โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
“เราไปคุยกันที่เข้าห้องอาหารเถิด” ฮุยไฉกล่าวเชิญทั้งคู่
ในห้องอาหารนี้บรรยากาศเป็ส่วนตัว ให้ความรู้สึกเหมือนมากินข้าวกับคนในครอบครัว โต๊ะกลมไม้สักอย่างดี ตรงกลางของโต๊ะเป็กระจกกลม เมื่อวางจานอาหารแล้วสามารถได้รอบทิศ มีเก้าอี้เพียง 6 ตัวเสริมเบาะนุ่มอย่างดี พอทั้งสามนั่งที่เก้าอี้ตนแล้ว ผู้ดูแลเริ่มรินน้ำชาให้ กลิ่นชาดอกไม้ส่งกลิ่นหอมไปทั่วห้อง
“ชาดอกเก๊กฮวย ลองชิมดูก่อนเถิด อีกสักครู่อาหารก็มาแล้ว ห้องนี้เป็ห้องอาหารส่วนตัวของข้า อาจเล็กไปหน่อยแต่คิดว่าบรรยากาศดี ให้ความเป็กันเอง”
“ไม่เลยขอรับท่านตา ห้องนี้ใหญ่มาก ที่นั่งก็นุ่ม ข้าไม่เคยเห็นโต๊ะแบบนี้ด้วย” เฟยหลงตอบตามที่คิด
“โต๊ะนี้ตรงกลางกระจกนั้นหมุนได้ เมื่ออาหารมาแล้วจะวางตรงนั้น ท่านลองหมุนดู สะดวกขึ้นเชียวแหละ” เขาตอบด้วยความเอ็นดู หน้าตาช่างเหมือนท่านผู้นั้น แต่ช่างสดใส เขาพลอยสดชื่นมีชีวิตชีมาไปด้วย
“ข้าลองหมุนได้หรือขอรับ!”
“ได้สิ เพียงแต่ต้องค่อยหมุนหน่อย” ชายชราตอบรับทันที
เฟยหลงประทับใจขึ้นไปอีกท่านตาผู้นี้ช่างใจดี จ่ายตำลึงซื้อชุดท่านแม่ ใจดีเลี้ยงอาหาร และอนุญาตให้เขาลองหมุนโต๊ะได้ด้วย เขาหันไปมองท่านแม่ ท่านแม่ก็ยิ้มพยักหน้าเบา ๆ เป็อันว่าทำได้
“ขอบคุณขอรับท่านตาใจดี”
เขายิ้มขึ้นมาเมื่อได้รับการเรียกที่ถูกใจ
“ข้าไปเล่าให้เขาฟังเ้าค่ะ ว่าเอาชุดเก่ามาขายแล้วท่านให้ตำลึงเยอะ วันนี้เลยพามากินขนมได้” เฟยฮวาไขข้อสงสัยให้ชายชราฟัง
“ชุดงามเลยขายได้ราคาสูง”
“จริงขอรับท่านตา!”
