ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 14 การพนัน
หลังอาหารมื้อกลางวันผ่านไป เด็กๆทั้งสามได้วิ่งเล่นกันอยู่ที่ลานบ้านพักหนึ่งก่อนจะพากันนอนกลางวัน ไม่เว้นแม้แต่อาเฟยลูกชายคนโตก็นอนกลางวันไปกับน้องๆด้วยเช่นกัน เมื่อวานนี้พวกเขาช่วยกันจัดการกับสิ่งต่างๆภายในบ้าน ทั้งตักน้ำ ผ่าฟืน ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน จนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย และวันนี้จางหย่งเองก็ได้ตักน้ำจนเต็มบ่อั้แ่เช้าแล้ว หลายวันที่ผ่านมาตอนพ่อของพวกเขาไม่สบาย อาเฟยแทบไม่ได้นอนหลับเต็มตา แต่เมื่อพ่อของเขาฟื้นขึ้นมาคอยจัดการทำสิ่งต่างๆให้ อาเฟยก็คลายความกังวลใจลงและพักผ่อนกับน้องๆได้อย่างสบายใจ
จางหย่งที่ไม่นอนกับลูกๆ กำลังนั่งอยู่หน้าบ้านกับเสี่ยวเหมา เขาต้องใช้เวลาว่างที่มีอยู่ทำความเข้าใจยุคสมัยที่ตัวเองอยู่เพื่อวางแผนชีวิตต่อไป เขาเอ่ยถามเสี่ยวเหมาขึ้นว่า
'เสี่ยวเหมา พลังิญญากับพลังยุทธในยุคสมัยนี้ มันจำเป็มากหรือไม่?'
เสี่ยวเหมานอนหมอบอยู่กับพื้นทำท่าทีว่าจะหลับ แต่เมื่อได้ยินคำถามจากเ้านาย มันก็จำใจลืมตาขึ้นแล้วตอบว่า
'ผู้คนที่นี่จะให้ความสำคัญกับพลังิญญาและพลังยุทธค่อนข้างมาก คนเพียงส่วนน้อยที่จะมีพลังเหล่านี้ไว้ใน ส่วนใหญ่จะมีเพียงตระกูลใหญ่ๆเท่านั้นแหละเ้านาย'
'อืม แล้วที่เ้าเคยบอกข้าว่าคนที่มาช่วยอี้กังตอนนั้นมีพลังิญญา เ้าสามารถมองเห็นได้งั้นหรือ?'
'ใช่แล้วเ้านาย ข้าสามารถมองเห็นพลังิญญาที่อยู่ในตัวมนุษย์ได้ ปกติพลังิญญาจะตื่นขึ้นเมื่อผู้คนมีอายุได้แปดถึงสิบปี'
จางหย่งมีสีหน้าครุ่นคิดนิดหนึ่งก่อนจะถามขึ้นว่า
'แล้วตัวข้ามีพลังิญญาหรือไม่'
'ท่านไม่มีแม้แต่เสี้ยวเดียวเลย เ้านาย'
เมื่อได้ฟังคำตอบของเสี่ยวเหมา จางหย่งก็รู้สึกเสียดายขึ้นมาทันที หากตัวเขามีพลังที่ว่านี่แล้วล่ะก็ อาจสามารถใช้เป็ลู่ทางในการทำมาหากินได้ แต่ในเมื่อไม่มี เขาคงหาทางอื่นเสียแล้ว หรือเขาควรศึกษาเส้นทางในป่าแล้วเอาดีทางด้านล่าสัตว์ดีหรือไม่นะ จางหย่งได้แต่คิดกับตัวเอง เสี่ยวเหมาลุกขึ้นมาบิดี้เีทีหนึ่ง เมื่อเห็นคิ้วเ้านายของมันขมวดเป็ปมจนแทบจะผูกกันได้อยู่แล้วก็เอ่ยถามขึ้นว่า
'เ้านาย ท่านกำลังคิดอะไรอยู่'
'คิดวิธีทำมาหากินน่ะสิ'
เสี่ยวเหมาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วตาม ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
'เ้านาย ทำไมท่านไม่ใช้ประโยชน์จากมิติล่ะ'
จางหย่งที่ได้ยินข้อเสนอของเสี่ยวเหมาก็ตาสว่างวาบขึ้นมาทันที จริงสิ เหตุใดเขาถึงลืมเ้ามิติขี้โกงอันนี้ไปได้กัน มิตินี้มีอัตราการเจริญเติบโตมากกว่าภายนอกห้าเท่า เช่นนั้นหากเขาไปหาลูกสัตว์มาเลี้ยงไว้ในมิติ หรือปลูกผักผลไม้ มันก็จะโตเร็วกว่าปกติถึงห้าเท่า จากที่ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนก็จะเหลือเวลาเพียงหกถึงเจ็ดวันเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงเอ่ยกับเสี่ยวเหมาขึ้นว่า
'ในยุคนี้ ข้าจะหาซื้อพวกลูกสัตว์ตัวเล็กๆได้ที่ไหน?'
