หลินตงครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆอย่างสนใจ นัตน์ตาของเนตรเทพมังกรอมตะถูกเปิดใช้งานขึ้น ภาพต่างๆของเด็กหนุ่มรวมถึงส่วนลึกปรากฏขึ้นมาในหัวของเขา ไม่มีจิตวิญญาณยุทธยังงั้นหรอ
ระหว่างนั่นเขาก็สังเกตเห็นว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนธรรมดาก็ลองเอ่ยถามออกมา
"เจ้าน่ะปีนี้อายุเท่าไหร่..?"
จู่หนานเมื่อถูกถามก็เริ่มเกร็งขึ้นนิดๆ ทำไมนายน้อยถึงได้ถามแบบนี้ละ ต้องบอกก่อนว่าการถามอายุกับคนแปลกหน้านั้นถือว่าเป็นมารยาทที่ไม่ดีงามเอาซะเลย ส่วนที่หลินตงถามแบบนี้ขึ้นมามันก็มีสาเหตุเช่นเดียวกัน
"สิบเอ็ดปีขอรับ ปีหน้าข้าก็จะได้ปลุกจิตวิญญาณยุทธของตนเองแล้ว"
เด็กหนุ่มพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นพร้อมกับกำหมัดของตนแน่น อีกหนึ่งปีหลังจากนี้โชคชะตาของเขาจะถูกกำหนดเอาไว้ว่าจะเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ไม่มีพลังอะไรเลยหรือกลายเป็นผู้ฝึกยุทธที่ทุกคนนั่นวาดฝันเอาไว้
"ในเมื่อนี่คือโชคชะตา ข้าจะให้ของขวัญเจ้าละกัน..!!"
หลินตงยกมือจรดไปยังหน้าผากของจู่หนานอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มเมื่อโดนแบบไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้ก็ถึงกับขนลุกซู่ รวดเร็วมาก เพียงพริบตาเดียวนิ้วมือของเขาก็มาอยู่ตรงหน้าผากของเขาแล้ว ในใจของเขาถึงกับคิดว่านายน้อยเบื้องหน้าคนนี้กำลังจะทำอะไร อย่าบอกนะว่าเขาจะตายแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดกลัวนัก ดวงตาสีดำเริ่มแสดงท่าทีขลาดเขลาออกมา
หลินตงเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะถอยหลังก็หรี่ตาลงอย่างจริงจัง
"อยู่นิ่งๆ..!!"
ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างเยียบเย็นจนทำให้เด็กหนุ่มต้องสะอึก เขาตอนนี้ร่างกายสั่นเทาแต่ทว่าตัวของเขาก็ไม่ได้ขยับไปไหน
ขณะเดียวกันนิ้วมือของชายหนุ่มก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองภพเริ่มถ่ายทอดบางสิ่งเข้าไปในหัวของเด็กน้อย
ชั่วครู่เดียวจู่หนานจิงก็เริ่มสะลึมสะลือ ดวงตาของเขาเริ่มเหม่อลอยขึ้นทีละนิด
ผ่านไปไม่นานหลินตงก็ชักมือของตนกลับมาอย่างไม่ได้สนใจจนกระทั่งเด็กหนุ่มพลันได้สติเขาค่อยๆลูบหน้าผากของตนเองอย่างมึนงงพลางมองไปยังนายน้อยที่ลงมือกับเขา เมื่อกี้นี้มันเกิดอะไรขึ้นเหมือนกับว่าตัวของเขาได้หมดสติไปชั่ววูบนึงและเพิ่งตื่นขึ้นมา
"ท่านทำอะไรกับข้า..?"
จู่หนานเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติต่อตัวของตนเองก็พูดขึ้นมาอย่างสนใจ เมื่อกี้นี้ถึงจะเพียงแค่แวบนึงแต่เขาก็เห็นถึงเปลวเพลิงสีแดงชาดที่ลุกโชนขึ้น
"ให้ของขวัญเจ้ายังไงละ หลังจากนี้เมื่อเจ้าปลุกจิตวิญญาณยุทธขึ้นมาแล้ว จิตวิญญาณยุทธของเจ้าจะเป็นรูปลักษณ์ของมังกร สัตว์อสูรที่ทรงพลังมากที่สุดในทวีป"
หลินตงพูดขึ้นด้วยท่าทางที่เฉยชาแต่ทว่ามันไม่ใช่กับจู่หนาน เมื่อเขาได้ฟังที่นายน้อยคนนี้พูดก็ยิ่งตกใจยกใหญ่ อะไรนะ เมื่อกี้นี้เขาฟังไม่ผิดใช่ไหม ข้าเมื่อมีอายุครบสิบสองปีจะปลุกจิตวิญญาณยุทธรูปลักษณ์ของมังกรยังงั้นหรอ มันเป็นไปได้ยังไงที่เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น
"ไปได้แล้ว"
สิ้นคำพูดของชายหนุ่มเขาก็หยิบหินลมปราณยุทธระดับต่ำให้กับเด็กหนุ่มไปอยู่หลายก้อน
จู่หนานจิงเมื่อเห็นว่าได้รับมามากมายเช่นนี้ก็รีบโกยเข้าเสื้อผ้าของตนเองอย่างรวดเร็ว เขาตอนนี้ได้ลืมเรื่องราวเมื่อกี้นี้ไปหมดแล้ว สายตาของเด็กน้อยเต็มไปด้วยหิมลมปราณยุทธเพียงเท่านั้น
"ขอบคุณนายน้อย ถ้ามีเรื่องอะไรก็เรียกข้าน้อยได้เลยนะขอรับ"
เด็กหนุ่มพูดขึ้นพลางโค้งเคราพชายหนุ่มอยู่ยกใหญ่และหันหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว มันตอนนี้วิ่งหน้าตั้งเพื่อที่จะเอาหินลมปราณยุทธนี้ไปเก็บ
