บทที่ 9 ท่านแม่ทัพเปลี่ยนไป
เช้าวันใหม่ แสงสุริยันโน้มลงมาทักทาย บ้านหลังเก่าถูกต่อเติมขยายใหญ่ขึ้น จากเดิมมีห้องนอนเพียงหนึ่ง ตอนนี้เปลี่ยนเป็สองห้อง แน่นอนว่าห้องนอนใหม่นั้นเตรียมไว้ให้จิ่วอี หน้าที่กล่อมเ้าหัวผักกาดนอนเป็ของโจวฉือไปโดยปริยาย
ทุกเช้าก่อนไก่ขัน โจวฉือจวินผู้ยิ่งใหญ่จะออกมาหาบน้ำรดแปลงผักก่อนที่เ้าหัวผักกาดเสี่ยวเซาจะตื่น สายหน่อยสองลุงหลานก็จะรำกระบี่ที่สวนหลังบ้าน บ้างก็สอนคัดตำรา ฝึกท่องกฎบ้านกฎเมืองของขุนนางระดับต้น
ใช่แล้ว โจวฉือแม่ทัพใหญ่ผู้เลี้ยงดูเ้าหัวผักกาด กำลังขัดเกลาเ้าอ้วนให้กลายเป็บัณฑิตน้อยที่เก่งกาจสามารถและเฉลียวฉลาดรอบด้านจนไม่มีผู้ใดปาน เสียอย่างก็ตรงที่เสี่ยวเซาขี้อ้อนและี้เี ทำให้ท่านลุงโจวผู้เคร่งขรึมและเคร่งครัดในกฎระเบียบใจอ่อนง่าย ๆ ไปหลายครั้ง
“เ้าคัดไม่งาม ประเดี๋ยวดูลายมือท่านลุงของเ้าเป็ตัวอย่าง”
เวลาผ่านไปแรมเดือน ใต้ชายคาบ้านที่เคยเงียบเหงา มีเสียงเจื้อยแจ้วตลอดทั้งเช้าและบ่าย ส่วนห้องครัวที่อยู่ห่างกันเพียงสามก้าว ก็เป็อาณาบริเวณรับผิดชอบของโม่จิ่วอี คนทั้งสามสนิทสนมกลมเกลียวประหนึ่งพ่อแม่ลูก
เสี่ยวเซาน้อยอืดอาดยืดยาด เพราะเมื่อวานเอาแต่ขุดหัวผักกาดในสวนั้แ่เช้าจรดค่ำ ไม่มีสิ่งใดทำให้เสี่ยวเซาขยันขันแข็งปานนั้น หากไม่ใช่ท่านลุงโจวผู้ร่ำรวยแอบเอาเงินทองไปฝังไว้ในแปลงผัก นั่นก็เพื่อทำให้เ้าเด็กอ้วนได้ขยับร่างกายลดน้ำหนักไปมาก
โจวฉือหลักแหลมหาแผนการหลอกล่อให้เสี่ยวเซาได้ออกกำลังกาย ทำให้ระยะนี้เสี่ยวเซาน้อยดูกระฉับกระเฉง เคลื่อนตัวได้ว่องไวกว่าเมื่อก่อนมาก ร่างกลมของเขาค่อย ๆ ยืดขึ้น อย่างกับคำโบราณที่บอกว่า เด็กน้อยนั้นโตไว โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย
ท่านลุงโจวผู้มองการไกลเห็นหน่วยก้านเด็กชาย ภายภาคหน้าหากไม่ชอบกฎอันน่าเบื่อของราชสำนัก โจวฉือสามารถผลักดันให้เสี่ยวเซาน้อยเป็ยอดนักรบคนต่อไปได้
ตลอดมานี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นกับเสี่ยวเซา โจวฉือยอมรับกับตัวเองว่าสนใจในตัวจิ่วอีมาก เริ่มแรกเพียงอยากดูแลนางเพราะโม่จิ่วอีเป็น้องสาวของเหล่าเวิน อนึ่งหญิงชายได้ใกล้ชิดกัน ความรู้สึกค่อย ๆ ผลัดเปลี่ยน ความสัมพันธ์หยั่งรากลึกยากขุดถอน
