เด็กสี่ห้าคนเฝ้ามองไม้แผ่นเรียบที่มีภาพวาดที่ดูน่าขบขันอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนไม้แผ่นนี้ถูกตัดเป็หลายสิบชิ้น รูปร่างและขนาดแต่ละชิ้นต่างกัน เด็กหลายคนต่างตั้งคำถามด้วยความสงสัยเพราะไม่เข้าใจว่าเหม่ยหลินวาดภาพบนแผ่นไม้แล้วเหตุใดต้องตัดมันออกเป็ชิ้นเป็ส่วนเช่นนี้‘เ้าสิ่งนี้มันคืออะไร?’
“เ้าสิ่งนี้เรียกว่าจิ๊กซอว์”
“จิ๊กซอว์?” เด็กๆพูดเกือบพร้อมกัน
“ใช่ จิ๊กซอว์...มันคือภาพที่ถูกตัดแล้วนำมาต่อใหม่”
เหม่ยหลินคิดหาการละเล่นมาอวดเด็กๆหวังให้ทุกคนสนุกสนานภาพที่เธอวาดก็เป็ภาพการ์ตูนที่คนที่นี่ย่อมไม่ชินสายตาแน่นอนว่าเด็กในยุคนี้ไม่มีทางรู้ว่าภาพการ์ตูนตรงหน้าขณะนี้คือ ‘โดราเอมอน’ ที่หญิงสาววาดจากจิตนาการได้อย่างง่ายแสนง่าย
จิ่นเอ๋อร์และจื่อหลงถือแผ่นไม้ที่เรียกว่าจิ๊กซอว์ภาพการ์ตูน‘คิตตี้’ และ ‘มิกกี้เม้าส์’ออกมาอีกคนละชุดทั้งสองกุลีกุจอั้แ่เช้าเพื่อช่วยเหม่ยหลินตัดแผ่นไม้ออกเป็ชิ้นตามที่เหม่ยหลินสอนมือน้อยค่อยๆวางแผ่นไม้ไว้กลางวงล้อมอย่างระมัดระวังขณะนี้มีแผ่นไม้ตัดเป็ชิ้นที่เรียกว่าจิ๊กซอว์ทั้งหมดสามชุดวางไว้กลางวงล้อมของเด็กๆ
มือเรียวบางของหญิงสาวละเลงชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ให้ปนเปกันไป“เอาล่ะ ทีนี้เรามาแข่งขันกันต่อชิ้นส่วนของภาพให้เป็เหมือนเดิม มีจิ๊กซอว์สามชุดให้แบ่งเป็สามกลุ่มใครต่อภาพเสร็จก่อนถือเป็ผู้ชนะ เข้าใจหรือไม่”
เหม่ยหลินอธิบายโดยละเอียดทำให้เด็กๆพอจะเข้าใจวิธีการเล่นแล้วทุกคนต่างพยักหน้าพร้อมกัน
“หนึ่ง สอง สาม...เริ่มได้!”
มือเล็กๆของเหล่าเด็กน้อยแย่งชิ้นส่วนจิ๊กซอว์กันอย่างสนุกสนานจนชาวบ้านที่เดินไปมาต่างพากันหัวเราะเอ็นดูโดยเฉพาะผู้เป็พ่อแม่ของเด็กหลายคนก็จ้องมองดูลูกๆของตัวเองแล้วยิ้มอย่างมีความสุข
แต่ความสุขในยามนี้...เหตุใดจึงอยู่ได้ไม่นาน
เสียงฝีเท้าของม้าปะปนกับเสียงล้อไม้วิ่งบนพื้นถนนเสียงนั้นดังใกล้เข้ามาจนกระทั่งมองเห็นขบวนแถวของรถม้าที่นำด้วยชายใส่ชุดทหารหลายนายมุ่งหน้าเข้าสู่ทางเข้าหมู่บ้านกลุ่มของเด็กๆที่นั่งล้อมวงก้มหน้าก้มตาค้นหาชิ้นส่วนภาพก็ต้องหยุดมือลงชั่วขณะ
