สืบสู้ผี ภาค 1-3

    68 รักเก่าเงามาร

    เสียงฝีเท้าที่ก้าวอย่างเนิบนาบโดยไม่เร่งร้อนดังก้องเบาๆจากทางบันไดศิลาที่ทอดมาจากด้านบนก่อนที่บุคคลผู้นี้จะปรากฏกายอยู่ที่เบื้องหน้าของอัณยาวีร์ด้วยเงาร่างอันอรชรอ้อนแอ้นและคนลึกลับผู้นี้แท้ที่จริงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะนางก็คือ 'กุสุมา' นั่นเอง !กุสุมา หญิงงามผู้อยู่ในชุดแต่งกายแบบหญิงผู้ดีชาวพม่า และเป็นผู้ที่ใช้กุญแจเปิดประตูมิติดอกหนึ่ง ไขประตูทางออกของห้องใต้ดินที่อยู่ใต้บ้านแฝด เพื่อเปิดไปสู่โลกต่างมิติอันแปลกประหลาด จนทำให้ผม ไอริณ จัน พี่เมฆ และสิงห์ในร่างนุช ต้องมาผจญภัยกับเรื่องราวต่างๆ จนถึงขณะนี้นั่นเองและเธอก็ไม่ได้มาเพียงคนเดียว เพราะที่เบื้องหลังของเธอก็ยังมีเงาร่างสองร่างก้าวย่างตามเธอมาติดๆ โดยที่เงาร่างที่ยืนอยู่ทางด้านซ้ายมือเธอนั้น มีรูปร่างสูงใหญ่ร่วมๆสองเมตร และเมื่อมองดูดีๆแล้วก็จะเห็นว่าที่ด้านหลังของเงาร่างนี้จะมีปีกสองปีกพับติดอยู่ที่ด้านหลังของมันราวกับเป็นอวัยวะที่ได้มีติดร่างมาแต่กำเนิด ส่วนหน้าตาของมันที่ยังซ่อนหลบอยูในความสลัวนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นอย่างไรส่วนเงาร่างอีกร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ทางด้านขวามือของมันนั้น กลับมีรูปร่างที่สูงกว่ากุสุมาไม่มากนัก และก็ดูเหมือนว่ามันผู้นี้จะสวมหมวกโลหะที่มีเขาสามเขาประดับอยู่บนหมวกเหล็กนั้นด้วย ทว่าใบหน้าของมันนั้นก็ยังหลบซ่อนอยู่ในความมืดสลัวเช่นกัน โดยที่มันก็ยังมีเสื้อคลุมตัวใหญ่คลุมทับอยู่บนชุดที่ดูคล้ายๆชุดของทหารโรมันอีกชั้นหนึ่งและเมื่อผมเหลือบไปดูสีหน้าของพี่เมฆตอนนี้ ผมก็เห็นว่าเขาออกจะมีอาการที่ตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก และถ้าผมเดาไม่ผิด อาการแบบนี้ของพี่เมฆ ต้องเกิดจากการที่เขาคงไม่คาดว่า จะมาเจอกับกุสุมาอีกครั้งในที่แห่งนี้นั่นเอง"มาแล้วรึ กุสุมา ?" อัณยาวีร์เอ่ยทักด้วยรอยยิ้มหยันๆ เมื่อเห็นกุสุมาและสองบุรุษกำลังเดินเข้ามาหานาง"เธอควรจะเรียกฉันโดยมีคำว่าพี่ หรือพี่สาวสักหน่อยก็ยังดีนะอัณยาวีร์" กุสุมาเอ่ยขึ้น ขณะที่ได้หยุดร่างลงตรงหน้าอัณยาวีร์ "อย่าลืมนะ ว่า แท้ที่จริงฉันน่ะมีอายุมากกว่าเธอเป็นร้อยปีนะ" เธอออกปากติงเรื่องนี้ด้วยดวงตาที่วาวโรจน์"เห๊อะ นั่นมันในโลกของเธอนะ..." อัณยาวีร์กอดอกเชิดหน้าโต้ตอบ "อย่าลืมนะว่า เวลาในที่แห่งนี้ ช้ากว่าเวลาบนโลกของเธอ และถึงแม้ว่าฉันจะดูเหมือนกับว่าอายุน้อยกว่าเธอ แต่ที่จริง ฉันอาจจะเกิดมาก่อนเธอยู่ตั้งหลายปีก็ได้นะ""ปากดีนักนะ นัง..." เหมือนกุสุมาจะสบถอะไรออกมา ในขณะที่นางก็เบี่ยงหน้าไปอีกทาง และอัณยาวีร์ก็ทำเหมือนจะไม่ได้ยินอะไรแต่แล้วรอยยิ้มที่มุมปากของอัณยาวีร์ ก็ปรากฏขึ้นมาอย่างปุปปับ"ช่างเถอะๆ ฉันเรียกเธอว่าพี่สาวก็ได้ เพราะฉันนั้นก็ไม่ได้อยากจะแก่ไปกว่าเธอหรอกนะ ฮ่าฮ่าฮ่า""หึ หัวเราะได้ใจไปเถอะ" กุสุมาทำหน้าขรึม "นี่เธอคงเห็นแล้วว่า'ท่าน'ไม่ได้มากับฉันในครั้งนี้ จึงมีทีท่ากร่างกล้าเเบบนี้ แต่ฉันว่าตอนแรกน่ะ ฉันก็ดูเหมือนจะเห็นสีหน้าของเธอว่ามันออกจะซีดๆอยู่นะ และเธอก็คงคิดว่าเขาอาจจะมากับฉันในครั้งนี้ด้วยใช่ไม๊ ฮิฮิ"กุสุมาตบท้ายประโยคด้วยเสียงหัวเราะในสไตล์ของเธอ ก่อนที่เธอจะเดินวนพร้อมมองหน้าอัณยาวีร์อยู่หนึ่งรอบ"เธอรู้ไม๊อัณยาวีร์..." กุสุมาพูดต่อไป "ว่ายังไงฉันก็ยังดูออกว่า อย่างน้อยๆ เธอก็จะต้องหวาดกลัวเขาอยู่วันยังค่ำ เพราะพลังอำนาจของเขานั้นมันสามารถที่จะเผาผลาญเธอใ้ห้เป็นจุลไปได้อย่างง่ายๆหากเขาได้เล็งเห็นแล้วว่า เธอกำลังจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่เขาได้เคยมอบหมายมาให้เธอ อืม... ใช่แล้วล่ะ ฉันว่าเธอนั้นดูจะมีแนวโน้มที่จะกระทำตามอำเภอใจของตัวเอง โดยที่ไม่สนใจกับคำสั่งของท่านอยู่แน่ๆ ช่างหาเรื่องใส่ตัวนัก""ฉันไม่ได้กระทำตามอำเภอใจอย่างที่เธอคิดนะ !" อัณยาวีร์กระแทกเสียงลั่น "ฉันเองก็มีแผนของฉัน อย่ากล่าวหาฉันให้มากนัก...!" อา... ดูเหมือนทั้งสองสตรีผู้มีความงามไล่เลี่ยกันนี้ ต่างก็กำลังถกเเถียงกันเองซะแล้ว แต่การที่มีการกล่าวอ้างถึงใครอีกคนหนึ่งที่ดูจะมีอำนาจอิทธิพลต่อทั้งสองนี้เป็นอย่างมาก นั่นก็กลับทำให้ผมนึกถึงเขาคนนั้นขึ้นมาทันทีคงจะเป็นบุรุษลึกลับผู้มีดวงตาราวกับไฟนรกคนนั้นนั่นเอง ที่เป็น'ท่าน'หรือเจ้านายของพวกเธอ และถ้าไม่ผิด ก็แสดงว่าเขาคนนั้น น่าจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของที่นี่อย่างแน่นอนแล้ว !และเมื่อผมได้หันไปสบตากับพี่เมฆ เขาก็พยักหน้าให้ผมเบาๆราวกับจะยืนยันในสิ่งที่ผมคิด ว่า'ใช่แล้ว'"เอาล่ะ... ฉันจะยังไม่ฆ่าใครในตอนนี้" อัณยาวีร์พูดขึ้นอย่างขบกราม "เพราะจะยังไงพวกมันทั้งหมดนี้ก็ได้ตกเป็นเชลยของฉันแล้ว แม้ว่าพวกมันจะคิดถอยกลับไปสู่ห้องลับขนาดใหญ่ของพวกมันที่อยู่ด้านล่าง มันก็สายเกินไปล่ะ เพราะขณะนี้พวกทหารปิศาจของฉันก็ได้เข้าไปตลบหลังพวกมันอยู่ที่ด้านล่างเรียบร้อยแล้ว และนั่นก็ทำให้พวกมันไม่สามารถที่จะถอยหนีออกไปทางไหนได้อีก นอกจากต้องติดอยู่ในกรงแบบนี้แหล่ะ เอาล่ะทหารแห่งข้า จงลดธนูลงก่อน..."