บทที่12
สุ่มสกิล
[ ระบบ : ระบบทำการสุ่มสกิลเริ่มนับถอยหลังใน ]
[ 3]
[ 2]
[ 1]
[ เริ่มทำการสุ่มสกิล ]
ภาพนั้นปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าเดย์ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกตะ
เขาจ้องมองสิ่งที่ปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าของตนเองอย่างไม่กระพริบตาเสียงภายในหูที่มันดังขึ้นพร้อมกับการแจ้งเตือนที่แจ้งเตือนขึ้นอย่างถี่ระรัว
“ ตึ้ง!!! ตึ้ง!!! ตึ้ง!!! ”
“ เรียนนายท่านระบบจะเริ่มทำการสุ่มสกิลปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าปรากฎขึ้นให้ท่านเห็นเพียงแค่ผู้เดียวโปรดอย่าตื่นตระหนก”
หลังจากนั้นสิ่งที่มันปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้ามันมีแผ่นการ์ดขนาดใหญ่ส่องแสงสว่างขึ้นด้านหน้าของเขา
เดย์ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างพลางกับอุทานภายในใจของตนเองอย่างรวดเร็ว “ นี่มันอะไรกัน? ”
เขาแสดงท่าทางที่ดูตกตะลึงเป็อย่างมากแผ่นการ์ดที่ส่องแสงสว่างไสวอยู่เบื้องหน้าได้รับการแจ้งเตือนจากระบบก่อนหน้านี้แล้วว่าเขาจะเห็นเพียงผู้เดียว
มันเป็การ์ดสีน้ำเงินเปล่งแสงที่ส่องแสงสว่างไสวและปรากฏขึ้น
ก่อนที่การ์ดที่มันปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าจะค่อยๆแปรเปลี่ยนไปจากแผ่นการ์ดขนาดใหญ่ค่อยๆกลายเป็แผ่นการ์ดขนาดเล็กลอยเข้ามาภายในมือของเดย์
[ ระบบ : ท่านได้รับการ์ดสกิลปลดลิมิตเตอร์ ]
[ ระบบ : ท่านสามารถใช้สกิลปลดลิมิตเตอร์กับตนเองได้จะใช้งานหรือไม่ ]
สิ่งที่อยู่ภายในมือของเขาในตอนนี้มันคือการ์ดสกิลที่ปรากฏขึ้นและได้ด้านหน้า
เดย์จ้องมองการ์ดที่อยู่ภายในมือของตนเองด้วยท่าทางที่ตกตะลึง
เขาถึงกับพูดไม่ออกเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองพบเห็นเอ่ยถามกลับเสียงภายในหัวอย่างรวดเร็ว “ คุณผู้ช่วยระบบนี้มันหมายความว่ายังไง ”
“ เรียนนายท่านสกิลที่ท่านได้รับท่านจะสามารถเลือกได้รับมาเป็สองแบบนั่นคือสามารถใช้งานกับร่างกายของตนเองได้เลยกับอีกรูปแบบหนึ่งจะแปรเปลี่ยนสกิลกลายเป็การ์ดและสามารถกดใช้งานย้อนหลังได้”
“ โดยสกิลระดับสูงส่วนใหญ่เมื่อท่านกดซื้อหรือได้ว่าได้รับมามันจะแปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็การ์ดเพื่อให้ท่านเลือกว่าจะใช้งานหรือไม่”
“ มันถูกเรียกว่าการ์ดสกิล ”
เสียงภายในหัวอธิบายขึ้นมาอย่างรวดเร็วไขข้อข้องใจของเขาในตอนนี้
เดย์ใช้ดวงตามองดูการ์ดสกิลภายในมือมันเป็การ์ดสีทองที่ส่องแสงสว่างไสวขึ้นมา
[ ระบบ : สกิล ปลดลิมิตเตอร์ ระดับ สกิลระดับแพลตตินั่ม [Platinum] ]
[ อธิบาย ความสามารถของสกิลสามารถเพิ่มขีดจำกัดให้กับร่างกายได้สามเท่าในเวลาห้านาที ยิ่งมีเลเวลสูงขึ้นยิ่งทำให้ผลของสกิลเพิ่มมากขึ้น ]
สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้ามันคือข้อมูลของสกิลเดย์พูดขึ้นมา “ ระดับของสกิลอย่างงั้นหรอ? ”
