ตอนที่ 19: เงารอยแปรง
หลังจากพายุสวาทบนเตียงกำมะหยี่สีแดงสะกดิญญาได้สงบลงในค่ำคืนนั้น ผมนั่งเอนหลังมองดูภาพถ่ายดิจิทัลความละเอียดสูงในแท็บเล็ตส่วนตัว ภาพคุณหนู 'รินรดา' วัย 21 ปีผู้น่าเกรงขามงดงามระยิบระยับในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองกรุง บัดนี้ร่างกายเปลือยเปล่าขาวผุดผ่องหรืองามดุจรูปสลักหิมะ ถูกพันธนาการรัดตึงด้วยผ้าไหมสีแดงไว้กับหัวเตียงเหล็กดัด สะโพกมนกลมกลึงอุ้มก้นงอนงามลอยเด่นแอ่นรับแก่นกายของผมด้วยสีหน้าเยิ้มปรือกามารมณ์สวาท
ภาพเ่าั้ถูกจัดวางองค์ประกอบและบันทึกโดยฝีมือของ 'ธีร์' ศิลปินหนุ่มจอมเก็บกดที่ผมดึงมาร่วมพันธมิตร มันงดงาม มีมิติแสงเงา Chiaroscuro ที่จับอารมณ์ดิบและความสยบยอมได้อย่างไร้ที่ติ ยามที่ร่างบางขาวสะอ้านสะท้อนกับแสงไฟที่ทอดพาดผ่านเตียงกำมะหยี่สีแดงสดที่ชุ่มน้ำรักของพวกเรา
ผมละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ต หันไปมองธีร์ที่นั่งกำแปรงบูรณะภาพวาดโบราณในห้องทำงานส่วนตัวของเขาแน่นจนข้อมือแกร่งเกร็งสั่นสะท้าน แผ่นหลังหนาแกร่งของศิลปินหนุ่มวัย 28 ปี (สูง 182 เิเ) เกร็งเขม็ง แววตาคมเข้มใต้เรือนผมยาวเซอร์ยังคงจับจ้องไปที่ผนังกระจกเงาสะท้อนสลับทาง (One-Way Mirror) ที่เชื่อมต่อไปยังห้องนิรภัยใต้ดิน เขายังคงหมกมุ่นและตกอยู่ในห้วงราคะของรินรดาจนไม่เป็อันทำงานบูรณะภาพเขียนชิ้นอื่นใดในค่ำคืนนี้
"ภาพถ่ายเซ็ตนี้ของเธอสุดยอดมากค่ะธีร์... แสงและเงาที่ทาบลงบนก้นงอนและทรวงอกกระเพื่อมไหวของคุณริน มันสื่ออารมณ์ใคร่ดิบเถื่อนดีมาก" ผมก้าวเข้าไปยืนข้างหลังเขา วางมือหนาลงบนไหล่กว้างบีบกระชับช้าๆ เพื่อกระตุ้นจิตใต้สำนึก "แต่การดูและการกดชัตเตอร์ผ่านเลนส์กล้อง มันไม่สอดรับกับความ้าจริงๆ ในใจเธอใช่ไหมคะ... เธออยากจะใช้มือแกร่งของเธอ ััเรือนร่างขาวผุดผ่องนั้นลงแปรงด้วยตัวเองมากกว่า อาพูดถูกไหม"
"อึก... ใช่ครับอานนท์... ผมอยากแตะต้องคุณหนูริน... ผมอยากขยำเต้าอวบๆ ของเธอ ลูบไล้สะโพกกลมกลึงนั้นจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้วครับ..." ธีร์ตอบเสียงแหบพร่าดุดัน แววตาสั่นระริกฉายประกายตัณหาอย่างควบคุมไม่ได้ ท่อนเอ็นอุ่นร้อนขนาดั์ยาว 7.5 นิ้วปูดด้วยเส้นเืปูดรอบลำเนื้อของเขาขยายตัวขึงขัง แข็งปั๋งดุร้ายกางเกงยีนส์แทบะเิออก ยามนึกถึงภาพเรือนร่างเปรอะคราบน้ำสวาทเมื่อคืน
"ถ้าอย่างนั้น เย็นนี้อาจะจัดฉากให้เธอได้เริ่มต้น 'สเก็ตช์ภาพด้วยการัั' (Tactile Sketching) เรือนร่างคุณหนูของเธอกันค่ะเด็กดี" ผมยิ้มเ้าเล่ห์ใต้กรอบแว่นสายตา วางแผนการขั้นต่อไปอย่างใจเย็นเพื่อบ่มเพาะให้ศิลปินหนุ่มกลายเป็สุนัขรับใช้ที่เชื่องเชื่อร่วมรุมรักเรือนร่างระหงส์