ทหารนายหนึ่งที่นั่งบนหลังม้าพาขบวนมาหยุดอยู่กลางถนนที่บัดนี้รายล้อมด้วยชาวบ้านผ้าม่านด้านหน้าของรถม้าถูกเปิดออก บุคคลที่ก้าวออกมาคือซูปี้นางกำนัลร่างท้วมผู้ถือพัดทรงกลมสีขาวหม่นลายดอกเหมยมือของนางขยับพัดโบกไปมาเพื่อคลายความร้อน นางพยักหน้าอนุญาตให้นายทหารผู้นำขบวนหยิบป้ายหยกแกะสลักรูปหงส์ซึ่งเป็สัญลักษณ์ของพระชายาแห่งองค์ชายรองของแคว้นตงเยว่ออกมาแสดงต่อหน้าทุกคนพร้อมประกาศด้วยเสียงดังก้องกังวาน
“พวกเ้าทุกคนจงฟัง นางกำนัลซูปี้ได้รับมอบหมายจากพระชายาแห่งองค์ชายรองให้ทำหน้าที่ดูแลการส่งเครื่องบรรณาการบัดนี้ถึงเวลาที่ราชสำนักจะขอรับเครื่องบรรณาการจากหมู่บ้านหนิงอันตามกำหนด”
ท่านหมอหลิวเดินออกจากบ้านตรงมายังกลุ่มผู้คนหลังจากได้ยินเสียงประกาศจากนายทหารจึงรีบทำก้าวออกมาทำความเคารพ
“ข้าน้อยหลิวซูเหยียนหมอรักษาแห่งหมู่บ้านหนิงอัน ขอคารวะนางกำนัลซูปี้ บรรดาสิ่งของเครื่องบรรณาการได้มีเหล่าทหารจากราชสำนักส่งรถม้าเทียมเกวียนมารับไปแล้วเมื่อสามวันก่อนขอรับ” หมอหลิวซูเหยียนจดจำชุดเครื่องแบบทหารที่มาเมื่อสามวันก่อนได้ดีเหมือนกับทหารที่มาในวันนี้ไม่ผิดเพี้ยน
“สิ่งของงั้นรึ?” ซูปี้พูดเสียงสูง “ข้าเกรงว่าท่านยังเตรียมไม่ครบ”
ท่านหมอหลิวขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยไม่รู้ความหมายที่นางกำนัลผู้นี้กล่าว
“ท่านจงฟังข้าให้ดี วันนี้ข้ามาเพื่อรับสตรีผู้เป็เครื่องบรรณาการของหมู่บ้านหนิงอัน!”
“หมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีสตรีที่เหมาะสมสำหรับเป็เครื่องบรรณาการดังที่ท่านกล่าวถึง”
หมอหลิวซูเหยียนรีบปฏิเสธทันทีในเมื่อทางการไม่ได้กำหนดให้หมู่บ้านหนิงอันต้องคัดเลือกสตรีให้แก่ราชสำนักเหตุใดต้องส่งคนมารับ
“จะมีสตรีที่เหมาะสมหรือไม่นั้น ข้าจะเป็ผู้ตัดสินเองเพราะฉะนั้นขอให้นำตัวหญิงสาวทุกคนในหมู่บ้านมายืนต่อหน้าข้าห้ามหญิงสาวผู้ใดซ่อนตัวเด็ดขาด!”
หากนางกำนัลซูปี้ได้เห็นทุกคนครบถ้วนนางย่อมรู้ได้อย่างแน่นอนว่าเป็ผู้ใดหญิงสาวชาวบ้านสามัญในหมู่บ้านห่างไกลขนาดนี้จะมีสักกี่คนที่ใบหน้าสะสวยเสียจนจิตรกรหลวงเช่นท่านซุนถงฉีเอ่ยปากชม
เหม่ยหลินที่ยืนอยู่ห่างออกไปได้แต่ทำหน้าใยืนนิ่งไม่ไหวติงหลังจากได้ยินเสียงประกาศ ในหัวของหญิงสาวมีแต่ความมึนงงอะไรคือหญิงสาวทุกคนในหมู่บ้าน... แล้วคนนอกอย่างเธอให้ถือรวมด้วยหรือเปล่า...
