เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 58 กลับสู่ตระกูลหลิน

    แสงตะวันยามเช้าทอแสงอ่อน ๆ ลอดผ่านยอดไผ่หิมะ แสงแดดสีทองตกกระทบเกล็ดหิมะระยิบระยับประดุจประกายเพชร ยามเช้าอันแสนสดชื่นกู่ความกระปรี้กระเปร่ากลับคืนสู่เต็นท์พักแรมของหลีเฮง 


    ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาการเจ็บยอกเคล็ดขัดของเอวและกระดูกสันหลังที่ล้าเกร็งตึงจากการกรำศึกหนัก มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ร่างกายเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังวังชาที่แผ่พุ่งออกมาอย่างดุดันดั่งเอวเหล็กไหล ข้างกายของเขามีร่างระหงเปลือยเปล่าของเยี่ยหลัวอินที่นอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่ม ผิวพรรณของมารสาวเปล่งปลั่งอมชมพูอมน้ำนมดูสะคราญโฉมยิ่งกว่าเดิมหลังผ่านศึกรักประสานหยินหยางบำเพ็ญคู่เมื่อค่ำคืน


    **วิ้ง...!!!**


    สัญญาณหน้าต่างระบบสีทองส่องสว่างเจิดจ้าขึ้นกะทันหันในห้วงความคิดของหลีเฮง พร้อมเสียงแจ้งเตือนชวนให้อารมณ์ดี


    > [อรุณสวัสดิ์โฮสต์! ระบบเทพแมงดาส่งแต้มปันผลรายวันจากหุ่นเทพจำลอง]

    > [หุ่นจำลองของโฮสต์ประสบความสำเร็จในการรับใช้บำบัดชีพจรให้จักรพรรดินีกู่ชิงชิงและองครักษ์ในวังบุปผาหิมะอย่างแข็งขัน]

    > [โฮสต์ได้รับแต้มแมงดาประจำวัน: +3,000 แต้ม!]

    > [แต้มสะสมคงคลังปัจจุบัน: 9,330 + 3,000 = 12,330 แต้ม]

    > [ระดับร้านค้าของระบบ: ระดับ 3 (Level 3)]


    "ฮ่า ๆ! ช่างเป็นเช้าวันใหม่ที่แสนประเสริฐ! พละกำลังเอวก็ฟื้นฟูแกร่งดั่งเหล็กไหล แถมแต้มสะสมยังทะลวงหลักหมื่นอีกครั้ง มีระบบหนุนหลังนี่มันช่างมีความสุขเสียจริง!" หลีเฮงหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ ชายหนุ่มโน้มตัวลงจูบแก้มเนียนปนหน้าผากเกลี้ยงเกลาของเยี่ยหลัวอินเบา ๆ มารสาวกอดโอบลำคอหนามาจูบกระเซ้าตอบรักอย่างงัวเงียยั่วยวนก่อนจะยอมปล่อยให้เขาลุกจากที่นอน หลีเฮงจึงสวมเสื้อผ้าและเตรียมตัวก้าวเท้าออกเดินทางกลับ


    ทว่า ยามเมื่อหลีเฮงก้าวเท้าเดินส่ายเอวหลังตรงอย่างนวยนาดสบายอารมณ์ออกมาจากเต็นท์พัก ชายหนุ่มก็ต้องชะงักกึกสะดุ้งตัวโยนหน้าซีดกะทันหัน ยามพบว่า หลินเสวี่ยเหยา, จ้าวฉินซวง และไป๋ซือหนิง กำลังยืนล้อมวงจัดเตรียมอาหารเช้าปรุงน้ำสมุนไพรร้อนอยู่ข้างกองไฟไม้ไผ่ และทันทีที่เห็นหน้าตาผุดผ่องกระปรี้กระเปร่าของเขา สายตาทั้งสามคู่ก็เบนเข็มจ้องเขม็งมายังท่วงท่าการขยับสะโพกและเดินเหินเหยียดตรงอย่างแข็งขันของเขาอย่างจับผิด


    "เดินตัวตรง ออร่าปราณพวยพุ่งเดือดกระปรี้กระเปร่าเชียวนะเจ้าคะท่านพี่..." จ้าวฉินซวงเอ่ยเหน็บแนม แววตาสีแดงฉานแฝงความหึงหวงรุนแรงมองจ้องเป้ากางเกงเขาเขม็ง "เมื่อคืนนี้เอวของท่านยังบ่นเจ็บปวดร้าวเหมือนจะหักพังเพราะฝืนลวนลามนวดให้พี่สาวไป๋ซือหนิงอยู่เลยมิใช่หรือ? ทำไมเช้านี้ถึงเดินสะบัดเอวหลังตรงประดุจขุนศึกผู้พิชิตศึกใหญ่ได้เช่นนี้เล่า?"