“แล้วนี่บิดาไม่มาด้วยหรือ วันหยุดเรียนทั้งที” ชายชราลองถาม
“ท่านพ่อข้าเป็ทหาร อยู่ในกองทัพขอรับ ติดงานไม่ว่างมา” เฟยหลงสีหน้าหงอยขึ้นทันทีที่พูดถึงท่านพ่อ เขาอยากให้ท่านพ่อมาอยู่ตรงนี้ด้วยกัน
ฮุยไฉฟังแล้วครุ่นคิด เพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านจ้าวเป็คนของกองทัพ ความจริงเขาไม่รู้พื้นเพเลยด้วยซ้ำ
เฟยฮวาเห็นสีหน้าเมื่อเขาได้ยินคำตอบแล้วก็แปลกใจ ท่านผู้าุโฮุยไฉคล้ายไม่รู้ว่าสามีนางเป็ทหาร รู้จักกันแบบใด ความสัมพันธ์ดูแปลกไปหมด มีแต่เื่น่าสงสัย
“อย่าได้เศร้าไป บิดาของท่านทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ทหารคือผู้ปกป้องดูแลแคว้น ทำงานเสียสละความสุขส่วนตัว ต้องอยู่ห่างไกลจากครอบครัว ท่านจงภูมิใจในตัวบิดาเถิด” ชายชราเอ่ยปลอบใจ เขาอยู่มานานหลายสิบปีแล้ว ย่อมเคยเห็นาที่เคยเกิดขึ้น ทหารกล้าทั้งหลายล้วนน่านับถือ เสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องรักษาแคว้น
“ขอรับท่านตา ข้าภูมิใจในตัวท่านพ่อที่สุด” เฟยหลงฟังแล้วก็ตาเป็ประกายอีกครั้ง ท่านพ่อเขาช่างเก่งนัก
“ภูมิใจเข้าไว้นั้นถูกต้องแล้ว ตอนข้ายังเด็กก็เคยได้รับการช่วยเหลือจากทหารนะ”
“จริงหรือขอรับ ท่านตาเล่าให้ข้าฟังหน่อย” เฟยหลงถามด้วยความสนใจ
“ตอนข้าตัวเท่าท่าน ตอนนั้นแคว้นเรายังทำากับแคว้นโดยรอบ คนชั่วฆ่าไม่เลือกแม้กระทั่งเด็กหรือสตรีก็ไม่เว้น ไล่เผาบ้านเผาเมือง จนกลางดึกวันหนึ่ง เรือนข้าโดนลอบเผา มีทหารกล้าฝ่าเพลิงมาช่วย ครอบครัวเราเลยรอดมาได้”
ชายชราเล่าเื่ในอดีตให้เฟยหลงฟัง มีแต่เื่น่าตื่นเต้นทั้งนั้น เด็กชายฟังอย่างเพลิดเพลิน ซักถามไปเรื่อยด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ดีจริงขอรับ ที่ท่านพ่อไม่ได้อยู่กับข้าในตอนนี้ คงเป็เพราะกำลังช่วยเหลือใครสักคนเช่นกัน”
“ย่อมเป็เช่นนั้น” ชายชรายิ้ม ไปถามเื่บิดาจนทำให้เด็กชายเศร้า เขาก็ต้องรับผิดชอบ
“โตไปข้าจะเข้ากองทัพเหมือนท่านพ่อ”
“ตอนนี้เพียงกินให้มาก ทำร่างกายให้แข็งแรง อนาคตอยากเป็เช่นไร ท่านย่อมทำได้”
เฟยฮวาฟังบทสนทนาแล้ว ท่านผู้าุโฮุยไฉดูปกติดี นอกจากตอนใที่พบหน้าบุตรชายนางครั้งแรก นอกนั้นล้วนปกติ ออกจะเอ็นดูเฟยหลงด้วยซ้ำ พูดคุยอย่างใจเย็น ตอบข้อสงสัยอย่างไม่มีเบื่อ แต่ความสัมพันธ์ของเขากับสามีนางนั้น ต้องมีสิ่งเชื่อมโยงกันแน่นอน นึกสงสัยในตัวสามี แต่คนเรานั้นล้วนความลับกันทุกคน ตัวนางเองก็เช่นกัน