ชั่วชีวิตนี้มีสองเื่ที่ ต่อให้เป็หรือตาย...คนอย่างโจวฉือจวินไม่ขอกระทำเด็ดขาด! นั่นคือศิโรราบต่อผู้อ่อนเยาว์ และ ยินยอมให้คนสบประมาทล่วงเกิน แต่พอได้มาััชีวิตรากหญ้าอันแสนเรียบง่ายของปุถุชนคนธรรมดา โจวฉือผู้รักหน้าถือตาขอถอนคำพูด
ขอเพียงเสี่ยวเซาพูดว่าอยากนอน ท่านลุงผู้แสนดีจะกล่อมนอน ขอเพียงพูดว่าอยากได้เงินได้ทอง โจวฉือจวินผู้ยิ่งใหญ่พร้อมประเคนใส่พานให้ จะบอกว่าท่านลุงโจวลำเอียงสักแปดแสนสองหมื่นลี้ก็คงไม่เกินจริง
อีกประการหนึ่ง หลังจากโจวฉือกลับเมืองหลวง ตั้งใจว่าจะพาคนทั้งสองกลับไปด้วย บัดนี้โม่จิ่วอีอยู่ในสถานะคนรัก แต่นั่นก็เป็เพียงความเข้าใจของโจวฉือฝ่ายเดียว การจะเอาชนะใจนางยังต้องเกี้ยวพานกันต่อไป ขอเพียงเป็โม่จิ่วอี หากให้เกี้ยวพานไปอีกสักสิบปีโจวฉือจวินก็ยังไหว
จิ่วอีนางชาติกำเนิดต่ำต้อย เป็เพียงลูกอนุจวนโม่ แต่หากได้เป็สตรีที่โจวฉือจวินเลือกแล้ว แม้ขัดกับขนบธรรมเนียมอย่างไร ต่อให้ผู้คนติฉินนินทา หรือแม้แต่สบประมาทล่วงเกินตระกูลโจว หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรโจวฉือจวินผู้นี้ก็จะแต่งนางเป็ฮูหยินเอกเพียงคนเดียวให้ได้!
แอ่ก!
ระหว่างมองท่านลุงโจวตั้งใจเสี้ยมสอนมารยาทสามสิบแปดประการตามระเบียบวัง จู่ ๆ เสี่ยวเซาก็มีสีหน้าจืดเจื่อน เคลื่อนฝ่ามือเล็กสั้นลงไปกุมหน้าท้องอย่างน่าเอ็นดู ร่างขาว ๆ อวบ ๆ เหมือนหัวผักกาดนอนหดตัวเป็ทรงกลม ยิ่งทำให้เหมือนหัวผักกาดเข้าไปใหญ่
เมื่อไม่ได้รับความสนใจจากท่านลุง เสี่ยวเซาก็กลิ้งไปมาเหมือนลูกหนัง ปากอวบอิ่มของเ้าอ้วนพะเยิบขึ้นลงเรียกร้องความสนใจน่าชังยิ่ง
“อะโอ๊ย เสี่ยวเซาปวดท้องมากขอรับ เป็เพราะท่องตำรามากเกินไปอย่างแน่นอน ไว้วันอื่นเถอะนะขอรับท่านลุง”
ท่านลุงโจวเลิกปลายคิ้วพลางชำเลืองมองเ้าหัวผักกาดเสแสร้งแกล้งทำอย่างรู้เท่าทัน ก่อนจะกล่าวเสียงเย็นตามออกไปว่า
“ท่องไม่ไหว เช่นนั้นก็คัดตำราสักร้อยจบ มิเสร็จมิต้องกินอาหารเช้า เ้าว่าดีหรือไม่”
