และนี่คือ!!! วิญญาณคุณชายสุดเฮี้ยนกับนายนักเขียนสยองขวัญ

    บทที่ 13 เท้าเหยียบให้มิด!

    “เสื้อตัวเก่ง เสื้อตัวเก่ง” เวิร์คพึมพำซ้ำไปซ้ำมาหลังจากชมสภพเสื้อของตน ไม่ได้ไหม้มากเท่าไรนักหากแต่เป็นรูโหว่และเพราะโดนสหบาทากระทืบจึงทำให้มีใยผ้าฉีกขาด เป็นรอยยับย่นชนิดที่ชายหนุ่มไม่อาจจะละสายตาจากมันไปได้ในส่วนของสภาพภายในห้อง 704 ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีเพียงข้าวของที่เวิร์คนำมาเท่านั้นที่กระจัดกระจายไปทั่วห้องเท่านั้น คิดเดินเข้ามาจับบ่าของเวิร์ค เขาเม้มปากไว้ใต้ผ้าปิดปากแล้วเอ่ยขึ้นเสียงสลด “ขอโทษด้วยนะเวิร์ค” เจ้าตัวพูดอย่างสำนึกผิดต่ออีกฝ่าย “ถ้ามีอะไรที่ช่วยได้…” “ไม่เป็นไร ..ไม่เป็นไร” ร่างผมแดงยิ้มแห้งหยักไหล่รับรู้การสำนึกผิดของอีกฝ่าย “ทางนี้ผิดเองแหละที่กลับมาลองของในห้องนี้ ก็รู้กันอยู่” เวิร์คตบบ่าคิดกลับไปเบา ๆ ก่อนจะเอาเสื้อไหม้ไฟถูกกระทืบมาพาดบ่าตนเองเอาไว้ “ขออนุญาตไปกลับห้องไปทำใจหน่อยนะครับทุกคน ขอฝากของในห้องไว้ก่อนนะคิด” ชายหนุ่มพูดจบก็เดินเหมือนคนอ่อนแรงตรงไปที่ประตู“โชคดีนะ” เจ้าของห้องพยักหน้าเข้าใจ “เอ๊ะ จะยืมเสื้อก่อนไหม ออกไปทั้งแบบนั้นมัน…” แอ๊ด! ปึง! คิดพูดไม่ทันจบดี ร่างเปลือยครึ่งท่อนของเพื่อนร่วมคอนโดก็จับลูกบิดประตู เปิดออกแล้วปิดลงอย่างรวดเร็วเสียแล้วเหลือเพียงสามคนในห้องแห่งนี้ นั่นคือเจ้าของห้องและสองหนุ่มจากสำนักพิมพ์เท่านั้น“เสียใจเรื่องเสื้อจัง ขนาดผมคนเขียนยังไม่มีเลยนะ” คิดกล่าว“น่าจะสะเทือนใจ ทำหน้าเศร้าเป็นหมาง่อยเลย” ต่ายพูดแล้วมองออกไปรอบ ๆ ห้อง “เละอีกแล้วนะครับเนี่ย เหมือนเมื่อวานเลย เดจาวูสุด ๆ ” “เอาไงต่อคิด จะเรียกป้าแม่บ้านมาอีกรอบดีไหม” บ.ก.เสือถามชายหนุ่มนักเขียน เจ้าตัวครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบด้วยเสียงสลด “ไม่อยากรบกวนคุณป้าอนงค์เลยครับ คราวก่อนกับเมื่อเช้าก็ได้ป้าเค้าช่วยไว้มาก ผมเกรงใจน่ะ” เสือดันแว่นด้วยนิ้วกลางพลางถอนหายใจ “เฮ้อ เอาเถอะ มาช่วยกันสามคนจะได้ไว ๆ ” “ช่วยก็ช่วย” ต่ายเสริมก่อนถกแขนเสื้อขึ้นช้า ๆ ทั้งสามคนนำของชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปใส่ไว้ในลังกระดาษ ส่วนกระดานผีถ้วยแก้วขนาดใหญ่เนื่องจากหนักมากจึงทำได้เพียงกระเถิบออกไปเล็กน้อย แก้วน้ำที่มีรอยร้าวถูกแยกไว้ต่างหากเพราะเป็นแก้วสำคัญของเวิร์ค คิดจึงวางแยกไว้กลางโต๊ะกินข้าวขณะที่เก็บของกัน ต่ายก็กระเถิบร่างเข้ามาใกล้คิดแล้วเอ่ยขึ้นเสียงกระซิบ“คิด ๆ คิดว่า ‘เค้า’ จะมาหลอกเราไหม?” ต่ายพูดพลางมองไปรอบ ๆ ส่วนคิดเอียงคอนึกส่งเสียงอืมอืมครู่หนึ่งแล้วจึงตอบออกมา“ถ้าเค้าจะหลอกก็คงโผล่มาแล้ว แต่นี่ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยเจอเต็ม ๆ หรือสัมผัสเห็นชัด ๆ ได้เลยสักครั้ง” นักเขียนกล่าวไปด้วยหยิบข้าวของรกบนพื้นใส่ลังกระดาษไปด้วย“ไอ้เรื่องแปลกรอบตัวนี่ยังไม่ชัดเหรอว่ามีจริง?” “ก็ไม่นะ ก็ไม่เจอกับตัวนี่น่า” คิดหันไปมองต่ายแล้วตอบด้วยเสียงหนักแน่น“เอาเถอะ ไหว้ก่อนสิจะได้ไม่หลอกกัน” ต่ายพึมพำ ยกมือไหว้เหนือหัวแล้วหลับตา “ช่วยจัดห้องเสร็จ จะรีบกลับเลยครับคุณผี อย่าหลอกกันนะครับ” “จะทำอะไรก็ทำเจ้าหัวฟ้า รีบเก็บเอาเศษซากความรกสกปรกพวกนี้ไปไกล ๆ ห้องนี้ได้แล้ว” วิญญาณคุณชายกล่าวจากด้านหลังนักเขียนหนุ่มและบรรณาธิการฝึกงาน สายตาคมกริบเหลือบมองคิด ก่อนพูดด้วยเสียงเย็นยะเยือกน่าขนลุก“เดี๋ยวจะได้เจอจัง ๆ สัมผัสแบบเนื้อ ๆ เน้น ๆ ไปเลย คอยดูเถอะ!” 


    “ใกล้เสร็จเสียที! ห้องสะอาดเริ่มเหมือนใหม่แล้ว” ต่ายพูดขึ้นพลางปาดเหงื่อ หลังจากผ่านไปสักพักหนึ่งในที่สุดสารพัดของแปลกของอาถรรพณ์เครื่องหมู่บูชาของเวิร์คก็อันตรทานหายไป ของเล็กของน้อยเกือบทุกชิ้นทุกอันล้วนในกล่องกระดาษเก็บดีเรียบร้อยแล้ว“ขอบคุณที่มาช่วยนะทั้งสองคน” คิดเอ่ยพลางถือไม้ม๊อบพร้อมถูบ้านมาด้วยในมือ“จะว่าไปงานเป็นไงบ้าง? ไปถึงไหนแล้วคิด?” เสือถามขณะกวาดห้องอยู่ “ทำเสร็จแล้วครับเมื่อคืน” คิดตอบอย่างว่องไว“พรุ่งนี้เข้ามาด้วยล่ะ ตารางงานจะแน่นแล้วนะ ใกล้หนังฉาย ใกล้งานหนังสือล่ะ” “รับทราบครับพี่เสือ ขอบคุณพี่มากนะครับ” “มือไม้ดูอ่อนๆ นะ ไม่น่าทำเทียนหล่นได้เลย เมื่อเช้ากินข้าวหรือยัง?” “…” ท่ามกลางความเงียบ สายตาของเสือก็ดุสมชื่อเสือขึ้นมาถนัดตา เขาเบ้ปากเล็ก ๆ ฝากไม้กวาดให้ต่าย