เสียงน้ำเกลือสะท้อนก้องบริเวณห้องพักฟื้นผู้ป่วยที่เงียบเหงา บนเตียงสีขาวมีร่างที่เต็มไปด้วยรอยถลอกตามร่างกายมากมายรวมถึงผ้าสีขาวที่พันอยู่รอบศีรษะบ่งบอกถึงส่วนสำคัญของร่างกายได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักนอนแน่นิ่งไม่ได้สติเป็เวลานานหลายวัน
"คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับแต่ศีรษะที่เกิดการกระแทกอย่างรุนแรง หมอไม่คอนเฟิร์มว่าถ้าคนไข้ตื่นขึ้นมาแล้วจะยังมีความจำเดิมอยู่หรือเปล่าคงต้องรอคนไข้ฟื้นนะครับแล้วหมอจะสแกนตรวจสอบอีกที"คุณหมอหนุ่มผู้เป็เ้าของเคสคนไข้เอ่ยอธิบายอาการร่างที่นอนนิ่งบนเตียงให้กับร่างสูงตรงหน้าได้ฟังเพื่อรายงานความคืบหน้าในการรักษา
"ขอบคุณครับ"ร่างภูมิฐานของชายหนุ่มค่อนข้างมีอายุเหลือบมองร่างคนป่วยและเอ่ยถามคุณหมออีกสองสามประโยคก่อนแพทย์หนุ่มจะขอตัวออกไปเพื่อรักษาคนไข้รายอื่นต่อ
บดินทร์ถอนหายใจมองคนป่วยบนเตียงพลางนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว วันนั้นเขาพึ่งประชุมที่บริษัทเสร็จกำลังขับรถกลับบ้าน่เวลาค่อนข้างดึกประจวบกับมีสายโทรศัพท์เข้ามา แค่เขาละสายตาจากถนนเพียงแป๊บเดียวหันกลับมาอีกทีก็พบกับร่างของใครบางคนกำลังเดินข้ามถนนตัดหน้ารถของเขาจนไม่สามารถหักหลบได้ทัน แต่โชคดีที่เขาไม่ได้ขับเร็วและกำลังชะลอเครื่องยนต์แรงพุ่งชนจึงไม่มากทว่าถึงอย่างไรแล้วร่างคนกับรถก็ไม่อาจเทียบเท่ากันได้
ตัวเขาไม่ได้เป็อะไรมากนักแต่กับคนที่ถูกชนก็ค่อนข้างสาหัสพอสมควรและก็เป็โชคดีที่ไม่มีส่วนไหนแตกหักจนถึงขั้นลำบากต่อการใช้ชีวิตในภายภาคหน้าแต่ก็มีส่วนที่ทำให้เขากังวลเพราะบริเวณศีรษะที่บอบบางของเ้าตัวยังคงน่าเป็ห่วง
อีกเื่ที่ทำให้บดินทร์กังวลคือเขามาเยี่ยมคนป่วยเป็ครั้งที่สองแต่ทุกครั้งกลับไม่พบใคร นึกแปลกใจว่าเด็กคนนี้ไม่มีญาติกับครอบครัวหรืออย่างไรทำไมไม่มีใครติดต่ออะไรมาและสุดท้ายก็เป็เขาเองที่ต้องให้คนไปตามหาญาติเพราะตั้งใจว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายให้เด็กคนนี้เต็มที่ถึงแม้จะประมาทด้วยกันทั้งคู่แต่เขาไม่ได้เป็คนใจร้ายอะไร ในเมื่อมีคนเจ็บก็ควรจะต้องดูแล
ก๊อกๆ
"ขออนุญาตครับนาย"บดินทร์หันมองผู้ช่วยของตัวเองที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับประโยคที่ได้ยินก็ทำให้เขาคลายข้อข้องใจที่กำลังคิดในหัวไปเมื่อครู่
