มิติแดนอสูร
เวลาหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ในที่สุดหวังเหว่ยก็สามารถพัฒนาระดับเลเวลเป็น34 ได้สำเร็จ จากนั้นหวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะผนึกพลัง" ผนึกระดับพลังให้เหลือระดับเลเวล13 เพื่อไม่ให้ตนเองเป็นที่สนใจของผู้คนมากเกินไปเช่นเดิม “ยินดีด้วยเจ้าค่ะนายท่าน” 2สัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอกร่างมนุษย์ที่ฝึกฝนทักษะสำเร็จแล้วได้เข้ามาแสดงความยินดีกับหวังเหว่ยที่สามารถเพิ่มระดับเลเวลได้สำเร็จด้วยดี “พวกเจ้าทั้งสองพอได้อยู่ในร่างมนุษย์ ช่างงดงามสมกับที่เป็นสัตว์อสูรเผ่าสุนัขจิ้งจอกจริงๆ จากนี้เป็นต้นไปข้าจะให้พวกเจ้าติดตามรับใช้คุณหนูฉิงเหม่ย ตั้งใจทำหน้าที่ของพวกเจ้าให้ดี” “เจ้าค่ะนายท่าน พวกข้าทั้งสองจะตั้งใจทำหน้าที่รับใช้คุณหนูฉิงเหม่ยอย่างดีที่สุด” หวังเหว่ยได้พยักหน้าเป็นการตอบรับทั้งสอง จากนั้นหวังเหว่ยได้คิดเกี่ยวกับตนเองในใจว่า "อืม... ในตอนนี้ข้ามีระดับเลเวล 34แล้ว อีกไม่นานคงถึงเวลาที่ข้าจะเริ่มต่อสู้พร้อมกับสัตว์อสูรของข้าเพื่อหาประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับตนเอง" เวลาหนึ่งวันผ่านไป เนื่องด้วยพื้นฐานร่างกายที่แข็งแกร่ง ฉิงเหม่ยได้ฝึกฝนจนสำเร็จทักษะกรงเล็บราตรีทลายพิภพขั้นที่1 ขั้นนี้มีชื่อว่า "ลวงตาราตรี" เมื่อใช้ทักษะกรงเล็บราตรีทลายพิภพในขั้นนี้ จะทำให้ผู้ที่ถูกโจมตีมองเห็นรูปแบบการโจมตีคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ทำให้ยากที่จะป้องกันการโจมตีของทักษะกรงเล็บราตรีทลายพิภพในขั้นนี้ได้ “เยี่ยมมาก สมกับที่มีสายเลือดของสัตว์อสูรชั้นสูงไหลเวียนอยู่ ความสามารถในการเรียนรู้ของเจ้า ช่างดีเลิศจริงๆ” ฉิงเหม่ย เมื่อได้ยินที่หวังเหว่ยกล่าวชมจึงได้มีท่าทีเขินอายอย่างภาคภูมิใจเล็กน้อยกับความสามารถของนางเอง “ฉิงเหม่ยในเมื่อเจ้าสำเร็จทักษะกรงเล็บราตรีทลายพิภพในขั้นแรกแล้ว ตอนนี้ก็คงจะถึงเวลาให้เจ้าได้ออกไปสร้างชื่อเสียงภายในเมืองอสูรหมีเพลิงแห่งนี้” “ข้าพร้อมเสมอเจ้าค่ะนายท่าน” “ดีมาก ข้ากำลังจะพาเจ้าออกไปจากมิติแดนอสูรแห่งนี้แล้วเตรียมพร้อมให้ดี” หลังจากพูดจบหวังเหว่ยได้หันไปมองสัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอกสาวร่างมนุษย์ทั้งสอง “จากนี้เป็นต้นไป พวกนางทั้งสองจะทำหน้าที่ติดตามรับใช้เจ้า ข้าจะตั้งชื่อให้พวกนางว่า เหม่ยหลินกับเหม่ยจู