แล้วไปหาคู่สนทนาทันที“…มานี่เลย คิด มานี่!” “โอ๊ย เบาพี่เสือ” เสือไม่เบาแรง เขาคว้าไม้ม๊อบในมือออกก่อนส่งให้ต่ายเช่นเดิม แล้วจึงดันร่างนักเขียนหนุ่มลงบนเตียงนุ่มในทันที ด้านต่ายรับไม้กวาดไม้ม๊อบมาถือก็ได้แต่มองเงียบ เขากำลังงุนงงหัวแล่นไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดรุ่นพี่ของเค้าจึงฉุดกระชากลากถูนักเขียนในการดูแล มาพลักอัดลงเตียงประหนึ่งฉากละครดราม่าหลังข่าวเช่นนี้“ทำไรเนี่ยพี่?” คิดย้อนถาม“หยุด อยู่เฉย ๆ กินนี่แล้วนอนไปซะ!” เสือพูดจบก็ปากล่องนมจากตู้เย็นมาให้คิดที่อยู่บนเตียง“พี่เสือ ผมยังเก็บห้องไม่เสร็จ” “เดี๋ยวพี่กับต่ายจัดการเอง นอนไปซะ” “อ้าว? ไหงงั้นอ่าพี่” ต่ายส่งเสียงฮึดฮัดและมองค้อนทันที“แต่ว่า…” คิดพยายามแย้งแต่สายตาดุของเสือทำเอาเขาชะงักงัน“นอน” เสือย้ำพลางยกนิ้วชี้ขึ้นไปดีดหน้าผากร่างที่อยู่บนเตียง “ถ้าอยากช่วยพี่ก็หลับตาไป!” “ครับ” ร่างนักเขียนเอ่ยเสียงแผ่วจำยอมพลางลดผ้าปิดปากลงแล้วดื่มนมที่เสือปามาให้ เขารู้ดีว่าไม่สามารถเถียงอะไรเสือได้ในยามนี้จึงยอมจำนนต่อความหิวและความง่วงของตนเองในที่สุด“ดีมากไอ้หัวดื้อ” เสือกล่าวพลางกอดอก “ช่วยดูแลสุขภาพบ้าง กินข้าวนอนพักเยอะ ๆ เข้าใจนะ” “ครับ” คิดได้แต่ยอมพยักหน้าหงึก ๆ ด้านต่ายก็แอบปรบมือในใจและรู้สึกนับถือรุ่นพี่ของตนมาก ด้วยเป็นครั้งแรกที่เขาเพิ่งเคยฉากดูแลนักเขียนของบรรณาธิการอันน่าประทับใจแบบนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฝึกงานมาเพียงสิบนาทีผ่านไปร่างที่นอนอยู่ก็คุมโปงเรียบร้อย“หัวถึงหมอนก็เข้าเฝ้าพระอินทร์เฉยเลย” ต่ายกล่าวขณะถูบ้านหลังจากหันไปมองคิดอีกที เจ้าตัวก็กรนเบา ๆ ออกมาเสียแล้ว “โห พี่เสือนี่พี่เป็นบ.ก.ส่วนตัว หรือว่าพี่เป็นพ่อแม่กันครับเนี่ย ดูแลดีสุด ๆ ” “ก็แค่สังเกตเห็น” เสือพูดขณะมองความเรียบร้อยในห้อง “นิสัยเจ้าคิดถ้าชอบหรือตั้งใจอะไรแล้วจะลุยหามรุ่งหามค่ำแบบนี้แหละ ไม่สนสุขภาพประจำเลย” “พี่ทำงานด้วยกันมานานขนาดไหนเนี่ยครับ ถึงสังเกตกันได้ขนาดเนี่ย?” “ตั้งแต่คิดเริ่มเป็นนักเขียน ตั้งแต่มันยังไม่เขียนงานสยองขวัญจนดังเท่านี้” “คุณคิดเขียนแนวอื่นด้วยเหรอครับ?” “ใช่ เมื่อก่อนมันสายประกวดชิงรางวัลงานเขียนอินดี้” “โห คนละแนวกันเลยพี่ ไหงมาแนวสยองขวัญได้ล่ะครับ?” เสือนิ่งไปชั่วครู่ เขาหันไปทางนักเขียนที่นอนหลับสนิทอยู่ก็ได้แต่ปรายตามองด้วยห้วงความรู้สึกบางอย่างแฝงอยู่ในใจ“…เหตุการณ์ไม่น่าจดจำเท่าไรหรอก” เสือตอบต่ายเพียงเท่านั้น“เกี่ยวกับที่ปกปิดตัวจริงเป็นความลับ หรือเรื่องที่อยากเห็นผีหรือเปล่าครับพี่?” ต่ายถามออกไปแต่ก็ไม่ได้คำตอบใดจากปากของเสือ ราวกับเป็นเรื่องที่เสือไม่อยากจะเอ่ยออกมาที่นี่ เมื่อนึกเช่นนั้นต่ายจึงไม่คาดคั้นอะไรเพิ่ม เขาได้แต่ถูห้องไปอย่างเงียบ ๆ ต่อกระทั่งไม่เหลือบริเวณใดให้ถูอีก “สะอาดขึ้นนะพี่ เทียบกับตอนแรก” ต่ายกล่าวกับรุ่นพี่ฝึกงานหลังถูบ้านเสร็จ ขณะนั้นเสือก็กำลังมองเวลาจากนาฬิกาข้อมือ สีหน้าเจ้าตัวเปลี่ยนไปทันที“โห สิบโมงกว่าแล้ว กลับสำนักพิมพ์กันเถอะ” “แล้วคุณคิดล่ะครับ” ต่ายถาม เสือหันไปมองนักเขียนหนุ่มดูเหมือนจะยังคงหลับสนิทอยู่เช่นเดิม“ปล่อยหลับไว้นั่นแหละ” หนุ่มแว่นกล่าว“หรือเราจะเฝ้าก่อนสักพักดีไหมครั…” แอ๊ดดดพริบตาเดียวโดยที่ต่ายยังพูดไม่จบ บานประตูก็เลื่อนเปิดออกมาจนส่งเสียงดังไปทั่วห้อง 704 พลันสายตาของบรรณาธิการกับเด็กฝึกงานหันไปในทางเดียวกัน นั่นคือหน้าประตูที่ว่างเปล่าร้างผู้คนตอนนี้หน้าต่างปิดสนิท ไม่มีลมพัด อากาศในห้องร้อนแต่สองหนุ่มที่ยังอยู่กับรู้สึกหนาวขนลุกซู่ “ไม่ได้ปิดประตูหรือ?” เสือถามด้วยเสียงเข้มกว่าปรกติ“เปล่านะครับพี่เสือ ตะกี้คุณเวิร์คออกไปก็เห็นปิดสนิทชัด ๆ ” แอ๊ด เสียงประตูขยับอีกครั้งทั้งสองนิ่งเงียบจ้องหน้ากันทันที“เอ่อ…พี่เสือครับ” “อย่าทัก” เสือแทรกเสียงดุ “ออกไปเงียบ ๆ ” “ครับ แหม ตกลงกันแล้วว่าจัดเสร็จจะกลับเลยนี่เนอะ…แฮะ ๆ ” ต่ายพูดด้วยความขนลุก “อะไรจะเป๊ะโคตรป่านนี้ …คิดถูกคิดผิดที่ฝึกงานที่นี่” พูดจบเจ้าตัวก็เดินดุ่ยตรงออกไปด้านนอกห้องด้วยความลุกลี้ลุกลน“เดี๋ยวนะ ต่าย” ระหว่างจะออกไปจากห้อง เสือก็คว้าสร้อยพระของคิดที่วางบนตู้เย็นไปเหนือหัวนักเขียนที่หลับอยู่ ก่อนจะหันมองร่างชายหนุ่มแล้วเอ่ยต่อรุ่นน้องด้วยสีหน้าครุ่นคิดจริงจัง “ไปกันเถอะ” เสือและต่ายเดินนิ่งออกมาจากห้องของคิด