เช้าวันเสาร์มาถึงเสียงเจื้อยแจ้วของสามสาวที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานดังมาจากห้องของไนร่าเมื่อวานกัสและหวานขออนุญาตพ่อและแม่มานอนที่บ้านของไนร่า เพราะกลัวจะตื่นสายทำให้มาไม่ทัน
“ชุดนี้เป็ไงบ้าง สวยมั้ย?”กัสหันไปถามหวานที่กำลังมัดผมอยู่ที่หน้ากระจก
“น่ารักดี” หวานตอบแต่ก็ไม่ได้หันไปมองเพื่อนสาวแม้แต่น้อย
“หวานนี่ใจร้ายจังเนอะไนร่า” กัสเปลี่ยนเป้าหมายไปหาไนร่า
“พอๆ กันแหละน่า”เธอหัวเราะเพื่อน
เสียงหาวของกัสดังขึ้น ด้วยความง่วงนอนเพราะเมื่อคืนพวกเธอตื่นเต้นพูดคุยกันจนดึกดื่น กว่าจะหลับก็เกือบเที่ยงคืนไปแล้ว
ก๊อก ก๊อก เสียงประตูดังขึ้น
“เด็กๆเสร็จกันแล้วลงมากินข้าวกันนะ” เสียงตะวันดังมาจากหลังประตู
“ค่ะ”เสียงทั้งสามประสานเสียง ก่อนที่จะหิ้วกระเป๋าคนละใบลงมาจากห้อง
เมื่อทุกคนทานข้าวเช้าเสร็จและกำลังวุ่นวายกับการเอากระเป๋าขึ้นรถ รถสีขาวก็แล่นมาแต่ไกล และจอดที่หน้าบ้าน
“ขอโทษนะครับ ผมมาสาย”
“ไม่สายหรอกลูกเราไปแบบสบายๆ ไม่ได้เร่งอะไร” พ่อตอบและเอามือไปจับไหล่คิมเบาๆ
เมื่อทุกคนมาครบรถก็ได้เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน โดยตะวันได้ไปนั่งเป็เพื่อนคิม ส่วนสามสาวก็นั่งกับพ่อและแม่
ใช้เวลาเพียงสามชั่วโมงรถก็ได้เคลื่อนตัวเข้ามาจอดที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งซึ่งบริเวณด้านหน้าสามารถเดินลงไปเล่นน้ำทะเลได้ รีสอร์ตแห่งนี้มีบ้านหลังใหญ่เพียงห้าหลังเท่านั้น แทบจะถือได้เป็รีสอร์ตส่วนตัว เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนแบบครอบครัว
“เป็ไงบ้างเด็กๆที่พักถูกใจไหม” พ่อถามเด็กๆ เมื่อรถจากรถ
“สวยมากๆ เลยค่ะคุณพ่อ” กัสตอบด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
“เป็รีสอร์ตของเพื่อนพ่อเองแต่พ่อก็ไม่ได้เจอเพื่อนนานแล้วเหมือนกัน เย็นนี้เราอาจจะมีสมาชิกเพิ่มมาสนุกด้วยนะ”
“ไหนๆ ก็มาแล้วแม่เลยชวนเพื่อนเก่ามาด้วย เด็กๆ ไม่ว่าอะไรกันนะจ้ะ”
ทุกคนหันไปยิ้มให้พ่อกับแม่ที่รู้สึกจะตื่นเต้นไม่ต่างจากเด็กๆที่ไม่เจอเพื่อนมาหลายปี
“เด็กๆ เอาของไปเก็บแล้วพักผ่อนกันตามสบายนะลูก เดี๋ยวพ่อกับแม่จะออกไปซื้อของมาไว้ทำกินตอนเย็นอยู่กันได้นะ”
“ตะวัน คิม ดูน้องๆกันด้วยนะลูก” เมื่อพ่อพูดเสร็จก็ขึ้นรถไปกลับแม่ทันที
บริเวณภายในบ้านประกอบด้วยห้องนอนสามห้องห้องน้ำสองห้องและยังมีห้องนั่งเล่น
มีทีวีจอสีดำใหญ่ั์ตั้งอยู่บริเวณกลางบ้าน ส่วนด้านนอกจะเป็ระเบียงสีขาวยื่นออกไปข้างตัวบ้านเพื่อใช้ทำกิจกรรม
ขณะนี้เวลาเกือบสี่โมงเย็นลมเย็นได้พัดผ่านเข้ามาที่หน้าต่าง ไนร่ายื่นหน้าออกไปด้านนอก สายตาทอดยาวไปที่ทะเลก่อนจะชวนเพื่อนๆ ไปเดินถ่ายรูปเล่น