จงดูแลพวกนางให้ดีเหมือนกับที่พวกนางดูแลเจ้า” “ฉิงเหม่ยรับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” “พวกข้าทั้งสองจะดูคุณหนูฉิงเหม่ยอย่างดีเจ้าค่ะ” หลังจากพูดจบหวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะเปลี่ยนแปลงใบหน้า" เพื่อเปลี่ยนใบของตนเองให้กลายเป็นอีกคนหนึ่งท่ามกลางความตกตะลึงของฉิงเหม่ยรวมถึงเหม่ยหลินกับเหม่ยจูและ 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ จากนั้นหวังเหว่ยได้นำหญิงสาวทั้งสามรวมถึงตนเองออกมาจากภายในมิติแดนอสูร วูบ “เอาล่ะ ในระหว่างที่ข้าอยู่ภายในเมืองนี้ข้าจะใช้ใบหน้าใหม่นี้แทนใบหน้าเดิม พวกเจ้าจดจำใบหน้าใหม่ของข้าเอาไว้ให้ดี” จากนั้นหวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับพวกนางทั้งสามคน และได้กล่าวขึ้นมาอีกว่า “ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู ข้าจะให้พวกเจ้าได้ขึ้นประลองต่อสู้ในเวทีประลอง พวกเจ้าทั้งสามมีระดับเลเวล 20เท่ากัน จงแสดงให้ข้าและผู้คนภายในเมืองแห่งนี้ได้เห็นว่า ในตอนนี้พวกเจ้าทั้งสามมีความสามารถมากเพียงใด” “เจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจูได้ตอบรับคำพูดของหวังเหว่ยอย่างหนักแน่น จากนั้นหวังเหว่ยรวมถึงหญิงสาวทั้งสามคนได้ออกจากโรงเตี้ยม และเดินทางไปยังลานประลอง หลังจากได้มาถึงยังลานประลอง หวังเหว่ยได้พาหญิงสาวทั้งสาม เข้าไปพูดคุยกับผู้ดูแลลานประลอง “ข้าคือผู้ดูแลของพวกนางทั้งสามคนขอรับ พวกนางทั้งสามคนต้องการเข้าร่วมในการประลองของลานประลองแห่งนี้ขอรับ” ขณะกำลังฟังที่หวังเหว่ยกล่าวผู้ดูแลลานประลองได้ตกตะลึงกับความงดงามของหญิงสาวทั้งสามคน จากนั้นผู้ดูแลลานประลองได้กล่าวถามพวกนางทั้งสามว่า “แม่นางทั้งสาม พวกท่านแน่ใจแล้วรึ? ที่จะเข้าร่วมการประลอง พวกท่านอาจได้รับบาดเจ็บหรือเสียโฉมในขณะกำลังประลองได้” “พวกข้า เข้าใจในเรื่องนี้ดีเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยได้กล่าวกับผู้ดูแลลานประลอง ผู้ดูแลลานประลองเมื่อเห็นถึงการตัดสินใจที่แน่วแน่ของหญิงสาวทั้งสาม จึงได้ทำการลงทะเบียนสมาชิกใหม่ให้กับฉิงเหม่ย เหม่ยหลินและเหม่ยจู จากนั้นได้เลือกรูปแบบประลองตัวต่อตัวรวมถึงรูปแบบทีมสามคนตามที่หญิงสาวทั้งสามต้องการ หลังจากนั้นผู้ดูแลลานประลองได้มอบหยกสมาชิกสีเขียวให้กับพวกหญิงสาวทั้งสาม และได้อธิบายกับพวกนางว่า “แม่นางทั้งสาม นี่คือหยกสมาชิกของลานประลองร่วมของ 3อาณาจักร หยกสมาชิกชิ้นนี้ สามารถใช้แสดงตัวว่าเจ้าเป็นสมาชิกของลานประลองร่วมของ3อาณาจักร ได้ทุกลานประลองภายในอาณาจักรทั้ง3 ไม่ว่าพวกเจ้าจะไปที่ลานประลองของเมืองใดในอาณาจักรทั้ง3 