลงก็ไสหัวไปเป็ขอทานซะ
พวกเขาบังคับนางให้แต่งงานกับนายน้อยฟางคนเลวระยำที่ยำยีหญิงสาวไปทั่ว เื่นี้นางไม่มีวันตกลง
แต่งกับมันไปนางก็จะกลายเป็เพียงของเล่นชิ้นใหม่ของมันเท่านั้น ต่อให้ตัวนางไม่เหลืออะไร และต้องกลายมาเป็ขอทานนางก็ไม่มีวันกลายเป็ของเล่นใคร
วันนี้เป็วันสุดท้ายที่นางต้องใช้หนี้ ต่อให้ขายร้านนี้ออกไปก็ไม่พอจ่ายหนี้อยู่ดี มีทางเดียวที่นางทำได้
“เหลียนเอ๋อ เอาชุดมาให้ข้าเถอะ ถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้ว” นางตัดสินใจทิ้งทุกอย่างั้แ่ตอนนี้
“คุณหนู ท่านไม่จำเป็ต้องทำแบบนี้ ถ้าท่านแต่งกับคุนายน้อยฟางท่านก็...”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ต่อให้กลายเป็ขอทาน ข้าก็ไม่มีวันรับข้อเสนอของคนพวกนั้นแน่นอน”
“คุณหนูท่านโตแล้วน่าจะคิดได้...”เห็นสายตาของคุณหนูนางก็ไม่อาจกล่าวอะไรออกมาอีก
“ไปเอามาเถิด”อี้หลันพูดขึ้นด้วยความเด็ดเดี่ยวเหลียนเอ๋อ จำใจเดินออกไปเอาชุดผ้าฝ้ายธรรมดามาให้นาง
อี้หลันผลัดเปลี่ยนชุดอันหรูหราออกใส่เสื้อผ้าฝ้ายธรรมดาแทน มือน้อยๆ ของนางยืนออกไป หยิบเอาถ้วยใส่หมันโถอันเย็นขืดมาไว้ในมือ ถ้วยกระเบื้องธรรมดาใบนี้จะกลายเป็เครื่องมือกากินของนางนับั้แ่บัดนี้
นางหันหลังเดินลงไปจากหออาหารหลัวโหลด้วยความเด็ดเดี่ยว
บนเหลาอาหารเหลียนเอ๋ออดีตสาวข้างกายมองดูนางจาก้า จากไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูก
“ท่านเลือกทางนี้เองคุณหนูตอนนี้ท่านกลายเป็แค่ขอทานธรรมดาเท่านั้น ในที่สุดสถานะของข้าก็สูงส่งกว่าท่าน”นางยิ้มหยันออกมา
ที่ลานหินขอทานน้อยผู้หิวโหยเอามือคำท้องที่ปวดแสบด้วยความทรมาน ในใจเต็มไปด้วยความท้อแท้สิ้นหวัง ทันใดนั้นเองร่างงามระหงในชุดผ้าฝ้ายตัวใหม่เอี่ยมเดินตรงเข้ามาหาทั้งสองคน กลิ่นหอมจางๆ โชยออกมาจากตัวนางทำให้ทั้งสองสูดดมมันอย่างเคลิบเคลิ้ม
“หนุ่มน้อยเ้าหิวหรือไม่ ข้ามีหมั่นโถวสองลูก พวกเรามาแบ่งกันกิน”นางยื่นหมั่นโถวให้เด็กชายหนึ่งลูกแล้วฉีกหมั่นโถลลูกของนางออกเป็สองส่วนยื่นให้พี่สาวของเด็ก
“ขะขอบคุณ..”เด็กชายขอบคุณดวยความดีใจ
“พวกเ้าคงหิวมากแล้ว กินสิ”
“ขอบคุณ...ขอบคุณพี่สาว”เสียงของเด็กหญิงดังขึ้นอีก นางร้องไห้ออกมาด้วย
“ไม่เป็ไรพวกเรากินด้วยกันเถอะ”อี้หลันยิ้ม
“ค่อยๆกิน ระวังติดคอ” นางหันไปพูดกับน้องชาย ทั้งสองนั่งลงกับพื้นกินหมั่นโถวที่ได้มาทั้งน้ำตา
อี้หลันนั่งลงข้างๆ พวกนาง มองดูเด็กน้อยกัดกินหมั่นโถว ด้วยความสงสาร
นางกัดหมันโถวครึ่งลูกส่วนของนางเคี้ยวแล้วกลืนมันลงไป มันแข็ง รสจืดชืด อยู่ๆน้ำตานางก็ไหลออกมาความหวังของนางไม่มีเลย นางรู้สึกสับสน ปากที่เคียวหมันโถรับรู้เพียงรสขม
“มันอร่อยมาก ขอบคุณครับพี่สาว ของคุณ” เด็กชายตัวน้อยพูดออกมาทั้งๆที่หมั่นโถวยังเต็มอยู่ในปาก
เห็นขอทานน้อยมีความสุขเพราะหมั่นโถวลูกนั้นอี้หลันก็สั่นสะท้านขึ้น
เด็กพวกนี้ไม่เคยสิ้นหวังแม่จะอยู่จุดที่ต่ำที่สุดของชีวิตก็ตาม นางมีสิทธิ์อะไรที่จะสิ้นหวัง ทั้งๆที่นางเพิ่งจะตกมาอยู่จุดเดียวกันกับพวกเขาแค่ไม่กี่นาที
“พี่สาวเป็อะไรไปหรือขอรับ”เด็กชายมองหน้านางด้วยความฉงน
“เปล่าฝุ่นมันเข้าตานะ”
“พี่สาวมาทำอะไรที่นี่หรือขอรับ”
“พี่สาวก็เป็ขอทานเหมือนกัน”อี้หลันตอบนางยกถ้วยกระเบื้องเปล่าในมือขึ้นให้เด็กน้อยดู
“จริงหรือขอรับ”เด็กน้อยเบิกตากว้าวด้วยความใ
“จริงสิ”ได้ยินคำยืนยันของนางเด็กน้อยก็มองสำรวจนางอย่างตั้งใจ
“พี่สาวขอทานจะสวยแบบนี้ไม่ได้นะขอรับ ถ้าคนไม่ดีมาเห็นท่านเข้าพวกมันต้องฉุดท่านไปแน่นอน”เด็กชายพูดออกมาด้วยความจริงจัง
“ไม่ได้การละ พี่สาว หน้าตาสะสวยของพี่จะทำให้พี่ลำบาก ต้องพลางมันเอาไว้ให้มาก”เด็กหญิงเอามือถูกับพื้นเอาเศษดินพวกนั้นทาตามเนื้อตามตัวของนาง ไม่เว้นแม้แต่ใบหน้าของหญิงสาว
พริบตาเดียวใบหน้าคุณหนูผู้สูงศักดิ์เต็มไปด้วยคราบดินไม่ต่างจากขอทาน
นางไม่ได้ขัดขืนอะไรเพราะรู้ว่าเด็กทั้งสองคนหวังดีและก็เป็ห่วงนาง หากมีขอทานหน้าตาสะสวย คงไม่พ้นถูกใครสักคนฉุดเอาไปข่มขืนจริงๆเื่แบบนี้เกิดขึ้นประจำ