เสียงเคาะประตูดังขึ้น อาหารหน้าตาน่ากินเริ่มมาวางที่กระจกโต๊ะกลม พอเรียบร้อยแล้ว ชายชราให้คนดูแลออกไปด้านนอก เขาจะดูแลแขกเอง รายการอาหารทะเลมากถึง 7 จาก 10 จาน เฟยฮวาไม่คิดว่าเขาจะจริงจังในการเอาใจบุตรชายนางขนาดนี้
หมึกไข่แดดเดียวทอดพร้อมน้ำจิ้มพริกหวาน กระเพาะปลาน้ำแดงเนื้อปู ปลาหิมะนึ่งชีอิ๊ว กุ้งเผาผ่าครึ่งตัวโต เนื้อปูลวกจิ้ม ไข่เจียวปู หอยสั้นเป้ยกระเทียมพริกไทย หมูตงพอตุ๋นอย่างดี ไก่ทอดซอสส้ม และข้าวผัดทะเลรวมจานั์
เฟยหลงมองอาหารอย่างตาเป็ประกาย มีแต่อาหารทะเลของโปรด ต้องรอให้ผู้ใหญ่อนุญาตหรือกินก่อน เขาถึงจะเริ่มได้
“เลื่อนแบบนี้ ท่านรับข้าวสวยหรือเข้าผัดทะเลดี ข้าจะตักให้” ชายชราขยับกระจกกลมตรงกลาง ทำเป็ตัวอย่างให้เด็กชายดู พร้อมถามความ้า
“ข้าดูแลบุตรชายเองเ้าค่ะ” เฟยฮวาเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็ไร ให้ข้าเลี้ยงหลานสักวันเถิด หลานข้าโตหมดแล้ว พอเห็นบุตรชายท่านแล้วเอ็นดูนัก” เขาเอ่ยอย่างไม่ยอมให้ใครแย่งหน้าที่นี้เด็ดขาด รู้สึกเอ็นดูเฟยหลงยิ่งนัก หายากเด็กที่จะชอบคุยกับคนแก่ ขนาดหลานแท้ ๆ ตอนเล็ก ยังไม่เคยคุยกับเขาขนาดนี้เลย
“เช่นนั้นรบกวนท่านด้วยเ้าค่ะ เฟยหลงบอกท่านตาไปเถิดว่า้าสิ่งไหน” นางยิ่งเป็โรคแพ้เด็กและคนชราอยู่ ใจอ่อนทุกทีเวลาเห็นสีหน้าเหงาหงอยเช่นนั้น
“ข้าวผัดทะเลขอรับ!” เด็กชายเอ่ย
“ได้ ตาตักให้ เอากุ้ง ปู หมึกให้เ้าเยอะ ๆ” เขาเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี พร้อมเปลี่ยนสรรพนามการเรียกให้เสร็จสรรพ
“ขอบคุณขอรับท่านตา แล้วท่านตากับท่านแม่กินอะไรขอรับ ข้าเลื่อนให้” เฟยหลงเอ่ยอย่างใจดี พร้อมหมุนกระจกโต๊ะกลมบริการทั้งสอง
แล้วจะไม่ให้เขาเอ็นดูได้อย่างไร เป็เด็กที่จิตใจดีแท้ ท่านผู้นั้นแม้เ็าแต่ก็เลี้ยงดูลูกได้ออกมาดีนัก และอาจเพราะการเลี้ยงดูของมารดา
เฟยหลงเลื่อนกระจกตรงกลาง ให้จานปลาหิมะไปตรงหน้าชายชรา
“ทานปลาขอรับท่านตา ท่านแม่เคยบอกว่าปลาย่อยง่าย ดีต่อสุขภาพยิ่งนัก”
พอท่านตาตักปลาแล้วเขาก็เลื่อนไปทางท่านแม่ ดูแลทั้งคู่ไม่มีตกหล่น เป็มื้ออาหารที่เต็มไปด้วยความสุข กินข้าวกันได้เยอะทุกคน