หลินตงเมื่อเห็นก็ระบายยิ้มอยู่นิดหน่อย เขาตอนนี้หันหน้าของตนกลับมาและลงมือกับอาหารที่อยู่เบื้องหน้าในทันที
ที่เขาทำก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเขาพูดลอยๆออกไป มันคือเรื่องจริงเลยละ เมื่อเด็กหนุ่มปลุกจิตวิญญาณยุทธหลังจากนี้ ตัวของเขาจะได้จิตยุทธรูปลักษณ์ของมังกร ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ไหนๆมันก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
ในตอนแรกเมื่อชายหนุ่มใช้เนตรมังกรอมตะมองเข้าไปในส่วนลึกของเด็กหนุ่มก็เห็นถึงแสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่องสว่างเจิดจร้า ถ้ามันเป็นอย่างนี้ก็แสดงว่าเจ้าหนูคนนี้เป็นคนดีอย่างถึงที่สุดจึงทำให้หลินตงนั่นอยากจะสนับสนุนในตัวของเด็กหนุ่มคนนี้อยู่บ้าง ส่วนอนาคตของมันหลังจากนี้ก็แล้วแต่โชคชะตาจะกำหนด
และที่เขาทำเมื่อกี้นี้คือการทดลองถ่ายทอดพลังของศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองภพเพื่อกระตุ้นจิตยุทธภายในร่างของผู้คน
เมื่อหลินตงเห็นว่ามันทำได้ตัวของเขาก็ถึงกับใจเต้นระรัว ตอนที่เขาทะลวงมาถึงจิตยุทธรวมเป็นหนึ่ง ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองภพก็สามารถทำเช่นนี้ได้ มันช่วยให้คนอื่นๆที่ยังไม่สามารถปลุกจิตยุทธกระตุ้นเป็นสายพันธุ์มังกรได้อย่างสมบูรณ์ นี้คือพลังที่ฝ่าฝืนกฏเกณฑ์เลยเชียวละ
ต้องบอกก่อนว่าถ้าพลังนี้หลุดรอดถึงผู้ทรงพลังละก็ตัวของชายหนุ่มอาจจะถูกจับไปขังไว้ ให้เป็นตัวกระตุ้นของผู้ฝึกยุทธรุ่นใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะถึงยังไงทุกคนๆก็อยากจะมีจิตวิญญาณยุทธรูปลักษณ์ของมังกรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งกำเนิดจิตยุทธมังกรออกมาได้อย่างไม่รู้จบเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดสะพรึงกลัวนัก
"เฮ้อ พลังนี้อาจจะดีสำหรับคนอื่นๆแต่สำหรับเราแล้วมันก็เฉยๆอยู่นะ ท่านอาจารย์คิดยังไงถึงได้สร้างพลังแบบนี้ขึ้นมาเนี่ย"
หลินตงเมื่อทดลองใช้พลังเสร็จแล้วก็ครุ่นคิดไปมาอย่างหนัก ดูเหมือนว่าพลังนี้เขาต้องเก็บไว้ใช้ในอนาคตซะแล้ว เมื่อเขาคิดเช่นนี้ก็พอจะเบาใจได้อยู่บ้าง พลังของมันอาจจะไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้แต่ทว่ามันก็ทำให้ลูกๆของเขานั่นทรงพลังอย่างถึงที่สุด
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังลงมือกับอาหารเบื้องหน้าอยู่นั่นก็มีเสียงตะโกนที่ดังออกก้องเข้ามาในโรงเตี้ยมนั่น
"สุสานจักรพรรดิฟ้าโผล่ขึ้นมาแล้วมันปรากฏขึ้นตรงสนามรบโบราณ ในตอนนี้สมาคมมังกรดำหรือขุมพลังอื่นๆก็กำลังรวมตัวของผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณกันอยู่ยกใหญ่เพื่อที่จะไปเปิดประตูที่ปิดตายนั้น"
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและมีความร้อนรนอยู่ไม่น้อย
สิ้นคำพูดของชายที่ตะโกนออกมาเพียงพริบตาเดียวก็ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นกันยกใหญ่ แต่ละคนถึงกับอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น
"อะไรน้า? สุสานของจักรพรรดิฟ้ายังงั้นเหรอ ไม่จริงใช่ไหม..!!"
"มันคือเรื่องจริง!! คงจะถึงเวลาแล้วละ รีบไปกันเร็วเข้า!!"
ผู้ฝึกยุทธหลายสิบคนที่อยู่ภายในโรงเตี้ยมรีบจับอาวุธของตนวิ่งออกไปกันอย่างเร่งรีบ แต่ละคนตอนนี้ทำสีหน้าที่ดูตื่นเต้นอย่างถึงขีดสุดแม้แต่ขั้นจิตยุทธรวมเป็นหนึ่งก็ยังต้องวิ่งหน้าตั้งเลยทีเดียว
หลินตงที่กำลังกินอยู่ก็ถึงกับหยุดนิ่งลงพลางเงยหน้าขึ้น ใครคือจักรพรรดิฟ้า นัยน์ตาของเขากวาดมองไปยังด้านนอกก็เห็นว่าผู้ฝึกยุทธมากมายกำลังวิ่งพล่านกันให้ควัก
ชายหนุ่มเมื่อเห็นมันก็ถึงกับประหลาดใจทำไมพวกเขาถึงต้องเลือดลมสูบฉีดเช่นนี้ละ ตื่นเต้นอะไรกันนักหนา ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยนัก