ตอนที่ 4 นอนร่วมเตียง
ปิ่นพยายามคิดถึงเื่น้อง ๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่ภาพร่างกายที่สูงใหญ่กำยำของลุงชาญก็ยังคงติดอยู่ในห้วงความคิด
เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลง และไม่นานนัก ลุงชาญ ก็เปิดประตูออกมา
เขาไม่ได้สวมเสื้อ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอกและซิกซ์แพ็กที่ยังคงชัดเจนแม้จะอายุ 50 ปีแล้ว ส่วนท่อนล่างเขาสวมเพียงกางเกงขาสั้นสีเทาเข้มตัวเดียวที่รัดแน่นบริเวณต้นขา ทำให้ส่วนล่างของเขาดูโดดเด่นโดยเฉพาะตรงกลางเป้ากางเกงที่ดูนูนออกมา เขาใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมหมาด ๆ อย่างไม่เร่งรีบ
“อะแฮ่ม”
ลุงชาญทำเสียงในลำคอเล็กน้อยแล้วยิ้มเมื่อเห็นปิ่นนั่งอยู่บนเตียง
ปิ่นลุกขึ้นยืนด้วยความประหม่า เมื่อเห็นลุงชาญเดินเข้าใกล้เตียง ความสูงใหญ่กำยำของเขาสร้างแรงกดดันทางกายภาพที่ทำให้ปิ่นต้องกลืนน้ำลายอีกครั้ง
“คุณลุงไม่ใส่เสื้อหรอคะ...?”
ปิ่นถามอย่างเกร็ง ๆ โดยพยายามหลีกเลี่ยงการสบตาตรง ๆ กับร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของเขา
ลุงชาญหัวเราะเบา ๆ
“อ๋อ...พอดีลุงชอบนอนแบบนี้มันสบายตัวกว่าน่ะสิ”
เขาพูดด้วยท่าทีที่สบาย ๆ
เขาเดินอ้อมไปอีกด้านของเตียง แล้วล้มตัวลงนอนใต้ผ้าห่ม
“มาสิหนูปิ่น”
ลุงชาญเรียก
“มานอนได้แล้ว ไม่ต้องเกรงใจ”
ปิ่นไม่มีทางเลือก เธอรู้สึกว่าการยืนปฏิเสธต่อไปจะยิ่งทำให้อึดอัดและไม่ให้เกียรติเขามากขึ้นไปอีก เธอจึงค่อย ๆ ขึ้นไปบนเตียงอย่างช้า ๆ
เมื่อปิ่นล้มตัวลงนอน โดยพยายามให้มีระยะห่างจากลุงชาญมากที่สุด เธอก็รู้สึกได้ถึง ความร้อนจากร่างกายของเขาที่แผ่ออกมา แม้จะมีผ้าห่มกั้นอยู่ก็ตาม
ลุงชาญเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียง ทำให้ห้องตกอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงสลัว ๆ จากภายนอกลอดเข้ามา
ปิ่นนอนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างเขา พยายามควบคุมจังหวะการหายใจของตัวเอง
“ฝันดีนะหนูปิ่น”
ลุงชาญกล่าวปิดท้ายก่อนจะหลับตาลง
“ฝันดีค่ะลุงชาญ”
เธอตอบกลับแล้วหลับตาลงเช่นกัน แต่ปิ่นรู้ดีว่าคืนนี้...การนอนให้หลับไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับเธอเลย
ความมืดมิดในห้องนอนใหญ่ไม่ได้นำมาซึ่งความสงบ แต่กลับทำให้ประสาทััของปิ่น ทำงานหนักขึ้น เธอพลิกตัวไปมาอย่างเงียบเชียบ ชุดนอนเนื้อบางเสียดสีกับผ้าปูที่นอน สร้างเสียงเบา ๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกเขินอาย ราวกับถูกใครบางคนจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ความตื่นเต้นและความประหม่าปะปนกับความหวาดหวั่น ทำให้หัวใจของเธอเต้นถี่รัว
ลุงชาญนอนอยู่ข้าง ๆ อย่างนิ่งสนิท แต่ในใจของเขากลับตื่นเต้นอย่างมาก
“คืนนี้คงยังไม่เหมาะที่จะทำอะไร...ต้องทำให้เธอไว้ใจมากกว่านี้ก่อน”
ลุงชาญคิดอย่างมีแผนการ
“แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้โอกาสนี้เสียเปล่า”
เขาคิดพร้อมกับรอยยิ้มในเงามืด
ผ่านไปสักพัก เมื่อปิ่นเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อยเพราะคิดว่าลุงชาญหลับแล้ว
จู่ ๆ ร่างกายที่กำยำและสูงใหญ่ของลุงชาญก็ขยับตัวอย่างเชื่องช้า เขาพลิกตัวหันหน้าเข้าหาปิ่น และในจังหวะที่เขาพลิกตัวนั้นเอง น่องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาก็ขยับไปเบียดัักับน่องขาของปิ่น ที่โผล่พ้นชายชุดนอนบาง ๆ ออกมา การััเกิดเพียงชั่วครู่ก่อนที่เขาจะหยุดนิ่ง ร่างกายของเขานิ่งค้างในตำแหน่งนั้น
ปิ่นสะดุ้งเฮือก ลืมตาโพลงในความมืด ความร้อนจากิัที่ัักันนั้นแผ่ซ่านขึ้นมาทันที แม้จะเป็เพียงแค่น่องััน่อง แต่ร่างกายของเธอก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ เธอเกร็งขาและขยับหน้าหนี เธอจึงพลิกตัวหันหลังให้เขา
เมื่อเห็นว่าไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ อีก ปิ่นจึงพยายามหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ แต่ความตื่นตัวก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อแขนข้างหนึ่งของลุงชาญขยับคลายออกจากการกอดตัวเองและในความมืดมิดนั้น แขนท่อนนั้นก็เลื่อนมาแตะโดนกับแผ่นหลังของปิ่นอย่างจงใจ
ปิ่นรู้สึกได้ถึงน้ำหนักเบา ๆ และความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อที่แตะผ่านเนื้อผ้าชุดนอน เธอแทบจะหยุดหายใจชั่วขณะ ก่อนที่ลุงชาญจะขยับแขนกลับไปวางข้างลำตัว
“วันนี้พอแค่นี้แล้วกัน”
ลุงชาญคิดอย่างพึงพอใจในความเงียบงัน เขาได้รับรู้ถึงการตอบสนองจากร่างกายของปิ่นแล้ว
ปิ่นนอนนิ่งตัวแข็งเกร็งอยู่ใต้ผ้าห่ม ความร้อนของร่างกายลุงชาญยังคงทิ้งร่องรอยของการััไว้บนิัของเธอ