    "นั่นสิ..." หลินเสวี่ยเหยาก็กระชับด้ามกระบี่เหมันต์เล่มงามข้างเอวแน่นขึ้น ไอร้อนจากกองไฟปะทะไอเย็นจากตัวนางจนหิมะละลายกลายเป็นไอน้ำ แผ่รังสีน้ำแข็งเยือกแข็งกระแทกเป้ากางเกงหลีเฮงจนหนาววูบวาบสะท้านขาหนีบ "ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปราณสีม่วงของเยี่ยหลัวอินหมุนเวียนปั่นป่วนในเต็นท์ของเจ้าตลอดทั้งคืน... ไม่มีเสียงลอดออกมา แต่ปราณมารกลับเดือดปะทุขนาดนั้น ช่างเป็นการบำบัดฟื้นชีพจรกระดูกสันหลังที่ลึกซึ้งและเงียบเชียบเหลือเกินนะหลีเฮง"


    หลีเฮงเหงื่อกาฬไหลหยดอาบแก้ม รีบยิ้มแห้งเอาใจประสานมือไหว้พัลวันกะล่อนรัว "โถ่ เมียหลวงและเมียสามคนดีของข้า! นั่นก็เพื่อความปลอดภัยในการเตรียมเดินทางกลับไปนวดบำบัดรักษาคุณแม่ยายซูชิงอย่างไรเล่าจ๊ะ! หากเอวและแผ่นหลังของข้าไม่กลับมาแกร่ง ข้าจะมีแรงกดจุดสลายพิษเย็นแช่แข็งให้ท่านแม่ยายได้อย่างไร เมียรักโปรดเข้าใจในความเสียสละทนเสียวและเอวพังของข้าด้วยเถิด!"


    เยี่ยหลัวอินเดินเยื้องกรายขยับสะโพกงามงอนตามหลังหลีเฮงออกมาจากเต็นท์ด้วยชุดกระโปรงไหมสีม่วงสะคราญโฉม ผิวแก้มของนางฉ่ำระเรื่อดูสาวสะพรั่งอมชมพู แววตาปรือหวานฉ่ำกลอกมองเพื่อนร่วมฮาเร็มด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ "คิกคิก... พี่เสวี่ยเหยา น้องฉินซวง อย่าดุท่านพี่นักเลยเจ้าค่ะ เมื่อคืนนี้ข้าช่วยนวดเค้นเอวเหล็กไหลและรองรับพลองสวรรค์ของท่านพี่อย่างยากลำบากทุ่มเทแรงเหงื่อไหลย้อยตลอดคืนเชียวนา... ตอนนี้เอวท่านพี่ฟิตเปรี๊ยะรับประกันความทนทานเลยละค่ะ"


    ไป๋ซือหนิงที่ยืนจิบน้ำชาร้อนต้านลมหนาวส่งยิ้มนุ่มนวลสุภาพทว่าแววตาสั่นระริกมองไปยังสะโพกหลีเฮงอย่างมีความหมายทางการรักษาที่ลึกซึ้ง นางยังจำสัมผัสคลายความล้าที่บั้นท้ายและเอว ด้วยความรู้สึกเสียวแปลกๆ แต่ได้ผลดีที่หลีเฮงมอบให้เมื่อวานได้ดี "นับเป็นวาสนาของข้าไป๋ซือหนิงจริง ๆ จ้ะ ที่ได้เห็นประจักษ์ถึงศาสตร์การนวดถอนพิษฟื้นพละกำลังอันรวดเร็วเช่นนี้... เอาล่ะ ในเมื่อน้องหลีเฮงมีพละกำลังเอวที่ฟื้นฟูกลับมาเต็มร้อยพร้อมรบแล้ว พวกเราก็ควรรีบเก็บค่ายเดินทางกลับคฤหาสน์ตระกูลหลินเพื่อช่วยบำบัดฮูหยินซูชิง ตามที่เสวี่ยเหยาเล่าให้ข้าฟังกันเลยนะ"