เมื่ออัณยาวีร์ได้สั่งทหารปิศาจที่เคยเป็นทหารของท่านจ้าวแห่งมิตทราห์แล้ว พวกมันต่างก็ลดธนูลงกันทั้งหมด"ทำถูกต้องแล้วน้องรัก" กุสุมายิ้มอย่างสวยเก๋ จากนั้นเธอก็หันหน้ามองลงมายังพวกเราที่ยืนอยู่บนพื้นที่ต่ำลงมาอีกระดับหนึ่ง แถมยังมีลูกกรงหนาๆปิดกั้นไว้อย่างแข็งแรง"เป็นยังไงบ้างล่ะนายเมฆา นั่นยังสบายดีอยู่หรอกรึ ?" เธอกลับกล่าวทักพี่เมฆก่อนอย่างอื่น และนั่นก็ทำให้ทุกคนหันไปมองพี่เมฆกันเป็นจุดเดียว"ว่าไงคนสวย" พี่เมฆพยักหน้าให้กุสุมาด้วยรอยยิ้มฝืดๆ "พี่สุดหล่อคนนี้ไม่เคยจะคิดเลยว่า จะได้มาเจอน้องคนดีของพี่ ณ.ที่อันไม่น่ารื่นรมย์แห่งนี้" แล้วพี่เมฆก็ทำเป็นหันหน้าไปมา "เอ่อ... น้องพอจะมีสถานที่อันเป็นส่วนตัวที่อยู่นอกกรงขัง ที่พอจะให้เราสองคนได้นั่งสนทนาย้อนความหลังกันบ้างหรือเปล่าล่ะจ๊ะนี่ ?"พอพี่เมฆพูดอย่างนี้ กุสุมาก็ถึงกับอดจะหัวเราะคิกออกมาไม่ได้"คือน้องคิดว่า พี่ชายสุดหล่อของน้องน่ะ ถ้าอยู่ในกรงแบบนี้ มันจะเป็นการดีสำหรับตัวน้องในขณะนี้มากกว่านะ ฮิฮิ""ทะ... ทำไมล่ะจ๊ะ น้องเหมียวน้อยของพี่ ?" พี่เมฆเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกังขา"นายเมฆคนดีของน้อง..." กุสุมาเดินมาจนชิดราวระเบียง สายตาของเธอมองลงมายังพี่เมฆด้วยดวงตาชวนฝัน "น้องน่ะ ยินดีที่จะพูดคุยกับพี่ในสถานที่ ที่ดีกว่านี้ตลอดทั้งคืน แต่น้องน่ะ ต้องขอทำภาระกิจสำคัญในที่นี้ให้สำเร็จลุล่วงในระดับหนึ่งก่อน แล้วน้องก็หวังว่าพี่จะสนับสนุนให้น้องกระทำการนี้ให้ลุล่วง หรืออย่างน้อยก็ไม่มาขัดขวางภาระกิจของน้องให้เสียอารมณ์อีกครั้ง พี่เมฆของน้องพอจะยินยอมตามที่น้องพูดมานี้หรือเปล่าล่ะคะ ?"คราวนี้พี่เมฆถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทั้งสองข้าง"น้อง... น้องกำลังคิดจะทำอะไรรึ ?"แล้วนิ้วชี้ข้างขวาของกุสุมาก็ค่อยๆยกชี้ไปที่สิงห์ในร่างนุช"น้องจะขอเพื่อนใหม่ของพี่คนนี้ ให้ไปกับน้องไงล่ะคะพี่เมฆจ๋า" เสียงของกุสุมาหวานหยาดหยดราวกับจะใช้เสียงนี้เข้าสะกดพี่เมฆจนเคลิบเคลิ้มคล้อยตามให้ได้"น้องขอแค่นี้จริงๆ แล้วเมื่อเขาได้ไปถึงที่แห่งหนึ่งตามที่น้องต้องการแล้ว น้องก็จะมาปลดปล่อยพี่คนดีของน้องให้ออกมาจากกรงขังเน่าๆนี้อย่างเร็วเลยล่ะจ้ะพี่จ๋า"อา... กุสุมาปรากฏกายขึ้นมาในครั้งนี้ก็เพื่อจะนำสิงห์ไปยังที่อื่นนั่นเอง แต่เธอคิดจะพาสิงห์ไปที่ไหนกันล่ะนี่ ?