อาหารวันนี้อร่อยมาก ถูกใจเฟยหลงทั้งหมด หมึกไข่แดดเดียวทอดรายการอาหารใหม่ที่เขาไม่เคยกินมาก่อน รสชาติกลมกล่อม กินกับข้าวแล้วพอดีนัก กุ้งเผาตัวโตที่มีมันสีส้มเยิ้ม ๆ กุ้งเมื่อนำมาเผาจะมีกลิ่นหอมเฉพาะ ทุกอย่างสด เนื้อหวานอร่อย ของหวานมื้อเป็บัวลอยงาดำนมสด รสชาตินุ่มละมุน หอมงา
“อาหารวันนี้อร่อยหรือไม่” ชายชราเอ่ยถามเด็กชาย
“อร่อยขอรับท่านตา ช้าชอบมากมีอาหารทะเลของโปรดเต็มไปหมด”
“หากชอบก็มากินข้าวกับตาอีกสิ”
เฟยหลงไม่กล้ารับปาก หันไปทางท่านแม่
“พาเขามาเถิด ข้าเหงานัก พอได้พูดคุยแล้วสนุก มาสักสองสัปดาห์ครั้งก็ได้” ไม่รอให้ปฏิเสธ เขาขอพูดก่อน เห็นบุตรชายนางกินแล้ว ทำเขาเจริญอาหารตามไปด้วย คอยแนะนำให้กินนั่นนี่ เขาเองก็บ้ายอ พอเห็นหลานตัวน้อยบอกให้กิน ล้วนทำตาม
รู้จุดอ่อนนางอีก แต่บุตรชายนางก็เหมือนอยากมาเช่นกัน สองสัปดาห์ครั้งถือว่าไม่มาก ค่อยเอาปิ่งกันมาฝากตอบแทนแล้วกัน
“ได้เ้าค่ะ ข้าจะพาเขามา”
“ดียิ่ง นัดวันกันไว้เลย ข้าจะให้คนไปคอยรับส่งเ้าและบุตรชาย” เขาเอ่ยด้วยความยินดี
“ข้าจะมากินข้าวกับท่านตาอีกนะขอรับ!” เฟยหลงยิ้ม เขาดีใจ อยากมาคุยกับท่านตาอีก
…
เอาเถิดถือซะว่าเฟยหลงได้ท่านตาเพิ่มอีกคน
หลังจากรับอาหารกลางวันกันแล้ว ก็เคลื่อนตัวมาที่ชั้น 4 ชั้นขายของ ชายชราเดินพร้อมจูงมือเฟยหลง
เฟยฮวาเห็นแล้วก็เอ็นดู ท่านผู้าุโฮุยไฉขออนุญาตนางก่อน ว่าขอจับมือเฟยหลงเดินชมสินค้าได้ไหม จะตอบยังไงได้ บุตรชายนางก็ยินดี
ถึงโถงทางเข้าชั้น 4 มีผู้ดูแลตรงทางเข้าเช่นเคย ต่างใเมื่อเห็นว่าผู้มาเป็ใคร ท่านหัวหน้ามากับเด็กชายตัวน้อย และสตรีอวบอ้วนผู้หนึ่งอีก อาจเป็ลูกหลานของท่าน
“ยินดีต้อนรับนายท่านฮุย คุณชายน้อย และท่านหญิง” เขาโค้งตอนรับอย่างสุภาพ แม้จะใแต่ทำหน้าที่ของตนไม่มีบกพร่อง
“ทำงานของตนไป ไม่ต้องดูแลข้า ข้าเพียงพาหลานมาเดินเล่นเท่านั้น”
“ขอรับนายท่าน”
“พร้อมเดินเล่นไหม” เขาหันไปตามเด็กชาย
“พร้อมขอรับท่านตา”
“หากท่าน้าสินค้าชิ้นไหน แจ้งข้าได้” เขาบอกเฟยฮวา
“ได้เ้าค่ะ”
