บทที่ 2
หางานทำ
เกล้าถูกปฏิเสธงานมาแล้วด้วยกันสี่ครั้ง ร่างผอมบางยืนมองใบปลิวรับสมัครงานที่เหลืออยู่ในมือแผ่นสุดท้าย สลับกับมองร้านกระจกที่ตั้งอยู่ตรงซอกตึกสูง มองจากตรงนี้เห็นด้านในมีตุ๊กตาหลากหลายตัวตั้งโชว์อยู่ ส่วนชื่อร้านดันเป็ภาษาอังกฤษซึ่งเขาอ่านไม่ออกหรอก เพราะเขาจบแค่ ม.6 กศน. เท่านั้น เกล้ายืนหลับตาพรู่ลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อดับอารมณ์ขุ่นมัวของตนเอง แล้วจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ตอนนี้ก็เป็เวลาเที่ยงกว่าแล้ว หากร้านนี้ปฏิเสธอีก เขาก็จะรีบกลับห้องไปฟัดแก้มลูกชายให้ชื่นใจ คิดได้ดังนั้นขาเรียวรีบจ้ำอ้าวเข้าไปในร้านทันที
กริ้ง ๆ
เสียงกระดิ่งดังขึ้นเรียกให้คนที่ก้มหน้างุดภายในเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นมามอง เบต้าหน้าตี๋มองผู้มาใหม่พลางสำรวจคนตรงหน้าอย่างถือวิสาสะ รูปร่างผอมบาง ใบหน้าเรียวเล็กได้รูป ปากนิดจมูกหน่อย ดวงตากลมโต ผิวไม่ได้ขาวมาก สเต๊ก เอ๊ย!! สเปค เลย
“สวัสดีครับ ผมมาสมัครงานตามใบปลิวนี้ครับ” เกล้าไหว้คนอยู่ในเคาน์เตอร์ก่อนจะยื่นใบปลิวให้ชายหนุ่มดู
“อ๋อ… ครับ ว่าแต่ตัวเล็กขนาดนี้จะใส่ตัวมาสคอตของเราได้ไหมครับเนี้ย ไม่ใช่ใส่ไปแล้วล้มนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยแซว พร้อมส่งรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ให้
“มะ มาสคอต คืออะไรหรือครับ” คุณแม่โอเมก้ามองคนตรงหน้าตาแป๋ว ด้วยความไม่รู้ว่าอะไรคือมาสคอต และไม่ต้องสงสัยเหตุใดคุณแม่โอเมก้าถึงไม่รู้จักแม้แต่มาสคอต นั้นก็เพราะโลกของเกล้านั่นแคบเสียเหลือเกิน เกล้ารู้จักแต่อ้างล้างจานของห้องครัวในผับเก่า ที่ตนเคยทำงานอยู่ และห้องนอนของตนเองแค่นั้น จะเอาเวลาและเงินที่ไหนไปเปิดโลกกว้าง
ชิน เพศรองเบต้า เดินออกมาจากเคาน์เตอร์ มันยิ่งทำให้คนที่สูงถึง 181 อย่างเขา มองคนตรงหน้าว่าตัวเล็กมาก และยังน่ารักมากด้วย
“มาสคอตคือการ์ตูนสัญลักษณ์ ที่ถูกใช้มานำเสนอหรือเป็ตัวแทนสู่สาธารณชน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับ อย่างเช่นคุณ… เอ่อ.. คุณชื่อ..”
“เกล้าครับ ชื่อ เกล้า”
“ครับ คุณเกล้า อย่างเช่นมาสคอสหมีตัวนี้ หากคุณเกล้าใส่เข้าไปแบบนี้… รูดซิปแล้วสวมหมวกตาม เห็นไหมว่าผมน่ารักมากขนาดไหน เวลาที่คุณเกล้าใส่แจกใบปลิว มันทำให้คนสนใจมากกว่าการยืนแจกแบบปกติธรรมดา หรือบางทีอาจมีคนมาขอถ่ายรูปด้วยก็มีครับ “ชินอธิบายพร้อมกับสาธิตวิธีการใส่และการถอดอย่างชำนาญ ถึงแม้มาสคอตแต่ละตัวจะดูหนักไปเสียหน่อย แต่ก็น่าสนุกดี เกล้าคิดแบบนั้น
หลังจากตกลงเื่การทำงานอย่างคร่าว ๆ เกล้าสามารถเริ่มทำงานได้เลยพรุ่งนี้ หากแจกใบปลิวหมดไว ก็ได้กลับบ้านไว ส่วนค่าแรงได้ 400 บาทถ้วน งานจบรับเงินได้เลย หลังจากตกลงกันเรียบร้อยคุณแม่โอเมก้าลงชื่อพร้อมกับเบอร์โทรเอาไว้ จากนั้นก็รีบกลับห้องพักทันที