จิ่นเอ๋อร์พยายามดึงมือเหม่ยหลินให้หลบไปหลังต้นไม้ข้างๆแต่ก็ไม่ทันกับความรวดเร็วของทหารหลายนายที่แยกย้ายกันจับหญิงสาวทุกคนให้มายืนเรียงแถวหน้ากระดาน
หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้มีหญิงสาวอายุประมาณสิบห้าถึงยี่สิบห้าปีอยู่เพียงไม่ถึงยี่สิบนางซูปี้สาวเท้ามองผ่านทุกนาง จนมาสะดุดที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ท้ายแถว
“เ้า...เงยหน้าขึ้น”ซูปี้สั่งหญิงสาวที่ยืนก้มหน้ามองต่ำจนเห็นแพขนตายาวรับกับใบหน้าขาวผ่องเมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นตามคำสั่งทำให้มองเห็นดวงหน้าชัดเจน หญิงสาวผู้นี้ผิวพรรณนวลเนียนไม่เหมือนสาวนางอื่นยิ่งยืนอยู่ท่ามกลางสาวชาวบ้านเช่นนี้ยิ่งเห็นความแตกต่าง
“บอกมาสิเ้าชื่ออะไร”
“ข้า...ข้าชื่อเหม่ยหลินเ้าค่ะ”
“เ้าเป่าขลุ่ยได้หรือไม่ ตอบข้ามาตามตรง” เหม่ยหลินออกจะแปลกใจกับคำถามแต่ก็ต้องพยักหน้าตามความจริง
นางกำนัลซูปี้ลอบยิ้มที่มุมปาก‘เหม่ยหลิน...เป็นางผู้นี้ไม่ผิดแน่ ผู้ที่คอยดูแลการคัดเลือกนางรำแห่งราชสำนักมาช้านานอย่างข้าไม่เคยมองพลาด’
“ข้าขอเลือกให้เหม่ยหลินคือผู้เป็เครื่องบรรณาการของหมู่บ้านหนิงอันผู้ใดคือบิดามารดาของนางให้ก้าวออกมารับเงินกำนัลจำนวนสี่ร้อยตำลึงเป็การแลกตัวเหม่ยหลิน”
สิ้นเสียงประกาศจากนางกำนัลร่างท้วมจิ่นเอ๋อร์และจื่อหลงต่างพากันเข้ามากอดเหม่ยหลินแล้วร้องไห้โฮไม่อยากให้เหม่ยหลินต้องจากไป ซื่ออิงและเค่อหยวนรีบเข้ามาจับลูกทั้งสองไว้เกรงว่าจะเป็การทำให้นางกำนัลผู้นี้รำคาญใจแล้วเื่จะไปกันใหญ่หลิวซูเหยียนที่มองดูอยู่ด้วยความเป็ห่วงเห็นสายตาของเหม่ยหลินที่หันมองหน้าเพื่อขอความช่วยเหลือ ดูท่าทางก็รู้ว่านางไม่อยากไปเป็เครื่องบรรณาการ...
หลิวซูเหยียนก้าวออกมาแสดงตัว“ท่านหมอหลิวคือบิดาของนางงั้นรึ เช่นนั้นก็รับเงินก้อนนี้ไปซะ”
“ข้าน้อยไม่ขอรับเงินก้อนนี้ เหม่ยหลินคือบุตรบุญธรรมที่จะสืบทอดวิชาสมุนไพรต่อจากข้าน้อย...ข้าน้อยไม่อาจยกนางให้เป็เครื่องบรรณาการตามที่ท่าน้าได้ แม่นางซูปี้โปรดพิจารณาด้วย”
‘ท่านหมอหลิว...’ เหม่ยหลินทำได้เพียงรำพึงในใจ ซาบซึ้งใจที่หมอหลิวให้ความเมตตาช่วยเหลือโดยอุปโลกน์ให้เป็บุตรบุญธรรมเพื่อหวังจะรอดพ้นจากการถูกนำตัวไปเป็เครื่องบรรณาการในครั้งนี้
“ท่านหมอหลิวจะขัดคำสั่งของพระชายาอย่างนั้นรึ!”
“ข้าน้อยมิกล้า...หากแต่หญิงงามทั่วแคว้นมีตั้งมากมายได้ข่าวว่ามีหลายนางต่างเต็มใจที่จะทำหน้าที่นี้ ข้าน้อยขอความเมตตาจากแม่นางช่วยยกเว้นเหม่ยหลินไว้สักคนเถิด”
“อำนาจในการคัดเลือกหญิงบรรณาการเป็สิทธิ์ขาดที่พระชายาได้รับมอบอำนาจจากท่านอ๋องหากไม่ทำตามคำสั่ง...ท่านหมอและชาวบ้านอาจต้องถูกลงโทษในฐานที่ขัดคำสั่งพระชายา ท่านหมอ้าเช่นนั้นรึ”
“เหตุใดต้องลงโทษ! ท่านหมอไม่ได้ทำอะไรผิด” เหม่ยหลินทนไม่ได้รีบพูดแทรกขึ้นมา ยุคสมัยนี้ช่างป่าเถื่อนเสียจริงไม่ได้ดั่งใจอะไรก็จะลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องให้ได้!
นางกำนัลซูปี้หันมามองหน้าเหม่ยหลิน
“เหม่ยหลินเ้าจงไปกับข้า ข้าจะดูแลสนับสนุนเ้าให้เป็หญิงงามเครื่องบรรณาการชั้นดีเพื่อให้เ้าได้เป็สนมของเ้าผู้ครองแคว้นม่งอู๋”ซูปี้ทำน้ำเสียงอ่อนลงเพื่อเกลี้ยกล่อมให้เหม่ยหลินทำตาม
“แต่ข้าไม่อยากไป...”
