บทที่ 6 ซีซีฉลาดมาก
ฟ่านซีซีจ้องพี่สาวตัวเองแวบหนึ่ง แล้วหันไปหาฟ่านจิ่นเฉิง “พี่เรียนเก่ง พี่ไปพูดให้แม่ฟังหน่อยสิ”
ฟ่านจิ่นเฉิงลุกขึ้นอย่างว่าง่าย เขาเดินไปหาแม่ตัวเองและแม่ของซีซี แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ซีซียังเด็ก ผมไม่รีบร้อนหรอกครับ ตอนนี้สิ่งที่ผมทำได้คือตั้งใจเรียน สอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ เพื่ออนาคตของผมกับซีซี ผมจะพยายามทำให้ซีซีมีชีวิตที่ดี ไม่ต้องกังวลอะไร และมีความสุข ซีซีเป็แรงผลักดันให้ผมตั้งใจเรียนมาตลอด ดังนั้นแม่กับป้าวางใจเถอะครับ ผมจะดูแลเธออย่างดี และรู้จักขอบเขต ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”
เฉินเยว่อิงมองเด็กหนุ่มที่ยังดูอ่อนเยาว์ แต่ตัวสูงกว่าเธอมาก เธอนิ่งงันไปครู่ใหญ่ กว่าจะเอ่ยอะไรออกมาได้
“จิ่นเฉิง เธออายุแค่สิบเจ็ดเองไม่ใช่เหรอ คิดมากไปหรือเปล่า คิดไกลเกินไปไหม?”
คำสัญญาของเด็กหนุ่ม จะคงอยู่ไปจนถึงตอนที่พวกเขาโตเป็ผู้ใหญ่แล้วจริงหรือ?
แต่ฟ่านจิ่นเฉิงกลับพูดอย่างจริงจังว่า “พ่อผมเสียั้แ่ผมยังเด็ก ถึงแม้ว่าอีกสองเดือนผมจะอายุครบสิบแปดปีแล้ว แต่ผมก็เป็ผู้ใหญ่มากกว่าเด็กคนอื่น ๆ คิดอะไรไกลกว่า ผมจะรับผิดชอบตัวเองและซีซี ผมจะไม่กดดันซีซี ถ้าความสัมพันธ์ของเรายืนยาว เมื่อซีซีอายุครบยี่สิบปี ผมหวังว่าพวกคุณจะอวยพรให้เรา”
เฉินเยว่อิงถึงกับพูดไม่ออก นี่จะให้เธออวยพรเลยเหรอ?
เธอไม่อวยพรได้ไหม ลูกสาวเธอยังเด็กอยู่เลย อีกสามเดือนก็เพิ่งจะอายุสิบหกเอง!
แต่ถ้าไม่เห็นด้วย ก็ดูเหมือนจะไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธ
ตอนนี้ฟ่านเจวียนเจวียนยกนิ้วโป้งให้ฟ่านจิ่นเฉิง “ฟ่านจิ่นเฉิง ฉันยอมนายแล้ว นายมันยอดจริง ๆ พูดซะจนฉันเชื่อเลย นายนี่แหละน้องเขยที่ฉันยอมรับ”
พอพูดจบ เธอก็หันหลังกลับเข้าห้องไป
แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกเศร้าเหลือเกิน ทำไม์ถึงไม่ส่งผู้ชายอย่างฟ่านจิ่นเฉิงมาให้เธอสักคนนะ
ส่วนหลิ่วซิ่งฟาง เมื่อเห็นลูกชายพูดไปมากแล้ว ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ได้แต่ยืนนิ่ง ๆ ไอออกมาเป็ครั้งคราวเพื่อกลบเกลื่อนความอับอาย
ฟ่านจื้อซิงยืนฟังอยู่ข้าง ๆ นานสองนาน สุดท้ายก็พูดอะไรบางอย่างออกมา ทำให้เื่ทุกอย่างสงบลง
“เอาล่ะ เื่ของเด็ก ๆ ปล่อยให้พวกเขาโตขึ้นแล้วจัดการกันเองเถอะ! ซีซี จิ่นเฉิงเขามีแรงผลักดันในการเรียนเพื่อลูก ดังนั้นต่อไปนี้ลูกก็ต้องตั้งใจเรียนด้วยล่ะ อย่าให้จิ่นเฉิงเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังได้ แต่ลูกจบแค่ชั้นมัธยมปลาย แบบนั้นทั้งสองคนจะยิ่งห่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆ”
ฟ่านซีซีเห็นว่าในที่สุดเธอก็มีสิทธิ์พูดบ้าง จึงรีบพยักหน้าทันที “ค่ะ หนูจะตั้งใจเรียน หนูจะสอบเข้าคณะแพทย์ให้ได้”
เฉินเยว่อิงถึงกับเอามือกุมขมับ “แค่บอกให้ลูกตั้งใจเรียน ไม่ได้บอกให้ลูกสอบเข้าคณะแพทย์ ด้วยผลการเรียนของลูก คิดว่าจะสอบเข้าคณะแพทย์ได้จริง ๆ เหรอ”
“แล้วหนูจะเริ่มตั้งใจเรียนั้แ่ตอนนี้ไม่ได้เหรอ?”