แล้วพี่เมฆก็หันไปมองหน้าสิงห์ทันที ด้วยสายตาที่เป็นคำถามว่า 'จะทำยังไงกันดี ?'แต่แล้วก่อนที่สิงห์ในร่างนุชจะกล่าวอะไร พยัคฆ์ที่ยังคงเปิดลูกกรงค้างไว้ก็ก้าวเข้าไปยืนบังร่างของสิงห์จนมิด จากนั้นก็หันหน้าขึ้นไปจดจ้องที่กุสุมาและอัณยาวี์ด้วยดวงตาแข็งกร้าว"พวกเจ้ายังไม่ได้ถามข้ากันเลยนะ ว่าข้าจะยินยอมให้สิงห์ไปกับพวกเจ้าหรือไม่ ?!" น้ำเสียงของพยัคฆ์ก็เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวเช่นกัน"พยัคฆ์...!" อัณยาวีร์เรียกเสียงดัง "ท่านไม่รู้อะไร นี่ไม่ใช่เรื่องของท่านแล้ว เรื่องของเราสำคัญกว่าเรื่องของท่านมากนัก ท่านต้องปล่อยให้สิงห์ไปกับกุสุมาก่อน !"แต่ดวงตาของพยัคฆ์ในตอนนี้ ดูจะเรื่อเรืองไปด้วยโทสะซะแล้ว"เเผนการหรือความต้องการของ'ไอ้มนุษย์ตาไฟนรก'นั่น ทำไมข้าจะไม่รู้ หึหึ" พยัคฆ์กลับกล่าวถึงเขาคนนั้นอย่างทันใด"หากเขาได้ตัวสิงห์ไปในตอนนี้ ก็จะทำให้เขาสามารถเปิดประตูนรกได้เร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก เรื่องนี้ข้าเองก็รู้มานานแล้ว เพราะสิงห์ก็คือกุญแจที่จะไขไปสู่กุญแจจ้าวนรกหรือประตูศิลายักษ์ที่ถูกเก็บไว้ในอณาจักรมิตทราห์แห่งนี้ยังไงล่ะ !" อา... ความลับและแผนการอันยิ่งใหญ่ของบุรุษตาไฟนรกกลับถูกเปิดเผยออกมาโดยพยัคฆ์ผู้ที่เป็นพี่น้องกับสิงห์ี่เอง"แต่ขอโทษนะ !" พยัคฆ์ยังคงกล่าวต่อไป "ถ้าหากประตูนรกได้ถูกเปิดขึ้นมาแล้ว แม้แต่โลกแห่งนี้และที่ไหนๆก็จะกลายเป็นนรกขึ้นมาในพริบตา ! และแม้แต่พวกเจ้าเองทั้งหมด ก็จะต้องถูกไฟนรกนั้นแผดเผาจนวิญญาณสูญสลาย และสุดท้ายมันก็จะไม่มีสิ่งใดๆหลงเหลืออยู่อีกทั้งสิ้น แม้กระทั่งความหวังเน่าๆของพวกเจ้าทั้งหมดก็ตาม..!!"คำอธิบายของพยัคฆ์ทำให้เกือบทุกๆคนในที่นี้ต่างก็ตกตะลึงพรึงเพริดกันไปทั้งหมด และแม้เต่กุสุมากับอัณยาวีร์ก็อดจะที่จะมีสีหน้าแปรเปลี่ยนไปไม่ได้หากจะมีข้อยกเว้นก็จะคงจะเป็นเพียง สองบุคคลปริศนาที่ได้ปรากฏตัวพร้อมๆกับกุสุมาในครั้งนี้นั่นเองแต่ให้ตายเถอะ...! แท้ที่จริง เป้าหมายของ'บุรุษตาไฟ'คนนั้น ก็คือต้องการที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้พินาศสิ้นจริงๆหรือ แต่เขาจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไรกันล่ะ...?!(โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆนี้นะครับ)

    คล้ายกับเรื่องสืบสู้ผี ภาค 1-3 ที่คุณอ่าน