บทที่ 22 จัดการคนประหลาด (รีไรต์)
เมื่อเห็นหลินเนี่ยนเงียบไป เซียวหลานก็ยิ่งได้ใจ แกว่งขาทั้งสองข้างไปมามากขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะหลินเนี่ยนหลบได้อย่างรวดเร็ว รองเท้าของเธอก็เกือบจะเตะโดนหน้าหลินเนี่ยนอยู่หลายครั้ง
หลินเนี่ยนถูกทำให้เดือดดาลจนต้องแค่นเสียงหัวเราะเ็า เธอมองชายทั้งสามที่มากับเซียวหลานแล้วถามย้ำว่า “พวกคุณจะไม่จัดการเธอจริง ๆ ใช่ไหม”
ทั้งสามคนราวกับไม่ได้ยิน สนใจทำแต่เื่ของตัวเอง
เซียวหลานเผยสีหน้าพึงพอใจเป็อย่างมาก เด็กเหลือขอนั่นคิดจะต่อกรกับเธองั้นเหรอ
ยังอ่อนหัดไปหน่อยนะ
ตอนที่เธอกำลังลำพองใจ จู่ ๆ ขาก็เกิดอาการคันยุบยิบขึ้นมา
หลินเนี่ยนหยิบเส้นผมสองสามเส้นบนหมอนขึ้นมา แล้วแหย่เข้าไปในขากางเกงของเซียวหลาน หลังจากที่ค่อย ๆ แหย่เข้าไป เส้นผมัักับผิวเนื้อแล้วจะไม่คันได้อย่างไร
“กรี๊ดดด หนอนบุ้ง!” หลินเนี่ยนะโขึ้นมา
เซียวหลานได้ยินก็นิ่งอึ้งไป
ที่น่องของเธอคันยุบยิบ หรือว่าหนอนบุ้งจะไต่เข้าไปในกางเกงเธอแล้ว
เธอกรีดร้องขึ้นมาในทันใด อาจจะเพราะอยากปัดหนอนบุ้งออกไปโดยไม่รู้ตัว จึงลืมไปว่าตัวเองอยู่เตียงชั้นบน สุดท้ายก็ะโลงมาทั้งอย่างนั้น
ตุ้บ!
เซียวหลานตกลงมาและล้มลงไปกองกับพื้น ไหนจะยังเท้าแพลงอีก
เจ็บจนเธอกรีดร้องโอดโอย
ชายหนุ่มทั้งสามที่ตามมากับเธอตกตะลึงไปทันที รีบพยุงเธอมานั่งเตียงชั้นล่างของอีกฝั่งด้วยความรวดเร็ว
เธอร้องไห้พลางเตะขาไปมา “มีหนอนบุ้ง ๆ รีบเอาหนอนบุ้งออกไปเร็ว!”
การที่เธอเสียงดังเกินไป ย่อมดึงดูดคนมาดูความสนุกไม่น้อย
“พวกนายตายไปแล้วหรือไง รีบเอาหนอนบุ้งออกไปให้ฉันสิ!” เธอโหวกเหวกโวยวายพร้อมทั้งลุกขึ้นะโโลดเต้นไปในคราวเดียวกัน ทว่าความเจ็บที่ข้อเท้าทำเอาเซียวหลานพลันร้องไห้โฮ
เหล่าชายหนุ่มจนปัญญา พวกเขาคงถอดกางเกงของเซียวหลานออกในที่สาธารณะไม่ได้
สุยเจี้ยนิทำได้เพียงไปขอให้ผู้โดยสารหญิงมาช่วยดูให้เซียวหลาน แต่ด้วยความอารมณ์ร้อนของเซียวหลานจึงไม่มีใครกล้ายุ่ง เขาเองก็จนปัญญา สุดท้ายทำได้เพียงไปหาพนักงานประจำขบวนรถ
แน่นอนว่าไม่ได้ไปมือเปล่า แต่ถืออาหารกระป๋องไปด้วยหนึ่งกระป๋อง
แต่นิสัยของเซียวหลานแย่เกินไปจริง ๆ สุยเจี้ยนิกลัวว่าเธอจะล่วงเกินพนักงานประจำขบวนรถเข้า
พนักงานประจำขบวนรถรับอาหารกระป๋องไป จากนั้นก็ประคองเซียวหลานไปห้องน้ำเพื่อตรวจดูให้เธอ เซียวหลานไม่ได้มีท่าทีรังเกียจที่พนักงานประจำขบวนรถเดินเร็วเกินไปจนไม่ดูแลเธอ แต่รังเกียจว่าห้องน้ำเหม็นเกินไป
ถ้าไม่ได้เห็นแก่อาหารกระป๋อง พนักงานประจำขบวนรถก็ไม่อยากสนใจเธอแม้แต่วินาทีเดียว
หลังเซียวหลานถูกประคองกลับมาก็ทำหน้าบูดบึ้ง
“เธอไม่เป็อะไร ในกางเกงไม่มีหนอนบุ้ง!”