่พลบค่ำวันเดียวกันนั้น ผมโทรศัพท์ลวงคุณหนูรินรดาให้ลงมาพบที่ห้องนิรภัยใต้ดินหอศิลป์ส่วนตัวของตระกูล อ้างเื่เอกสารสัญญาส่งมอบงานออกแบบโครงการห้องนิรภัยอัจฉริยะขั้นสุดท้ายที่ต้องลงลายมือชื่อของเธอเพื่อหลักทรัพย์ประกันการเงินระดับร้อยล้านของสองครอบครัว
รินรดาเดินลงบันไดวนคอนกรีตมาในชุดเดรสผ้าไหมชีฟองสีขาวบริสุทธิ์ยาวกรอมเท้า เนื้อผ้าไหมบางเบาพริ้วไหวที่เมื่อต้องแสงไฟสลัวจะเผยให้เห็นรอยคอดส่วนเว้าโค้งของเอวบางและยอดเต้าเต่งตึงสะโพกงามที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างเลือนลาง ใบหน้าสวยสะคราญดูประหม่าและตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสวยคู่เยิ้มรักคู่กวาดมองไปรอบๆ โดยเฉพาะบานกระจก One-Way Mirror ด้วยความหวาดระแวงสะคนอับอายจากราคะบาปคราวก่อน
"ลุงนนท์คะ... รินมาแล้วค่ะ รีบเซ็นสัญญาให้เสร็จเถอะนะคะ รินไม่อยากอยู่ในนี้นาน..." รินรดาเอ่ยเสียงสั่นระริก พยายามดึงมาดกุลสตรีไฮโซผู้เย่อหยิ่งขึ้นมากลบเกลื่อนเลี่ยงไม่สบตาผมตรงๆ
"จะรีบไปไหนคะคุณรินรดา... เื่เอกสารสัญญาพร้อมแล้วค่ะ แต่ระบบไฟฟ้าควบคุมความชื้นของห้องนิรภัยดูเหมือนจะมีปัญหาเล็กน้อย ขออาตรวจสอบสักครู่นะคะ" ผมเอ่ยอย่างอบอุ่นใจดี สวมหน้ากากสถาปนิกสุภาพชนตามเดิม ก่อนจะใช้นิ้วมือกดปุ่มสั่งงานจำลองระบบไฟฟ้าขัดข้องในสมาร์ทโฟนของผม
ทันใดนั้น ไฟสปอตไลท์ทุกดวงในห้องนิรภัยใต้ดินพลันดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดสนิทระดับห้องปิดตายใต้ดินลึกโรยตัวเข้าปกคลุมจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วตัวเอง เสียงเครื่องปรับอากาศเงียบสนิทลงทิ้งไว้เพียงความเงียบงันปนเสียงหัวใจเต้นกระหึ่มและลมหายใจระคนกลัวตื่นเต้นสั่นเทาของคุณหนูสาวตรงหน้า
"กรี๊ด! ลุงนนท์คะ... ทำไมไฟดับ... ลุงนนท์อยู่ไหนคะ! รินกลัว..." รินรดาร้องอุทานด้วยความกลัวเสียงหวานสั่นสะท้านสะท้อนผนังห้อง เธอขยับกายถอยหลังชนเข้ากับผนังกรุกำมะหยี่สีแดงเข้มแ่า
"อยู่นี่ค่ะคุณริน นิ่งๆ ไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งขยับตัวเด็ดขาด พื้นห้องมีผลงานศิลปะโบราณและกรอบกระจกตั้งรอการจัดวางอยู่ ถ้าเดินชนจะเสียหายได้ค่ะ" ผมะโบอกในความมืด ก่อนจะเลื่อนเปิดประตูกลเงียบเชียบ และนำทางธีร์ที่ผมเตรียมตัวไว้ก้าวเข้ามาในห้องนิรภัยใต้ดิน
ผมส่งผ้าผูกตาสีดำหนาพิเศษให้ธีร์ผูกปิดดวงตาของตัวเองเอาไว้จนมิดชิด แม้ในความมืดสนิทนี้จะมองไม่เห็นอะไรเลยก็ตาม แต่นี่คือสัญลักษณ์ของการบงการจิตวิทยาที่ธีร์ต้องยอมสยบจำนนต่อกฎเกณฑ์ของผม