“ไปรอข้างนอกนะ”ไนร่าเดินที่หน้าระเบียง และพบว่าคิมกำลังนั่งเล่นอยู่โต๊ะด้านนอกกับตะวัน
“อ้าว ไนร่าจะไปไหนหรอ?”ตะวันถามน้องสาว
“จะไปเดินถ่ายรูปเล่นค่ะ”
“ระวังๆ กันด้วยนะ”คิมมองหน้าเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า
“ไม่มีอะไรให้เป็ห่วงเลยค่ะ” ไนร่ายิ้มให้เขา
กัสและหวานเดินออกมาจากห้องทั้งสามจึงเดินลงไปที่ชายหาด เดินถ่ายรูปกันเพลินตามประสาผู้หญิงที่มักจะถ่ายรูปได้นานจนไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย
“ใส่หมวกด้วยตัวเล็กมันร้อน” คิมที่ไม่รู้เดินมาั้แ่เมื่อไหร่เขานำหมวกที่ถือมาในมือ สวมให้กับไนร่า ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะยิ้มเขินๆ
“โอ้ย อิจฉาจังเลย”กัสแซวทั้งสอง
“อิจฉาอะไร มั่วแล้ว”ไนร่าหัวเราะแก้เขิน แล้วคิมก็เดินจากไป
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ทั้งสามก็เดินกลับขึ้นมาที่บ้านชุดที่สวยก่อนออกจากบ้านนั้น ได้เปียกปอน บัดนี้ทั้งสามได้กลายเป็ลูกหมาตกน้ำไปแล้ว
“ว่าจะไม่เล่นแล้วเปียกจนได้” หวานหันไปบ่นให้กัส
“มาทะเลไม่เล่นน้ำได้ยังไงละ”กัสหันไปหัวเราะเพื่อน
“เด็กๆเป็ยังไงบ้างลูก สนุกไหมตัวเปียกกันมาเลย” แม่ที่เพิ่งมาถึง
“สนุกมากเลยค่ะแม่”ไนร่าตอบ
“งั้นรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันนะเดี๋ยวไม่สบาย”
“ถ้าเสร็จกันแล้วออกมาช่วยแม่เตรียมอาหารด้วยนะสาวๆ”
“ได้ค่ะแม่หนูเริ่มหิวแล้ว” กัสหันไปทำหน้าอ้อนแม่ และหันไปมองหนุ่มๆที่เดินถืออาหารทะเลตามหลังพ่อมา
เสียงเพลงเบาๆดังมาจากบริเวณบริเวณระเบียงข้างบ้าน แม่และสาวๆกำลังเตรียมทำอาหารไว้สำหรับมื้อค่ำ
“มาแล้ว ” เสียงผู้ชายวัยกลางคนที่เดินยิ้มมาแต่ไกล โดยมีผู้หญิงอีกคนเดินตามมา
“นี่เพื่อนพ่อกับแม่เองลูกลุงกล้า กับ ป้านิ่ม”
เด็กๆ รีบยกมือสวัสดีก่อนพ่อจะแนะนำลูกชายและลูกสาวของตน ที่ทั้งสองเคยเจอั้แ่เด็กๆ
“ไม่เจอตั้งนานโตขึ้นเยอะเลยนะ”ลุงกล้ามองไนร่ากับตะวันแล้วชมใหญ่
“ลูกชายลุงก็น่าจะรุ่นเดียวกับตะวันแต่อีกเดี๋ยวก็คงตามมา”
ตะวันยิ้มให้ลุงกล้าก่อนที่จะเดินออกมาช่วยยกของเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับมื้อค่ำนี้
เสียงเพลงยังคงเปิดคลอเบาๆโดยมีเสียงพ่อและลุงกล้าหัวเราะดังลั่นเมื่อพูดถึงสมัยที่ยังเด็ก
โดยที่แม่และป้านิ่มกำลังยืนปรุงอาหารกันอย่างสุดฝีมือ
“ฮัลโหลลูก ถึงหรือยัง”ป้านิ่มคุยกับปลายสายที่เป็ลูกชาย
“เก็บของแล้วรีบเดินพาพี่มานี่ละเร็วๆด้วยนะ”
“ลูกชายหัวดื้อจริงๆ ฉันกับพ่อเขาก็เดินทางบ่อยๆไม่ค่อยมีเวลาดูลูกเท่าไหร่”