    คำพูดสุภาพของเทพธิดาแพทย์สาวทำเอาหลินเสวี่ยเหยาและจ้าวฉินซวงหน้าแดงหูแดงด้วยความเขินอายปนหึงหวง โดยที่ ไป๋ซือหนิงไม่ได้รู้อะไรเลย ท้ายที่สุดทั้งหมดจึงรีบเก็บเต็นท์และออกเดินทางมุ่งหน้ากลับสู่นครหลงเหมินทันทีเพื่อหนีความอึดอัดนี้


    ---


    ขบวนเดินทางใช้เวลาเดินทางตลอดช่วงเช้าฝ่าลมหนาวผ่านหุบเขาไผ่หิมะและเข้าสู่ประตูเมืองหลวงหลงเหมิน ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของเหล่าทหารยามและชาวยุทธ์เมืองหลวงที่มองจ้องหลีเฮงที่เดินลอยหน้าลอยตาห้อมล้อมด้วยสาวงามสะคราญโฉมระดับตำนานถึงสี่นาง จนเกิดเสียงกระซิบกระซาบด่าทอว่า "เจ้าขยะนั่นช่างโชคดีมีวาสนาแมงดาเกาะสาวสวยระดับท็อปของประเทศจริง ๆ!" ทว่าหลีเฮงไม่ได้สนใจ กลับเดินยิ้มกริ่มสบายใจเฉิบ จนกระทั่งช่วงบ่าย ทั้งหมดก็เดินทางมาถึงหน้าคฤหาสน์ของตระกูลหลินอันกว้างใหญ่โอ่อ่าตระการตา


    ณ ห้องโถงรับรองหลักของคฤหาสน์ตระกูลหลิน 'หลินเทียนหรง' ประมุขตระกูลหลินและพ่อตาผู้เข้มงวดแสนดุร้าย กำลังเดินถอนหายใจวนเวียนไปมาด้วยความกระสับกระส่ายคิ้วขมวดมุ่น แววตาฉายชัดถึงความวิตกกังวลใจอย่างสาหัส ใบหน้าหนุ่มใหญ่วัยกลางคนดูทรุดโทรมอิดโรยและเคร่งเครียดเนื่องจากนอนไม่หลับมาทั้งคืน พะวงเรื่องลูกสาวคนโตและกลุ่มที่พากันบุกทะลวงเขตต้องห้ามตามล่าอินทรีย์เหมันต์สวรรค์เก้าฟ้าระดับปราณยุทธ์กึ่งเหนือมนุษย์เพื่อนำแก่นอสูร มาช่วยภรรยารักซูชิงของเขา


    "ท่านประมุขหลินขอรับ! พวกคุณหนูใหญ่และคุณชายเดินทางกลับมาถึงหน้าคฤหาสน์แล้วขอรับ!" คนรับใช้รีบวิ่งพรวดพราดเข้ามาแจ้งข่าวส่งเสียงดังกระหืดกระหอบตื่นเต้นยินดี


    หลินเทียนหรงรีบหันขวับ พลังปราณแผ่พุ่งพุ่งตัวก้าวเท้าเดินอย่างเร่งรีบออกไปต้อนรับที่ประตูห้องโถงทันที "กลับมากันแล้วรึ! ปลอดภัยดีไหม... บาดเจ็บล้มตายตรงไหนรึไม่? แล้วแก่นสัตว์อสูรระดับปราณยุทธ์ที่ต้องการ ล่าได้สำเร็จรึเปล่า..."


    ทว่า น้ำเสียงเร่งร้อนและคำพูดของหลินเทียนหรงพลันสะดุดกึกกะทันหัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า ร่างกายหนุ่มใหญ่แข็งค้างสั่นระริกด้วยความตกตะลึงลาน ยามเมื่อพบว่าผู้ที่ก้าวเท้าเดินเคียงข้างหลินเสวี่ยเหยาและสตรีงามคนอื่น ๆ เข้ามาในห้องโถงนั้น ไม่ใช่คนเจ็บปางตาย แต่กลับเป็นสตรีงามสง่าสะคราญโฉมสะกดสายตาในชุดไหมสีขาวพิสุทธิ์ดั่งนางฟ้ายาสมุนไพร


