เช้าวันต่อมา
"นั่นเ้าจะเตรียมตัวออกไปไหน" เฟิงเยว่ที่เพิ่งเดินเข้ามาเห็นซูเหวินกำลังเตรียมออกจะออกไปข้างนอก
"ข้าจะเข้าป่าไปหาเผือกหามันสักหน่อย"
"เ้าเป็สตรีนะเข้าป่าคนเดียวได้อย่างไร"
"ข้าเป็สตรีมีกฎหมายห้ามเข้าป่าคนเดียวอย่างนั้นหรือ" คำตอบของนางทำให้เขานิ่งเงียบไป
"มันไม่ใช่อย่างนั้น เ้าเป็สตรีเข้าป่าคนเดียวมันอันตรายให้ข้าไปเป็เพื่อนดีกว่า" เฟิงเยว่พูดออกไปด้วยเป็ห่วงความปลอดภัยของนางเสียมากกว่า
"เ้าเป็คุณชายเข้าป่าล่าสัตว์เป็ด้วยหรือ" นี่เธอคงไม่ได้หูฝาดใช่ไหม
"ข้ามักแอบพ่อของข้ามาเดินเที่ยวเล่นในป่าอยู่บ่อยครั้ง "
"เช่นนั้นก็นำทางให้ข้าด้วยข้าไม่ค่อยคุ้นชินกับป่าแห่งนี้สักเท่าไร" ได้ยินดังนั้นเฟิงเยว่ก็ฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจซูเหวินเดินตามเขาที่เป็คนนำทางเข้าป่าในครั้งนี้ ป่าแห่งนี้กว้างใหญ่หากใครได้หลงเข้ามาต้องหาทางออกไม่เจอเป็แน่แต่คิดแล้วหญิงสาวที่เธอมาอาศัยร่างของนางอยู่นี้เหตุใดนางถึงได้ถูกปองร้ายอยู่ในป่าแห่งนี้กันแน่ทั้งที่เฟิงเยว่ก็บอกว่าหุบเขาแห่งนี้เป็ของบิดา เมื่อเดินเข้ามาในป่าได้สักระยะซูเหวินก็เริ่มมองเห็นนกน้อยใหญ่ที่ส่งเสียงร้องบนต้นไม้ต่างพากันบินโฉบไปมาอย่างสนุกสนาน บรรยากาศร่มรื่นเป็ธรรมชาติในแบบที่เธอชอบหากว่าได้อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ตลอดไปก็คงจะดีไม่น้อย
"นี่เ้ากำลังคิดอะไรอยู่ข้าเรียกตั้งหลายครั้งแล้วทำไมเ้าถึงไม่ได้ยินข้า" เฟิงเยว่เดินเข้ามาใกล้ก่อนสะกิดให้นางหลุดจากภวังค์ความคิด
"เ้าเรียกข้าหรือข้าขอโทษที่มัวแต่คิดอะไรเพลินไปหน่อย"
"เมื่อครู่ข้าเห็นกระรอกวิ่งอยู่บนต้นไม้ตั้งหลายตัวส่งหน้าไม้มาให้ข้าเร็ว" ซูเหวินลดตะกร้าใบใหญ่ลงจากหลังแล้วจึงหยิบหน้าไม้ออกมา ขณะที่เฟิงเยว่ก็ยื่นมือรอรับหน้าไม้กับลูกดอกก่อนจะถือไว้แล้วเล็งไปยังเ้ากระรอกที่วิ่งอยู่บนต้นไม้นั้นเพียงแค่เสี้ยววินาทีกระรอกตัวโตก็ร่วงลงมายังพื้นดินด้านล่าง
"เ้าก็ยิงแม่นเหมือนกันนี่" ซูเหวินมองดูเ้ากระรอกที่นอนแน่นิ่งก่อนจะหันมาพูดกับเฟิงเยว่
"ก็แค่เื่ธรรมดามีวิชาติดตัวไว้บ้างก็เท่านั้น" เขาพูดยิ้มๆ
"เช่นนั้นเ้าจับกระรอกให้ข้าอีกหลายๆ ตัวได้หรือไม่"