“เด็กผู้ชายก็แบบนี้แหละนิ่มปล่อยๆ เค้าบ้าง” แม่พูดปลอบใจเพื่อน
ไม่นานอาหารทุกอย่างก็ถูกวางเรียงเต็มโต๊ะทุกคนก็เดินมาประจำที่ของตนเอง ขาดแต่ไนร่าที่ขอไปเข้าห้องน้ำ
“โน่นไง มาแล้ว” ป้านิ่มหันไปดูเด็กผู้ชายร่างสูง ที่มากับเด็กผู้ชายอีกคน
“มานี่สิลูกมาสวัสดีลุงกับป้าหน่อย” ลุงกล้าเรียกลูกชายชายทั้งสอง
“นี่ตาสกายลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ส่วนนี่ตาแมนลูกพี่สาวฉันจ้ะสนิทกันมากเลยชวนกันมาด้วย”
สกายและแมนหันไปสวัสดีพ่อและแม่ของไนร่าที่เขาเองก็ไม่รู้แต่ก็มาเอะใจ เมื่อเห็นหวาน กัส คิม และตะวัน ทำให้เขาอึ้งเล็กน้อย
“สวัสดีจ้ะลูกหล่อเชียวนะ”
“นั่นตะวันลูกชายป้าเองน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน” สกายหันไปมองตะวันหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น เมื่อจำได้ว่าเคยเจอตะวันมารับไนร่าที่โรงเรียน
“อ้าวไนร่ามาพอดีเลยลูก มาทักทายพี่หน่อย”
ไนร่าที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำอึ้งอีกครั้ง เมื่อคนที่ยืนมองเขาอยู่คือ สกาย ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันไนร่าค่อยเดินไปนั่งที่โต๊ะของตนเอง และทำหน้าเจื่อนๆ
“ทำไมมองหน้ากันแปลกๆหรือลูกรู้จักกันใช่มั้ย”ลุงกล้าหัวเราะขึ้น
“ว่าแต่สกายเรียนที่ไหนลูก”
เมื่อสกายตอบไปพ่อและลุงกล้าต่างหัวเราะ เมื่อลูกของพวกเขาอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่ไม่เคยรู้จักกันเลยด้วยซ้ำ
“ฉันก็ยุ่งๆ ที่นี่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับลูก” ป้านิ่มคุยกับแม่ของไนร่า
“ส่วนมากเขาก็อยู่กับป้าแม่ของเ้าแมน”
บทสนทนาของผู้ใหญ่ก็ดำเนินไปเรื่อยๆทุกคนต่างก็กินและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
กัสและหวานที่พยายามคุยกับไนร่าเพราะกลัวว่าเพื่อนจะยังรู้สึกเสียใจกับเื่ของสกายเธอจึงยิ้มตอบให้เพื่อน
“ไนร่ากินนี่ดูครับพี่ว่าอร่อยนะ”
“ไนร่ากินกุ้งมั้ย พี่แกะให้”คิมที่นั่งข้างไนร่ายื่นกุ้งที่แกะแล้วใส่จานให้
“ขอบคุณค่ะพี่คิม”เธอยิ้มตอบเป็การขอบคุณ
ขณะที่ไนร่ากำลังนั่งคุยกับคิมอย่างมีความสุขสกายก็แอบใช้สายตามองดูทั้งคู่อยู่เรื่อยๆ ก่อนไนร่าจะขอไปตักอาหารเพิ่มที่ในครัว
เธอเดินมาล้างมือก่อนที่จะหยิบจาน ร่างหนึ่งเดินมาดึงมือของเธอจากด้านหลัง แล้วดึงไปที่บริเวณหลังบ้านทำให้เธอร้องขึ้นเพราะความใ
“ว้าย! ปล่อยนะ”
“เงียบ อย่าเสียงดังอยากให้คนอื่นรู้หรือไง” เสียงผู้ชายที่เดินนำหน้าและดึงแขนเธอให้เดินตามพูดด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดก่อนจะดึงร่างเล็กให้ติดประตูหลังบ้าน