"ธีร์คะ... ขาตั้งวาดภาพของเธออยู่ตรงหน้าแล้วค่ะ..." ผมกระซิบสั่งการนำพาเสียงต่ำ "ลงมือสเก็ตช์ภาพด้วยมือเปล่าของเธอผ่านผ้าใบผืนบางสีขาวนี้ได้เลยค่ะ"
"ลุงนนท์... ทำไมรินได้ยินเสียงฝีเท้าคนอื่น... อึก... ใครเข้ามาคะ! ลุงนนท์อย่าทำอะไรบ้าๆ นะคะ!" รินรดาร้องถามด้วยความตื่นตระหนกใอย่างรุนแรง พยายามจะก้าวขาถอยหนีแต่แผ่นหลังชนกำแพงหนา
"เงียบเสียงไว้ค่ะคุณรินรดา... ถ้ายอมยืนนิ่งๆ ให้ช่างภาพส่วนตัวของอาวาดภาพในความมืดนี้เฉยๆ ภาพถ่ายสวาทอันแสนงดงามของหนูกับอาเมื่อวานนี้ จะไม่หลุดไปถึงสายตาบอร์ดบริหารและคุณพ่อของหนูแน่นอนค่ะเด็กดี..." ผมกระซิบคำข่มขู่บดบังจิตใจเธอจนหมดสิ้นในความมืดมิด
ร่างบางระหงส์ของรินรดาสั่นระริกยืนพิงผนังแข็งทื่อ ยอมสยบจำนนต่ออำนาจบงการขู่เข็ญอย่างไม่มีทางเลือก เสียงลมหายใจสั่นสะท้านของเธอหอบกระชั้นดังขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความเงียบงันปนความเสียวซ่านที่แล่นวูบวาบในท้องน้อยจนช่องทางรักเริ่มหลั่งน้ำสวาทออกมาเปียกแพนตี้
ธีร์ที่ถูกผูกปิดตาด้วยผ้าสีดำสนิทก้าวเดินตามเสียงลมหายใจสั่นเครือและกลิ่นกายหอมละมุนเข้าไปประชิดตัวรินรดา ฝ่ามือแกร่งและล่ำสันของศิลปินหนุ่มยกขึ้นแตะััลงบนต้นคอขาวผุดผ่องของเธอเป็จุดแรก รินรดาสะดุ้งสุดตัวครางหวาน ฮื้อ... ออกมาเบาๆ ในลำคอ ร่างกายบิดเร่าเบาๆ ด้วยความใและเสียวซ่านกระสันรัญจวนใจที่ได้รับััจากมือแกร่งเพศผู้ของชายอื่นที่ไม่ใช่ผม
"อึก... คุณหนูรินครับ..." ธีร์ครางเสียงแหบพร่าลากไล้ฝ่ามือหนาอุ่นร้อนปัดผ่านลาดไหล่บาง ลูบไล้ต่ำลงมาตามความนุ่มนวลของส่วนเว้าโค้งทรวงอกอวบอัดล้นมือผ่านเนื้อผ้าไหมชีฟองสีขาวบางเบา ปลายนิ้วััขยำเค้นเต้าเต่งบีบขยำสลับสะกิดยอดปทุมถันสีหวานชูชันผ่านผ้าชีฟองอย่างลุ่มหลงหิวกระหาย เนื้อผ้านุ่มลื่นเสียดสีกับหัวนมชูชันจนเกิดความสั่นสะท้านแล่นปราดเข้าสู่ท้องน้อยของเธอ
"อ๊า... อย่า... อย่าขยำขยี้ตรงนั้น... อูย... เสียว..." รินรดาบิดส่ายสะโพกหลบเลี่ยงเบาๆ แต่ทว่าร่างกายส่วนล่างของเธอกลับเบียดชิดเข้าหาฝ่ามือหนาของธีร์ด้วยความร่านร้อนที่ทวีคูณพุ่งทะยานอย่างมิอาจหักห้ามได้อีกต่อไป
ผมยืนมองภาพเงามืดของทั้งสองผ่านกล้องอินฟราเรดในจอแท็บเล็ต รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า ธีร์ลากฝ่ามือแกร่งปาดผ่านเอวคอดกิ่วลงมาถึงสะโพกกลมกลึงผุดผ่อง ลูบคลำก้นงอนงามขยำเน้นย้ำลงน้ำหนักหนักๆ ก่อนจะกวาดมือสอดแทรกเข้าไปในความพลิ้วไหวของปลายเดรสผ้าไหมชีฟอง ลูบไล้ขึ้นมาตามต้นขาอ่อนเนียนละเอียดที่ชื้นเหงื่อสั่นระริก