"ได้สิ" พูดจบเฟิงเยว่ก็สอดส่ายสายตามองหาเ้ากระรอกอีกครั้งก่อนเล็งหน้าไม้ขึ้นใส่เ้ากระรอกที่กำลังวิ่งอยู่บนต้นไม้ เขาใช้เวลาเพียงไม่นานกระรอกที่ซูเหวิน้าก็มากองอยู่ตรงหน้า นางจึงได้จัดการเก็บใส่ตะกร้าก่อนจะพากันเดินลึกเข้าไปอีกเดินมาได้ครู่หนึ่งก็พบเข้ากับผักหวานป่า ซูเหวินจึงรีบเข้าไปดูใกล้และรีบเก็บเอายอดของมันใส่ตะกร้าโดยเร็ววันนี้เธอจะทำเมนูแกงผักหวานใส่ปลาย่างห่างออกไปไม่ไกลก็พบกับเห็นหลินจือซูเหวินจึงได้เก็บใส่ตะกร้ามาด้วยเผื่อได้ใช้ประโยชน์
"ข้าได้ยินเสียงน้ำไหลตกจากที่สูงทางด้านนั้น" พูดจบซูเหวินก็เดินตามเสียงนั้นไปนางคิดว่าต้องเป็น้ำตกแน่ๆ
"นี่เ้ารอข้าด้วยสิ เหตุใดถึงได้เดินเร็วนัก" เฟิงเยว่ส่งเสียงตามหลังเมื่อเขาเกือบจะเดินไม่ทันนาง
"ก็ข้าอยากไปดูให้เห็นกับตามันอาจจะเป็น้ำตกก็ได้" ทั้งสองเดินตามทางเข้ามาไม่ไกลนักก็พบกับน้ำตกขนาดเล็กสวยงามน้ำใสและเย็นจนน่าลงไปนอนแช่เล่น เธอไม่คิดว่าในป่าลึกขนาดนี้จะมีสถานที่สวยงามเช่นนี้
"ในป่าแห่งนี้มีน้ำตกเล็กๆ เพียงที่เดียวซึ่งก็คือที่นี่" เขาบอกกับซูเหวินเพราะป่าแห่งนี้เขาได้เดินสำรวจมาทั่วทุกมุมแล้ว
"แล้วน้ำตกแห่งมีนี้ชื่อว่าอะไรหรือ" ซูเหวินเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มลงมองดูน้ำที่ใสจนเห็นปลาเล็กปลาน้อยที่แหวกว่ายไปมา
"น้ำตกเดียวดาย"
"ทำไมชื่อฟังดูเศร้าจัง" ถึงแม้ชื่ออาจจะฟังดูเศร้าไปหน่อยแต่ความสวยงามของมันไม่ได้เหมือนชื่อเลยสักนิด
"จะฟังดูเศร้าได้อย่างไร ก็ในเมื่อเป็น้ำตกแห่งเดียวในหุบเขาแห่งนี้ข้าเลยตั้งชื่อว่าน้ำตกเดียวดาย แปลกตรงไหน"
"อ๋อ เป็เช่นนี้เองแล้วทำไมเ้าไม่สร้างบ้านหลังเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ น้ำตกแห่งนี้กันเล่า ข้าว่าดูเงียบสงบดี"
"เป็ความคิดที่เข้าท่า เดี๋ยวกลับไปข้าจะขอให้พ่อข้ามาสร้างกระท่อมอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน"
"น้ำตกแห่งนี้มีปลาใหญ่หรือไม่"
"เสี่ยวถิงเคยจับปลาขึ้นมาให้ข้าย่างอยู่นะครั้งก่อนที่ข้าแอบหนีท่านพ่อมาเที่ยว"
"นี่เ้าก็เคยแอบหนีเที่ยวเหมือนกันเหรอ"
"ก็เมื่อตอนข้างยังเยาว์วัยข้ากับเสี่ยวถิงมักจะแอบท่านพ่อหนีเที่ยวในยามวิกาลบ่อยๆ "