โจวฉือจวินกัดฟันพูดอย่างถนัดปาก นั่นก็เพราะปฏิญาณกับตัวเองแล้วว่าจะไม่ตามใจเสี่ยวเซามากจนเกินไป มิเช่นนั้นเสี่ยวเซาน้อยอาจจะเสียคนได้ง่าย ๆ ภายภาคหน้าเมื่อพากลับเมืองหลวง ได้พบกับบุตรขุนนางใหญ่ จะได้ไม่ถูกเด็กนิสัยเสียพวกนั้นทับถมรังแกเอาได้ หากว่าเสี่ยวเซาน้อยเป็เืเนื้อของฮ่องเต้จริง ๆ การเคี่ยวเข็ญอย่างเข้มงวดนับเป็ผลดีต่อตัวเสี่ยวเซาเองทั้งนั้น
เ้าหัวผักกาดน้อยหูผึ่ง รีบยันตัวลุกขึ้นนั่งตึงตัง ท่าทางผลีผลามของเสี่ยวเซาทำให้โจวฉือรู้ว่า เมื่อครู่ก็แค่ละครฉากหนึ่ง ไม่รู้ว่าพุงเล็ก ๆ นั่นมีอะไรให้เจ็บได้ทุกวี่ทุกวัน สมองอันไร้หัวคิดของเสี่ยวเซาคงคิดว่า ท่านลุงโจวผู้เก่งกาจจะรู้ไม่เท่าทันแผนตื้น ๆ เหล่านี้ใช่หรือไม่
แต่ถึงกระนั้น ท่านลุงโจวก็เต็มใจให้หลอกอยู่ร่ำไป ไม่คิดปริปากบ่นสักคำ อย่างนี้จะนับว่าเป็ความผิดของเสี่ยวเซาที่ี้เีอีกหรือ?
“ท่านลุงขอรับ อย่าใจร้ายนักเลย เสี่ยวเซาของท่านลุงไม่อยากคัดตำราตลอดชีวิต สุขภาพก็ไม่ค่อยดี จะให้ท่องตำราทุกวันคงไม่เหมาะสม นะขอรับ นะ ๆ ขอรับท่านลุงผู้หล่อเหลา”
เสี่ยวเซาใช้ลูกไม้ตื้น ๆ เหล่านี้มาล่อลวงท่านลุงโจวอีกแล้ว ก้นอันหนักอึ้งของเด็กน้อยย้ายมานั่งบนตักท่านลุงโจว มือสองข้างเอื้อมไปนาบขนานแก้มของท่านลุง จากนั้นถูไปมาอย่างออดอ้อน นั่นทำให้ท่านลุงโจวผู้เ็าหุบยิ้มไม่ลง พลางเอื้อมมือสากกร้านยีหัวทุยไปหนึ่งครั้ง แล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า
“ดีมาก! วิชาที่ข้าสั่งสอนไป นับว่าประสิทธิ์ผล ตอนนี้ผักกาดของข้ามากเล่ห์เพทุบาย วาจาฉอเลาะเ้าประจบเ้าปั้น ด้วยไหวพริบที่ใช้พลิกแพลงในแต่ละสถานการณ์นับว่าใช้ได้”
ขณะสองลุงหลานพูดคุยกันลำพัง จู่ ๆ ใต้ชายคาบ้านก็มีผู้มาเยือน นั่นคือพี่ชายถังตูรูปหล่อที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานสามวัน หากจะโทษก็ต้องโทษท่านลุงโจว ที่เมื่อสามวันก่อนดุพี่ชายถังตูมากจนเกินไป ไม่รู้ว่าพี่ชายถังตูไปทำอะไรผิด ถึงได้ถูกต่อว่าขนาดนั้น
เสี่ยวเซาผู้มีจิตใจอ่อนโยนไม่เข้าใจเื่ของผู้ใหญ่ จึงเกิดความเห็นใจขึ้นมา ทว่าก่อนจากกัน เสี่ยวเซาน้อยรีบวิ่งไปกอดขาพี่ชายถัง แล้วกล่าวปลอบใจอย่างน่าเอ็นดูว่า
“ครั้งต่อไปเสี่ยวเซาจะปกป้องพี่ชายถังเองขอรับ”