เซียวหลานชี้หลินเนี่ยนที่เอนตัวนอนอยู่บนเบาะชั้นกลางด้วยความเคียดแค้น “แต่เธอจงใจ!”
สุยเจี้ยนิเองก็เดือดดาลไม่น้อย เขาถามหลินเนี่ยนด้วยใบหน้าที่เหยเก “คะ…คุณควรอธิบายหน่อยไหม เพราะคุณะโว่าหนอนบุ้ง น้องสาวผมก็เลยะโลงมา!”
“เื่นี้คุณต้องรับผิดชอบ!”
หลินเนี่ยนหัวเราะ “ฉันะโว่าหนอนบุ้งแล้วมันหนักหัวพวกคุณตรงไหน”
“ฉันโยนหนอนบุ้งไปใส่เธอ หรือว่าฉันแตะต้องเธอหรือไง”
“ผู้หญิงคนนี้มีอิสระที่จะแกว่งขา ฉันเองก็มีอิสระที่จะพูดเหมือนกัน”
“นี่มันสังคมสมัยใหม่แล้ว แต่พวกมีอำนาจยังทำทุกอย่างได้ตามอำเภอใจแม้เป็เื่ผิด!”
“พวกสองมาตรฐานแห่งจักรวรรดินิยม พวกคุณนี่แสดงละครได้ดีจริง ๆ!”
พวกสุยเจี้ยนิ “...”
แม้จะเป็ครั้งแรกที่ได้ยินคำว่า ‘สองมาตรฐานแห่งจักรวรรดินิยม’ แต่พวกเขาก็เคยเรียนหนังสือ จึงพอจะเข้าใจความหมายของคำนี้
หลังเข้าใจความหมายแล้ว สีหน้าของแต่ละคนก็ยิ่งดูไม่น่ามอง ไร้กำลังจะคัดค้านอย่างสิ้นเชิง
หลินเนี่ยนชนะพวกเขาขาดลอยเลยจริง ๆ
ยุคนี้กลัวอะไร?
ยุคนี้กลัวการถูกใส่ร้าย!
มิหนำซ้ำการใส่ร้ายของหลินเนี่ยนนี้ยังเหมาะเจาะเป็อย่างมาก ไม่ว่าใครก็พูดไม่ออก
เป็อย่างที่คิด คำพูดของหลินเนี่ยนทำให้ทุกคนเห็นด้วย
เซียวหลานโกรธจนร้องไห้
พอเถียงสู้หลินเนี่ยนไม่ได้ก็ตบตีด่าทอสื่อเหอผิงกับหลี่ว์ิอวี่เพื่อระบายอารมณ์
“หึ ๆ คุณหนูใหญ่ทุนนิยมตบตีด่าทอคนรับใช้ในบ้าน!” หลินเนี่ยนกระแนะกระแหน
ส่วนผู้โดยสารคนอื่นก็ตำหนิติเตียนพวกเขาเช่นกัน
สุยเจี้ยนิจับมือเซียวหลาน แล้วตำหนิด้วยใบหน้าเ็า “เลิกก่อเื่ได้แล้ว!”
“เธออยากก่อเื่จนเลยเถิดจริง ๆ เหรอ งั้นสถานีต่อไปก็ลงรถกลับเมืองหลวงไปซะ!”