พวกเจ้าสามารถใช้หยกชิ้นนี้เลือกรูปแบบประลองเพื่อสะสมแต้มผลงานได้ทันที โดยที่แต้มผลงาน สามารถนำไปแลกสิ่งของ ตามที่ลานประลองแห่งนั้นได้กำหนดไว้ ซึ่งลานประลองแต่ละแห่งมีสิ่งของให้แลกไม่เหมือนกัน” หลังจากพูดจบผู้ดูแลลานประลองได้ให้ผู้ดูแลอีกคนนำทางหญิงสาวทั้งสามรวมถึงหวังเหว่ยไปยังห้องพักสำหรับผู้เตรียมขึ้นประลอง เมื่อมาถึงยังหน้าห้องพักผู้ดูแลที่นำทางได้กล่าวขึ้นว่า “เมื่อถึงเวลาขึ้นประลอง จะมีหนึ่งในผู้ดูแลมาตามพวกท่านไปยังลานประลองขอรับ ในเวลานี้ขอให้พวกท่านพักผ่อนอย่างสบายใจเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประลองขอรับ” หวังเหว่ยที่ได้ยินดังนั้นจึงได้ กล่าวขอบคุณผู้ดูแลที่ได้แนะนำจากนั้นหวังเหว่ยและหญิงสาวทั้งสามได้เข้าไปพักผ่อนภายในห้องพัก โดยที่หวังเหว่ยได้ให้หญิงสาวทั้งสามนั่งสมาธิปรับสมดุลพลังปราณอสูร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขึ้นประลอง
เมืองอสูรจันทรา
เวลาผ่านไปหนึ่งวัน เนื่องจากการเร่งความเร็วในการเดินทางทำให้กลุ่มสำรวจของหลี่น่ากลับมาถึงเมืองอสูรจันทราอย่างรวดเร็ว “พวกเจ้าทั้งสองกลับไปยังสถาบันอสูรฟ้าครามเพื่อแจ้งข่าวให้ท่านอาจารย์ใหญ่ทราบก่อน ส่วนข้าจะพาเสวี่ยถิงไปพบกับท่านเจ้าเมือง เพื่อขอให้ท่านเจ้าเมืองตามหมอมาตรวจดูอาการของนาง” “ตกลงพี่หลี่น่า พวกข้าจะรอฟังข่าวของน้องเสวี่ยถิงจากท่านอยู่ที่สถาบันอสูรฟ้าคราม” ไป๋จือกับไป๋หลันกล่าวกับหลี่น่า จากนั้นพวกนางได้เดินทางกลับไปยังสถาบันอสูรฟ้าครามเพื่อแจ้งข่าวเรื่องเมืองโบราณกับอาจารย์ใหญ่ในทันที
คฤหาสน์องครักษ์
“ผ่านมาหลายวันแล้วตั่งแต่นายท่านของพวกเจ้าออกเดินทาง ไม่รู้ว่านายท่านของพวกเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง” จินฟางได้กล่าวกับพยัคฆ์ทมิฬและพยัคฆ์ขาว “ท่านสบายใจได้ขอรับนายหญิง นายท่านเป็นผู้มีความสามารถ เมื่อถึงเวลานายท่านจะกลับมาที่นี่อย่างปลอดภัยแน่นอนขอรับ” “อืม... ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าทั้งสองจงตั้งใจจัดเวรยามเพื่อเฝ้าดูแลโดยรอบคฤหาสน์ให้ดี ในช่วงนี้เริ่มมีผู้ไม่หวังดีมาก่อกวนที่ร้านค้าของเรารวมถึงบริเวณโดยรอบของคฤหาสน์ด้วย” “รับทราบขอรับนายหญิง พวกข้าจะสังหารพวกที่มาสร้างเรื่องก่อกวนภายในคฤหาสน์แห่งนี้ให้ไม่เหลือแม้แต่ซากศพเลยขอรับ” “แค่จับกุมตัวพวกนั้นมาให้ข้าสอบสวนก็พอ ไม่ถึงกับจำเป็นต้องฆ่าแกงกันหรอก พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่ ?” “ขอรับนายหญิง” “พี่จินฟางข้าเหนือยมากเลย