“ สกิลที่สามารถได้รับและสกิลทุกอย่างภายในโลกใบนี้จะถูกจัดลำดับมีลำดับชั้นและลำดับความแข็งแกร่งแบ่งออกไปเป็”
“ ทั่วไป [Normal]
สกิลระดับซิลเวอร์[silver]
สกิลระดับโกลด์[Gold]
สกิลระดับแพลตตินั่ม[Platinum]
สกิลระดับไดมอนต์[Diamond]
สกิลระดับตำนาน[legendary]”
“ โดยสกิลทั้งหมดมันจะถูกจัดเรียงเอาไว้ตามนี้ระดับทั่วไปถือว่าเป็ระดับที่ต่ำที่สุดส่วนระดับสูงที่สุดคือระดับตำนาน ”
เดย์ทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำอธิบายอย่างรวดเร็ว
เกี่ยวกับเื่ระบบสกิลไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำความเข้าใจอะไรยากเย็นนัก
เพราะว่าระบบสกิลที่ปรากฏให้เห็นสกิลมันแบ่งออกเป็แค่ไม่กี่ระดับสามารถจดจำได้อย่างง่ายดาย
หลังจากที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเื่สกิลแล้วก็ความหายากรวมไปถึงความแข็งแกร่งของพวกมันที่แบ่งแยกตามเขาก็มาจ้องมองดูการ์ดสกิลภายในมือของตนเอง “ ถ้าแบบนั้นเ้านี้คือสกิลระดับแพลตตินัม ”
“ ท่านเข้าใจถูกต้องแล้ว นี่คือสกิลระดับแพตตินั่มที่ชื่อว่าปลดลิมิตเตอร์”
“ ระบบจะทำการอธิบายให้ท่านเข้าใจได้อย่างง่ายดายเกี่ยวกับไหนสกิลนี้แม้ว่าท่านจะลองอ่านรายละเอียดแล้วแต่ระบบจะเริ่มทำการอธิบายซ้ำเพื่อให้ท่านเข้าใจได้มากขึ้นและสามารถนำสกิลไปใช้ประโยชน์ได้ถึงสูงสุด”
“ สกิลปลดลิมิตเตอร์สกิลระดับแพลตตินัมเป็สกิลที่สามารถใช้งานใส่ร่างกายของตนเองได้ ”
“ ถ้าเปิดใช้งานสกิลการปลดลิมิตเตอร์จะทำให้ขีดจำกัดของร่างกายเพิ่มขึ้นในเลเวลหนึ่งของสกิลปลดลิมิตเตอร์ มันจะสามารถทำให้ขีดจำกัดของร่างกายเพิ่มขึ้นได้ถึงสามเท่า”
“ แต่ว่าสกิลนี้ก็มีขีดจำกัดตรงที่่ระยะเวลาท่านสามารถใช้งานสกิลได้เพียงแค่ห้านาทีเท่านั้นหลังจากที่ใช้งานสกิลเสร็จสิ้นความเหนื่อยล้าทั้งหมดหลังจากที่ใช้งานร่างกายไปจะย้อนคืนสนองกลับมา”
เดย์หลังจากที่ได้ยินคำอธิบายภายในหัวก็เข้าใจได้อย่างทันควัน
เขารู้ได้ในทันทีว่านี่คือสกิลระดับสูงการที่จะทำให้ร่างกายของตนเองข้ามขีดจำกัดและสามารถทะลวงขีดจำกัดไปได้ถึงสามเท่าถือว่าเป็ผลลัพธ์ที่เยี่ยมยอด
ทว่ามันเองก็ไม่ใช่เพียงแค่สกิลที่มีแต่ประโยชน์อย่างเดียว
แน่นอนอยู่แล้วว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับมามันเองก็คือดาบสองคมด้วยเช่นเดียวกัน
โดยจากที่ฟังคำอธิบายหลังจากที่ใช้งานร่างกายอย่างหนักในขณะที่ปลดลิมิตเตอร์หลังจากที่หมดสถานะร่างกายคงจะได้รับความเหนื่อยล้าย้อนคืนกลับมาในทีเดียว
เดย์เลยคิดได้ว่าถ้าอยู่ในสภาพนั้นถ้าใช้งานร่างกายหนักมากเท่าไหร่บางทีความเหนื่อยล้าที่ย้อนคืนกลับมาอาจจะทำให้ร่างกายไม่สามารถขยับได้ไปสักพัก
มันคือสกิลดาบสองคม
เดย์แสดงใบหน้าจริงจัง
“ ไม่มีทางเลือกแล้วตอนนี้สิ่งที่อยู่ด้านหน้าที่เรากำลังจะไปเผชิญจำเป็ต้องใช้งานความสามารถ” เดย์รู้ดีว่าทางเลือกของตนเองมีน้อยเป็อย่างมาก