ฟ่านซีซีก็โกรธไม่น้อยเหมือนกัน ถึงแม้ก่อนหน้านี้เธอจะไม่ชอบเรียน แต่ตอนนี้เธอได้กลายเป็นักปลูกพืชิญญาระดับสมบูรณ์แบบแล้ว ทั้งความจำและความเข้าใจของเธอดีกว่าแต่ก่อนเป็ร้อยเท่า การเรียนสำหรับเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ฟ่านจิ่นเฉิงมองฟ่านซีซีแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นอย่างชาญฉลาดว่า “ใช่ครับ ต่อไปนี้ผมจะดูแลเื่เรียนของซีซีเอง ซีซีฉลาดมาก ผลการเรียนต้องดีขึ้นแน่นอน”
“ก็ได้ ในเมื่อเธอพูดแบบนี้แล้ว ฉันก็ไม่ขอยุ่ง ส่วนเื่เปิดซูเปอร์มาร์เก็ต พวกเธออยากทำยังไงก็ทำเถอะ”
ฟ่านจิ่นเฉิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ผมกับซีซีจะรับผิดชอบแค่เื่การตกแต่งและช่องทางจัดหาสินค้าของซูเปอร์มาร์เก็ต หลังจากนั้นเราต้องให้ความสำคัญกับเื่เรียนเป็หลัก ลุงกับป้าเองก็เพิ่งย้ายบ้าน งานเก่าก็ทำไม่ได้แล้ว แม่ของผมก็เหมือนกัน ผมว่าพวกคุณทั้งสามคนควรมาช่วยกันบริหารซูเปอร์มาร์เก็ต จะได้ไม่ต้องไปจ้างใคร”
หลิ่วซิ่งฟางเห็นลูกชายถึงกับจัดแจงให้ตัวเองเสร็จสรรพก็อดขำไม่ได้ แต่ต้องยอมรับว่าเป็ความคิดที่ดี
ส่วนเฉินเยว่อิง เมื่อเห็นว่าหลิ่วซิ่งฟางดูจะไม่มีข้อโต้แย้งอะไร บวกกับคิดว่าลูกสาวอาจจะได้แต่งงานกับฟ่านจิ่นเฉิงจริง ๆ เธอก็เลยตอบตกลง
“ตกลง! งั้นพวกเราสามคนแก่ ๆ จะช่วยกันดูแลซูเปอร์มาร์เก็ตเอง พวกเธอตั้งใจเรียนเถอะ”
ฟ่านจื้อซิงเห็นภรรยาพูดแบบนั้นก็เสริมขึ้นบ้าง “พรุ่งนี้ฉันจะไปดูซูเปอร์มาร์เก็ตกับพวกเธอด้วย ในเมื่อตัดสินใจจะเปิดแล้วก็ต้องรีบทำให้เสร็จ ถึงจะเปิดได้เร็ว ๆ”
“ครับ”
เมื่อตกลงกันได้แล้ว ฟ่านจิ่นเฉิงก็รีบขอตัวกลับกับแม่ ส่วนฟ่านซีซีรีบฉวยโอกาสนี้วิ่งไปอาบน้ำทันที
เธอกลัวว่าพ่อกับแม่อาจจะเรียกไปอบรมสั่งสอนอีก
……
การตกแต่งบ้านเป็เื่ที่เหนื่อยและเสียเวลามาก แต่เพราะมีฟ่านจิ่นเฉิง ทุกอย่างเลยผ่านไปด้วยดี
สิบวันต่อมา ‘ร้านอีเหริน’ ที่ฟ่านซีซีออกแบบอย่างพิถีพิถันก็เสร็จสมบูรณ์
ชื่อ ‘ร้านอีเหริน’ ตั้งใจให้สอดคล้องกับ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’
แม้จะใช้ชื่อว่าร้าน แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ต่างอะไรจากซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่