เซียวหลานจ้องสุยเจี้ยนิตาเขียวทีหนึ่ง จากนั้นก็ยอมเงียบปาก
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็โวยวายขึ้นมาอีกรอบ “ฉันจะกลับไปเตียงชั้นบนของฉัน ไม่นอนเตียงเหม็นเน่าของนายหรอก”
สุยเจี้ยนิจนปัญญา ทำได้เพียงเรียกสื่อเหอผิงให้พยุงเธอขึ้นไปอีกครั้ง จากนั้นก็ควานกอเอี๊ยะออกมาจากห่อผ้าสัมภาระแล้ววางลงบนเตียงเธอ บอกให้เธอแปะบนข้อเท้าเอง
จากนั้นทั้งสามคนก็ไปพัก
ใครจะรู้ว่ากลางดึกนั้น หลินเนี่ยนถูกน้ำสาดจนสะดุ้งตื่น
เธอลูบเตียงนอนที่เปียกโชก แล้วพลิกตัวสวมเสื้อคลุมลงจากเตียงไป
“มีอะไรเหรอ?” หลิวหย่งหนานได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว จึงลุกขึ้นมาถามหลินเนี่ยน
หลินเนี่ยนเอ่ยด้วยเสียงแ่เบา “ไม่มีอะไรหรอก ผู้หญิงที่อยู่เตียงชั้นบนถ่ายเบาลงมา ฉันจะไปบอกให้พนักงานมาเปลี่ยนผ้าห่มให้”
เสียงของเธอไม่เบาไม่ดัง ไม่ถึงขั้นทำให้คนอื่นที่นอนอยู่ในตู้โดยสารสะดุ้งตื่น ทว่ากลับทำให้เซียวหลานที่อยู่ชั้นบนได้ยิน
“เธอพูดจาเหลวไหลทั้งเพ! ฉันไม่ได้ถ่ายเบาบนเตียงซะหน่อย!”
เสียงของเซียวหลานทั้งดังและแหลม ตู้โดยสารเงียบสงบมาครึ่งคืน ไม่นึกเลยว่าเสียงะโของเธอจะกลบเสียงแล่นฉึกกะฉักของรถไฟไปเสียสนิท
มีเด็กน้อยใจนร้องไห้โฮขึ้นมาทันที
คนที่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนั้นพลันด่าขึ้นมา “โหวกเหวกโวยวายอะไรกัน เสียงดังหาวิมานอะไร!”
“แม่งโชคร้ายจริง ๆ ร้องหาคู่ดึก ๆ ดื่น ๆ พวกแพศยา!”
“ยุคใหม่แบบนี้แล้วเธอจะมาสนใจศักดิ์ศรีของคุณหนูอะไรอีก ไปเล่นกางเกงในแม่เธอโน่น!”
คนเหล่านี้ด่าทออย่างโหดร้าย เซียวหลานเคยเจอสถานการณ์แบบนี้เสียที่ไหน เธอร้องไห้โฮ ยิ่งร้องดัง คนพวกนี้ก็ยิ่งด่าแรงขึ้น
พนักงานประจำขบวนรถต้องรีบมาตรวจสอบ เธอเปิดไฟของตู้โดยสารนี้ จ้องเซียวหลานที่ร้องไห้โฮอยู่บนเตียงชั้นบนด้วยสีหน้าดูไม่ได้เป็อย่างมาก
“คุณผู้หญิง นี่ก็ดึกดื่นแล้ว รบกวนคุณช่วยควบคุมอารมณ์หน่อย”
“ถ้าคุณยังโหวกเหวกโวยวายต่อ ฉันคงมีแต่ต้องเชิญตำรวจรถไฟมาแล้ว”
เซียวหลานชี้ไปที่หลินเนี่ยนพลางฟ้องว่า “ก็เธอพูดจาเพ้อเจ้อ เธอใส่ร้ายฉัน!”
“ฉันเองก็ไม่ได้อยากโวยวายหรอก ถ้าพวกคุณจะจับก็ไปจับเธอสิ!”