วันนี้มีลูกค้ามาที่ร้านค้าคฤหาสน์องครักษ์เยอะมาก เดี๋ยวนี้เริ่มมีลูกค้าที่เดินทางไกลมากจากต่างเมืองมากขึ้นแล้ว พวกข้าเลยเหนือยมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเลย” กุ้ยถิงได้เดินเข้ามาภายในห้องพักของจินฟางพร้อมกับพยัคฆ์ครามที่เดินตามนางมา “เหนื่อยหน่อยนะน้องกุ้ยถิง ช่วงนี้ร้านค้าของเราเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่ว หลังจากนี้เจ้าคงจะยุ่งมากขึ้นยิ่งกว่านี้อีก เจ้าควรเตรียมพร้อมรับมือไว้แต่เนิ่นๆนะ” “ขอบคุณที่แนะนำข้าพี่จินฟาง ข้าจะรีบไปคุยกับเหล่าพี่น้องหญิงสาวชาวบ้านเพื่อหาคนมารับหน้าที่ช่วยงานภายในร้านเพิ่มเติม” หลังจากพูดจบกุ้ยถิงได้ยิ้มขอบคุณจินฟาง จากนั้นกุ้ยถิงได้เดินออกจากห้องพักของจินฟางพร้อมกับพยัคฆ์ครามเพื่อไปปรึกษากับเหล่าพี่น้องหญิงสาวชาวบ้านที่อยู่ตามที่ต่างๆภายในคฤหาสน์ เพื่อหาคนมาช่วยงานภายในร้านค้าคฤหาสน์องครักษ์เพิ่มเติม
เมืองโบราณ
“ท่านหัวหน้าพวกเราควรทำอย่างไรดีตอนนี้ประตูเมืองโบราณได้ถูกทำลายลงแล้ว พวกเราควรออกไปยึดครองอาณาเขตโดยรอบเลยดีหรือไม่ ?” เหล่าสัตว์อสูรปีศาจได้กล่าวขึ้น “ยังก่อนในตอนนี้เรายังไม่ควรรีบร้อนทำอะไรเพราะอาจทำให้เสียการใหญ่ได้ รออีกไม่กี่เดือน เมื่อท่านแม่ทัพออกมาจากผนึกได้สำเร็จเสียก่อน พวกเราค่อยเริ่มแผนการยึดครองอาณาเขตโดยรอบกันอีกครั้ง” หัวหน้าของเหล่าสัตว์อสูรปีศาจได้กล่าวออกมา จากนั้นได้เริ่มทำการฝึนตนต่อ “ขอรับท่านหัวหน้า” เหล่าสัตว์อสูรปีศาจได้กล่าวขึ้นเสียงดัง และได้แยกย้ายกันไปเพื่อฝึกตน
กลุ่มโจรภูเขามารอสูร
“พี่ใหญ่ เหล่าพี่น้องของเราที่แอบแฝงไปสืบเรื่องราวของเมืองโบราณ ได้ถูกกลุ่มสัตว์อสูรที่มีชื่อว่า สัตว์อสูรปีศาจสังหารไปเป็นหลายสิบคน แต่ก็ยังโชคดีที่มีแม่นางน้อยคนหนึ่งสามารถขับไล่กลุ่มสัตว์อสูรกลุ่มนั้น ให้กลับเข้าไปภายในเมืองโบราณได้ พวกเราที่ยังรอดชีวิตจึงได้รีบกลับมาแจ้งข่าวให้ข้าทราบ” ฮุ่ยผิงรองหัวหน้าของกลุ่มโจรภูเขามารอสูรได้กล่าวกับฮุ่ยฉวี “ฮืม ช่วงนี้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นหลายเรื่องจริงๆ เจ้าจงสั่งให้พี่น้องของเราว่าในช่วงนี้ให้หยุดออกปล้นชาวบ้านชั่วคราวและระมัดระวังตัวกันให้ดี” “เข้าใจแล้วพี่ใหญ่ ข้าจะรีบแจ้งเหล่าพี่น้องของเราให้ทราบในทันที” “เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ข้าจะกลับไปฝึกฝนทักษะต่อสู้ของข้าต่อ” จากนั้นฮุ่ยฉวีหัวหน้ากลุ่มโจรภูเขามารอสูรได้กลับไปยังทีพักส่วนตัวของตน จากนั้นได้เริ่มต้นฝึกฝนทักษะต่อสู้ของตนเอง