หลังจากที่ลู่เฟิงได้รับการยอมรับให้เข้าสู่สำนักในฐานะศิษย์ฝ่ายใน เขาก็กลายเป็ที่จับตามองของศิษย์คนอื่นๆอย่างรวดเร็ว ความสามารถที่โดดเด่นเกินวัยทำให้เขากลายเป็หัวข้อสนทนาของผู้คนในสำนัก ศิษย์หลายคนมักแอบมองเขาเวลาฝึกซ้อมด้วยความอิจฉา บางคนแม้จะไม่แสดงออก แต่ในใจกลับคิดหาวิธีที่จะขัดขวางไม่ให้เขาก้าวหน้าไปมากกว่านี้ ลู่เฟิงฝึกฝนทักษะการต่อสู้และการควบคุมลมปราณด้วยความมุ่งมั่นและพยายามไม่ให้ใครสนใจตัวเองมากนัก อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทำให้เขาไม่อาจปกปิดตนได้
วันหนึ่งในขณะที่ลู่เฟิงกำลังฝึกฝนอยู่ในลานฝึก เขารู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาด้วยความไม่พอใจ ศิษย์หลายคนเริ่มซุบซิบกัน แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก จนกระทั่งมีศิษย์คนหนึ่งที่ชื่อ หวังหลิง เดินเข้ามาหา หวังหลิงเป็ศิษย์ที่มีชื่อเสียงว่าเป็คนที่ขี้อิจฉาและชอบสร้างปัญหาให้ผู้อื่น "เ้าคงคิดว่าตัวเองเก่งมากเลยสินะที่สามารถก้าวหน้าได้เร็วขนาดนี้" หวังหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
ลู่เฟิงมองหวังหลิงด้วยสายตาเ็า "เ้ามีอะไรหรือ?" เขาถามอย่างไร้อารมณ์
หวังหลิงยิ้มเหยียด "ข้าแค่อยากจะเตือนเ้าให้รู้ตัวเสียหน่อย ว่าศิษย์ในสำนักนี้ไม่ได้ใจดีกับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเ้ามีความสามารถมากเกินไป"
"ถ้าเ้าไม่มีเื่อื่น ข้าก็ขอตัวไปฝึกต่อ" ลู่เฟิงพูดพลางหันหลังเตรียมจะเดินจากไป
"ข้าได้ยินข่าวลือมาว่าเ้าไปตามจีบศิษย์พี่หยุนเสวี่ย ศิษย์พี่ที่เป็คนโปรดของศิษย์พี่หลงหยาง เ้าไม่กลัวว่าศิษย์พี่หลงหยางจะมาเล่นงานเ้าหรือ?" หวังหลิงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแฝงเลศนัย ลู่เฟิงชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองหวังหลิงด้วยสายตาคมกริบ
"ข้าไม่เคยทำอะไรแบบนั้น เ้าเอาความคิดนี้มาจากไหน?" ลู่เฟิงตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ หวังหลิงเห็นแววตานั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวเหน็บ แต่เขาก็ยังยิ้มเยาะออกมา
"เ้าพูดว่าเ้าไม่ได้ทำ แต่มันจะเป็เื่จริงหรือไม่ก็ไม่สำคัญ ศิษย์พี่หลงหยางคงจะไม่ฟังคำแก้ตัวของเ้าแน่ๆ"
ลู่เฟิงไม่พูดอะไรต่อ แต่เขารู้สึกถึงอันตรายที่กำลังเข้ามาใกล้ เขาไม่คิดว่าหวังหลิงจะเล่นเกมสกปรกเช่นนี้ เพียงเพื่อหวังจะทำลายเขา
หลงหยาง เมื่อได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับลู่เฟิงที่แพร่กระจายไปทั่วสำนักก็ไม่อาจทนได้ เขาเต็มไปด้วยความโกรธและความอิจฉา หลงหยางเป็คนที่มีพลังแข็งแกร่งระดับ 4 ขั้น 7 และเป็บุตรชายของตระกูลขุนนางที่มีอิทธิพลในเมืองเฟิงหวง ซึ่งทำให้เขามีสิทธิพิเศษมากมายในสำนักนี้ เขามักจะได้รับการยกย่องจากผู้อื่นและเป็ที่เคารพนับถือ แต่เมื่อได้ยินข่าวว่า ลู่เฟิง ซึ่งเป็เพียงศิษย์ใหม่ที่มีระดับพลังต่ำกว่า กลับกลายมาเป็คู่แข่งในสายตาของเขา หลงหยางก็ไม่สามารถยอมรับได้
"เ้ากล้าดีอย่างไร!" หลงหยางะโออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว เขามองไปที่กลุ่มศิษย์ที่เป็ลูกน้องของเขา "ไปจับตัวลู่เฟิงมา แล้วพาเขาไปที่แดนรกร้าง ข้าจะสั่งสอนให้เขารู้จักความเกรงกลัว!"