เมื่อเดินเข้าพื้นที่แล้ว เฟยฮวาใจสั่นอย่างแรง การขายสินค้าที่นี่มันคล้ายกับห้างสรรพสินค้าในโลกที่นางจากมา แบ่งพื้นที่ขายของเป็ห้องขนาดเล็กหลายสิบห้อง ที่นางเห็นได้ชัดสายตาตอนนี้มีร้านขายหนังสือ ขายเครื่องดนตรี ร้านผ้า ร้านเครื่องปั้น ร้านภาพวาด ร้านต้นไม้ สิ่งของแต่ละร้านดูหรูหรามาก ต่างจากที่ตลาด แต่ละร้านค้ามีคนงานประจำที่คอยดูแลอยู่หลายคน คนงานทุกคนสวมชุดเหมือนกันให้ความรู้สึกเป็ระเบียบเรียบร้อย พื้นที่ตรงกลาง เป็ตู้กระจกขนาดประมาณอก ให้ก้มดูสิ่งของภายได้ แสดงพวกเครื่องประดับ อัญมณี คล้ายร้านขายเพชรที่นางเคยพบ พอเจอแบบนี้แล้วรู้สึกโหวงในใจ คิดถึงโลกเดิมที่เคยอยู่
เฟยฮวาตกอยู่ในภวังค์ จนได้สติเมื่อได้ยินเสียงคนงาน เดินเข้ามาทักท่านผู้าุโฮุยไฉ แล้วท่านก็ตอบแบบเดิมคือ แค่พาหลานมาเดินเล่น ไม่ต้องดูแล
“สินค้าในชั้นนี้ สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องประมูล ของหายากก็มากอยู่ ข้าจะพาเดินชมทุกร้าน เฟยหลงอยากได้อะไรให้บอกตา”
“ขอรับท่านตา!” สายตาเขาสำรวจไปทั่ว เพราะมันแปลกใหม่ไปหมด แค่ได้เดินชมก็มีความสุขแล้ว
ฮุยไฉพาเดินมาร้านหนังสือเป็ที่แรก ที่นี่มีหนังสือหายากเพียบ ตู้หนังสือวางเรียงกันหลายสิบตู้ สูงเป็สิบชั้น อัดแน่นไปด้วยหนังสือมากมาย พร้อมมุมอุปกรณ์เครื่องเรียนที่มีครบทุกอย่าง
พอรู้ว่าเป็ร้านหนังสือและมีเครื่องเรียนด้วย เฟยหลงก็สนใจ
“เฟยหลงลูกลองไปเดินดูเถิด หากชอบชิ้นไหนแม่จะซื้อให้” เฟยฮวาเอ่ย เขาสนับสนุนอยู่แล้ว ยิ่งเป็หนังสือ อยากได้แบบไหนย่อมซื้อให้ ถึงจะไม่ใช่แบบเรียน แต่หนังสือทุกประเภทล้วนฝึกการอ่านได้ทั้งนั้น
“ขอบคุณขอรับท่านแม่!”
“เดินระวังด้วยเล่า มองซ้ายขวาระวังชนของ หากชิ้นที่สนใจอยู่สูง ให้บอกแม่หรือผู้ดูแลร้าน”
ฮุยไฉและผู้ดูแลร้านหนังสือได้ยินแล้วก็ยิ้ม สตรีผู้นี้สั่งสอนลูกได้ดี
“หากเป็หนังสือของผู้เรียนเริ่มต้น ทางนี้เลยขอรับ ข้าจะพาคุณชายน้อยชมเอง มีภาพวาดประกอบเล่มสวยเชียว” ชายผู้ดูแลร้านหนังสือเอ่ยขึ้น
“ลูกไปกับผู้ดูแลร้าน ให้เขาช่วยแนะนำ” เฟยฮวาเอ่ยขึ้น เฟยหลงตอบรับพร้อมไปเลือกดูหนังสือ
“ท่านก็เดินดูหนังสือเถิด เผื่อมีเล่มไหนน่าสนใจ ข้าจะคอยดูบุตรชายท่านให้เอง” ชายชรากล่าว ไม่อยากให้นางพลาดเพราะที่นี่มีแต่หนังสือน่าสนใจ
เฟยฮวากำลังจะปฏิเสธว่าไม่อยากได้ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมีชื่อหนังสือที่สนใจ
“งั้นข้ารบกวนท่านด้วยนะเ้าคะ”