"คงไม่ใช่แอบหนีไปเที่ยวหอคณิกาหรอกนะ"
".........." เฟิงเยว่ได้แต่เงียบทำไมนางถึงได้รู้ว่าเขาแอบหนีไปเที่ยวหอคณิกานางคงไม่ใช่หญิงสาวที่เคยอยู่ในหอคณิกานั่นหรอกนะ
"ข้าเดาถูกใช่ไหมเ้าถึงได้เงียบไป" ก็ในยุคนี้จะมีที่เที่ยวแบบไหนได้หากไม่ใช่หอคณิกาที่มีครบทุกอย่าง
"เอ่อ....ข้าลงไปจับปลาให้เ้าดีกว่า" เฟิงเยว่รีบอาสาลงน้ำไปจับปลาเมื่อซูเหวินจับทางเขาได้ ดูเหมือนนางจะฉลาดมากกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก ซูเหวินจึงได้เลี่ยงออกมานั่งรอเฟิงเยว่ที่ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ ครู่ใหญ่เขาก็กลับขึ้นมาพร้อมกับปลาตัวใหญ่ห้าตัวก่อนจะชูให้นางได้ดู
"นี่ไงปลาที่เ้าอยากได้"
"เ้าก็มีฝีมือในการจับปลาเหมือนกันนี่"
"ข้าว่าพวกเราควรกลับกันได้แล้วนะนี่ฟ้าก็ใกล้มืดแล้ว" พูดจบเฟิงเยว่ก็เดินเข้ามาหาซูเหวินแล้วทั้งสองจึงออกเดินไปพร้อมกัน
"คุณชายท่านไปไหนมาข้ามารอท่านตั้งนานแล้ว" เสี่ยวถิงบ่าวรับใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นเ้านายหนุ่มเดินผ่านประตูรั้วเข้ามา
"ข้าเข้าป่าไปจับปลากับซูเหวินมาเ้ามีอะไรเร่งด่วนอย่างนั้นหรือ" เฟิงเยว่ส่งปลาที่ถืออยู่ให้เสี่ยวถิงหากแต่ซูเหวินรับมาถือเอาไว้เอง
"ไม่มีขอรับข้าแค่เป็ห่วงท่านก็เท่านั้น"
"เสี่ยวถิงเ้าไปเตรียมพริกสด มะขามเปียก น้ำปลา แล้วก็เกลือเอาไว้นะเดี๋ยวข้าทำปลาเอง" นางบอกให้เสี่ยวถิงไปเตรียมของสำหรับทำน้ำจิ้มแล้วนางจึงได้เดินเลี่ยงออกไปด้านหลังกระท่อมเพื่อจัดการกับปลาทั้งห้าตัว
"ขอรับแม่นางซู" เสี่ยวถิงรับคำซูเหวินแล้วจึงเดินหายเข้าครัวไปเตรียมของตามที่ได้รับสั่ง
"เ้าจะทำอะไรหรือ" เฟิงเยว่นึกสงสัยจึงได้เดินตามนางไป
"ข้าจะเผาปลาให้เ้ากินขอบคุณที่เ้าดูแลข้าเป็อย่างดีแถมยังลงน้ำไปจับปลาให้ข้าอีก" ซูเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ั้แ่เธอมาอยู่ที่นี่ก็มีแต่บุรุษผู้นี้ที่คอยห่วงใยและดูแลนางเป็อย่างดีจนเธอเองก็เริ่มหวั่นไหวแล้วเช่นกัน
"เช่นนั้นให้ข้าช่วยเ้าอีกแรงจะได้เสร็จไวๆ"
"ไม่ต้องหรอก ท่านไปหยิบเกลือกับเสี่ยวถิงมาให้ข้าก็พอ" ซูเหวินจัดการผ่าท้องปลาเอาไส้ออกทั้งหมดเสร็จแล้วจึงนำมาล้างน้ำให้สะอาดก่อนพักใส่ตะกร้าไว้