และไม่ทันที่เสือจะหันมาปิด บานประตูเจ้ากรรมก็กระแทกปิดสนิทราวกับมีคนผลักทันทีเสียงดัง ปัง! “พี่เสือ…” ต่ายทำหน้าเหยเกเสียงอ่อย“ไม่ต้องหันไปมอง เข้าลิฟต์แล้วตรงดิ่งไปที่รถ เหยียบมิดกลับสำนักพิมพ์เลย เข้าใจนะ” ต่ายพยักหน้าอย่างเข้าใจ ครั้นเมื่อลิฟต์มาถึงทั้งคู่ก็เดินพรวดออกไปไวอย่างไม่คิดชีวิตและแล้วในตอนนี้ก็เหลือเพียงนักเขียนนิยายสยองขวัญกับวิญญาณคุณชายสุดเฮี้ยนแล้วเท่านั้น


    “เอาล่ะ จะลองทำอะไรดี” วิญญาณหนุ่มครุ่นคิดขณะเข้ามาใกล้อีกฝ่าย ใบหน้าของคิดออกมาจากผ้าห่ม เป็นครั้งแรกที่คุณชายได้เห็นใบหน้าอีกฝ่ายชัดเจนเมื่อเห็นสีหน้าหลับตาพริ้มนอนหายใจสนิทตรงหน้า พลันรอยยิ้มของคุณชายก็ปรากฏขึ้น “ฮึ! ดีล่ะ” วิญญาณหนุ่มนึกวิธีหลอกอีกฝ่ายออก เจ้าตัวเดินขึ้นไปบนเตียง ก่อนใช้ปลายเท้าเหยียบลงไปบนร่างอีกฝ่าย“อึก!” คิดครางออกมา ยิ่งทำให้คุณชายรู้สึกพึงพอใจ“เป็นไงเล่า อยากโดนเต็ม ๆ สัมผัสเต็มเท้า! รู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของเราหรือยัง?” ว่าแล้วเจ้าตัวก็ขยับปลายเท้าเหยียบมิดลงไปที่หลังของนักเขียนหนุ่ม“อุก อืม…” “นี่แน่ะ ๆ ๆ ” และแล้วการอำของวิญญาณเฮี้ยนแห่งห้อง 704 ก็ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนพริบตาเดียวเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมง กระทั่งคุณชายรู้สึกพึงพอใจมากแล้วจึงหยุดแล้วลงจากเตียงมาจ้องใบหน้านักเขียนหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าสาแก่ใจ“น่าจะพอประมาณนี้ ตื่นมาระบมแน่นอน ฮึฮึ” คุณชายหัวเราะพลางขยับแข้งขาเล็กน้อยและมิทันขาดคำคิดก็ลืมตาตื่นขึ้นมาพริบตานั่นเองคิดก็อุทานร้องขึ้นด้วยเสียงอันดัง“เฮ้ย! … หายปวดเฉยเลย!” “อะไรนะ!” คุณชายหันคอขวับอย่างคาดไม่ถึงเมื่อได้ยินคำพูดอีกฝ่าย“อะไรกันเนี่ย นั่งหน้าคอม วิ่งขึ้นลงคอนโด เก็บของทำความสะอาดห้อง ก็เมื่อยตั้งนานสองนาน นอนตื่นเดียวหายปวดเฉยเลย ดีจังเลย!” คิดรู้สึกโล่งปลอดโปร่งก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงในสภาพสดชื่นอย่างที่สุด โดยหารู้ไม่ว่าแววตาพยาบาทขุ่นเคืองกำลังจ้องมาที่เขาอย่างระยะประชิด