พนักงานประจำขบวนรถมองไปที่หลินเนี่ยน
หลินเนี่ยนลากผ้าห่มของตัวเองออกมาให้พนักงานดู “คุณดูสิคะ ฉันหลับมาจนถึงกลางดึก จู่ ๆ คุณผู้หญิงชั้นบนก็ฉี่ราดลงมาบนผ้าห่มของฉัน ฉันก็เลยลงจากเตียงเตรียมจะไปตามให้พวกคุณมาเปลี่ยนผ้าห่ม ใครจะไปรู้ว่าจู่ ๆ เธอก็โวยวายขึ้นมา”
“นี่เธอพูดบ้าอะไร ฉันไม่ได้ฉี่รดที่นอนซะหน่อย เห็น ๆ กันอยู่ว่าบนผ้าห่มเธอเป็น้ำ ไม่ใช่ฉี่!”
หลินเนี่ยนแย้ง “แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าเป็น้ำไม่ใช่ฉี่ นี่ คุณผู้หญิง ไม่ต้องกลัวเื่ฝันแล้วฉี่รดที่นอนหรอก มันรักษาให้หายได้”
เซียวหลานลนลาน “บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ฉี่แต่เป็น้ำ ฉันเป็คนสาดเองทำไมฉันจะไม่รู้!”
ทุกคน “…”
พวกสุยเจี้ยนิ “…”
หลินเนี่ยนพูดขึ้น “คุณเ้าหน้าที่คะ รบกวนเชิญตำรวจรถไฟมาเถอะค่ะ ฉันไม่กล้าอยู่ตู้เดียวกับเธอคนนี้แล้ว”
“ครั้งนี้เธอสาดน้ำ แต่ครั้งต่อไปใครจะรู้ว่าเธอจะใช้วิธีชั่วร้ายอะไรมาจัดการกับลูกหลานชนชั้นแรงงานที่เธอดูถูกอย่างพวกเราอีก”
พนักงานประจำขบวนรถก็คิดว่าเซียวหลานหาเื่เก่งจริง ๆ จึงพยักหน้าตอบรับ “ได้ค่ะ ฉันจะไปเรียกตำรวจรถไฟมาเดี๋ยวนี้”
เซียวหลานรับเื่นี้ได้ที่ไหน
เธอชี้นิ้วพลางบอกให้จับหลินเนี่ยน ปากก็โวยวายว่าเป็ความผิดของหลินเนี่ยน หลินเนี่ยนเป็คนหาเื่
เหล่าผู้คนโดยรอบที่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงทะเลาะวิวาทพูดแทนหลินเนี่ยน “ไม่นะ เราได้ยินแค่เธอกรีดร้องเสียสติอยู่คนเดียว!”
“อีกอย่าง คนที่สาดน้ำก็คือเธอ!”
“ใครที่ต้องสะดุ้งตื่นเพราะถูกสาดน้ำตอนกลางดึก ก็ต้องคิดว่าชั้นบนฉี่รดที่นอนทั้งนั้นแหละ จะให้คิดว่ารถไฟหลังคารั่วงั้นเหรอ!”
เซียวหลานเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้เสียที่ไหน
เธอไม่เคยถูกปฏิบัติแบบนี้มาก่อน เธอในตอนนี้มีแม้กระทั่งความคิดที่จะฆ่าหลินเนี่ยนแล้ว
เพื่อไม่ให้พนักงานไปหาตำรวจรถไฟ สุยเจี้ยนิจึงตามพนักงานรถไฟไปตลอดทาง เมื่อออกจากตู้โดยสารก็ลากพนักงานคนนั้นไปพูดคุยเป็การ ‘ส่วนตัว’
เขายัดซองจดหมายซองหนึ่งให้อีกฝ่าย สิ่งที่ใส่เอาไว้ในซองคือเงินกับตั๋ว
พนักงานประจำขบวนรถเห็นแล้วก็ถอนหายใจ “ถ้าพวกคุณได้รับการให้อภัยจากผู้หญิงคนนั้น และสัญญาว่าจะไม่ก่อเื่อีก ฉันก็จะไม่ไปเรียกตำรวจรถไฟ”