" ช่างอาวุธสมัยนี้มีทักษะการหลอมเหล็กตีเหล็กอยู่ในระดับต่ำสิ้นดี! ถ้าข้ายังมีชีวิตอยู่ล่ะก็อาวุธของพวกเ้าก็คงมีค่าไม่ต่างไปจากไม้ไล่แมลงวันเท่านั้นแหละ! "
ิญญาคนแคระยังคงวิพากษ์วิจารณ์อยู่นานหลายนาที แต่แล้วจู่ๆ เขาก็เงียบปากลงอย่างไม่ทราบสาเหตุและเริ่มหาที่ซ่อนตัวจากบางสิ่งด้วยสีหน้าหวาดผวาพร้อมใช้พลังิญญาปกปิดกลิ่นอายของตน
หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานสิ่งมีชีวิตสวมผ้าคลุมสีเทา 2 ร่างถือดาบเล่มโตเดินตรงเข้ามาในร้าน ร่างที่เดินอยู่หน้าสุดถือตะเกียงไฟสีดำในมือและออกค้นหาบางสิ่ง
เห็นได้ชัดว่ายิ่งตะเกียงไฟอยู่ใกล้ดวงิญญาคนแคระมากเท่าไหร่ เปลวเพลิงภายในตะเกียงก็จะยิ่งลุกโชนขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตอบสนองต่อดวงิญญาที่กำลังปิดบังตัวตน
[ ผู้เก็บดวงิญญา ] ระดับสูง
ค่าพลังเวทย์:0
ค่าพละกำลัง: 0
ค่าพลังิญญา: 99,000
" ทางนั้น..." ผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาที่ถือตะเกียงชี้นิ้วไปทางตู้เก็บอาวุธที่ิญญาคนแคระกำลังใช้หลบซ่อนตัว
เมื่อรู้ตำแหน่งของเป้าหมาย ชั่วพริบตาเดียวร่างของผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาที่ถือดาบได้พุ่งตรงเข้าไปพร้อมใช้ดาบเล่มโตแทงบริเวณหน้าท้องิญญาคนแคระจนทะลุและลากออกมา
ส่วนทางด้านของเดธไม่ได้สนใจเหตุการณ์เบื้องหน้า เนื่องจากเขาเคยเห็นภาพแบบนี้แทบทุกวันจนชินตาไปเสียแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดเขาไม่้าเข้าไปก้าวก่ายโลกหลังความตาย ตราบเท่าที่ผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาไม่มายุ่งกับเขาหรือยุ่งกับดวงิญญาของผู้กล้าเหมือน่หลายสิบวันที่ผ่านมาก็พอ
" หือ?..."
ขณะกำลังนำดวงิญญาของคนแคระไปพิพากษาตามกฎ ทันใดนั้นอยู่ดีๆ เปลวเพลิงภายในตะเกียงก็เริ่มลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง แถมครั้งนี้ยังลุกโชนรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนราวกับมันกำลังตอบสนองต่อดวงิญญาจำนวนมาก
ผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาเดินตามเปลวเพลิงในตะเกียงมาเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดลงเบื้องหน้าของเดธ
" มนุษย์ผู้นี้มีบางสิ่งผิดปกติ..." ร่างในผ้าคลุมสีเทาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งฟังดูน่าขนลุก มันจ้องมองมนุษย์ตรงหน้าอยู่นานพอสมควรราวกับกำลังตรวจสอบอะไรบางอย่าง โดยหารู้ไม่ว่ามนุษย์คนนี้สามารถได้ยินและมองเห็นมันเช่นเดียวกัน
" นำดวงิญญาของมนุษย์ผู้นี้กลับไปด้วย.."