ที่นี่มันขุมทรัพย์ชัด ๆ มีแต่หนังสือที่นางอยากได้ พวกกฎหมายแคว้นนางยืมหนังสือท่านลุงหนานมาอ่านแล้ว แต่หนังสือที่นางสนใจ เคยถามท่านลุงหนานท่านก็ไม่มี โรงหนังสือในตลาดบอกว่าหายาก แต่มาเจอที่นี่ สมกับเป็หนังสือหายาก ราคาั้แ่ 50-100 ตำลึงทอง หนังสือคือคลังความรู้ นางยอมจ่าย อย่างเื่แคว้นโดยรอบ ดินแดนอันไกลโพ้นที่ต้องเดินทางด้วยการออกทะเล ตำรับลับความอร่อย ภูมิประเทศและการเพาะปลูกของแคว้นชิงหลง พวกนี้อ่านไว้ไม่เสียหาย จำเป็ต่ออนาคตทั้งนั้น เฟยฮวาหยิบหนังสือจนเต็มมือ เอาไปวางที่โต๊ะคิดตำลึงแล้วกลับมาหอบอีก ไม่ได้คำนวณราคาเลย ชิ้นไหนน่าสนใจนางกวาดหมด
“ท่านหญิงรับ 20 เล่มนะขอรับ” ชายผู้ดูแลร้านหนังสือกล่าวทวนจำนวนสินค้า
“เ้าค่ะ รวมกับของบุตรชายข้าได้เลย”
ของเฟยหลงนั้นมีกระดาษ หมึก พู่กันอย่างดี เขาอยากเอาไปฝึกเขียน หนังสืออ่านคำพร้อมภาพสวยงามอีก 5 เล่ม เอามาให้ท่านแม่ดู ท่านแม่ก็บอกซื้อได้ เขามีความสุขมาก
“ข้าจ่ายให้” ชายชราเอ่ย
“ไม่ได้เ้าค่ะ ข้าจ่ายเอง แค่เลี้ยงอาหารกลางวันก็เกรงใจแล้ว” เฟยฮวาปฏิเสธทันที
ฮุยไฉไม่คิดเถียงต่อ เพราะยังไงนางก็ไม่รับ
“งั้นข้าให้รถม้าไปส่งท่านกับบุตรชาย” ชายชราเสนอหนทางช่วยเหลือ
“เช่นนั้นได้เ้าค่ะ ขอบคุณท่านมาก” เฟยฮวาตอบรับน้ำใจ เพราะคิดว่ายังไงต้องไปตามลุงเจี้ยนอยู่ดี หนังสือมากขนาดนี้นางแบกไม่ไหวหรอก
“ทั้งหมด 1,500 ตำลึงทองขอรับ”
“นี่เ้าค่ะ จะมีหนังสือมาเพิ่มอีกไหมเ้าคะ” เฟยฮวาส่งตำลึงให้ จากตอนแรกมีความกังวล ทั้งสงสัยในตัวสามี กับท่านอวุโสฮุยไฉ คิดถึงโลกเก่า ตอนนี้สบายใจแล้วเพราะได้ของที่อยากได้ ใช้ตำลึงคลายเครียด และยังคิดจะซื้ออีก
“ข้าจัดเรียงหนังสือที่เข้ามา ทุก 15 วันขอรับ ล่าสุดเพิ่งเติมไปเมื่อเช้าเอง”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
เฟยฮวาฟังแล้วคำนวณวันในใจ ต้องไปจดไว้ หนังสือใหม่มาเมื่อไหร่นางจะมาขนอีก
“ให้คนเอาของทั้งหมดไปห่ออย่างดี เรียบร้อยแล้วเอาไปไว้ที่ห้องรับรองส่วนตัวข้าที่ชั้นนี้” ชายชราสั่งการผู้ดูแลร้านหนังสือ
“ขอรับนายท่าน”
“ขอบคุณท่านเ้าค่ะ”
“ข้ายินดี”
เขาดูแล้วนางคงเป็คนชอบอ่านหนังสือ ได้โอกาส
“งั้นนัดรับอาหารที่คุยกันไว้ เอาเป็วันที่ผู้ดูแลร้านหนังสือจัดเรียงหนังสือใหม่ดีหรือไม่ จะได้มากินข้าวพร้อมมาร้านหนังสือด้วยเลย”
“ดีเ้าค่ะ”
“ดีขอรับ!”