    "ทะ... ท่าน... เทพธิดาแพทย์ไป๋ซือหนิงแห่งสมาคมแพทย์หลงเหมิน!" หลินเทียนหรงอุทานเสียงหลงดังลั่นรีบก้าวเท้าสืบไปเบื้องหน้า ประสานมือสองข้างแสดงความเคารพนบนอบอย่างเกรงอกเกรงใจทันควัน "สมาคมแพทย์เกียรติยศเดินทางร่วมก้าวมาถึงที่นี่ได้อย่างไรกันขอรับ? หรือว่า... ในศึกอสุรเก้าฟ้าเกิดเหตุร้ายจนลูกสาวข้าและคนอื่น ๆ บาดเจ็บหนักจนต้องรบกวนแพทย์ศักดิ์สิทธิ์เช่นท่านมาคอยดูแลประคองชีพจร?"


    ไป๋ซือหนิงส่งรอยยิ้มนุ่มนวลสุภาพ ประสานมือตอบรับ "ประมุขหลินโปรดวางใจ ข้าไป๋ซือหนิงและทีมเดินทาง ได้รับการช่วยเหลือจากพวกเขาทั้งสามจนปลอดภัยดี และที่ข้าเดินทางมาร่วมด้วยในวันนี้ ก็เพื่อเป็นสักขีพยานและคอยช่วยเหลือในการรักษาฮูหยินซูชิงด้วย"


    หลินเสวี่ยเหยาก้าวเท้าออกมาข้างหน้า นางล้วงมือเข้าไปในแหวนมิติและหยิบเอา 'แก่นสัตว์อสูรเหมันต์ระดับปราณยุทธ์' เม็ดใหญ่เรืองรองประกายแสงสีน้ำเงินอมทองออกวางบนกล่องไม้หยกหรูหรา 


    ทันทีที่แก่นอสูรปรากฏ ไอเย็นบริสุทธิ์เก้าชั้นฟ้าผสมผสานกับกระแสอักขระปราณสีทองของราชันอสุรเก้าฟ้าพลันพุ่งกระจายระยิบระยับไปทั่วห้องโถงรับรอง แผ่พลังงานสะกดข่มระดับสูงจนหลินเทียนหรงถึงกับตัวสั่นสะท้านด้วยความอัศจรรย์ใจ


    "นี่มัน... แก่นอสูรอินทรีย์เก้าฟ้าระดับปราณยุทธ์จริง ๆ ด้วย! สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ!" หลินเทียนหรงเสียงสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความหวังที่จะได้เห็นซูชิงภรรยารักรอดพ้นจากความทรมาน ทว่าจู่ ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ หันไปมองสตรีงามทั้งสามและหลีเฮงอย่างงุนงง "แต่... อสูรระดับปราณยุทธ์กึ่งเหนือนุษย์ แข็งแกร่งบ้าคลั่งยิ่งนัก ลมปราณของพวกเจ้าสี่คนรวมกันไม่น่าจะพิชิตมันได้อย่างง่ายดายเช่นนี้... มีผู้อาวุโสท่านใดแอบช่วยเหลือยื่นมือเข้ามาช่วยรึไม่?"


    ไป๋ซือหนิงยิ้มบาง ๆ พลางหันสายตามองตรงมายังหลีเฮงที่กำลังยืนเอามือกุมเอวทำท่าทางกวนประสาทอยู่ด้านหลัง


    "ประมุขหลินเข้าใจผิดแล้วจ้ะ ไม่มีผู้อาวุโสท่านใดช่วยเลย แต่เป็นเพราะว่าที่บุตรเขยของท่าน... 'หลีเฮง' ต่างหากเล่าจ๊ะ"


    "หลีเฮง?!" หลินเทียนหรงสะดุ้งสุดตัว หันไปจ้องมองหลีเฮงสลับกับไป๋ซือหนิงปานคนเสียสติ "เจ้าขยะ Rank F เอ้ย Rank D พรสวรรค์ระดับไร้ค่าเนี่ยนะจะช่วยล้มอสูรระดับปราณยุทธ์ได้! มันจะมีปัญญาทำอะไรได้นอกจากวิ่งหนีและเอาตัวรอดหลบหลังสตรี!"