ใน่บ่ายคล้อยเกล้ากลับมาด้วยความดีใจที่หางานทำได้แล้ว จึงชวนลูกชายออกไปเดินซื้อของที่ร้านค้าติดแอร์ใกล้กับหอพัก สองแม่ลูกจูงมือกันเข้าร้าน คนแม่เข็นรถเข็น ส่วนคนลูกเดินขนาบข้างอยากช่วยหยิบจับของใส่รถเข็น เกล้าและน้องพีจะออกมาซื้อของที่ร้านนี้ได้ก็ต่อเมื่อมีเงินเหลือจากการจ่ายค่าห้องแล้วเท่านั้น จึงไม่แปลกนักที่เด็กน้อยจะรู้สึกตื่นเต้นในการเดินเลือกซื้อของ
“แม่ฮะวันนี้เราซื้ออะไรบ้าง?” เด็กชายเอ่ยถามมารดาในขณะที่สายตาของเด็กน้อยมองไปรอบ ๆ ด้วยแววตาเปล่งประกาย
“มีไข่ไก่ มีมาม่า และก็มีข้าวสวยครับลูก” ว่าจบเกล้าก็ค่อย ๆ เข็นรถไปยังโซนขายข้าว ข้าวสาวไห่ถุงขนาด 5 กิโลกรัมถูกยกลงรถเข็นโดยคุณแม่โอเมก้า น้องพีทำหน้าเซ็งเล็กน้อยเมื่อไม่ได้ยกเอง เกล้าที่แอบเห็นปฏิกิริยาของลูกชายก็ลอบอมยิ้ม อยากช่วยทุกอย่างเลยนะ ตัวเท่านี้เอง
“น้องพีครับ ไปหยิบมาม่าห่อใหญ่ที่แม่ชอบกินให้หน่อยได้ไหมครับ “
“ได้ฮะ” เด็กน้อยยิ้มโชว์ฟันขาว น้อมรับคำสั่งอย่างเต็มใจก่อนจะวิ่งดุ้กดิ้กไปทั่วร้านเพื่อหามาม่าที่มารดาสุดที่รักของตนกินบ่อย เมื่อเห็นสัญลักษณ์บนถุงมาม่าที่ดูคุ้นตา เ้าตัวน้อยก็เขย่งเท้าขึ้นเพื่อเอื้อมไปหยิบห่อมาม่าลงมา แต่ด้วยชั้นวางมันอยู่สูงเกินไปเลยทำให้เด็กน้อยจับไม่ถนัดมือ ห่อมาม่าจึงร่วงหล่นลงมาจากชั้น
ตุ้บ
“พีลูก… เป็อะไรไหมครับ” เกล้าที่เห็นเหตุการณ์ก็ใอยู่ไม่น้อย รีบเข็นรถเข้าไปดูลูกใกล้ ๆ ถามลูกชายด้วยความเป็ห่วง ดีหน่อยที่เป็ถุงมาม่า หากเป็ของมีน้ำหนักมากกว่านี้หัวใจของเขาคงแตกสลายเหมือนกับโดนรถเหยียบเป็แน่
“ขอโทษฮะแม่ พีทำตก” เด็กชายตัวจ้อยั์ตาเศร้าลงคล้ายกับทำให้แม่ผิดหวัง มือน้อย ๆ ยกมือขึ้นไหว้ พลางคิดว่าแทนที่เขาจะช่วยอะไรแม่ได้บ้าง แต่ดันทำมาม่าของแม่ตก แล้วก้อนมาม่าบางส่วนก็แตกละเอียดเลย
“โธ่…. น้องพีลูก หนูเก่งมากเลยครับที่มาช่วยหยิบให้แม่ ไหนแม่ดูสิครับ เจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า”
คุณแม่โอ้เมก้าเอ่ยปลอบลูกชาย พลางดึงร่างเล็กหันซ้าย หันขวาเพื่อสำรวจ เมื่อคุณแม่โอเมก้าเห็นว่าลูกน้อยของตนไม่ได้รับาเ็แต่อย่างใด สีหน้าที่มีความกังวลอยู่ก็คลายลงพร้อมกับจับจูงมือน้องพีไปเลือกซื้อของต่อ
ทั้งคู่เลือกของที่้าได้ครบแล้ว ก็ไปยืนรอต่อแถวจ่ายเงิน ในขณะที่ใกล้จะถึงคิวของพวกเขา เด็กน้อยกระตุกชายเสื้อของมารดาพร้อมกับเอ่ยขอของเล่น
“แม่ฮะ ลูกขอซื้ออันนี้ได้รึเปล่า “นิ้วเล็กป้อมชี้ไปยังขนมของเล่นที่วางอยู่กับเคาร์เตอร์จ่ายเงิน ั์ตาสีน้ำตาลเปล่งประกายพราวฝัน ตั้งความหวังอยู่ไม่น้อย เพราะตนไม่ค่อยเอ่ยขอสิ่งใดกับมารดานัก
คุณแม่โอเมก้ายิ้มเจื่อน ย่อตัวลงคุยกับลูกชายด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก
“แม่ขอโทษนะครับ วันนี้แม่ซื้อให้ไม่ได้ เอาไว้พรุ่งนี้แม่กลับมาจากทำงาน เราค่อยมาซื้อด้วยกันดีไหมครับ” ั์ตาสีน้ำตาลแสดงออกถึงความผิดหวังอย่างชัดเจน น้ำใส ๆ เอ่อคลอในดวงตา มันยิ่งทำให้เกล้ารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในอก ตอกย้ำความไม่ได้เื่ของตนเอง หากเหลือเงินมากกว่านี้เขาก็อยากซื้อให้แต่ตอนนี้ต้องสำรองเงินที่เหลือไม่กี่ร้อยบาทเอาไว้ก่อน
“แม่สัญญาณแล้วนะ”
“ครับ เกี่ยวก้อยสัญญาเลย”