ลูกน้องของหลงหยางรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว และในคืนเดียวกันนั้นเอง พวกเขาก็ลงมือจับตัวลู่เฟิง ลู่เฟิงถูกมัดและพาตัวไปยังแดนรกร้าง สถานที่ที่ไม่มีใครกล้าเข้าไป และที่นั่นเอง พวกศิษย์เ่าั้ก็เริ่มลงมือโจมตีลู่เฟิงอย่างโเี้
ลู่เฟิงพยายามต่อสู้กับพวกเขา แต่พลังของเขายังอยู่ในระดับ 1 ขั้น 15 ซึ่งห่างชั้นกับหลงหยางมาก แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เขาก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีได้ และในที่สุดเขาก็ถูกทำลายตบะจนหมดสิ้น
"ข้าจะไม่ยอมแพ้" ลู่เฟิงกัดฟันพูดกับตัวเอง ขณะที่ร่างกายของเขาถูกทุบตีอย่างรุนแรง "ข้าจะกลับมา... ไม่ว่าเ้าจะทำอะไร ข้าจะกลับมาเอาคืนทุกคน!"
ในขณะที่ลู่เฟิงกำลังสิ้นลมหายใจ ไฟแห่งความแค้นที่สุมอยู่ในอกก็ลุกโชนขึ้น เขากัดฟันและกล่าวคำสาบานออกมา "แม้ข้าต้องตายอีกพันครั้ง ข้าก็จะกลับมา ข้าจะทำลายมันให้หมด ฆ่ามันทุกสิ่ง ความแค้นนี้แม้แต่เทพก็ขวางข้าไม่ได้!" เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความคั่งแค้น
ทันใดนั้น ลู่เฟิงรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่หมุนวนรอบตัวเขา มันเหมือนกับการหมุนของนาฬิกาทรายที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง ระบบที่เคยช่วยเหลือเขาในการฝึกฝนและก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ก็ทิ้งเขาไปอย่างกระทันหัน มันปล่อยให้เขาต้องเผชิญหน้ากับโชคชะตาเพียงลำพัง ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่เขาจะหมดสติ ลู่เฟิงรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย และทันใดนั้น ทุกอย่างก็มืดสนิท
ลู่เฟิงตื่นขึ้นมาในห้องหรูหราที่แปลกตา เขารู้สึกมึนงงเล็กน้อยก่อนที่จะรับรู้ได้ว่าร่างกายของเขาไม่ใช่ของเดิมอีกต่อไป เขาได้ตายไปแล้วหรือไม่ก็เกิดใหม่เป็ใครบางคน ร่างกายนี้อ่อนแอและป่วยหนักอย่างไม่น่าเชื่อ เขาไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยซ้ำ ความทรงจำของร่างใหม่ก็ถาโถมเข้ามาในหัว ทำให้เขาเข้าใจถึงชะตากรรมที่เลวร้ายของตน
"ข้า...อยู่ที่ไหน?" ลู่เฟิงพูดออกมาเสียงแ่เบา แต่ไม่มีใครตอบเขา
เขาเริ่มสำรวจรอบๆตัวและพบว่าห้องที่เขาอยู่เป็ห้องของนายน้อยแห่งตระกูลขุนนางทรงอำนาจในอาณาจักรจ้าวหลาน แต่ทว่าร่างกายนี้กลับเต็มไปด้วยความอ่อนแอที่ทำให้เขาทำอะไรไม่ได้เลย เขาเป็ **เฟิงเจี้ยน** บุตรชายที่ถูกดูิ่ของตระกูลใหญ่แห่งจ้าวหลาน ร่างกายนี้อ่อนแอมาั้แ่เกิด ทำให้เขาถูกเหยียดหยามและปฏิเสธจากครอบครัวและคนรอบข้าง เฟิงเจี้ยนเป็ลูกนอกสมรสที่เกิดจากเมียน้อยของหัวหน้าตระกูล ซึ่งเสียชีวิตั้แ่เขาเกิด ความทรงจำของเฟิงเจี้ยนทำให้ลู่เฟิงรู้สึกถึงความทุกข์ทรมานและความสิ้นหวัง แต่เขาก็พบว่ามีบางอย่างแปลกประหลาดในร่างกายนี้