ในตอนนี้ตนเองยิ่งมีความสามารถสกิลเยอะเท่าไหร่ยิ่งแข็งแกร่งเท่าไรก็ยิ่งดี
“ ถ้าแบบนั้นใช้งานสกิลปลดลิมิตเตอร์ ”
“ ระบบจะทำการเรียนสกิลปลดลิมิตเตอร์ ”
หลังจากที่สั่งการออกไปแผ่นการ์ดสีฟ้าเรืองแสงที่อยู่ภายในมือมันก็ค่อยๆเเตกสลายกลายเป็ฝุ่น
ความสามารถเ่าั้ถูกเพิ่มพูนเข้ามาภายในร่างกายอย่างฉับพลัน
ตัวอักษรปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าเป็การแจ้งเตือนของระบบอย่างรวดเร็ว
[ ระบบ : ท่านได้กดใช้งานสกิลปลดลิมิตเตอร์เรียบร้อย ]
[ ระบบ : ท่านได้เรียนรู้สกิลปลดลิมิตเตอร์ ]
[ ระบบ : ท่านได้รับสกิลปลดลิมิตเตอร์ LV1 เรียบร้อย ]
ข้อความจากระบบแจ้งเตือนปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้าอย่างไม่พัก
ความสามารถของสกิลมันถูกเพิ่มพูนเข้ามาภายในร่างกายเรียบร้อยแล้ว
เดย์หันไปมองหน้าต่างของระบบที่ปรากฏขึ้นแสดงถึงความสามารถของตนเองในตอนนี้
[ ชื่อ เดย์ อายุ 23 ]
[ สกิลหลักผู้ถือครอง สกิลพ่อค้าแห่งโลก ]
[ ค่า SP ที่มีอยู่ 32 หน่วย]
[ สกิลอื่นๆ ของท่าน - ต่อรองราคา LV1 - ซื้อขาย LV1- กระเป๋ามิติ LV1 -ร่างกายแข็งแกร่ง LV1-ปลดลิมิตเตอร์ LV1 ]
ในตอนนี้ความสามารถของเขามันถูกพัฒนาขึ้นมาและถูกเพิ่มเติมขึ้นจากสกิลสองอันที่เพิ่งได้รับมาใหม่
“ เยี่ยมยอดในตอนนี้เพราะยังเหลืออีกถ้าแบบนั้นก็อีกหนึ่งสกิล ”
“ สิ่งที่เราจะเลือกในตอนนี้และสิ่งที่พอจะใช้งานได้ก็คงจะเป็เ้านี่…..”
[ ระบบ : ท่านใดเรียนสกิล….. ]
…
หลังจากที่ออกเดินทางมาทั้งคืนพยายามเดินทางมาเรื่อยๆจนตอนนี้ดวงอาทิตย์ขึ้นบริเวณด้านหลังพวกเขาก็ยังเดินทางไม่ถึงเป้าหมาย
เดย์ร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากคุณสมบัติร่างกายแข็งแกร่งที่ได้รับจากสกิน
มันทำให้ร่างกายและทนทานมากขึ้นความเหนื่อยล้าก็น้อยลง
ออกเดินทางมาทั้งคืนในตอนนี้ก็ยังเดินทางไม่ถึงเป้าหมายของตนเอง
เมื่อดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นสู่ท้องฟ้าทั้งสองตัดสินใจนั่งพักกันอีกครั้ง
เดย์นั่งอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่หันไปถามกับคิวอย่างรวดเร็ว “ อีกไกลหรือเปล่ากว่าพวกเราจะเดินทางไปถึง”
คิวยกมือของตนเองขึ้นมาเช็ดเหงื่อแล้วก็พูดตอบกลับ “ อีกไม่นานแล้วมองดูอีกชั่วโมงนึงน่าจะเดินทางไปถึงเป้าหมาย”
เดย์เขาหันไปสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังแสดงใบหน้าจริงจังและตึงเครียดเป็อย่างมากราวกับว่ากำลังกดดันเกี่ยวกับเื่ที่ตนเองทำ
เดย์รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคงจะเป็ห่วงคุณคินเดย์เลยถือโอกาสนี้ในการถามขึ้นมา “ ขอถามหน่อยได้หรือเปล่าว่านายนะเป็อะไรกับคุณคิน..”
คิวหันใบหน้าของตนเองมามองเดย์ทั้งสองต่างจ้องมองกันด้วยความเงียบ
“ เื่นั้น…. ถ้าจะให้พูดง่ายๆก็เหมือนญาติคนนึง ”
จบบท