สองแม่ลูกตอบพร้อมกัน สร้างเสียงหัวเราะยิ่งนัก
“ไปร้านอื่นต่อเถิด ยังมีอีกเยอะนัก”
ชายชราพาเดินชมทุกร้านด้วยความเพลิดเพลิน เกินคาดไปหน่อย นอกจากหนังสือแล้ว สตรีผู้นี้ไม่ซื้ออะไรให้ตนเองอีกเลย แต่ของบุตรชายนั้นล้วนจัดเต็ม แม้กระทั่งต้นไม้ต้นเล็กราคาหลายร้อยตำลึงทอง นางก็ซื้อให้บุตรชาย บุตรชายสนใจสิ่งไหนนางพาเข้าทุกร้าน และซื้อทุกอย่าง จนมาถึงที่สุดท้ายพื้นที่ตรงกลาง ร้านขายเครื่องประดับบุรุษ
“จริงสิ ลูกยังไม่มีหยกห้อยเอวเลย อยากได้หรือไม่”
“อยากได้ขอรับ สหายข้าหลายคนก็มี”
“งั้นเลือกดูเถิด ว่าชอบชิ้นไหน”
พู่หยกวางเรียงรายนับร้อยชิ้นให้เลือก มีอยู่หนึ่งชิ้นสะดุดตาเด็กชาย
“ชิ้นนี้ขอรับท่านแม่” เฟยหลงชี้ไปที่กระจก พู่สีแดงเข้มอมดำ หยกสีดำแกะสลักั ขนาดกำลังพอดี
“คุณชายน้อยช่างสายตาหลักแหลม ชิ้นนี้เป็หยกนิลจักรพรรดิ์เ้าค่ะ หายากนัก ข้าเพิ่งเอามาจัดเรียงเองเมื่อวานเองเ้าค่ะ ทั้งร้านมีเพียงชิ้นเดียว” ผู้ดูแลร้านเครื่องประดับบุรุษใส่ถุงมือ หยิบพู่หยกชิ้นนี้มาวางบนผ้านุ่ม นางระวังเป็อย่างดี
“แม่ว่าสวยดี”
“ท่านหญิงและคุณชายน้อยลองััได้นะเ้าคะ”
เมื่อได้รับคำอนุญาต เฟยฮวาจับหยกขึ้นมาชม พร้อมส่งให้บุตรชาย
“เ้าลองััดูก่อนว่าชอบไหม”
“หยกนิลเมื่อจับแล้วให้ความรู้สึกเย็นสบาย ข้าชอบ” เฟยหลงรับแล้วลองจับสำรวจอย่างเบามือ เมื่อมือไปััหยกก็รู้สึกถึงความเย็น
“ความหมายดีด้วยนะเ้าคะ พลังแห่งความแข็งแกร่ง และมีอำนาจบารมีเ้าค่ะ” ผู้ดูแลร้านเครื่องประดับบุรุษพูดเสริม
“ข้าเอาชิ้นนี้ขอรับท่านแม่ ข้าอยากแข็งแกร่ง”
ทั้งผู้ดูแลร้าน เฟยฮวา ฮุยไฉ ต่างยิ้มด้วยความเอ็นดู
“ข้ารับชิ้นนี้เ้าค่ะ คิดตำลึงได้เลย”
“ชิ้นนี้ 5,000 ตำลึงทองเ้าค่ะ ข้าจัดใส่กล่องให้สักครู่”
…
“มันแพงไหมขอรับท่านแม่” เฟยหลงไม่รู้ว่า 5,000 คือเท่าไหร่ เขายังเรียนไม่ถึง
“ไม่เลย หากลูกชอบ ใส่ทุกวัน ดูแลเป็อย่างดีก็ย่อมคุ้มค่า”
“ขอบคุณท่านแม่ขอรับ!” เฟยหลงยิ้มหวานกอดขาท่านแม่แสดงความรัก
เห็นรอยยิ้มแบบนี้แล้วกี่ตำลึงก็ยอมจ่าย ดีที่วันนี้นางเอาตำลึงทองมาเยอะ
หลังจากใช้ตำลึงทองจนกระเป๋าเบาหวิวแล้ว ท่านผู้าุโฮุยไฉไปสั่งการคนงาน พร้อมเชิญสองแม่ลูกเข้าห้องรับรองที่ชั้น 4