ลู่เฟิงใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อสำรวจร่างกายใหม่ของเขา ร่างนี้ดูอ่อนแอและซูบผอม แต่ภายในกลับมีบางสิ่งที่แปลกประหลาด ราวกับว่าพลังที่ถูกปิดกั้นอยู่เบื้องลึก เขาเริ่มรวบรวมจิตใจและใช้การััลมปราณเพื่อตรวจสอบภายในร่างกาย สิ่งที่เขาพบทำให้เขาต้องอึ้ง รากฐานลมปราณในร่างนี้ถูกปิดผนึกไว้ แทนที่จะไม่มีรากฐานลมปราณอย่างที่ทุกคนคิด ความแข็งแกร่งที่ซ่อนเร้นอยู่นี้ถ้าหากสามารถปลดปล่อยออกมาได้ ร่างกายนี้อาจจะมีพลังมหาศาลกว่าที่ใครจะคาดคิด
"นี่มัน..." ลู่เฟิงพึมพำกับตัวเอง เขารู้ว่าการปลดผนึกนี้จะไม่ใช่เื่ง่าย แต่หากทำสำเร็จเขาจะสามารถฟื้นฟูพลังและอาจจะก้าวข้ามระดับที่เคยมีมาได้ เขาตัดสินใจที่จะไม่รอช้า ขณะเดียวกัน ความทรงจำจากร่างเดิมยังคงวนเวียนอยู่ในใจของเขา ความแค้นที่เขาสาบานว่าจะล้างมันกลับมาอีกครั้งในความคิดของเขา
ทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิดออก เสียงฝีเท้าของผู้หญิงคนหนึ่งดังก้องในห้องที่เงียบสงัด ลู่เฟิงมองไปที่ประตู เห็นหญิงชราผู้หนึ่งเดินเข้ามา เธอคือ **หยางซูหลัน** พี่เลี้ยงที่เลี้ยงดูเฟิงเจี้ยนั้แ่เกิด เธอมีรูปลักษณ์ที่อ่อนแอและดูเหนื่อยล้า แต่ในดวงตาของเธอมีความเมตตาและห่วงใยอย่างลึกซึ้ง
“คุณชายฟื้นแล้ว!” หยางซูหลันรีบเข้ามาดูแลลู่เฟิง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเป็ห่วง “คุณชายไม่ต้องกังวลไปนะ ข้าจะไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้!”
“ไม่ต้องหรอก...” ลู่เฟิงตอบเสียงแ่เบา แต่มั่นคง “ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้ว ข้าไม่้าหมอ”
หยางซูหลันทำหน้าฉงน “แต่คุณชาย... ท่านยังดูไม่ค่อยแข็งแรงเลย ร่างกายของท่าน้าการดูแลเป็พิเศษ”
ลู่เฟิงมองหญิงชราด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง “ซูหลัน ข้าขอโทษที่ทำให้เ้าต้องเป็ห่วง แต่ครั้งนี้ ข้าจะไม่เป็เช่นเดิมอีก ข้าจะดูแลตัวเอง และเ้าไม่ต้องห่วงว่าข้าจะถูกเหยียดหยามอีกต่อไป ข้าจะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีขึ้น” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่
หยางซูหลันมองลู่เฟิงด้วยความสงสัยและความกลัวเล็กน้อย “คุณชาย... ท่านพูดจริงหรือ?”