"คุณคนนี้ไม่มีญาติที่ไหนครับ เราไปหาที่บ้านคนแถวนั้นบอกว่าเขาอยู่กับลูกแค่สองคนครับ ผมเลยไปพาเด็กมาด้วยพอดีมีป้าข้างบ้านคอยดูแลให้ใน่ที่แม่เขาหายไปครับ"
"พ่อเด็กล่ะ"
"ไม่ทราบครับ คนแถวนั้นบอกไม่เคยมีใครเห็นพ่อของเด็กคาดว่าน่าจะเลิกกันไปนานแล้วครับ"
"แม่!! "บดินทร์ชะงักมองเด็กที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยความใเล็กน้อย เขามองร่างกลมๆ ของเด็กชายหน้าตาน่ารักวิ่งเข้าไปเกาะเตียงคนป่วยพลางร้องไห้จนน่าสงสารด้วยความรู้สึกผิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง
"แม่ฮะ แม่ครับ แม่พรีม ฮึก แม่เจ็บมั้ยครับ ฮึกกก"
"เด็กน้อยแม่เธอไม่เป็อะไรแล้วเหลือแค่รอให้ฟื้นเท่านั้น"บดินทร์พ่นลมหายใจเมื่อเห็นท่าทางนั้นเขาจึงต้องเดินเข้าไปลูบหลังช่วยให้เด็กชายคลายกังวล
"ฮึกก แม่ ฮึกก แม่ของพีชจะหายใช่มั้ยครับ"เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองผู้ใหญ่ด้วยน้ำตาเต็มแก้มกับแรงสะอึกเบาๆ บดินทร์ยื่นมือไปเช็ดมันออกก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆพร้อมกับพยักหน้าตอบรับ
"ใช่แล้วเดี๋ยวแม่เธอก็หาย"สิ้นประโยคนั้นพีชก็เบะปากตั้งท่าจะร้องอีกรอบบดินทร์จึงอุ้มเด็กชายตัวน้อยขึ้นแนบอกปล่อยให้เ้าตัวอ้วนร้องไห้บนไหล่ของเขาจนพอใจ
"พีชนึกว่าแม่ทิ้งพีชไปแล้วแม่ไม่กลับบ้านเลยฮะ"พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางเ้าตัวอ้วนที่ร้องไห้จนตาบวมเปล่งก็หยุดร้องไปในที่สุด ถึงเวลาที่บดินทร์ได้เอ่ยซักถามความเป็ไปของคนทั้งคู่จนได้ทราบเื่ราวคร่าวๆ ก็พอจะเข้าใจในตัวตนของคนป่วยมากขึ้น
"พีชอยากให้แม่ตื่นแล้วฮะ พีชเป็ห่วงแม่"
ถึงเวลาของเธอแล้วปรินซ์ ตามคำขอพรของเธอครอบครัวที่อบอุ่นเรามอบให้
แสงสว่างวาบภายในห้องนอนผู้ป่วยที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นราวกับเป็สัญญาณแจ้งเตือนบ่งบอกว่าร่างที่นอนแน่นิ่งบนเตียงนั้นได้มีเ้าของร่างใหม่เกิดขึ้นแล้ว
"อื้อ"เสียงครางอื้ออึงในลำคอพร้อมกับเปลือกตาสีมุกค่อยๆ ขยับก่อนจะขยายขึ้นและหลับลงเนื่องจากแสงที่ตกกระทบนั้นทำให้ดวงตาที่ปิดสนิทมานานไม่สามารถเปิดขึ้นได้โดยง่าย
"แม่ฮะ แม่ตื่นแล้ว คุณลุงๆ แม่พรีมตื่นแล้วครับ"เด็กชายตัวน้อยที่สังเกตคนเป็แม่อยู่ตลอดเวลาพอเห็นท่าทางนั้นก็ตื่นตระหนักเสียจนยืนไม่ติดที่เอ่ยเรียกผู้ใหญ่อีกคนในห้องด้วยความดีใจ