ปลายนิ้วกลางยาวของธีร์สอดลากเข้าไปแตะััตรงง่ามขาช่องทางรักผ่านกางเกงลูกไม้ตัวบางของเธอ นิ้วหนาเริ่มบดขยี้ครูดเน้นลงบนปุ่มกระสัน/ปุ่มเสียวแตะขยี้จนรินรดาสะท้านเฮือกบิดส่ายสะโพกรัวถี่ยิบตามจังหวะกดขยี้ นิ้วแกร่งถูไถจนเกิดเสียงเปียกชื้น แจ๊ะ... แจ๊ะ... ในความมืดมิดที่เพิ่มความรู้สึกทางกายััเป็ทวีคูณ ความเสียวซ่านแผ่ซ่านท่วมท้นมดลูกจนน้ำสวาทอุ่นร้อนหลั่งพรั่งพรูจนเปียกชุ่มกางเกงในลูกไม้ชีฟองสีขาว
"อ๊า! อูย... เสียว... อานนท์... ช่วยรินด้วย... รินเสียวเหลือเกิน... ฮื้อ..." เธอร้องครางน้ำเสียงเยิ้มหวานเรียกชื่อผมอย่างร่ำร้องขอความช่วยเหลือด้วยเสียงครางระเส่าสะท้านกระตุก แต่ก็เผลออ้าเรียวขาเปิดทางกว้างขึ้น ให้ธีร์ใช้ปลายนิ้วบดขยี้รูรักที่เปียกเยิ้มน้ำหวานจนทะลุเนื้อผ้าเปียกชื้นเฉอะแฉะเปื้อนมือหนาของศิลปินหนุ่มในความมืดมิดแสนดิบเถื่อน
ผมกดรีโมทคอนโทรลระบบควบคุมแสงอัจฉริยะ ปลดปล่อยแสงไฟสว่างสลัวเฉพาะจุดโทนสีอุ่นขึ้นมากลางห้อง เผยให้เห็นร่างบางของรินรดาที่ยืนพิงผนังตาปรือเยิ้ม แก้มแดงก่ำ หายใจหอบกระเส่าสั่นสะท้าน เดรสผ้าไหมชีฟองสีขาวตรงเป้ามีรอยเปียกชื้นวงใหญ่เด่นชัดสะดุดตาปนคราบน้ำหวานรักของเธอเองที่หลั่งไหลออกมาชโลมชุ่มชื้น
"ธีร์คะ... แกะผ้าปิดตาออกได้แล้วค่ะ..." ผมกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงสุภาพ
ธีร์เอื้อมมือไปดึงผ้าผูกตาสีดำออก ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างสั่นระริกยามเพ่งจ้องมองปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางของตัวเองที่เลอะคราบน้ำรักหวานสวาทที่อุ่นและเหนียวเหนอะจนเยิ้มฉ่ำชโลมทั่วหลังมือ เป็น้ำหวานของกุลสตรีรินรดาที่เปียกทะลุเป้าเดรสสีขาวของเธอออกมาราดนิ้วของเขาอย่างชัดเจนภายใต้แสงไฟสลัว
ผมยิ้มละมุน ก้าวไปวางมือบนไหล่ธีร์แล้วเอ่ยคำชวนสยิวทิ้งท้ายเสียงต่ำสะท้อนก้องทั่วห้องหอศิลป์ลับ
"ฝีมือสเก็ตช์ภาพด้วยการััของคุณสุดยอดมากค่ะธีร์... แต่การลงสีจริงบนร่างนุ่มๆ ของคุณหนูรินรดามันต้องใช้สิ่งอื่นแทน นึกออกใช่ไหมคะ..."
รินรดายืนตัวสั่นระริกขาอ่อนแทบพับลงกับพื้น จ้องมองปลายนิ้วเปียกชื้นของธีร์ที่เพิ่งถูไถเป้าเดรสชีฟองสีขาวของเธอด้วยสีหน้าอับอายสุดขีดและระทึกขวัญราคะ น้ำหวานรักอุ่นร้อนไหลรินนองง่ามขาไหลเปรอะข้อเท้าสะท้อนตัณหาความใคร่ เธอรับรู้ทันทีว่าในวันพรุ่งนี้ สิ่งที่ธีร์จะใช้ "ลงสีจริง" บนเรือนร่างของเธอมันไม่ใช่ปลายนิ้วของเขาอีกต่อไป... ทว่าคือแก่นกายท่อนเอ็นขนาดั์ยาว 7.5 นิ้วของศิลปินหนุ่มคนนี้ที่จะเสียบแทรกย่ำยีตอกอัดช่องทางรักของเธอจนเสร็จสมสุขสมในหอศิลป์บาปแห่งนี้