ลู่เฟิงพยักหน้า “ใช่ ข้าพูดจริง ข้าไม่ใช่เฟิงเจี้ยนคนเดิมอีกต่อไป ข้าจะทำให้เ้าภูมิใจและจะไม่ทำให้เ้าเป็ห่วงอีก”
หยางซูหลันมองลู่เฟิงด้วยน้ำตาคลอเบ้า “คุณชาย... ข้าดีใจที่ท่านมีกำลังใจเช่นนี้ ข้าจะคอยอยู่เคียงข้างท่านเสมอ ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร”
“ขอบใจเ้ามาก ซูหลัน” ลู่เฟิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เ้าเป็คนเดียวที่ยังคงอยู่เคียงข้างข้าใน่เวลาที่ยากลำบาก ข้าจะตอบแทนเ้าที่ทำเพื่อข้ามาตลอด”
หยางซูหลันยิ้มอย่างอ่อนโยน แม้ว่าจะยังคงมีความกังวลอยู่ในใจ “คุณชายท่านไม่ต้องตอบแทนข้า ข้าเพียงแค่อยากเห็นท่านมีชีวิตที่ดีขึ้นเพียงเท่านั้น”
ลู่เฟิงมองซูหลันด้วยสายตาที่แฝงความอบอุ่น “เ้าได้ทำเพื่อข้ามามากแล้ว ข้าจะทำให้เ้ามีชีวิตที่ดีกว่านี้ ข้าสัญญา”
หลังจากนั้น ลู่เฟิงก็เริ่มตั้งจิตใจและรวบรวมพลังในการปลดผนึกที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย เขารู้ว่ามันจะเป็กระบวนการที่เ็ปและยาวนาน แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ เพราะเขาเชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง และครั้งนี้เขาจะไม่ปล่อยให้ความแค้นที่เคยมีถูกลืม เขาจะลุกขึ้นสู้และทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายเขา
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ลู่เฟิงนั่งสมาธิ พลังงานภายในเริ่มหมุนเวียนอย่างรวดเร็วในร่างกาย เส้นเืของเขาเริ่มบวมขึ้นและเส้นปราณในร่างกายเริ่มคลายตัว ความเ็ปที่เขารู้สึกนั้นรุนแรงจนแทบจะทำให้เขาสิ้นสติ แต่ลู่เฟิงก็กัดฟันอดทน เขาเห็นภาพความแค้นและความเ็ปในอดีตแวบเข้ามาในหัว ทำให้เขามีแรงฮึดสู้ขึ้นอีกครั้ง
ในที่สุด ลู่เฟิงก็สามารถปลดผนึกที่กักขังพลังในร่างกายนี้ออกได้ พลังบริสุทธิ์เริ่มไหลเวียนไปทั่วร่างกาย เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เขาไม่เคยมีมาก่อนในร่างกายนี้ ลมปราณที่เคยถูกปิดผนึกถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังจะกลายเป็บุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
หยางซูหลันเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมกับอาหารและยา เธอมองลู่เฟิงด้วยความประหลาดใจ "คุณชาย... ท่านดูเหมือนจะดีขึ้นมากแล้ว ร่างกายของท่าน... ท่านดูแข็งแรงขึ้นกว่าเมื่อเช้านี้"
ลู่เฟิงยิ้มเล็กน้อย "ใช่ ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก ขอบใจเ้าที่คอยดูแลข้า แต่จากนี้ไปเ้าคงไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้แล้ว ข้าจะดูแลตัวเอง และข้าจะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น"
หยางซูหลันยิ้มด้วยความสุขและน้ำตา "ข้าดีใจที่เห็นท่านมีกำลังใจเช่นนี้ ข้าจะคอยอยู่ข้างท่านเสมอ"
ลู่เฟิงมองซูหลันด้วยความขอบคุณ "เ้าคือคนที่ข้าพึ่งพิงได้เสมอ ข้าจะไม่ทำให้เ้าผิดหวัง"
จากนั้น ลู่เฟิงจึงตัดสินใจว่าเขาจะใช้โอกาสที่สองนี้เพื่อเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เขาจะรวบรวมพลังและก้าวข้ามความอ่อนแอในอดีต และเมื่อถึงเวลาที่เขาพร้อม เขาจะกลับไปยังสำนักเดิมเพื่อสะสางความแค้นที่ยังคงค้างคาในใจ