ปรินซ์ขมวดคิ้วรู้สึกเวียนหัวขึ้นมาทันทีที่พยายามลืมตาภาพเหตุการณ์ั้แ่ที่เขาขับรถชนสะพานและภาพเหตุการณ์อื่นที่ไม่รู้ว่าเป็ของใครซ้อนทับสลับกันไปมาจนปวดหัว ไหนจะเสียงดีใจของเด็กที่เรียกอยู่ข้างเตียงอีกเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่
"ขอหมอดูหน่อยนะครับ"คุณหมอที่ถูกเรียกให้มาดูคนป่วยหยิบจับเครื่องมือสำรวจอาการของคนบนเตียงพร้อมกับตรวจเช็กร่างกายทุกส่วนที่าเ็อย่างละเอียดก่อนจะหันไปอธิบายอาการให้กับญาติคนไข้ทั้งสองได้ฟัง
"คงจะปวดหัวจากการนอนหลับเป็เวลานานน่ะครับ หมอให้ยาไปแล้วตื่นมาอีกทีก็จะดีขึ้นครับ"คุณหมอหนุ่มพูดพลางยิ้มเบาบางให้คนฟังได้สบายใจ
"ขอบคุณครับ"บดินทร์เอ่ยขอบคุณคุณหมอพร้อมกับเด็กชายที่ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมเรียกความเอ็นดูให้กับแพทย์หนุ่มจนต้องยิ้มตอบพร้อมกับเอ่ยให้กำลังใจเด็กชายก่อนจะขอตัวออกไป
"แม่จะหายแล้ว"พีชยิ้มเ้าตัวอ้วนจับมือแม่ขึ้นมากุมเอาไว้ด้วยความดีใจ บดินทร์จึงได้แต่ลูบกลุ่มผมนุ่มเพื่อให้กำลังใจเด็กเข้มแข็งคนนี้ให้คลายความกังวลพลางเหลือบมองคนป่วยและได้แต่ภาวนาให้เ้าตัวฟื้นขึ้นมาหาลูกตัวเองเร็วๆ
.
.
.
.
.
.
.
"ค่าใช้จ่ายทั้งหมดฉันจะเป็คนจ่ายให้เองและให้เงินค่าเสียหายในส่วนของเธอด้วย" บดินทร์เอ่ยบอกร่างบางของคนเคยป่วยที่ตอนนี้ฟื้นหายดีจนสามารถกลับบ้านได้แล้วหากแต่มีเพียงความทรงจำบางส่วนเท่านั้นที่หายไป คุณหมอเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันจะกลับมาอีกเมื่อไหร่
"ขอบคุณนะครับ"ปรินซ์ขอบคุณคนตรงหน้าที่ช่วยเป็ธุระให้เขาเพราะจากความทรงจำภาพเหตุการณ์ที่เห็นในหัววันนั้น ร่างเก่าของคนคนนี้คงไม่มีเงินมากพอจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้เองแน่ๆ คิดแล้วก็เหนื่อยจังวีรกรรมมากมายของเ้าของร่างคนเดิมทำไว้หนักหนาสาหัสพอสมควร เขาที่เป็เ้าของร่างคนใหม่ได้แต่ส่ายหัวเอือมระอาและสงสารไปพร้อมๆ กัน
ปรินซ์ถอนหายใจกับชีวิตของเขาต่อจากนี้พลางก้มลงมองกระดาษที่ได้รับมา คุณบดินทร์มอบเช็คเงินสดให้จำนวนเงินหกหลักถือว่ามากพอสมควรสำหรับร่างนี้แต่สำหรับปรินซ์ในร่างที่แล้วเท่านี้ถือว่าน้อยนิดเขาหาได้มากกว่านี้อีก