“คิดดูให้ดี เ้าอยากเห็นบิดาของเ้าและชาวบ้านถูกลงโทษด้วยสาเหตุที่เ้าขัดคำสั่งพระชายางั้นรึถึงเวลานั้นไม่มีใครช่วยได้นอกจากเ้าเท่านั้น!”
เมื่อได้รับอนุญาตจากนางกำนัลซูปี้ให้ล่ำลาครอบครัวก่อนเดินทางทุกคนจึงมานั่งในห้องทำงานของหมอหลิว ทั้งจิ่นเอ๋อร์กับจื่อหลงต่างนั่งน้ำตานองหน้าเสียใจกับข่าวร้ายวันนี้แม้เป็เวลาเพียงไม่นานแต่ทั้งสามก็สนิทสนมกันมากราวกับเป็พี่น้องแท้ๆจึงไปอยากแยกจากกันไป
“เราจะทำอย่างไรกันดีเ้าคะ ท่านหมอหลิว”ซื่ออิงเอ่ยถามในขณะที่กำลังปลอบประโลมลูกสาวลูกชายของตนเองเหม่ยหลินเองได้แต่นั่งก้มหน้านิ่ง ยามนี้เธอคิดอะไรไม่ออกจริงๆ
“สถานการณ์บีบบังคับเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หากไม่ทำตามคำสั่งนางกำนัลซูปี้ผู้นี้ก็ขู่จะเอาผิดให้จงได้ราวกับว่าการมาครั้งนี้ของนางกำนัลซูปี้เจาะจงมารับเหม่ยหลินไปโดยเฉพาะช่างน่าแปลกใจนัก”
“ข้าคงต้องไปจากที่นี่จริงๆใช่ไหม ไม่เช่นนั้นทุกคนจะถูกลงโทษ”เหม่ยหลินเอ่ยเสียงสั่นน้ำตาคลอเบ้า
หมอหลิวที่ยืนทำหน้าเคร่งเครียดได้แต่ถอนหายใจพื้นเพของเหม่ยหลินไม่ใช่คนแคว้นนี้ ต่อให้ช่วยนางหนีไปจากหมู่บ้าน อย่างไรเสียก็ถูกทหารจับได้อยู่ดี
เสียงนกพิราบสะบัดปีกบินอยู่ภายในกรงไม้ไผ่อย่างตื่นตระหนกทำให้หมอหลิวหันไปมองและตัดสินใจทำบางอย่างหลังจากนี้
เขาเอ่ยถามเหม่ยหลินเพื่อให้แน่ใจเกี่ยวกับเหตุการณ์วันที่พบแม่ทัพหวางชุนเทียน
“หากท่านหมายถึงชายสวมชุดเกราะและได้รับาเ็อยู่ใต้ต้นกุ้ยต้นนั้นก็คงเป็ข้าเองที่อยู่กับเขาในวันนั้น เขาคือใครหรือเ้าคะ”
พอท่านหมอหลิวเล่าว่าชายผู้นั้นคือแม่ทัพหวางชุนเทียนที่ได้รับการรักษาอาการาเ็จากหมอหลิวซูเหยียนจนหายดีสถานการณ์ซับซ้อนเช่นนี้ยิ่งทำให้เหม่ยหลินงุนงง
“เหม่ยหลิน ในเมื่อมันเป็ชะตากรรมของเ้ามิอาจหลีกเลี่ยงได้ถึงแม้ข้าคิดจะช่วยให้เ้าหนีไปจากที่นี่ก็มิอาจทำได้ เ้าไม่รู้จักใครในแคว้นนี้เลยถึงหนีไปได้ก็ไม่มีประโยชน์”
“ข้า...เข้าใจดีเ้าค่ะ”เสียงแ่เบาแสดงถึงความจำยอมของหญิงสาวช่างน่าสงสาร
หมอหลิวหยิบตราหยกที่แม่ทัพหวางให้ไว้ก่อนออกจากหมู่บ้านแล้วยื่นให้แก่เหม่ยหลิน
“เ้าจงเก็บตราหยกประจำตัวของท่านแม่ทัพชิ้นนี้ไว้ให้ดี หลังจากที่เ้าเดินทางไปถึงวังหลวงข้าจะแจ้งต่อท่านแม่ทัพให้ช่วยเหลือเ้าในครั้งนี้”
หญิงสาวมองตราหยกห้อยพู่ระย้าสีเขียวเข้มเธอไม่ค่อยแน่ใจนักว่าแม่ทัพผู้ที่พบกันเพียงครั้งเดียวจะช่วยเธอได้
ท่านแม่ทัพหวางชุนเทียนผู้นี้จะเป็คนช่วยเราไม่ต้องเป็เครื่องบรรณาการได้จริงหรือ?