ร่างที่ถือตะเกียงชี้นิ้วสั่งให้ผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาอีกตนโจมตีเพื่อเอาิญญาของเดธกลับไปที่ปรโลกโดยการฆ่า
นัยตาสีโลหิตของยมทูตหรี่ลงแสดงออกถึงความไม่พอใจหลังจากได้ยินเช่นนั้น เขาหันไปพูดคุยกับโอดินว่า้าเดินเลือกหาอาวุธเพียงลำพัง แน่นอนว่ามันเป็เพียงข้ออ้างเพื่อจะได้จัดการผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญา
เมื่อโอดินเดินจากไปได้ไม่นาน ร่างในผ้าคลุมสีเทาถือดาบเล่มโตพุ่งเข้าไปประชิดตัวมนุษย์ตรงหน้าหมายจะมอบความตายให้
แต่ทว่าทันใดนั้นอยู่ดีๆ ก็มีหมอกหนาสีดำปรากฏเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องบดบังวิสัยทัศน์ทำให้มองไม่เห็นสิ่งใด
สองผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาและหนึ่งดวงิญญาคนแคระสั่นสะท้านไปทั่วร่าง หมอกดำปริศนาเ่าั้แฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายเย็นะเืหนาวเหน็บจนรู้สึกราวดวงิญญากำลังถูกแช่แข็ง
เวลาผ่านไปไม่นานวิสัยทัศน์ค่อยๆ กลับมาเป็ปกติประดุจดั่งสายหมอกของฤดูหนาวที่กำลังพัดผ่านไปตามสายลม...
" ที่นี่...ที่ไหนกัน? "
ิญญาคนแคระอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ภายในร้านตีเหล็กเหมือนเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนเพราะภาพเบื้องหน้าเต็มไปด้วยต้นไม้ตายซากไร้ชีวิตชีวาอยู่ทุกหนแห่ง เหนือขึ้นไปบนท้องนภาคือกลุ่มเมฆครึ้มและจันทราสีแดงฉานปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความสิ้นหวังลงสู่เบื้องล่าง
ที่แห่งนี้คือขุมนรกของผู้ถูกกลืนกินดวงิญญาโดยยมทูตเป็สถานที่ไร้ซึ่งทางออก พวกเขาทั้งหมดต่างถูกกลืนกินโดยไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด....
ตู้มม!!
ตะเกียงในมือของผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาแตกะเิเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เมืุ่์ผู้ที่พวกมันเคยคิดจะ่ชิงดวงิญญาปรากฏกาย
" มนุษย์ที่มีกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายมหาศาลเช่นเ้าไม่สมควรมีชีวิต จงหยุดต่อต้านและยอมให้พวกเรานำิญญาของเ้ากลับไปพิพากษาซะ..." ร่างในผ้าคลุมสีเทาชี้ดาบเล่มโตในมือไปทางเดธ พลังจำนวนมากเริ่มหลั่งใหลรวมตัวกันอยู่ที่ปลายดาบก่อนที่พลังนั้นจะพุ่งเป็เส้นตรงเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วมหาศาล
" อ่อนแอ..." เดธจ้องมองพลังซึ่งกำลังตรงเข้ามาด้วยสายตาเ็าพร้อมยกนิ้วชี้ไปด้านหน้า
่เวลานั้นบริเวณปลายนิ้วของเขามีพลังิญญาสีดำรวมตัวกันเป็กลุ่มก้อน พุ่งออกไปเป็เส้นตรงเช่นเดียวกันและปะทะเข้ากับพลังของฝ่ายตรงข้ามจนส่งผลให้เกิดแผ่นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง
" เป็ไปไม่ได้! "
ผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาเริ่มตื่นตะหนกเมื่อเห็นพลังของตัวเองกำลังถูกพลังของมนุษย์ผลักดันและกลืนกินอย่างรวดเร็ว จึงรีบเคลื่อนย้ายออกจากตำแหน่งเดิมในทันทีเพื่อหลบหลีกพลังสีดำที่พุ่งตรงมาหามัน
ตู้ม!!!
" แม่เ้าโว้ย......ถ้าโดนเข้าไปมีหวังได้ตายรอบสองแหงๆ! " คนแคระอุทานเสียงดัง พลังสีดำเมื่อครู่พึ่งจะลบูเาสูงหลายพันเมตรหายไปในพริบตาด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวจนผู้ชมเช่นเขาถึงกับหวาดผวา
" อะไรหน่ะ!? " สิ่งที่น่าใปรากฏอยู่เบื้องหน้าของคนแคระอีกครั้ง หมอกดำปริศนาค่อยๆเข้าปกคลุมร่างกายมนุษย์หนุ่มคนนั้นจนมืดมิดก่อนจะสลายหายไปในเวลาต่อมา
ทว่าสิ่งที่ปรากฏออกมาหลังจากหมอกจางลงไม่ใช่เด็กหนุ่มเผ่าพันธุ์มนุษย์คนเดิม แต่มันกลับเป็ร่างโครงกระดูกสวมผ้าคลุมสีดำพร้อมเคียวด้ามยาวในมือ
ดวงตาสีโลหิตของร่างดำทมิฬจ้องมองสองผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาอย่างเยือกเย็นและชั่วพริบตาเดียวร่างนั้นได้มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าใช้มืออันทรงพลังบีบลำคอผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาที่ถือดาบจนตัวลอยเหนือพื้นดิน....