ปรินซ์มองวิวถนนที่เขาคุ้นเคยจนกระทั่งมันไกลมากขึ้นเรื่อยๆ และไปสิ้นสุดที่ชุมชนแออัดแถวชานเมือง รถคันหรูที่เขานั่งมาจอดลงที่หน้าบ้านเช่าโทรมๆ หลังหนึ่ง เขามองสภาพแล้วอย่าเรียกว่าบ้านเลยสังกะสีขึ้นสนิมกับประตูที่ดูเหมือนจะพังและไม่พัง เตะทีเดียวคงจะหลุดแล้วมั้งแบบนั้น โอ๊ย ปรินซ์อยากจะบ้า เขาจะไม่ตายอีกรอบใช่มั้ยแบบนี้
ปรินซ์ถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวันเขาหันไปขอบคุณผู้ช่วยของคุณบดินทร์ก่อนจะแยกย้ายกันกลับไป ส่วนเขาก็ยืนมองสภาพบ้านตรงหน้าอย่างเหนื่อยใจ พูดก็พูดเถอะชีวิตเขาไม่เคยลำบากปรินซ์ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาอยู่ในที่แบบนี้จะว่าทำใจยากก็ยากจะว่าง่ายก็ไม่ง่าย แต่ก็เอาเถอะไหนๆ ก็ได้เริ่มชีวิตใหม่แล้วสู้ต่อไปแล้วกันถึงมันจะลำบากมากก็ตามเพราะร่างนี้ไม่มีต้นทุนชีวิตเหมือนที่เขาเคยมีมันไม่ง่ายเขาเข้าใจ
"แม่ฮะแม่กลับมาแล้ว"ปรินซ์ยืนคิดอะไรในหัวอยู่นานเสียงเรียกจากในบ้านก็ทำให้เขาหันมาสนใจ ปรินซ์มองร่างของเด็กชายที่ยืนมองเขาด้วยแววตาคะนึงหาพลางยกยิ้มในใจนี่สิสิ่งที่ทำให้รู้ว่าเขาจะสู้ไปเพื่อใคร
ปรินซ์มองเด็กน่ารักตรงหน้าและรับรู้ได้ทันทีว่าคงเป็ลูกของเ้าของร่างเดิมเพราะเขาเห็นผ่านๆ ในความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่จากพรีม พรีมไม่ค่อยที่จะสนใจในการเลี้ยงดูลูกสักเท่าไหร่ทำให้ปรินซ์นึกโกรธอยู่นิดหน่อยแต่เขาก็คงต้องปัดมันทิ้งไปเพราะเขาจะเริ่มใหม่ไปพร้อมกับลูก เขาจะสร้างความทรงจำที่ดีให้กับลูกเองเริ่มจากสิ่งนี้ที่พรีมไม่เคยทำเลยแล้วกัน
"กอดแม่มั้ยครับพีช มาหาแม่เร็ว"ปรินซ์เอ่ยบอกลูกที่มองมาแบบกล้าๆ กลัวๆ ปรินซ์จึงคลี่ยิ้มพร้อมย่อตัวลง เขามองลูกที่ค่อยๆ ก้าวเดินมาจนช่องว่างระหว่างเราเริ่มน้อยลง ปรินซ์คว้าเด็กน้อยตรงหน้าเข้ามากอดลูบหลังปลอบโยนเบาๆ ร่างเล็กในอ้อมกอดสั่นเล็กน้อยราวกับนี่เป็กอดแรกในชีวิตที่เคยได้รับ เสียงสะอื้นข้างหูทำให้ปรินซ์ตัดสินใจพูดบางอย่างออกไป
"จากนี้ไปเรามาเริ่มต้นใหม่กันนะครับ"ปรินซ์พูดเบาๆ ข้างหูของลูกในอ้อมแขน พีชกอดเขาแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าแม่จะหายไปปรินซ์เองก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นให้ลูกได้ซึมซับสิ่งที่โหยหามานาน เขาสัญญาว่าต่อจากนี้พีชจะเป็เด็กที่โชคดีที่สุดในโลกที่มีแม่อย่างเขา
.
.
.
.
.
.
TBC.
#ปรินซ์ลูกติด
@NATTA493