    ไป๋ซือหนิงหัวเราะคิกคักแววตาสั่นไหวลึกซึ้ง "ประมุขหลินอย่าได้ดูถูกทักษะของหลีเฮงนะ... เท่าที่ข้าทราบในศึกต่อสู้ หลีเฮงใช้ไหวพริบและวิชานวดบีบเค้นชีพจรอันลึกลับของเขา คอยส่งปราณกระตุ้นพลังให้แก่บรรดาสตรีทั้งสาม ทำให้พวกนางระเบิดพลังรบทะยานขึ้น 120% แถมหลีเฮงยังกล้าหาญบุกเข้าประชิดสามารถจับจุดอ่อนสะกดชีพจรโคนปีกของอสุรอินทรีย์เหมันต์ จนปีกอ่อนแรงพับร่วงและ ยิ่งไปกว่านั้น เจ้านกยักษ์จะระเบิดตัวเอง เขายังช่วยทำลายปราณพลีชีพสะกดขัดขวางอสูรลงได้อย่างสิ้นเชิง หากไม่มีทักษะพิเศษของหลีเฮง ขบวนของพวกเราคงโดนระเบิดทำลายล้างไปแล้วจ้ะ"


    คำอธิบายอย่างให้เกียรติและตรงไปตรงมาจากปากของเทพธิดาแพทย์ไป๋ซือหนิงที่มีชื่อเสียงเกียรติยศสูงสุดในนครหลงเหมิน ทำเอาหลินเทียนหรงอ้าปากค้าง สมองมึนตื้อคว้างสับสนอย่างย่อยยับ


    พ่อตาจ้องเขม็งมองไปยังหลีเฮง ผู้ซึ่งตอนนี้กำลังโดนเยี่ยหลัวอินและจ้าวฉินซวงยืนบดเบียดโอบกอดแขนซ้ายขวาอย่างรักใคร่เสน่หาปานจะกลืนกิน ขณะที่หลินเสวี่ยเหยาผู้เป็นลูกสาวคนโตหัวแก้วหัวแหวนก็จ้องเขม็งกุมมือขวาของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ไร้ซึ่งร่องรอยของความเกลียดชังขยะเหมือนในอดีตอย่างสิ้นเชิง มีแต่รังสีความเชื่อใจและหึงหวงแย่งชิงสิทธิ์ในตัวหนุ่ม Rank D ผู้นี้


    "นะ... นี่มัน... เรื่องจริงรึ...?" หลินเทียนหรงพึมพำเสียงแผ่ว ความอคติและกรอบความคิดเดิมที่ว่าหลีเฮงเป็นเพียงขยะพึ่งพาแต่บารมีผู้หญิงพังทลายสลายกลายเป็นผุยผงในพริบตา


    "จริงแท้แน่นอนขอรับท่านพ่อตา เอ้ย ท่านประมุข!" หลีเฮงส่งยิ้มหน้าด้านปากหวานประสานมือยิ้มร่า "เพื่อความสุขของท่านแม่ยายและเพื่อพิสูจน์ตนเอง ข้ายินดีทุ่มเทกำลังและหยาดเหงื่อแรงกายของข้าจนหยดสุดท้ายเลยขอรับ! วันพรุ่งนี้เช้า ข้าและพี่สาวไป๋ซือหนิงจะเริ่มรักษาบำบัดชีพจรให้ท่านแม่ยายทันทีขอรับ!"


    หลินเทียนหรงจำต้องยอมรับความจริงสูดลมหายใจเข้าลึก ประสานมือยอมจำนน "ดี...! หากเจ้าสามารถรักษาซูชิงให้หายขาดได้จริง... ข้าหลินเทียนหรงคนนี้สัญญาว่าจะไม่ก้าวก่ายและขัดขวางเรื่องของพวกเจ้าอีกเลย และจะประกาศยอมรับเจ้าเป็นบุตรเขยใหญ่อย่างเป็นทางการต่อหน้าสาธารณชน!"


    ศึกชิงแก่นสวรรค์สำเร็จงดงาม และศึกพิชิตใจพ่อตาเริ่มต้นทลายลงอย่างยิ่งใหญ่ ทว่าหลีเฮงยังไม่รู้เลยว่า มหาศึกบำบัดถอนพิษเย็นบำเพ็ญคู่สุดเร่าร้อนกับแม่ยายคนสวยในวันพรุ่งนี้ จะเป็นบททดสอบสมรรถภาพของพลองสวรรค์ของเขาอย่างแท้จริง!


    - จบบทที่ 58 -