ความแตกต่างเล็กน้อยคือ ฟ่านซีซีได้ใช้ความสามารถของเธอในฐานะนักปลูกพืชิญญา ตกแต่งมุมหนึ่งของร้านค้าให้เป็สวนขนาดย่อม ขายต้นไม้ที่เหมาะสำหรับปลูกในบ้าน เช่น ต้นพลูด่าง ต้นแมงมุม และอื่น ๆ อีกมากมาย
การประดับประดาด้วยต้นไม้และดอกไม้ ทำให้ร้านค้าดูสวยงามและหรูหราเป็พิเศษ แม้จะยังไม่เปิดอย่างเป็ทางการ แต่ก็มีคนเดินเข้าออกอยู่เรื่อย ๆ
ฟ่านจิ่นซินที่ไม่ค่อยชอบหน้าฟ่านซีซี ก็มาเดินดูร้านที่ตกแต่งเสร็จแล้วหลายรอบกับแม่ของเธอ
ระหว่างที่ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน ฟ่านจิ่นซินก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า “สินค้าในร้านจัดเรียบร้อยแล้ว เมื่อไหร่จะเปิดร้านคะ หนูจะได้ชวนเพื่อน ๆ มา”
เฉินเยว่อิงพูดด้วยน้ำเสียงปวดหัวเล็กน้อยว่า “จริง ๆ วันที่ 28 สิงหาคม เป็วันที่ดีนะ แต่่นั้นครอบครัวเราทั้งสองคงยุ่งกับการย้ายบ้าน คงไม่มีเวลาเปิดร้าน การย้ายบ้านก็ต้องดูวันมงคลเหมือนกัน และมีคนพูดกันว่า ต้องสร้างบ้านก่อนแล้วค่อยสร้างธุรกิจ เพราะฉะนั้น การเปิดร้านคงต้องเลื่อนออกไปก่อน”
“ร้านบางร้านเขาก็มี่ทดลองเปิดร้านไม่ใช่เหรอคะ พวกเราทดลองเปิดร้านก่อน แล้วค่อยเลือกวันเปิดร้านอย่างเป็ทางการอีกทีไม่ได้เหรอ?”
อันที่จริงฟ่านจิ่นซินอยากลองััความรู้สึกของการเป็เ้าของร้าน ครอบครัวของเธอก็ร่วมลงทุนกับร้านนี้ แม้ว่าสุดท้ายจะยกให้ฟ่านซีซีไปแล้ว แต่นี่ก็ถือเป็ร้านของครอบครัว เธอจึงแอบรู้สึกภูมิใจในฐานะเ้าของอยู่บ้าง
“ลูกแค่อยากอวดเพื่อน ๆ ใช่ไหมล่ะ?” หลิ่วซิ่งฟางรู้ทันความคิดของลูกสาว
ฟ่านจิ่นซินรู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย เธอเบะปากไม่พูดอะไร
ฟ่านซีซีอยากหารายได้เร็ว ๆ เมื่อได้ยินข้อเสนอของฟ่านจิ่นซิน เธอก็รีบยกมือเห็นด้วยทันที
“หนูว่าจิ่นซินพูดถูกนะคะ ลองเปิดร้านแบบทดลองก่อน ค่อย ๆ ศึกษาความ้าของลูกค้า ปรับเปลี่ยนสินค้าและบริการให้ทันท่วงที แบบนี้ยอดขายหลังเปิดร้านอย่างเป็ทางการก็จะพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ พี่จิ่นเฉิง คิดว่าไงคะ?”
แน่นอนว่าฟ่านจิ่นเฉิงเห็นด้วยกับทุกอย่างที่ฟ่านซีซีพูด เขาพยักหน้า “อืม ทดลองเปิดร้านก็ได้”
หลิ่วซิ่งฟางเองก็ใจอ่อนในทันที “งั้นทดลองเปิดร้านดูก่อนแล้วกัน”
พอได้ยินคำพูดของพี่ชายและแม่ ฟ่านจิ่นซินก็แทบจะอาเจียนเป็เื
เธอเสนอให้ทดลองเปิดร้าน พวกเขากลับไม่ตอบสนองอะไร พอฟ่านซีซีพูด พวกเขากลับเห็นด้วย ทำไมถึงลำเอียงกันขนาดนี้นะ!