" บังอาจ! " ดาบเล่มโตถูกเหวี่ยงอีกครั้งหมายจะจัดการศัตรูปริศนาผู้กล้าท้าทายสิ่งมีชีวิตที่ควบคุมดวงิญญาเช่นมัน
แต่ทว่า...
ฉวัะ!
แขนข้างที่ถือดาบถูกยมทูตดึงกระชากจนขาดออกจากร่างภายในเสี้ยววินาทีไร้ซึ่งความปราณีใดๆ
[ จงสูญสลายสู่ความว่างเปล่า...]
ตู้ม!
ร่างในอุ้งมือได้แตกสลายดับสิ้นสู่ความว่างเปล่าไม่หลงเหลือเศษเสี้ยวแห่งดวงิญญาให้คืนชีพกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
ผู้ใดก็ตามที่คิดหันคมดาบเข้าหายมทูตพร้อมจิตสังหารจะได้รับค่าตอบแทนอย่างสาสม นั่นก็คือความตายชั่วนิรันดร์!
" บุรุษสวมผ้าคลุมสีดำและออร่าแห่งความตาย? หรือว่าแท้จริงแล้วเ้าคือบุคคลที่ท่านผู้นั้นเตือนให้ระวัง..." ผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาตนสุดท้ายก้าวถอยหลังหลายก้าวด้วยความหวาดผวา
่หลายสิบวันที่ผ่านมาได้เกิดความโกลาหลขึ้นมากมายที่โลกหลังความตาย โดยต้นต่อของเหตุทั้งหมดเกิดจากบุรุษปริศนาสวมผ้าคลุมสีดำที่มีพลังิญญาจำนวนมหาศาลจนยากจะหยั่งถึง
มิหนำซ้ำบุรุษปริศนาผู้นี้ยังกล้าท้าทายผู้ปกครองนรกโดยการขัดขวางและทำลายผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาครั้งแล้วครั้งเล่าสร้างความไม่พอใจให้แก่จ้าวนรกเป็อย่างมาก
พึบ!
ร่างยมทูตหายไปจากตำแหน่งเดิมก่อนจะมาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าของผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาและใช้มือที่มีแต่กระดูกบีบลำคอเป้าหมาย
" เ้า....อยากได้ิญญาของข้า? ถ้าเช่นนั้นข้าจะ่ชิงดวงิญญาของเ้าเช่นเดียวกัน....." น้ำเสียงแหบแห้งแฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายถูกเปล่งออกมาจนฝ่ายตรงข้ามถึงกับสั่นสะท้าน
จากนั้นไม่นานโซ่ทมิฬปลายแหลมหลายสิบเส้นพุ่งขึ้นมาจากผืนดินเข้าทิ่มแทงร่างกายของผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาทุกทิศทางและดึงลากจมดิ่งสู่ผืนปฐีเพื่อส่งลงไปขังอยู่ท่ามกลางเหล่าิญญาชั่วร้ายที่ไม่ได้รับใช้ยมทูตซึ่งเป็สถานที่เดียวกันที่ใช้กักขังราชันย์ิญญา
เป็สถานที่แสนป่าเถื่อนเลวร้ายยิ่งกว่าเลวร้าย แม้อยากจะตายแต่ก็ตายไม่ได้ สิ่งที่รอคอยมีเพียงสิ้นหวังและความทุกข์ทรมารไม่มีจุดสิ้นสุด
ผู้เก็บเกี่ยวดวงิญญาที่กำลังจมดิ่งลงสู่ผืนปฐีเงยหน้ามองยมทูตและเอ่ยด้วยวาจาเชิงข่มขู่....
" ท่านผู้นั้นจะไม่ให้อภัยเ้า....และเ้าจะไม่มีทางปกป้องดวงิญญาของเหล่าผู้กล้าได้ตลอดรอดฝั่งหรอกเพราะสักวันหนึ่งท่านผู้นั้นจะลงมารับเอาิญญาของผู้กล้าทั้งหมดด้วยตนเอง ฮึฮึฮึฮึ "