'ปกติในเมืองมักจะมีตลาด ท่านสามารถหาซื้อได้จากที่นั่น ว่าแต่ท่านมีเงินหรือ?'
จางหย่งถึงกับเอามือกุมขมับ เขาลืมเื่นี้ไปได้อย่างไรกัน ก่อนจะได้กำไรก็ต้องลงทุน แล้วเขาจะเอาต้นทุนมาจากที่ไหน ขณะที่เขากำลังกลุ้มใจอยู่นั้น เสี่ยวเหมาก็เอ่ยขึ้นว่า
'เ้านาย ตอนนี้ท่านมีคะแนนอยู่ในระบบนะ'
'จริงสิ แล้วตอนนี้มีคะแนนอยู่เท่าไหร่?'
เสี่ยวเหมาตรวจสอบคะแนนในระบบก่อนจะเอ่ยว่า
'หนึ่งร้อยยี่สิบคะแนน'
กล่าวจบมันก็เปิดรายการต่างๆออกมาให้จางหย่งดู เมื่อเขาลองค้นหาสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ก็พบว่ามันมีคะแนนสูงจนไม่อาจแลกได้ด้วยคะแนนที่ตัวเองมี จางหย่งจึงเปลี่ยนเป็ลองค้นหาสิ่งของที่ใช้คะแนนน้อยๆแลก แล้วสะดุดตาเข้ากับกล่องที่มีเครื่องหมาย?? อยู่ด้านหน้าราคาห้าสิบคะแนน เขาเปิดดูคำอธิบายของชิ้นนั้น
*กล่องสุ่มมิมนี่มาย คุณสมบัติ สุ่มรับของที่มีคะแนนั้แ่ 1-1,000 คะแนนที่มีในระบบ จำนวน 5 ชิ้น เหมาะสำหรับผู้้าเสี่ยงโชค คุณอาจเป็ผู้โชคดีได้รับรางวัลใหญ่*
จางหย่งที่เห็นคำอธิบายเช่นนั้นก็มือสั่นขึ้นมาทันที เขาเองเป็คนที่ชอบเื่การเสี่ยงโชควัดดวงคนหนึ่ง เมื่อลองคิดดูแล้ว หากเขาสุ่มได้ของที่ไม่มีประโยชน์กับตัวเอง เขาก็อาจนำมันไปลองขายในตลาดดูได้ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกเสียดายห้าสิบคะแนนที่ต้องเสียไป จางหย่งยังคงสองจิตสองใจที่จะแลกคะแนนกับ 'กล่องสุ่มมิมนี่มาย'
เสี่ยวเหมาหาวออกมาทีหนึ่ง มันมองไปที่เ้านายก่อนจะส่ายหน้าแล้วล้มตัวลงหลับไป หลังจากหลับไปได้พักหนึ่งมันก็ตื่นขึ้นมาพบกับเ้านายที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมอย่างใช้ความคิด มันจึงเอ่ยถามขึ้นว่า
'เ้านาย ตกลงท่านจะแลกคะแนนกับกล่องอันนี้หรือไม่?'