ประโยคสั้นห้วน แต่มีอนุภาคทำให้หัวใจขององครักษ์ถังตูหนุ่มเหลวเป็น้ำ ในสายตาเด็กน้อย วาจาหยาบกระด้างและท่วงท่าจาบจ้วงพวกนั้นคงดุดันมากกระมัง ท่านแม่ทัพก็เป็เช่นนี้ ถังตูรู้ดีว่าตนไม่ใช่เด็กน้อยเสี่ยวเซา และยิ่งไม่ใช่แม่นางจิ่วอี ไหนเลยจะได้รับถ้อยวจีสุภาพอ่อนโยนเ่าั้จากท่านแม่ทัพ
แต่ใช้คำพูดหยาบโลนแบบนั้นก็ดีแล้ว ถังตูอยู่ข้างกายท่านแม่ทัพมาหลายสิบปีออกจะชินชา แต่หากเป็โทนเสียงอ่อนนุ่มขึ้นมาอย่างที่ใช้พูดกับเ้าหัวผักกาดเสี่ยวเซา เกรงว่าถังตูคนนี้คงล้มป่วยไปสามวันเจ็ดวันเห็นจะได้
อันคำลือที่ว่า ท่านแม่ทัพพูดดีกับผู้ใด ต้องมีหนึ่งคนวอดวายมิใช่เื่ล้อเล่น ด้วยเหตุนี้ขุนนางหัวขาวหัวดำ จึงไม่ปรารถนาที่จะได้รับรอยยิ้ม และคำพูดอันแสนราบเรียบเ่าั้จากปากท่านแม่ทัพใหญ่ผู้เหี้ยมเกรียมดุจเทวทูต
“พี่ชายถังงงงงงง ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว”
เสี่ยวเซาน้อยปล่อยให้ท่านลุงโจวกลายเป็ธาตุอากาศ ดวงตาของเด็กน้อยกลมโตเมื่อเห็นพี่ชายถังตู ร่างเล็กของเสี่ยวเซาขืนตัวออกจากอกโจวฉือ ก่อนจะวิ่งปรูดเข้าไปเกาะขาพี่ชายถังตูแล้วเอ่ยคำว่า
“เสี่ยวเซาคิดถึงท่านเหลือเกินขอรับ”
ถังตูยิ้มอ่อนคล้ายรู้ทัน แน่แท้ว่าจะไม่ปล่อยให้เด็กชายยิ้มเก้อ ในเมื่อคิดถึงนัก ถังตูหนุ่มก็จะตอบสนองความคิดถึงนั้นให้สาสม ทันใดนั้นถังตูหนุ่มหยิบห่อกระดาษซับมันออกจากชายเสื้อ ที่มีผ้าหยาบสีน้ำตาลห่อหุ้มอีกชั้นหนึ่ง
“ในนั้นคืออะไรขอรับ”
ดวงตาเสี่ยวเซาเปล่งประกายเจิดจรัส รอยยิ้มเล็ก ๆ เบียดแก้มจนแดงปลั่งน่าหยิก
*****
*อ่อนโยนแท้ ไรท์อยากมีท่านลุงโจวเป็ของตัวเองบ้างจัง ฮรี่ ๆ*
นิยายเื่ : โจวฉือ แม่ทัพใหญ่ผู้เลี้ยงดู เ้าหัวผักกาด
อ่านรวดเดียวจบก่อนใครได้ที่ Meb ค่า
มุมแนะนำนิยาย
1.กลยุทธ์ความร่ำรวย ของแม่หม้ายลูกหนึ่ง
2.เกิดใหม่เป็มารดาเลี้ยงเดี่ยวผู้ยากไร้ ในชนบทต้าซ่ง
3.บันทึกการเดินทางไกล ของเ้าก้อนแป้ง
4.พลิกชะตาภรรยาพรานป่า กับระบบรับรู้อัจฉริยะ
5.ข้านี่แหละมารดาเลี้ยงผู้โจษจัน
6.ข้ามมิติมาเป็สตรีชาวไร่ ข้าจะร่ำรวยให้ได้
7.ทะลุมิติไปเป็บิดาตัวร้าย
8.เกิดใหม่เป็มารดาของเ้าวายร้าย พร้อมระบบร้านสารพัดนึก
9.เมื่อท่านราชเลขาธิการ กลายเป็บิดาของหลินเซียว 1