“เดินชมสินค้าอยู่นาน พักกินน้ำกับขนม อยู่คุยกันสักหน่อยก่อนกลับเถิด”
เฟยฮวาเห็นว่าเพิ่งจะปลายยามเว่ย เลยไม่ปฏิเสธ
ทั้งสามเข้ามานั่งที่ห้องรับรองชั้น 4 เฟยฮวาได้เวลาแจกจ่ายปิ่งกันที่ทำมาฝาก ท่านผู้าุโฮุยไฉยินดีมาก บอกที่ฝากมาเมื่อวานเขากินหมดแล้ว
ไม่นานก็มีคนเคาะประตู แล้วนำของมาวางตรงหน้านางและบุตรชายคนละกล่อง
“รับไว้เถิด ข้าอยากมอบให้ ปกติแล้วหากทำการค้ากัน มักมีของกำนัลให้เช่นนี้ ส่วนของเฟยหลงนั้น ข้าเอ็นดูเขาเลยอยากมอบให้ วันนี้ท่านก็ซื้อของไปเยอะ ถือว่าแลกกับปิ่งกันแสนอร่อยนั่นด้วย” เขาอธิบาย
“ครั้งหน้าไม่เอาแล้วนะเ้าคะ ข้าเกรงใจ”
“ขอไม่รับปาก นานทีให้แล้วกัน เฟยหลงหลานลองเปิดดูสิ” เขาตีมึน เปลี่ยนเื่หันไปคุยกับเฟยหลง นางก็จนใจ พยักหน้าให้บุตรชายว่าเปิดกล่องได้
เฟยหลงแกะกล่องไม้ออกมา เป็พู่หยกห้อยเอว ตัวพู่สีเงิน ตัวหยกแกะสลักัสีขาว งดงามนัก ัของหยกชิ้นนี้มีความนุ่มนวล อ่อนโยน เฟยฮวาเห็นแล้วจะเป็ลม ราคาจะเท่าไหร่กัน นางต้องตอบแทนด้วยปิ่งกันอีกกี่กระสอบ
“ชิ้นนี้เป็หยกขาวบริสุทธิ์ เหมาะกับเ้าเช่นกัน จิตใจดี มีความอ่อนน้อม ให้รักษานิสัยพวกนี้ไว้ เติบใหญ่ล้วนได้ดี เอาไปใช้สลับกับที่มารดาเ้าซื้อให้เล่า”
เฟยหลงลุกจากเก้าอี้ ไปกอดเอวชายชรา
“ขอบคุณท่านตาขอรับ! ท่านตาใจดี ข้าชอบมาก”
ชายชราลูบหัวเด็กชาย อยากได้มาเลี้ยง แต่มารดาคงไม่ยอม ไหนจะบิดาอีก
เฟยฮวาเห็นแล้วก็ยิ้มตาม ทั้งคู่ดูมีความสุข
“มากินขนมดีกว่า สาลี่ตุ๋นหายร้อนแล้วจะไม่อร่อย”
“ขอรับ!” เฟยหลงไปนั่งที่เก้าอี้ ตักขนมเข้าปาก
“ท่านลองแกะของตนดูสิ”
“เ้าค่ะ” เฟยฮวาแกะของตนพบว่าเป็ชุดเครื่องประดับเข้าเซ็ท ตัวเรือนเป็ทองชมพูหวาน ประดับอัญมณีสีขาวโครงดอกไม้เล็ก เข้าชุดกันทั้งแหวน สร้อย ต่างหู กำไล และปิ่นปักผม เห็นของบุตรชายว่าจะเป็ลมแล้ว ของนางนั้นยิ่งกว่า
“ไม่มากไปหรือเ้าคะ”
“ไม่เลย เพียงพาบุตรชายท่านมาหาข้าบ่อย ๆ ข้ามีความสุขนัก”
เฟยฮวาฟังแล้วปวดหัว นี่มันอารมณ์ปู่ย่าตายายขี้เหงา หลงหลานรึเปล่า แล้วเฟยหลงนั้นขี้อ้อนด้วยนี่สิ ตกคนแก่รายวัน ที่ตลาดไม่พอ ลามมาถึงโรงประมูลเหิงเยว่
#มารดาอ้วนตัวร้าย
〰️ 〰️ 〰️ ·̩͙ ₊ ᨦ ♡ ᨩ ₊ ·̩͙ 〰️ 〰️ 〰️
สั้นเป้ย = หอยเชลล์
ยามเว่ย = 13.00-15.00
ปิ่งกัน = คุกกี้