จางหย่งที่ตัดสินใจได้แล้วก็พยักหน้า ก่อนจะหลับตาพึมพำภาวนากับตัวเอง
ติ๊ง ท่านได้แลกห้าสิบคะแนนกับถุงสุ่มมิมนี่มาย สิ่งที่ท่านได้รับคือ
1. ดาบคาตานะคมกริบ
2. ชุดอุปกรณ์แสดงมายากลพร้อมคู่มือ
3. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในกระบอกไม้ไผ่ ยี่ห้อเมี่ยนเมี่ยน สี่รสชาติ
4. ตุ๊กตาน้องเห็ดขนาดใหญ่พิเศษ
5. โทรทัศน์รุ่นใหม่ล่าสุดขนาด 48 นิ้ว รับประกันหนึ่งปีจากผู้ผลิต [รางวัลใหญ่]
จางหย่งถึงกับอ้าปากค้าง กล่องสุ่มมิมมี่มายนี่คุ้มค่าจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าห้าสิบคะแนนจะได้ของดีถึงขนาดนี้ นี่มันโทรทัศน์รุ่นใหม่ที่เขาอยากได้มานานแล้ว จางหย่งกำลังดีใจสุดๆและคิดว่าตัวเองมีโชคด้านนี้จึงกดซื้อกล่องสุ่มอีกครั้งทันที ก่อนที่โชคจะหายไป
ติ๊ง ท่านได้แลกห้าสิบคะแนนกับถุงสุ่มมิมนี่มาย สิ่งที่ท่านได้รับคือ
1. ชุดชั้นในสตรีคัพซี เซ็กซี่ขยี้ใจ ครบชุด
2. จักรยานสามล้อ(เด็ก)
3. เมล็ดผักผลไม้รวม 20 เมล็ด
4. ไฟฉายพลังงานแสงอาทิตย์
5. ตุ๊กตาน้องเห็ดขนาดใหญ่พิเศษ
จางหย่งที่ได้เห็นของรอบสองถึงกับถอนหายใจออกมา มีแต่ของที่ไม่มีประโยชน์ทั้งนั้น สู้ครั้งแรกก็ไม่ได้ แค่โทรทัศน์เครื่องเดียวก็มีมูลสูงกว่าของห้าชิ้นรอบสองรวมกันเสียอีก เอาเถอะได้ของดีสักรอบก็คุ้มแล้ว หากนำโทรทัศน์ไปขายคงได้เงินมากมาย แต่เอ๊ะ...!! เมื่อจางหย่งฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าของเขาก็เจื่อนลง นี่มันยุคโบราณ จะหาไฟฟ้ามาจากไหน หากไม่มีไฟฟ้า โทรทัศน์ที่ได้มาจะมีประโยชน์ได้อย่างไร และถึงจะมีไฟฟ้าเขาก็...เอ่อ จะดูรายการทีวีอะไรได้ในยุคนี้ ดังนั้นจางหย่งจึงหันไปดูสิ่งของที่ได้มาชิ้นอื่นๆ กลับกลายเป็ว่าโทรทัศน์คือของที่ไร้ประโยชน์ที่สุดเสียอย่างนั้น
เสี่ยวเหมาที่เห็นสีหน้าเ้านายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ถามขึ้นว่า
'เ้านาย ท่านไม่ดีใจหรือ ท่านได้รับรางวัลใหญ่เชียวนะ'
จางหย่งที่ได้ยินคำถามของเสี่ยวเหมาก็เจ็บจี๊ดขึ้นมา เหมือนมีคนเอามีดแทงเข้ามากลางหัวใจ ได้รางวัลใหญ่แต่ไม่สามารถใช้งานได้ ์ช่างกลั่นแกล้งเขาชัดๆ เขารำพึงรำพันถึงความโชคร้ายของตัวเองทั้งน้ำตา หลังจากทำใจอยู่พักหนึ่งเขาก็เริ่มสำรวจสิ่งของที่ได้สุ่มได้มาอีกครั้งอย่างละเอียด ก่อนจะถามเสี่ยวเหมาขึ้นว่า
'เสี่ยวเหมา ของพวกนี้เก็บไว้ในมิติได้ไหม'
'เ้านาย ของที่สุ่มมาได้จะถูกนำมาวางไว้ในมิติ แต่หากเ้านายนำออกจากมิติไปสู่โลกภายนอกแล้ว ของที่ไม่มีชีวิตจะไม่สามารถนำกลับมาในมิติได้อีก'
ระหว่างที่จางหย่งกำลังนั่งคอตกกับรางวัลใหญ่ในถุงสุ่มที่ไม่สามารถใช้งานได้ อาเฟยลูกชายคนโตที่ตื่นขึ้นมาเป็คนแรกได้เดินออกมา เมื่อเห็นสีหน้าพ่อของเขาดูเศร้าสร้อยก็เอ่ยถามขึ้นว่า
"ท่านพ่อเป็อะไรหรือเปล่าขอรับ"
เมื่อจางหย่งเงยหน้าขึ้นพบกับลูกชายคนโตตรงหน้า เขาก็ดึงลูกชายมากอดไว้ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"อาเฟย การพนันเป็สิ่งไม่ดี ลูกต้องห้ามยุ่งเกี่ยวกับมันเด็ดขาดนะ!!"
อาเฟยลูกชายคนโตที่ได้ยินก็รู้สึกงุนงงแต่ก็พยักหน้ารับ ท่านพ่อแพ้พนันมาอย่างนั้นหรือ ไม่น่าจะเป็ไปได้ สงสัยท่านพ่อคงฝันกลางวันว่าได้ไปเล่นการพนันกระมัง เขาได้แต่คิดในใจ